Ep 01 : โชคชะตาที่เปลี่ยนไป
“ยินดีกับผู้เล่นเซียร์ที่ปราบจอมมารแห่งัได้สำเร็จด้วยนะคะ”
เสียงนั้นเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับห้องสีขาวที่ว่างเปล่า
ผมกะพริบตาขึ้นมาปรับโฟกัส ก่อนจะจ้องมองไปตามเสียงนั้น สิ่งที่เข้ามาในสายตาของก็คือ ภาพของบุคคลที่คล้ายคลึงกับเทพธิดาออโรร่าในรูปปั้นที่ผมเคยเห็นก็ไม่ปาน
ผมสีเหลืองทองดูทรงอำนาจ ดวงตาสีเหลืองดูอบอุ่นและห่วงใยราวกับเป็บุตรของตัวเอง มือทั้งสองข้างผายออก คล้ายกับแสดงความโอบอ้อมอารี ดูราวกับแม่พระหรือเทพธิดาบนสรวง์
ไม่สิ... ก็เป็เทพธิดาอยู่แล้วนี่หน่า
เธอจ้องมองมายังผมที่เป็คนสังหารจอมมารแห่งัลงได้ กว่าจะปราบมันได้ ผมก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งหลายรอบเหมือนกัน ไม่อยากนึกเลยว่าเ้ากิ้งก่าั์ติดปีกมันจะน่ากลัวขนาดนี้
“เอ่อ... แล้วไม่ทราบว่า เทพธิดาอย่างท่านมาหาผมเพราะมีเื่อะไรอย่างนั่นหรือครับ”
ผมเอ่ยถามอีกฝ่าย ตามที่ในอีเว้นท์ในเกมที่จากผู้ดูแลระบบนั้นได้กำหนดเงื่อนไขหรือบอกกล่าวไว้ว่า เมื่อปราบจอมมารแห่งัที่เป็จอมมารระดับลาสบอสลง จะได้รับอะไรบางอย่างจากผู้สร้างเกม
ซึ่งบุคคลที่ให้ก็เป็ตัวตน AI อย่างเทพธิดาออโรร่าที่เสมือนเปรียบเป็ผู้สร้างโลกแห่งนี้นั้นเอง
และผมก็เป็คนที่ปราบเ้าจอมมารแห่งันั้นลงได้
“ดิฉันก็มามอบความปรารถนาให้กับท่านยังไงล่ะคะ”
เทพธิดาพลางเหยียดยิ้มออกมา ชวนดูหลงใหลจนไม่อาจละสายตาไปได้
ผมครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่เล็กน้อย เื่อำนาจผมก็ไม่เป็ที่้า เื่เงินผมก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไร ส่วนเื่พละกำลังผมก็เฉยๆ เพราะว่าค่าสถานะทุกอย่างของผมมันระดับ S หมดแล้ว ยกเว้น โชค เท่านั้นที่อยู่ในระดับ A+
ถ้าหากว่าเทพธิดาออโรร่าที่อยู่เบื้องหน้าของผม สามารทำให้ปรารถนาของผมเป็จริงได้ผมคงรับไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมไม่ได้มีความ้าอะไร อีกทั้งเมื่อผมกำจัดจอมมารแห่งัลงได้สำเร็จแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ผมควรจะเลิกเล่นเกมนี้ได้แล้ว
เนื่องจากว่าผมได้เคลียร์เควสเนื้อเื่ในเกมสำเร็จลงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นก็ไม่มีความหมายที่ผมจะต้องกลับมาเล่นมันอีกครั้ง หรืออาจจะมาเล่นบางครั้งบางคราว แก้เบื่อเท่านั้น
ทว่าผมกลับเอ่ยพูดกับอีกฝ่าย มันเป็ความหวังลึกๆ ของผมที่ผม้า
“ท่านสามารถชุบชีวิต ลอร่า ผู้ติดตามของผมได้หรือไม่”
ผมเอ่ยแบบนั้นออกไป มันเป็ความ้าส่วนลึกในจิตใจของผม ผมที่พาเธอมาพบกับความลำบากและได้เสียชีวิตลงนั้น เป็สิ่งที่บีบรัดหัวใจของผมเป็อย่างมาก
อย่างน้อยก็ขอให้เธอได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าหลังจากฟื้นคืนชีพขึ้นมา
