"กระจกนั้นโหดร้ายในแบบที่ดีมันแสดงทุกทางที่ไม่ได้เดิน แต่ก็ยืนยันว่าทางนี้คือทางที่เลือก"
ว่ากันว่ากระจกที่สะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน และใจที่รู้ว่าอยู่ถูกทางกระจกที่ดีนั้นสะท้อนสิ่งที่อยู่ต่อหน้ามัน แต่มีกระจกบางบานที่สะท้อนสิ่งที่ไม่มีอยู่สะท้อนทางที่ไม่ได้เดิน คำที่ไม่ได้พูด และการเลือกที่ไม่ได้เลือกบางคนมองกระจกแบบนั้นแล้วเสียใจ เพราะเห็นว่าอีกทางนั้นงดงามกว่า แต่บางคนมองแล้วพบว่าทางที่ตัวเองเดินมานั้น เป็สิ่งที่ดีที่สุดในทุกบานกระจก
ฉิวหยางเมืองที่ขายสิ่งที่คนอื่นทิ้ง........
สามวันหลังออกจากฉางิ
เส้นทางกลับตำหนักเมฆาหล่นพาคณะผ่านหุบเขาที่เปิดโล่งทางทิศตะวันตกลัดผ่านป่าสนที่กลิ่นของมันยังคงอยู่ในผมของหลายชั่วโมงหลังผ่านออกมาและในที่สุดก็มาถึงเมืองฉิวหยางในตอนบ่ายของวันที่สาม
เมืองฉิวหยางไม่ใหญ่ไม่มีชื่อเสียงในแบบของเมืองสำคัญแต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางที่รู้จักมันแวะทุกครั้งที่ผ่านมา
ตลาดของโบราณ
ตลาดที่เปิดเฉพาะทุกสิบวันสินค้าทุกชิ้นในตลาดนั้นคือสิ่งเก่า สิ่งที่ผ่านมือคนมาแล้วและผ่านเวลามาแล้วบางชิ้นสวยงาม บางชิ้นชำรุดบางชิ้นไม่รู้ว่าคืออะไรจนกว่าจะถามพ่อค้าที่รู้จักประวัติของมัน
และวันที่คณะเดินทางผ่านนั้นพอดีกับวันที่ตลาดเปิด
"ข้าแวะแค่ชั่วโมงเดียว" จางเว่ยพูดในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำอะไรและแค่้าบอกให้รู้
"ครึ่งชั่วยาม" อี้เหยียนพูดซ้ำเสียงเรียบในน้ำเสียงที่รู้ว่าจะใช้เวลามากกว่านั้น
"ครึ่งชั่วยามจริง ๆ" จางเว่ยยืนยัน
เทียนจวินมองอี้เหยียนด้วยสีหน้าที่บอกว่าทั้งคู่รู้ว่าจะเป็อย่างไร
"ข้าจะบอกเมื่อครบ" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ขอบคุณ" จางเว่ยพูดแล้วเดินเข้าตลาดด้วยก้าวที่เร็วขึ้นในแบบที่เขาเร็วขึ้นเมื่อเขาใกล้แหล่งหนังสือหรือคัมภีร์
ตลาดของโบราณฉิวหยาง.......
