“ค คือขอโทษนะคะ แต่ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะที่บอกว่าฉันพูดอะไรเกี่ยวกับเืน่ะค่ะคือ … จำไม่ได้จริงๆ” ลลิตาเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ผมออกไปเปิดประตูให้จำได้มั้ยครับ?” คิมซองมินเอ่ยพลางจ้องหน้าลลิตา
“ค่ะ” ลลิตาเอ่ยพลางพยักหน้าหงึกๆไปมา
“นั่นแหละ หลังจากคุณเห็นผมคุณก็ะโว่าเืไงครับ!?!?!” คิมซองมินเอ่ยต่อ
“ฮะ!?!? ไม่น่าใช่แบบนั้นนะคะ” ลลิตาเอ่ยออกมาอย่างมึนงงพลางคิด‘เหตุการณ์มันไม่น่าใช่แบบนั้นสิ เราไม่ได้พูดว่าเืนี่นา!?!?!’
“ถ้างั้นมันเป็ยังไงเหรอครับ?” เฉินไท่หยางเอ่ยถามอย่างสงสัย ‘ทำไมสองคนนี้เล่าเหตุการณ์ที่เหมือนจะตรงกันแต่ไม่ตรงกันล่ะ!?!!?’
“ฉันว่าฉันะโวะว่า … ผีน่ะค่ะ แฮะๆ” ลลิตาเอ่ยตอบอย่างเสียงอ่อนและแ่เบาพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนความเข้าใจผิดของตนเอง
“นั่นไง!?!? คุณบอกว่าเืนี่?!?! แล้วมันไม่ใช่ตรงไหน?” คิมซองมินเอ่ยต่อ
“ฉันพูดว่าผีนะคะ ไม่เือะ”ลลิตาเอ่ยต่อ พลางสงสัยว่า ‘มันคนละคำกันนี่ ทำไมถึงเข้าใจแบบนั้นล่ะ?!!?!’
“ฉันพูดว่าผีนะ เอ๊ะ?!?!” ลลิตาเอ่ยอธิบายต่อและเริ่มนึกขึ้นมาได้ว่า‘ยัยลิลลี่เอ้ยยย แกพูดภาษาไทยนี่!?!!?’
ทุกคนที่กำลังฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นต่างก็มึนงงและสงสัยกับทั้งสองคนนี้
“ค คือว่า คำที่ฉันพูดมันไม่ใช่ภาษาเกาหลีน่ะค่ะฉันพูดภาษาไทยออกมา” ลลิตาอธิบายต่ออย่างหน้าเสียพลางกังวลในใจ ‘ยัยบื้อเอ้ยยย เขาจะไม่จับเธอมาหักคอใช่มั้ยเนี่ยถ้าอธิบายออกไป’
“ฮะ?!?! / ฮะ!?!!?” ทุกคนเอ่ยประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันขึ้นมาเมื่อได้ยินคำอธิบายของหญิงสาวร่างบางตัวเล็ก
“แล้วมันแปลว่าอะไรครับ? ถ้าคุณไม่ได้พูดถึงเืน่ะ” เฉินไท่หยางเอ่ยขึ้นมา
“ค คือ … ฉันไม่แปลไม่มั้ยคะ?”ลลิตาเอ่ยต่ออย่างแ่เบา
“ทำไมเหรอครับ? มันคือคำไม่ดีเหรอ? หรือคุณด่าซองมินอะ”เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างจับผิด
“ไม่ใช่ๆๆ ค่ะ” ลลิตาเอ่ยพลางส่ายหน้าและโบกไม้โบกมือไปมาอย่างปฏิเสธ
“งั้นก็แปลมาเถอะครับ”คิมซองมินเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ
“ถะ ถ้าแปลแล้วคุณจะไม่โกรธฉันใช่มั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ยพลางสบตาชายหนุ่มชุดขาวคนนั้นอย่างรู้สึกผิดที่คิดว่าเขาเป็ผี
“ตอนนี้ผมจะโกรธมากกว่าถ้าคุณไม่แปลซะที”คิมซองมินเอ่ยต่อ น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเช่นเดิม พร้อมสบตาหญิงสาวร่างบางอย่างกดดันเพราะอยากรู้คำแปล
“ก่อนเป็ลมไปฉันพูดว่า“ผี” น่ะค่ะ” ลลิตาเอ่ยพูดเป็ภาษาเกาหลีออกมา
“นี่เธอ!!!!!” คิมซองมินเอ่ยขึ้นมาอย่างคาดโทษพลางกำมือแน่นเหมือนอยากจะทุบอะไรบางอย่าง
คิมซองมินที่ได้ยินคำแปลจากหญิงสาวร่างบางก็ทำหน้านิ่งขรึมขึ้นมาทันควัน‘นี่ยัยตัวจิ๋วคิดว่ากูเป็ผีเหรอวะเนี่ย!?!?ไปเหมือนผีได้ไงวะ!?!?’ ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวของคิมซองมิน
“ฮ่าๆๆๆๆๆ / ฮ่าๆๆๆๆ”ทุกคนต่างพากันหัวเราะรวนกันออกมาอย่างดังลั่นเมื่อเริ่มเข้าใจเหตุการณ์
