รุ่งเช้ามาถึงพร้อมกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของฉินหลิวซีที่จะไขปริศนาของ วิชาโยคะแห่งความรัก นางตื่นแต่เช้าตรู่ จัดชุดนักพรตให้เรียบร้อย แม้ว่าชุดนั้นจะรัดรึงสัดส่วนที่ขยายใหญ่ขึ้นของนางจนน่าอึดอัดก็ตาม พลังหยินยมโลกที่หลอมรวมกับกายหยิน์ของนางได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของนางไปอย่างสิ้นเชิง นางดูงดงามและเย้ายวนอย่างที่นางไม่เคยเป็มาก่อน แต่ความบริสุทธิ์ในดวงตาของนางยังคงอยู่ ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ
จ้าวอี้ิ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน เขาพยายามรั้งนางไว้เมื่อเห็นนางเตรียมตัวจะออกไป
"หลิวซี เ้าจะไปไหนแต่เช้า?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "เมืองนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่น่าไว้วางใจ ข้าจะไปกับเ้า"
ฉินหลิวซีส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว "ข้าต้องไปหานักบวชอินเดียผู้นั้น ข้าได้ศึกษาตำรา วิชาโยคะแห่งความรัก ตลอดคืน แต่ข้ายังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของการ รวมพลังปราณ ข้าต้องขอคำชี้แนะจากเขา"
ฟารุคที่นั่งดื่มชาอยู่ใกล้ๆ ได้ยินบทสนทนาจึงกล่าวขึ้น "ข้าก็จะไปกับพวกเ้าด้วย! ข้าอยากเห็นว่านักบวชอินเดียผู้นั้นจะสอนอะไรที่น่าสนใจอีก"
จ้าวอี้ิ ขมวดคิ้ว "ตำราอะไรกัน? ข้าไม่เคยได้ยินว่าการบำเพ็ญเพียรของเต๋าต้องอาศัยตำราจากต่างแดนเช่นนี้เลย" เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในเื่นี้ แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของนาง เขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจ "เช่นนั้นให้ข้าไปกับเ้าเถิด ข้าจะไม่รบกวนการสนทนาของเ้า แต่ข้าจะอยู่ใกล้ ๆ เพื่อปกป้องเ้า"
ฉินหลิวซีพยักหน้าอย่างจำยอม นางรู้ว่าจ้าวอี้ิ เป็ห่วงนางจริง ๆ ทั้งสามจึงมุ่งหน้าไปยังใจกลางตลาดที่นักบวชอินเดียตั้งแผงเผยแผ่ศาสนาอยู่
เมื่อฉินหลิวซีปรากฏตัวขึ้น นักบวชชราก็ยิ้มต้อนรับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยเมตตา นางยื่นตำรา วิชาโยคะแห่งความรัก ให้เขาดู และอธิบายถึงความสับสนของนางเกี่ยวกับการ รวมพลังปราณหยินหยาง
นักบวชรับตำรามาพลิกดูอย่างช้า ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและน่าเชื่อถือ "แม่นางฉิน เ้ามี กายหยิน์ ที่หาได้ยากยิ่ง พลังปราณในตัวเ้าบริสุทธิ์และเข้มข้น แต่การจะเข้าถึง วิถีแห่งโยคะ ที่แท้จริงนั้น ร่างกายของเ้าต้องได้รับการ ปลุกเร้า และ เตรียมพร้อม เสียก่อน"
เขาชี้ไปที่ภาพวาดในตำรา "ท่วงท่าเหล่านี้มิใช่เพียงการเคลื่อนไหวทางกาย แต่เป็การเปิดช่องทางให้พลังปราณไหลเวียนอย่างอิสระ แต่หากช่องทางเ่าั้ยังถูกปิดกั้นด้วย ความบริสุทธิ์ที่มากเกินไป เ้าก็จะไม่มีวันเข้าใจถึง ความสุขสูงสุด ของการรวมพลังปราณได้"
ฉินหลิวซีฟังอย่างตั้งใจ "แล้วข้าต้องทำอย่างไรหรือเ้าคะ?"