ตลาดนั้นเล็กกว่าที่คาดแต่หนาแน่นกว่าที่คาดแผงเรียงกันแน่น ไม่มีระเบียบแน่ชัดเพราะพ่อค้าแต่ละคนวางของในแบบที่ตัวเองชอบบางแผงวางของขึ้นจนสูงเกินหัว บางแผงวางบนผ้าราดพื้น บางแผงใช้กล่องไม้เป็ชั้นวาง
กลิ่นของตลาดนั้นเป็กลิ่นผสมที่ไม่มีชื่อกลิ่นไม้เก่า กลิ่นโลหะที่ขึ้นสนิม กลิ่นผ้าที่เก็บมานาน กลิ่นหมึกเก่าและบางอย่างที่ดีกว่าทั้งหมดนั้น กลิ่นของสิ่งที่มีประวัติ
จางเว่ยหายเข้าไปในแผงหนังสือและคัมภีร์แทบจะในทันทีที่ก้าวเข้ามาเซินเหมยและหลี่เซียนเดินด้วยกันไปทางแผงเครื่องแต่งกายเก่าซวินฮัวดูดาบและอาวุธโบราณในแบบที่เขาสนใจทุกอย่างที่ตีขึ้นจากโลหะลูกศิษย์สำนักสี่คนเดินรอบ ๆ อย่างระวัง
อี้เหยียนเดินช้าๆ ผ่านแผงต่าง ๆ ในแบบที่เขาเดินเมื่อสำรวจพื้นที่มองทุกอย่างในแบบที่บอกว่าไม่ได้มองหาอะไรเป็พิเศษ แต่ตาของเขารับรู้ทุกอย่างที่ผ่านมา
เมียวกิบินอยู่เหนือหัวในแบบที่เล็กและเงียบในฝูงคน
เทียนจวินเดินเคียงข้างอี้เหยียน
"เ้าหาอะไรอยู่?" เขาถาม
"ไม่ได้หาอะไร" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "แค่มองหาสิ่งที่เ้าหาอยู่"
เขาเดินต่อสักก้าวแล้วหยุดในแบบที่หยุดเมื่อได้ยินสิ่งที่น่าสนใจ
"สิ่งของในตลาดหาเ้า?"
"สิ่งที่มีพลังงานผิดปกติจะรู้สึกได้เมื่อข้าอยู่ใกล้" อี้เหยียนอธิบาย "ในตลาดของโบราณที่มีสิ่งของหลายร้อยชิ้นโอกาสที่จะมีบางอย่างที่้าความสนใจนั้นสูง"
"แปลว่าเ้ามาตลาดของโบราณเพื่อทำงาน ไม่ใช่มาเดินเล่นซื้อของ" เขาพูดเสียงเบามีอะไรที่อ่อนโยนและขี้เล่นในนั้น
"ข้าไม่ค่อยเดินเล่นซื้อของ" อี้เหยียนพูดตรง
"จริง" เทียนจวินพูด "แต่เ้าซื้อสมุนไพรที่ฉางิ"
"นั้นเป็การลงทุนเพื่องาน" อี้เหยียนแก้
มุมปากของเขาขยับขึ้น
แผงที่หกจากประตูทางเข้าทางฝั่งตะวันตก
เมียวกิที่บินอยู่เหนือหัวหยุดนิ่งกลางอากาศสักพักแล้วก็บินวนสามรอบเหนือแผงนั้น
อี้เหยียนหยุดเดิน
อี้เหยียนมองแผงนั้นแผงที่ขายสิ่งของหลายประเภทปะปนกัน เครื่องปั้นดินเผาเก่า ผ้าไหมม้วนเล็กพัดไม้แกะสลัก และในมุมด้านหลังของแผง วางซ้อนกันอยู่หลังสิ่งของอื่น ๆเห็นได้แค่ขอบของมัน
กระจกบานหนึ่ง
ไม่ใหญ่กรอบทองเหลืองเก่าที่มีรูปแบบที่อี้เหยียนอ่านออกว่าเป็งานช่างยุคเก่ามากผิวของกระจกนั้นสีเงินหม่นในแบบที่กระจกโบราณจะเป็
อี้เหยียนรู้สึกพลังงานของมันในระยะหกก้าว
ไม่ใช่พลังงานชั้นฝันไม่ใช่พลังงานสำนักเมฆาดำ ไม่ใช่พลังงานเวลาแบบที่จิ้งเหมียนเก๋อมี
มันเป็บางอย่างที่เก่ากว่าทั้งหมดนั้นเก่าในแบบที่ทำให้อี้เหยียนรู้สึกว่าตัวเขารู้จักมันมาก่อนแม้จะรู้ว่าไม่เคยพบในชาตินี้
"พบแล้ว" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
กระจกที่ไม่ควรมีในตลาดของโบราณ...........