“ขอโทษค่ะ” ลลิตาเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดพลางก้มหัวต่ำขอโทษคิมซองมินอย่างจริงใจ
“เอาล่ะๆ มันเป็เื่เข้าใจผิดกัน”อีฮยอนจินเอ่ยขึ้นมาอย่างกลั้นขำพลางตบไหล่คิมซองมินเบาๆ
“แล้วทำไมลิลลี่ถึงคิดว่าคุณซองมินเป็ผีล่ะจ้ะ”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยถามขึ้น
“คือตอนที่ลิลลี่ออกไปหยิบกระเป๋าที่ลืมไว้บนรถน่ะค่ะลิลลี่ไปโทรคุยกับพี่จุนยองที่สวนหย่อมแล้วเห็นคุณคนนี้เขายืนอยู่ที่ริมระเบียงค่ะพอลิลลี่หันกลับไปอีกทีเขาก็หายไปแล้ว มะ เหมือนไม่ใช่คน … แถมเขายังใส่ชุดสีขาวอีกค่ะ”ลลิตาเอ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ตอนที่นายเดินเข้ามาถามเื่แขกรับเชิญแน่เลยซองมิน”อาเธอร์เอ่ยเสียงเรียบ
“คงงั้น” คิมซองมินเอ่ยด้วยใบหน้านิ่งขรึมพร้อมน้ำเสียงที่เยือกเย็นขึ้น
“ขอโทษนะคะ” ลลิตาเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดอีกครั้ง
“แล้วทำไมถึงเห็นว่าใส่ชุดขาวแล้วยิ่งคิดว่าเป็ผีล่ะครับ?” พัคจุนโฮเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ค คือ … ที่ประเทศไทยมีความเชื่อว่าพวกผีมักใส่ชุดสีขาวกันน่ะค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบพลางแอบมองไปที่ชายหนุ่มชุดขาวคนนั้น
“ฮ่าๆๆๆ อย่างฮาเลยไงล่ะครับพ่อเทพบุตร ฮ่าๆๆ กลายเป็ผีไปแล้วนะนายอะ” เฉินไท่หยางเอ่ยพร้อมขำพรืดอย่างถูกใจพร้อมตบบ่าคิมซองมินอย่างยียวน
พลั่ก!!
คิมซองมินผลักเฉินไท่หยางด้วยความหมั่นไส้
“อย่าพาลดิๆ ฮ่าๆๆ”เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างกวนประสาท หลังจากที่ตัวเองโดนคิมซองมินผลัก
“แล้วใครช่วยลิลลี่ไว้เหรอคะพี่?” ลลิตาหันไปเอ่ยถามทางทีมงานผู้หญิงทีมหลัก
“กะ ก็” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักยังไม่ทันเอ่ยตอบจบก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
“ผีชุดขาวของเธอไงสาวน้อย”เฉินไท่หยางเอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมกลั้นขำและสะใจที่ได้กวนประสาทเพื่อนของตนเอง
“นายเงียบสักทีเถอะไท่หยาง”คิมซองมินเอ่ยกลับอย่างหงุดหงิดที่เพื่อนคนนี้ยังไม่เลิกแซวสักที
ลลิตาที่ได้ยินว่าชายหนุ่มชุดขาวคนที่เธอคิดว่าเขาเป็ผีเป็คนที่ช่วยเหลือตัวเธอในครั้งนี้ก็ยิ่งรู้สึกผิดแถมยังทำให้เขาโดนเพื่อนแซวอีก
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้”ลลิตาหันไปเอ่ยขอบคุณพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อยพลางสบตาเขา
“อืม แต่พี่ฮยอนจินก็ช่วยเธอเหมือนกัน”คิมซองมินเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“พี่ฮยอนจิน? ค คือ … คนไหนเหรอคะ?” ลลิตาเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกักเพราะความไม่รู้
คิมซองมินไม่ได้เอ่ยคำใดตอบแต่ผายมือไปที่อีฮยอนจินเพื่อตอบคำถามแก่หญิงสาวร่างบางตรงหน้า
“ขอบคุณนะคะคุณฮยอนจิน”ลลิตาเอ่ยขอบคุณพร้อมก้มหัวเล็กน้อยเป็การขอบคุณ
“ไม่เป็ไรครับ” อีฮยอนจินเอ่ยตอบ
“ปะ เราไปเตรียมทำงานกันต่อดีกว่าครับเธอไม่น่าจะเป็อะไรแล้ว” ยุนยูจุนเอ่ยบอกทุกคน