นักบวชยิ้มอย่างลึกลับ เขาหยิบกล่องไม้แกะสลักขนาดเล็กออกมาจากใต้ผ้าคลุม และเปิดออก ภายในมีขนมหวานสีแดงสดชิ้นเล็ก ๆ วางอยู่บนใบตอง มีกลิ่นหอมหวานและเครื่องเทศที่เย้ายวนใจ
"นี่คือ มธุรสศักดิ์สิทธิ์ ที่ปรุงขึ้นจากสมุนไพรหายากในชมพูทวีป มันจะช่วย เปิดช่องทางพลังปราณ และ ปลุกเร้าประสาทัั ของเ้าให้ตื่นขึ้น เมื่อเ้ากินมันเข้าไป ร่างกายของเ้าจะพร้อมสำหรับการฝึกฝน วิชาโยคะแห่งความรัก อย่างแท้จริง" นักบวชกล่าวพร้อมกับยื่นขนมชิ้นนั้นให้นาง "จงกินมันเสีย แล้วกลับไปศึกษาตำราอีกครั้งในคืนนี้ เ้าจะพบกับความกระจ่างแจ้ง"
จ้าวอี้ิ ที่ยืนอยู่ห่างออกไปรู้สึกถึงความผิดปกติของขนมชิ้นนั้น แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากห้าม ฉินหลิวซีก็รับขนมชิ้นนั้นมาและกินเข้าไปทันทีด้วยความเชื่อมั่นในคำพูดของนักบวช โดยฟารุคยืนมองด้วยความสนใจและรอยยิ้มเ้าเล่ห์
รสชาติของขนมหวานนั้นเข้มข้นและร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่ลามเลียไปทั่วลำคอและกระเพาะอาหารของนาง ไม่นานหลังจากนั้น ความรู้สึกประหลาดก็เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายของฉินหลิวซี
นางรู้สึกว่าเืในกายของนางเริ่มเดือดพล่าน ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านจากจุดศูนย์กลางของร่างกายไปยังปลายแขนขา ิัของนางเริ่มแดงระเรื่อและไวต่อการััอย่างไม่เคยเป็มาก่อน กายหยิน์ ของนางถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง พลังปราณหยินที่เคยสงบเสงี่ยมตอนนี้กลับพลุ่งพล่านและ้าการระบายออกอย่างเร่งด่วน
"ข้า... ข้ารู้สึกร้อน..." ฉินหลิวซีพึมพำ ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัวไปด้วยไอน้ำแห่งความปรารถนา
นักบวชยิ้มอย่างพึงพอใจ "นั่นคือการตอบสนองของร่างกายเ้า จงกลับไปเถิด แม่นางฉิน คืนนี้เ้าจะเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของ วิชาโยคะแห่งความรัก"
จ้าวอี้ิ รีบเข้ามาประคองฉินหลิวซีที่เริ่มเซถลา เขาโกรธจัดเมื่อเห็นอาการของนาง "ท่านทำอะไรกับนาง!"
นักบวชยังคงยิ้มอย่างสงบ "ข้าเพียงช่วยให้นางเข้าถึง วิถีแห่งโยคะ ได้เร็วขึ้นเท่านั้น"
จ้าวอี้ิ ไม่รอช้า เขาอุ้มฉินหลิวซีขึ้นแนบอกและรีบพาออกจากตลาดทันที ฟารุค เดินตามมาอย่างไม่รีบร้อนพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เขาสนใจในปฏิกิริยาของจ้าวอี้ิ มากกว่าอาการของฉินหลิวซี
แต่ก่อนที่จ้าวอี้ิ จะก้าวพ้นซอยแคบๆ ฟารุคก็พุ่งตัวเข้ามาขวางทางไว้ด้วยความเร็วที่น่าใ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา แต่แววตาฉายประกายความจริงจัง
"ช้าก่อน สหายจ้าว" ฟารุคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงความเย้ยหยัน "เ้าคิดจะทำอะไรกับแม่นางฉินในสภาพนี้? เ้าเห็นแล้วมิใช่หรือว่าพลังปราณหยางของเ้าอ่อนแอเกินกว่าจะระงับความร้อนรุ่มของนางได้"
จ้าวอี้ิ หยุดชะงัก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความกังวล "เื่ของข้า! เ้าอย่ามายุ่ง!"
"โอ้... ข้าไม่ได้อยากยุ่งหรอก" ฟารุคยักไหล่ "แต่ข้ามีวิธีที่ดีกว่าในการช่วยนาง ข้าเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยพลังปราณที่สมดุล ซึ่งแตกต่างจากวิธีการบำเพ็ญเพียรแบบโบราณของเ้า" เขาพูดพร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะรับร่างของฉินหลิวซี
"อย่าแตะต้องนาง!" จ้าวอี้ิ คำราม พลังปราณหยางที่เหลืออยู่ทั้งหมดถูกระดมออกมาเพื่อสร้างเกราะป้องกันรอบตัวเขาและฉินหลิวซี แต่พลังหยินที่พลุ่งพล่านจากร่างของนางกลับทำให้เกราะนั้นสั่นคลอน
ฟารุคหัวเราะเบาๆ "เ้าช่างหวงแหนนัก แต่ความหวงแหนของเ้ากำลังจะทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมาน" เขาไม่รอให้จ้าวอี้ิ ตอบ แต่ใช้ความเร็วเหนืุ์พุ่งเข้าประชิดตัว และใช้มือข้างหนึ่งจับที่เอวของฉินหลิวซีอย่างมั่นคง ส่วนอีกข้างพยายามดึงแขนของนางออกจากคอของจ้าวอี้ิ
"ปล่อย!" จ้าวอี้ิ กัดฟันแน่น เขาดึงร่างของฉินหลิวซีกลับมาหาตัว การแย่งชิงที่รุนแรงและฉับพลันทำให้ร่างของฉินหลิวซีถูกดึงไปมาระหว่างบุรุษทั้งสอง
"อ๊ะ..." เสียงครางแ่เบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของฉินหลิวซี การััที่รุนแรงและกระชั้นชิดจากบุรุษสองคนพร้อมกันนั้น เป็การกระตุ้น กายหยิน์ ของนางอย่างรุนแรงยิ่งกว่า มธุรสศักดิ์สิทธิ์ เสียอีก
มือของฟารุคที่โอบรัดเอวของนางนั้นแข็งแกร่งและร้อนผ่าว ััของเขาทำให้ความร้อนในกายของนางพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่จ้าวอี้ิ ที่กอดรัดนางไว้แน่นก็พยายามใช้พลังปราณหยางของเขาเพื่อระงับความร้อน แต่การกระทำนั้นกลับเป็การเพิ่มแรงกดดันให้กับพลังหยินที่กำลังจะะเิออกมา
"ไม่... ทั้งสองคน... ข้า... ข้า้า..." ฉินหลิวซีพูดอย่างไม่เป็ภาษา นางพยายามจะซบหน้าลงกับแผงอกของจ้าวอี้ิ แต่ร่างกายของนางกลับบิดเร้าไปตามแรงดึงของฟารุค
ในจังหวะที่ฟารุคดึงตัวนางอย่างแรง ชุดนักพรตที่หลวมอยู่แล้วของฉินหลิวซีก็ถูกฉีกขาดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวขาวผ่องบริเวณไหล่และเนินอกที่แดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้น ฟารุคเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน รอยยิ้มของเขาขยายกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว เขาใช้โอกาสนี้ััผิวเนื้อที่เปลือยเปล่าของนางอย่างจงใจ
"แม่นางฉินช่างงดงามเหลือเกินในยามนี้" ฟารุคกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน "พลังหยินของเ้ากำลังร้องขอการปลดปล่อย และข้า... ข้าสามารถมอบสิ่งที่เ้า้าได้"
คำพูดของฟารุคเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของจ้าวอี้ิ ความโกรธและความหึงหวงพุ่งสูงถึงขีดสุด เขารู้ว่าเขาต้องพานางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ฟารุคจะทำอะไรที่เกินเลยไปมากกว่านี้
"ไปให้พ้น!" จ้าวอี้ิ คำราม พลังปราณหยางที่ถูกกระตุ้นด้วยความโกรธและความหึงหวงได้ะเิออกมาอย่างรุนแรง พลังนั้นผลักฟารุคให้ถอยหลังไปหลายก้าว ฟารุคยิ้มรับพลังนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ก็ยอมปล่อยร่างของฉินหลิวซี
จ้าวอี้ิ ใช้จังหวะนั้นอุ้มฉินหลิวซีขึ้นแนบอกอีกครั้ง และใช้ความเร็วสูงสุดที่มีพุ่งทะยานไปยังโรงเตี๊ยมโดยไม่หันกลับไปมอง
ฟารุคยืนมองแผ่นหลังของจ้าวอี้ิ ที่หายลับไปในฝูงชน รอยยิ้มเ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง "น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ" เขาลูบไล้ฝ่ามือที่เพิ่งััร่างของฉินหลิวซี "พลังหยางที่ถูกกระตุ้นด้วยความหึงหวง... ช่างเป็ส่วนผสมที่ลงตัวเสียจริง" เขาหันหลังกลับและเดินจากไปอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมา
ความร้อนในร่างกายของฉินหลิวซีทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นางซบใบหน้าลงกับแผงอกของจ้าวอี้ิ และสูดดมกลิ่นอายของบุรุษเพศที่คุ้นเคยอย่างหิวกระหาย ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความทรมานจากความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุมได้
"จื่อเหิง... ข้าร้อน... ร้อนเหลือเกิน..." เสียงของนางแหบพร่าและเต็มไปด้วยความ้า
จ้าวอี้ิ รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง เขารู้ว่านางถูกวางยาปลุกกำหนัดที่รุนแรง และเขาก็รู้สึกถึงพลังหยินที่พลุ่งพล่านออกมาจากร่างของนาง พลังนั้นรุนแรงจนแทบจะทำให้พลังปราณหยางในตัวเขาปั่นป่วนตามไปด้วย
เมื่อมาถึงห้องพักในโรงเตี๊ยม จ้าวอี้ิ วางฉินหลิวซีลงบนเตียงอย่างเบามือ แต่ทันทีที่ร่างของนางัักับความนุ่มของผ้าปูที่นอน นางก็เริ่มบิดกายอย่างเร่าร้อน มือของนางตะเกียกตะกายปลดเปลื้องชุดนักพรตที่รัดรึงออกอย่างรวดเร็ว
"ไม่... หลิวซี... เ้าต้องควบคุมตัวเอง" จ้าวอี้ิ พยายามจับมือนางไว้ แต่ััจากมือของเขากลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาของนางให้รุนแรงขึ้น
"ควบคุมไม่ได้... จื่อเหิง... ข้า้า... ข้า้าพลังหยาง..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทรมาน ดวงตาของนางมองเขาอย่างวิงวอน ร่างกายที่เปลือยเปล่าของนางภายใต้ชุดนักพรตที่หลุดลุ่ยนั้นช่างเย้ายวนจนแทบจะทำให้สติของจ้าวอี้ิ ขาดผึง
จ้าวอี้ิ กัดฟันแน่น เขารู้ว่าเขาต้องช่วยนาง แต่เขาก็รู้ว่าการช่วยนางในสถานการณ์เช่นนี้หมายถึงอะไร เขาเป็บุรุษที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกกดทับ และนางคือหญิงสาวที่บริสุทธิ์ (แม้จะผ่านการถูกหลอกลวงมาแล้วหลายครั้ง) ที่กำลังถูกยาปลุกกำหนัดที่รุนแรงครอบงำ
"ข้าจะช่วยเ้า... หลิวซี... ข้าจะช่วยเ้า..." จ้าวอี้ิ พึมพำกับตัวเอง เขายื่นมือออกไปััหน้าผากที่ร้อนผ่าวของนาง พลังปราณหยางของเขาเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างของนางอย่างช้า ๆ เพื่อพยายามระงับความร้อนรุ่ม
แต่พลังหยินที่พลุ่งพล่านในตัวฉินหลิวซีนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พลังปราณหยางอันอ่อนแอของเขาจะต้านทานได้ นางคว้าคอเสื้อของเขาและดึงเขาลงมาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของนางประทับลงบนริมฝีปากของเขาอย่างหิวกระหาย การจูบของนางเต็มไปด้วยความร้อนแรงและความ้าที่ไม่อาจควบคุมได้
จ้าวอี้ิ รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต พลังหยินที่รุนแรงของนางไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านการจูบ ทำให้เขาแทบจะหมดสติ เขารู้ว่าเขาไม่สามารถต้านทานนางได้อีกต่อไปแล้ว
"หลิวซี... ข้าขอโทษ..." เขาพึมพำเป็คำสุดท้าย ก่อนที่สติของเขาจะถูกกลืนกินด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรงจาก มธุรสศักดิ์สิทธิ์ และ กายหยิน์ ของนาง