แม่ค้าแผงนั้นเป็หญิงวัยห้าสิบกว่าตาคมชัดในแบบที่คนที่ซื้อและขายสิ่งของมาทั้งชีวิตจะมีเธอดูไม่แปลกใจที่อี้เหยียนเดินตรงไปที่กระจกที่ซ่อนอยู่หลังสิ่งของอื่น
"ท่านเห็นมันเอง" หญิงแม่ค้าพูดเสียงเงียบ
"เห็น" อี้เหยียนพูดตรง "บอกข้าเื่กระจกนั่น"
"ข้าได้มาสิบปีก่อน" หญิงนั้นพูด "พ่อค้าเก่าขายมาพร้อมของอีกหลายชิ้นบอกว่าได้จากคหบดีที่เสียชีวิตและทรัพย์สินถูกขายข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนกระทั่งลูกชายมองเข้าไปในมันเมื่อแปดปีก่อน"
"เกิดอะไรขึ้น?" เทียนจวินถาม
"เขาเห็นบางอย่างที่ทำให้เขาร้องไห้อยู่นาน" หญิงนั้นพูดเงียบ ๆ "บอกว่าเห็นตัวเองในชีวิตที่ต่างออกไปในแบบที่เขาไม่ได้เลือก และเขาเสียใจกับทั้งสองอย่างทั้งชีวิตที่เห็นในกระจกและชีวิตที่มีอยู่จริง ข้าเก็บมันไว้หลังสิ่งของอื่นั้แ่วันนั้นแต่ก็ไม่ทิ้งเพราะรู้สึกว่ามันรอบางคนอยู่"
อี้เหยียนดูหญิงแม่ค้าแวบหนึ่ง
"ราคา?"
"ถ้าท่านคือคนที่มันรอ มันไม่มีราคา" หญิงนั้นพูดเสียงเรียบในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขารู้ว่าบางสิ่งนั้นเกินราคาที่จะตีมูลค่า"เอาไปได้เลย"
อี้เหยียนหยิบกระจกนั้นขึ้นมาอย่างระวัง
หนักกว่าที่ควรกรอบทองเหลืองนั้นเย็นในแบบที่เย็นจากพลังงาน ไม่ใช่อุณหภูมิ ผิวกระจกในมือของเขาไม่ได้สะท้อนภาพของตัวเขาเอง
มันสะท้อนภาพที่เขาไม่รู้จัก
ภาพที่เปลี่ยนไปเสมอภาพของสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก ภาพของคนที่ไม่ใช่ตัวเขาในแบบที่ชัดเจนภาพของทางแยกหลายทางที่แต่ละทางนำไปสู่บางอย่างที่ต่างกัน
"กระจกเวลาทางเลือก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"คืออะไร?" จางเว่ยที่เดินมาเมื่อกี้ถาม
"กระจกที่ไม่สะท้อนอดีตหรืออนาคต แต่สะท้อนทางที่ไม่ได้เดิน" อี้เหยียนอธิบาย "ไม่ใช่ภาพที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่ภาพที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็ภาพของ 'อาจจะ' ในทุกจุดที่มีการตัดสินใจ"
"มันอันตราย?" เซินเหมยถามเสียงระวัง
"ขึ้นอยู่กับคนที่มอง" อี้เหยียนพูด "ถ้าคนที่มองนั้นไม่มั่นคงในสิ่งที่ตัวเองเลือกในความจริงกระจกนี้จะทำลายความมั่นคงนั้น ทำให้เสียใจกับทางที่ไม่ได้เดินมากกว่าที่ควร"
"แต่ถ้ามั่นคง?"
อี้เหยียนมองกระจกในมือสักพัก
"ถ้ามั่นคง มันแค่เป็กระจก" อี้เหยียนพูด "สวยงามและไม่มีอำนาจอะไร"
อี้เหยียนเดินออกมาจากแผงสถูปในมือซ้าย กระจกในมืออีกข้าง
"ต้องทำลายไหม?" หลี่เซียนถาม
"ยัง" อี้เหยียนพูด "มันไม่ได้อันตรายในตัวเองอันตรายอยู่ที่คนที่ใช้มัน และข้า้าศึกษามันก่อนกระจกที่มีพลังงานเก่าขนาดนี้อาจมีข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องเผชิญ"
สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ.....