เพื่อเป็การไถ่ความผิดบาปของผม ที่เธอต้องตาย แม้สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่า เป็แค่ npc มันไม่มีชีวิตจิตใจจริงๆ ไม่จำเป็ต้องทำดีด้วย หรือใส่ใจให้มากความ
แต่สำหรับผมแล้ว เธอคือคู่หูคนสำคัญของผม ที่ไม่อาจแทนที่ได้ ถ้าผมไม่มีเธอคอยระวังหลังให้ผมแล้ว ผมก็คงไม่มาถึงจุดนี้ได้อย่างแน่นอน
ต้องขอบคุณเธอ ที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นมาได้ขนาดนี้ และขอบคุณที่ยังคอยอยู่เคียงข้างผมมาตลอด และการชุบชีวิตเธอ คือการตอบแทนของผมที่เธอคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด
เพราะหลังจากนี้ผมก็คงไม่ได้เข้ามาเล่นเกมนี้อีกนานละมั่ง...
“นั่นเป็เื่ที่ง่ายดายมากค่ะ”
น้ำเสียงของเทพธิดาออโรร่าเอ่ยสบายๆ
เธอหลับตาลง พลางพูดพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะเปิดตาขึ้นมา และคลี่ยิ้มนุ่มนวลให้กับผมเล็กน้อย
“คำขอของท่านได้รับการตอบรับแล้วค่ะ”
เธอพูด ผมพยักหน้ารับลง
เท่านี้ผมก็เบาใจไปได้แล้ว เหมือนกับยกหินออกจากอก รู้สึกสดชื่นและคลายความกังวลไปได้
ในตอนนี้ผมก็ไม่มีความกังวลอะไรใดๆ แล้ว ฉะนั้นคงได้บอกลาเกมนี้ที่ทำให้ผมสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว
“ท่านเชื่อเื่โชคชะตาหรือไม่คะ”
เสียงของเทพธิดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงดูต่างไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งนับว่าแปลกที่ร่างของเธอยังไม่เลือนหายไป ทั้งที่เมื่อทำตามความปรารถนาของผู้คนที่ขอ แล้วควรหายไปทันที แต่เธอยังไม่หายไป
แถมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นนั้นรู้สึกได้ถึงแตกต่างไปจากเดิม
“ผมไม่เชื่อเื่พวกนั้น เพราะถ้าหากเื่เ่าั้เป็จริง ชีวิตในโลกนี้คงดีขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย”
ผมตอบเธอกลับไป
ตามที่ผมพูด ผมไม่เชื่อในเื่ของโชคชะตา รวมไปถึงพระเ้าด้วยเช่นกัน ถ้าหากเชื่อแล้ว พระเ้าก็ควรที่จะมอบความ้าให้พวกเขาบ้างสิ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้เป็ไปตามยถากรรม
คนจนก็ยังจนอยู่วันเย็นค่ำ คนที่ลำบากอดอาหารอ้อนวอนอำนาจที่มองไม่เห็น ศรัทธาอย่างแรงกล้าด้วยความเชื่อที่ว่าพระเ้าจะช่วยเหลือตน
มันดูทุเรศ แถมยังเป็ความหวังอันลมๆ แล้งๆ ถ้าเชื่อแล้วเป็จริง อาชญากรรมหรือคดีอันทารุณกรรมก็ไม่ควรที่เกิดขึ้น
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ จิตใจของคนที่โสมม เพราะความ้าที่เกิดจากกิเลสที่อยู่ภายใต้จิตใจสำนึก เพราะว่าไม่มีจึงอยากมี เพราะว่าไม่ได้รับ จึงต้องขโมย
ทั้งที่ศรัทธาต่อความเชื่อเ่าั้ แต่ถูกกลับปฎิเสธ มองว่าเป็สิ่งไร้ค่า
เพราะแบบนั้นจึงเกิดความวุ่นวายและเหตุการณ์คดีต่างๆ ขึ้นมา
นั่นแหละ... เราจึงควรมองสิ่งที่เห็น และตระหนักถึงความเป็จริงที่อยู่ตรงหน้า
“อย่างนั้นหรอคะ ความคิดของท่านที่ไม่เชื่อในเื่ของโชคชะตาแล้วนั้น เป็สิ่งที่ไม่น่าแปลกอะไรค่ะ”