คณะรวมตัวกันที่กลางตลาดก่อนออกไปจางเว่ยอุ้มคัมภีร์สองเล่มในแบบที่ยืนยันว่าจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง
อี้เหยียนวางกระจกลงในกล่องผ้าที่หยิบมาจากกระเป๋าเดินทางในขณะที่เขาล้วงกล่องออกมา เทียนจวินที่ยืนข้างๆ หันมาช่วยรับของที่อี้เหยียนสะพาย
ในพริบตานั้นมือของเขาััผิวกระจกที่วางอยู่บนพื้น
เพียงแวบเดียว
แต่พอให้เขาเห็น
เขาหยุดนิ่ง
อี้เหยียนสังเกตในทันทีอี้เหยียนหันมามอง เห็นเขายืนนิ่งมองออกไปในทิศที่ไม่มีอะไรดวงตาของเขาโฟกัสที่บางอย่างที่เขามองไม่เห็น
"เทียนจวิน" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
เขาไม่ตอบทันที
อี้เหยียนวางกล่องลงวางมือบนแขนของเขา
ในพริบตาที่อี้เหยียนััเขาตื่นจากสิ่งที่เห็น กะพริบตาหนึ่งครั้ง หันมามองอี้เหยียน
ดวงตาของเขาในแสงบ่ายของตลาดฉิวหยางนั้นมีบางอย่างที่อี้เหยียนอ่านออกไม่ใช่ความเ็ป ไม่ใช่ความกลัวแต่เป็บางอย่างที่ลึกและหนักกว่าการมองเห็นธรรมดา
"เ้าเป็ไรไหม?" อี้เหยียนถาม
"ไม่เป็ไร" เขาพูด เสียงนั้นสงบ แต่ยังมีบางอย่างค้างอยู่ในนั้น
"เ้าเห็นอะไร?" อี้เหยียนถามตรง
เขาเงียบสักพักมองอี้เหยียนในแสงบ่าย
"เห็นในแบบที่ทำให้รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่จริงนั้นดีกว่าทุกทางเลือกที่กระจกแสดง" เขาพูดเสียงเบา
อี้เหยียนมองเขาดวงตาสีทองอ่านทุกอย่างที่อ่านได้
"เ้าแน่ใจ?" อี้เหยียนถาม ไม่ใช่เพื่อทดสอบ แต่เพราะเขา้ารู้จริงๆ
"แน่ใจ" เขาพูดเสียงนิ่งและชัดเจน
จากนั้นเขายิ้มเบาๆ ในแบบที่อบอุ่น
"กระจกนั้นใจดี" เขาพูดเสียงเบา "มันแสดงทุกทางให้ข้าเห็นและในทุกทางนั้น ข้าก็ยังมองหาเ้าอยู่ดี"
อี้เหยียนนิ่งอยู่กับสิ่งที่เขาพูดในแบบที่ตัวเขานิ่งเมื่อรับสิ่งที่สำคัญ
แล้วก็หยิบกระจกใส่กล่องผ้าอย่างระวังปิดฝา
"ข้าจะศึกษามันในตำหนัก" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าจะไม่แตะมันอีก" เขาพูดเบา ๆมีอะไรที่ขี้เล่นในน้ำเสียงนั้น
"ดี" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ แต่มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เทียนจวินสังเกตเห็นเสมอ
ค่ำคืนก่อนถึงตำหนักสิ่งที่ถามในวันที่ใกล้บ้าน............
ค่ายพักคืนสุดท้ายก่อนถึงตำหนักเมฆาหล่นริมลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลออกมาจากเนินเขา
ไฟก่อขึ้นอาหารเย็นเสร็จทุกคนนั่งหรือนอนอยู่ในแบบที่คนที่เดินทางมาหลายวันพักหลังจากรู้ว่าพรุ่งนี้จะถึงบ้าน
อี้เหยียนนั่งอยู่ห่างจากกองไฟเล็กน้อยกล่องผ้าที่มีกระจกวางอยู่ข้างๆ สมุดบันทึกเปิดอยู่บนหัวเข่า แต่ปากกาไม่เคลื่อน
อี้เหยียนคิดถึงสิ่งที่เทียนจวินพูดในตลาด
"ในทุกทางนั้น ข้าก็ยังมองหาเ้าอยู่ดี"
เมียวกิบนไหล่ซ้ายร้องเสียงเบาๆ ในแบบที่มันร้องเมื่อมันสังเกตว่าอี้เหยียนคิดอยู่กับบางอย่างนานกว่าปกติ
"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเบา ๆ ให้มัน
เทียนจวินมาจากกองไฟนั่งลงข้างๆ พร้อมชาสองถ้วย วางชาถ้วยหนึ่งไว้ข้างอีฝ่าย ดื่มของตัวเองสักคำมองออกไปที่ลำธารในแสงดาว
ทั้งสองเงียบสักพัก
"เ้าคิดเื่กระจก?" เขาถามเสียงเบา
"คิดเื่สิ่งที่เ้าพูดเกี่ยวกับกระจก" อี้เหยียนแก้เสียงเงียบ
"อะไรที่คิดถึง?"
อี้เหยียนมองออกไปที่ลำธารที่เสียงไหลเบาๆ ในความมืด
"คิดว่าในทุกทางเลือกที่กระจกนั้นแสดง" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ไม่ว่าเ้าจะเดินทางไหนเ้ายังมองหาข้า"
"ใช่" เขาพูดเสียงเงียบ
"ข้า้าถามว่า" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ถ้ากระจกแสดงทางเลือกให้ข้ามองด้วยข้าคิดว่าข้าก็จะเห็นสิ่งเดียวกัน"
เสียงลำธารไหลเสียงกองไฟที่ไกลออกไปเล็กน้อย เสียงของคืนที่เงียบ
"นั้นเป็การบอกบางอย่าง" เขาพูดเสียงเบา ไม่รีบ ไม่กดดันแค่รับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างระวัง
"เป็การบอก" อี้เหยียนพูดยืนยัน เสียงเรียบในแบบที่ตัวเขาพูดเมื่อพูดความจริงโดยตรง
เขาวางถ้วยชาลงบนหินข้างๆช้า ๆ แล้วก็เอื้อมมือมาจับมือของอี้เหยียนที่วางอยู่บนหัวเข่า ในแบบที่เขาจับเสมอช้า ให้เ้ามีเวลา
อี้เหยียนพลิกมือกำมือของเขาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจ เพราะมันเป็สิ่งที่ร่างกายทำเมื่อมันรู้ว่า้า
ทั้งสองนั่งอยู่ริมลำธารในคืนที่ใกล้บ้านในแสงดาวที่ชัดเจนในพื้นที่ที่ห่างจากเมือง
เมียวกิบนไหล่ซ้ายหลับตาลงในแบบที่มันหลับเมื่อทุกอย่างเป็เหมือนที่ควรเป็
ระหว่างทางวันสุดท้ายคดีที่ไม่ได้ตั้งใจ......
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"กระจกที่สะท้อนทางที่ไม่เคยเดินและใจที่รู้ว่าอยู่ถูกทาง" เพราะทางเลือกที่ไม่ได้เลือกนั้นงดงามได้เสมอเมื่อมองจากระยะห่างที่ปลอดภัย แต่ความงามนั้นเป็ความงามของสิ่งที่ไม่เคยต้องพิสูจน์ตัวเองทางที่เดินอยู่จริงนั้น งดงามในแบบที่ต่างออกไปงดงามเพราะมีสิ่งที่ต้องเผชิญและยังอยู่ เพราะมีคนที่เลือกและยังเลือกอยู่เพราะมันเป็จริง
..สุสาส์นราคะ..