เทพธิดาเอ่ยขึ้นมาราวกับเข้าใจทุกสิ่งอย่าง ไม่สิราวกับว่าเธอมองทะลุและรับรู้ถึงทุกอย่าง
ผมเริ่มรู้สึกหวาดระแวงอีกฝ่าย เทพธิดาที่แสดงอาการผิดปกติหรือแตกต่างไปจากเดิมตามที่ระบบกำหนด เทพธิดาไม่ควรจะพูดโต้ตอบกับมนุษย์อย่างจริงๆ จังๆ แบบนี้
แต่ทว่าเธอกลับเมินข้อห้ามเ่าั้
อาจจะเป็บัคของเกมก็เป็ได้... ผมคิดเช่นนั้น
“ถ้าอย่างนั้นแล้ว ข้าจะมอบเกมที่สนุกยิ่งมากกว่านี้ให้ และเพื่อสั่งสอนที่ท่านไม่เชื่อในเื่ของโชคชะตา”
พริบตานั้นผมััได้ถึงพลังอันน่าหวาดหวั่นออกมาจากตัวตนของเทพธิดา ผมตั้งท่าเตรียมตัวทันที จ้องมองร่างของอีกฝ่ายที่เรียกลูกบอลอะไรบางอย่างออกมา
และลูกบอลนั้นก็พุ่งมาทิศทางที่ผมอยู่ด้วยความรวดเร็วที่ผมไม่อาจััได้
เมื่อร่างของผมัักับลูกบอลเ่าั้ สีหน้าของผมก็แสดงออกด้วยความเครียดทันที
[ท่านได้รับกิฟท์ [การลงทัณฑ์ของเทพธิดา] ]
[เนื่องจากความสามารถของกิฟท์ [การลงทัณฑ์ของเทพธิดา] ทำให้ทักษะและสกิลทั้งหมดที่อยู่ต่ำระดับกว่า IX ถูกทำลายค่ะ ]
พลันร่างของผมค่อยๆ หายสลายเป็แสงไปอย่างช้าๆ บ่งบอกว่าการโจมตีนี้สร้างดาเมจไม่สนใจการป้องกันและทะลุทุกอย่าง แถมยังทำลายทักษะและสกิลของผมไปจดหมด ยกเว้นสกิลระดับ X ที่เทพธิดาไม่สามารถทำลายมันได้
“ชิ... ยัยเทพธิดาบ้าคลั่ง”
เสียงของผมเอ่ยะโอย่างโกรธเกรี้ยวและรุนแรง ในตอนนี้ตัวผมกำลังจะหายไป จ้องมองใบหน้าที่แสยะยิ้มอย่างมีเลศนัยของอีกฝ่าย
“พึ่งรู้หรอคะว่า นั่นเป็ฉายาที่เหล่าจอมมารลงทุนตั้งให้กับฉันเองเลยนะคะ”
เทพธิดาออโรร่ากำลังเราะ ใบหน้าเหยียดยิ้มแสยะ ซึ่งดูไม่สมควรประดับอยู่บนใบหน้าที่สวยสดงดงามนั้นเลย
ผมโกรธอีกฝ่ายอย่างรุนแรง มองเธอด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนที่ร่างของผมจะสลายหายไปจนหมด ไม่หลงเหลือเศษซากอะไรทิ้งเอาไว้
เทพธิดาออโรร่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นร่างของผมอยู่ เธอหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา ก่อนจะสลายร่างหายไป
หลงเหลือไว้เพียงแต่ห้องสีขาว เปล่าๆ เอาไว้เพียงเท่านั้น
สิ่งที่ผมััได้คือความมืดมิด
และอะไร [บางอย่าง] ที่หยดลงมากระทบกับบนใบหน้าของผม
ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบกับเพดานถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย ที่จุดนั้นมันมีหยุดน้ำรวมเป็กระจุกและหยดลงมายังใบหน้าของผม คล้ายกับเป็การปลุกผมให้ตื่นจากนิทรา
เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่ามันเป็ถ้ำที่มีขนาดใหญ่
ผมนึกสิ่งที่ตัวเองพอจะนึกออก ทว่าก็นึกอะไรไม่ออก ราวกับว่าทุกอย่างนั้นหายไป หลงเหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าอยู่เพียงเท่านั้น
สิ่งที่พอจะจำได้ก็คือชื่อของผม ที่ชื่อว่า เซียร์ เพียงแค่นั้น
ตึก ตึก ตึก...
ทว่าเสียงต่อมาก็ทำให้ผมหันไปตามเสียง ก็พบกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ผมสีดำยาวทมิฬดูน่าเกรงขาม รวมไปถึง ดวงตาสีอำพัน จ้องมองร่างของผมราวกับจ้องมองทะลุปรุโปรง
“อืม... เกิดแล้วสินะ ยินดีด้วย กำลังรออยู่เลย”
หญิงสาวเอ่ยกับผมเพียงแค่นั้น
ผมรู้สึกสับสนปลงแปลกใจ พยายามนึกสิ่งต่างๆ ก็ไม่ออก ทุกๆ อย่างมันตื้อไปหมด
“ที่นี่ที่ไหน ผมคือใคร แล้วคุณเป็ใคร”
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสับสนของตัวเองที่นึกจนหัวแทบจะะเิออกมา นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เธอเหยียดยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมา
“ฉันคือ จอมมารแห่ง [ดารา] นามว่า สตาร์ไลท์ เรียกสตาร์ก็ได้ ตามสบาย”
เธอเอยบอกชื่อของตัวเองออกมาให้ผมฟัง เห๊ะ...
จอมมาร...
ราวกับว่าผมเริ่มนึกอะไรบางอย่างออกมา
ในโลกนี้มีจอมมารผู้ที่สร้างดันเจี้ยนอยู่ ซึ่งก็มีฝ่ายมนุษย์ที่เป็นักผจญภัยในการบุกทลายดันเจี้ยน
ผมเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมเกราะอัศวินสีดำทมิฬมีลวดลายสีทอง
ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเคยเห็นหรือเคยเจอหรือรู้สึกที่ไหนมาก่อน
พยายามนึกต่อไปก็รู้ว่า ชายคนนั้นถูกเทพธิดาออโรร่าฆ่าตาย
นั่นมัน...
ผมนี่หน่า!!!
ผมที่ค่อยๆ เริ่มฟื้นความทรงจำส่วนหนึ่งขึ้นมาได้ก็ เบิกตากว้างขึ้นอย่างใ
ที่ข้างๆ มีแอ่งน้ำอยู่ ผมเลื่นหน้าไปมองใบหน้าที่สะท้อนกับผิวของน้ำนั้น ก็ใจนตัวนิ่งค้างไปเล็กน้อย
ดวงตาสีแดงฉานราวกับเื เขาทั้งสองข้างที่โค้งงอขึ้นบน แม้จะไม่ได้ดูใหญ่อะไรมาก บวกกับใบหน้าที่หล่อเหลาได้รูป รวมไปถึงเขี้ยวทั้งสองคู่ที่ดูแหลมคม แค่ดูก็รู้ว่า มันไม่ใช่ของที่มนุษย์ปกติพึงควรจะมี
ฉิบหายแล้ว…
ตัวผมในตอนนี้ได้กลายเป็จอมมารไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง