“กรี๊ด ๆ ๆ ๆ อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะ หนูเจ็บ แม่จ๋าพ่อจ๋า ช่วยหนูด้วย ฮือ ๆ ๆ”
เสียงกรีดร้องเพราะความเ็ป ดังอย่างต่อเนื่อง
แรงดิ้นที่มีอยู่น้อยนิดของเด็กน้อยที่ถูกล็อคอยู่บนเตียงพยาบาล ไม่ได้ทำให้เตียงขยับแม้แต่น้อย
เ้าหน้าที่ในห้องทดลอง เดินไปมาทำหน้าที่ของตนเองไม่มีใครสนใจ
เพราะทุกคนต่างรู้สึกชินชากับเสียงร้องไห้ราวจะขาดใจ ของคนที่เข้ามาในสถาบันทดลองมนุษย์แห่งนี้
พวกเขาเป็เ้าหน้าที่ พบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ประจำ จนตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ต่อให้เด็กคนนี้ ขัดขืน หรือร้องไห้จนตายก็ไม่มีประโยชน์อะไร
หากคนเป็พ่อเป็แม่ ได้ยินเสียงลูกร้องไห้อย่างเ็ป หัวใจของพ่อแม่คงจะแหลกสลาย
แต่ไม่ใช่สำหรับพ่อแม่ของณัชพร เด็กหญิงอายุสิบขวบ ที่ถูกพ่อแม่วางยาสลบ
แล้วเอาเธอมาทิ้งไว้ที่สถาบันวิจัยมนุษย์แห่งนี้แลกกับเงินหนึ่งหนึ่ง
ในตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งกินอยู่ในร้านอาหารสุดหรูอย่างสบายใจ
ที่ตนเองสามารถจัดการตัวปัญหา แล้วยังได้เงินก้อนใหญ่มาอีก
ทั้งสองกินอาหารอย่างมีความสุข วางแผนว่าจะใช้เงินที่ได้มาทำอะไรบ้าง
“พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยหนูด้วย ฮือ ๆ ๆ ๆ คุณน้าขา อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ หนูเจ็บมากเลย หนูกลัวแล้วค่ะ ฮือ ๆ”
เด็กหญิงตัวน้อยยกมือไหว้เ้าหน้าที่ ที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าของเธอ ณัชพรร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตา จนหมดสติไป
เด็กหญิงณัชพร รู้สึกตัวอีกที เธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียงพยาบาลอีก
ตอนนี้เธอนอนอยู่ในอีกห้องหนึ่ง ในห้องไม่มีอะไรมาก มีแค่เตียงนอนหมอนผ้าห่ม กับห้องน้ำในตัว
ในห้องน้ำมีแค่สบู่ ยาสีฟันแปรงสีฟัน แชมพูสระผม และผ้าเช็ดตัว
กับชุดสีขาวเป็แบบเสื้อกางเกงแยกกัน วางอยู่หนึ่งชุด
เด็กหญิงณัชพรไม่รู้เลยว่าขณะที่เธอรู้สึกตัว และกำลังมองโน่นมองนี่อยู่นั้น
อีกห้องหนึ่งสามารถมองเห็นทุกอิริยาบทของเธอ ผ่านกล้องวงจรปิดตลอดเวลาเช่นกัน
ณัชพรนอนมองเพดานห้อง น้ำตาไหลพราก เธอรู้มาตลอดว่าพ่อแม่ไม่รักเธอ พวกเขากลัวเธอ
และตอนนี้พวกเขาคงเอาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว
เธอเป็แค่เด็กสิบขวบ เธอ้าครอบครัวที่อบอุ่น ้าอ้อมกอดของพ่อและแม่ ที่สามารถรักและดูแลเธอได้
แต่ตอนนี้เธอกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก
สถานที่นี้ น่ากลัวมากสำหรับความรู้สึกของเด็กอย่างเธอ เธอถูกพาเข้าห้องทดลองทุกวัน
ต้องทนกับความเ็ป จากการถูกเอาตัวไปทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า
ผ่านไปครึ่งปีแล้วที่เธออยู่ที่นี่ หัวใจของณัชพรยังร่ำร้องหาครอบครัว
แต่ก็รู้ว่าในชีวิตนี้ เธอคงไม่มีโอกาสเจอหน้าพ่อกับแม่อีกแล้ว
เธอควรจะอยู่ให้ได้ใช่ไหม ความอดทนอดกลั้นของเธอกลายเป็ความเฉยชา
ตอนนี้จะพาเธอไปทดลองกี่ครั้งก็เอาสิ เดี๋ยวนี้เจ็บแค่ไหนเธอก็ไม่เคยร้องขอความเมตตาอีกแล้ว
เพราะรู้ว่าถึงจะร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้
>>>
“หมายเลข 115 มาที่ศูนย์ฝึกเดี๋ยวนี้” เสียงจากโฟนอินที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องพักของเธอดังขึ้น
ณัชพรลุกขึ้นเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุด แล้วออกไปที่ศูนย์ฝึก
หลายปีมานี้ หลังจากครั้งสุดท้ายที่เธอเข้าห้องทดลอง คือเธอได้รับการฉีดยากระตุ้น
เพื่อให้พลังในตัวเธอที่มันมีมากอยู่แล้ว สามารถเพิ่มขึ้นอีกพันเท่า
ซึ่งผลจากการได้รับยาในครั้งนั้น มันทำให้เธอเ็ปมากจนถึงขนาดทำให้หมดสติไป
เ้าหน้าที่ห้องทดลองพยายามปั๊มหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าหลายครั้ง
โดยต้องใช้กระแสไฟฟ้าที่สูงมากกว่าการกระตุ้นหัวใจของคนปกติ
จนทำให้เนื้อส่วนหน้าอกของเธอเป็รอยไหม้ จึงสามารถกระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงานเป็ปกติได้อีกครั้ง
แต่กว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ หลังจากฟื้นคนที่มีอำนาจสูงสุดในสถาบันแห่งนี้ ทดสอบจนรู้ว่ายาที่ให้ เปลี่ยนเธอได้จริง ๆ
โดยยาตัวนี้มันเปลี่ยนั้แ่ยีนและดีเอ็นเอ หรือแม้แต่เซลล์ทุกตัวในร่างกายก็ใหม่หมด
ตอนนี้ณัชพรคือคนมีพลังเหนือพลัง เป็หนึ่งเดียวในสถาบันแห่งนี้
>>>
ในสถาบันแห่งนี้คนที่ถูกนำมาทดลอง ทุกคนต่างก็มีความสามารถพิเศษ
ส่วนใหญ่ถูกครอบครัวของตนเองเอามาขาย เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่
บางคนที่้าเข้ามาอยู่เองก็มี เพราะอยู่ข้างนอกแล้วคนอื่นจะตื่นกลัว
และพอพวกเขาไม่ได้รับการยอมรับ ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนก็เริ่มทำร้ายคนอื่น ถูกตามฆ่า เลยต้องหนีมาอยู่ที่นี่
คนที่เข้ามาอยู่เองยินดีให้สถาบันใช้ตนเองเป็หนูทดลอง แลกกับการมีที่อยู่ที่กิน โดยไม่ต้องกังวลอะไร
เพียงแต่ขาดอิสรภาพ เพราะที่นี่ไม่ให้หนูทดลองออกไปไหน
ส่วนยาที่ฉีดให้เธอแล้วเพิ่มพลังได้ แต่พอนำไปใช้กับคนอื่น ๆ บางคนถึงกับต้องเสียชีวิต
บางคนสามารถเพิ่มพลังได้ แต่พลังไม่ได้พุ่งพล่านแบบเธอ
ณัชพรจึงได้รับการยอมรับจากหัวหน้าศูนย์ฝึก และเข้าห้องทดลองน้อยลง
เช้าถึงค่ำเธอจะอยู่ที่ศูนย์ฝึก ตอนค่ำก็เดินกลับมาพักที่ห้องเดิม
ตอนนี้ณัชพรอายุ 18 ปี เธออยู่ที่นี่มาแปดปีแล้ว แทบจำไม่ได้ว่าเธอเคยชื่ออะไรมาก่อน
เพราะชื่อใหม่ของเธอ คือ “หมายเลข 115”
>>>
ความสามารถของณัชพรในอดีตคือการที่เธอหยิบจับอะไร ทุกอย่างหักพัง
บางอย่างก็สลายไปต่อหน้าต่อตา พ่อกับแม่ถึงได้กลัวเธอ
แต่ที่นี่ฝึกให้เธอสามารถควบคุมพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเธอทำสำเร็จ
เมื่อคุมพลังได้แล้ว เื่การต่อสู้เธอก็ขึ้นอันดับหนึ่งของสถาบันเช่นกัน
การต่อสู้ที่ต้องควบคุมพลังไว้ในปริมาณที่พอดี ยากกว่าการควบคุมพลังอย่างเดียว
เพราะคู่ต่อสู้คือคนที่มาอยู่ในสถาบันเช่นเดียวกับเธอ
พวกนั้นมีพลังด้อยกว่า ดังนั้นพลังของเธอต้องคุมให้อยู่ ไม่อย่างนั้นเธออาจทำให้คนคนนั้นต้องตายได้
แต่ทุกครั้งณัชพรพยายามควบคุมพลังของตนเอง ให้ใกล้เคียงกับพลังของคู่ต่อสู้ที่สุด
และเธอไม่เคยพลาด เธอจึงได้รับการยกเว้นการฝึกบ่อยกว่าคนอื่น
แต่ณัชพรไม่ได้อยากมีเวลาพัก เพราะตอนได้หยุดก็ไม่รู้จะไปที่ไหน
แปดปีมานี้เธอรู้จักทุกซอกทุกมุมของสถาบัน หากเธอ้าออกไปจากที่นี่จริง ๆ ก็สามารถทำได้
แต่จะออกไปทำไม ในเมื่อข้างนอกนั่น เธอไม่เหลือใครให้ไปหาอีกแล้ว
>>>
ในปีนี้ทางสถาบันให้รางวัลไม่น้อย ที่ถูกใจรัชพรที่สุดคือโน๊ตบุ๊คราคาสูงสุด ในเครือข่ายที่เร็วที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน
ณัชพรสามารถท่องโลกภายนอก จากเ้าเครื่องนี้ได้ตลอดเวลา แต่เธอก็ยังชอบอยู่ที่ศูนย์ฝึกมากกว่าอยู่ดี
การได้ฝึกต่อสู้ทุกรูปแบบที่เธอมีคะแนนนำทุกคน ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจ
อาวุธทุกชนิด แม้แต่การใช้ยาพิษก็ทำได้คะแนนดี ซึ่งอีกไม่นานเธอน่าจะได้รับภารกิจให้ออกไปข้างนอก
แต่ความลับอีกเื่หนึ่งของณัชพร ที่ไม่เคยบอกใครเลย คือหลังจากที่เธอได้รับยากระตุ้นพลัง
ตอนพลังของเธอกำลังพุ่งขึ้นสูงสุด เธอมีช่องว่างเพิ่มขึ้นมา หรือเรียกว่ามิติที่เธอสามารถเข้าออกได้ เอาสิ่งของ เอาผู้คนเข้าไปได้
แต่เธอไม่เคยใช้เลย เพราะที่นี่มีกล้องอยู่แทบทุกจุด มีแค่ในห้องน้ำที่อย่างน้อยทางสถาบันก็ยังให้ความเป็ส่วนตัวกับทุกคนอยู่
“หมายเลย 115 รับภารกิจที่ห้องหมายเลข 7”
ณัชพรแทบอยากจะะโโลดเต้น เพราะนี่คือภารกิจแรกที่เธอได้รับมอบหมายให้ไปทำ
ครั้งแรกต้องทำงานกับทีม ยังไม่ใช่ภารกิจเดี่ยว ดังนั้นเธอจึงต้องฟังหัวหน้ากับลูกทีมอีกสามคน
รวมคนที่ทำภารกิจในครั้งนี้คือห้าคน ที่ทุกคนต่างมีฝีมือดีทั้งนั้น
ณัชพรอาจมีฝีมือดีที่สุด แต่ประสบการณ์ในการออกไปทำงานข้างนอกเธอยังไม่มี
ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ต้องมีการประชุมทีมอย่างเข้มข้น เพราะภารกิจต้องสำเร็จเท่านั้น
เมื่อถึงวันที่ต้องออกข้างนอกณัชพรรู้สึกหัวใจเต้นรัว ตื่นเต้นที่จะได้ออกไปข้างนอก
ตอนนี้ไม่รู้ว่าด้านนอกนั่น เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
>>>
จากที่มีการวางแผนอย่างละเอียด ทุกจุดไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
วันนี้เป็วันที่ผู้นำประเทศ X เดินทางมาประชุม เพื่อร่วมทุนระหว่างประเทศ
ระหว่างการขึ้นเวทีปราศรัยใน่ค่ำ ทีมจะต้องเก็บงานอย่างเรียบร้อย
ดังนั้นทุกคนในทีม จึงออกจากสถาบันมาั้แ่ตีสาม
หัวหน้าทีมมีหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกขั้นตอน ผ่านกล้องวงจรปิดที่เขาแฮกเข้าระบบของหน่วยรักษาความปลอดภัยของศูนย์ประชุมแห่งนี้ไว้หมดแล้ว
อีกอย่างคือคอยประสานงานและควบคุมการทำงานของลูกทีมทั้งสี่คน อยู่ในรถที่จอดอยู่ด้านนอก
คนแรกไปอีกตึกที่อยู่ใกล้ตึกที่มีการประชุมปราศรัย เพื่อหามุมและพิกัดในการซุ่มยิง
หน้าต่างทุกบานที่หันไปทางตึกนั้น ถูกเปลี่ยนเป็กระจกธรรมดาไม่ใช่กันะุ
ซึ่งเื่นี้หัวหน้าทีมจัดการเสร็จไปเมื่อสามวันก่อน
คนที่สองเข้าไปเป็บริกร เพื่อปะปนอยู่กับคนที่มาร่วมงาน หากคนแรกทำงานพลาด
คนที่สองต้องเข้าไปร่วมกับคนที่สามทันที
คนที่สามทำหน้าที่เป็บอดี้การ์ด เดินตามคอยดูแลผู้นำประเทศ X ั้แ่ออกจากที่พักจนถึงสถานที่ประชุม
ซึ่งตอนนี้เขาเดินทางไปรออยู่ที่จุดแล้ว
คนที่สี่คือณัชพร ั้แ่เช้ามาเธอเข้าสถานเสริมความงาม ทั้งตัวทั้งหน้าต้องเป๊ะ
ซึ่งเธอใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ที่นี่ แม้แต่มื้ออาหารยังกินที่นี่ ผมของเธอผ่านการทำสี ปล่อยยาวสยาย
ช่างของร้านแต่งหน้าออกมาได้สวยมาก เปลี่ยนเธอให้เป็อีกคน
ชุดสีดำแหวกถึงกลางหลัง รองเท้าส้นสูงห้านิ้วที่เธอต้องฝึกซ้อมเดิน
จนตอนนี้ทุกคนประจำจุดพร้อม ในสถานที่จัดประชุม มีทั้งนักข่าวจากในประเทศ ต่างประเทศ
มากหน้าหลายตาไม่รู้ใครเป็ใคร ต่างเตรียมตั้งกล้องรอเวลา
บริกรดูแลจัดโต๊ะ เดินดูความเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาผู้นำประเทศต่าง ๆ เริ่มเดินทางเข้ามาในงาน
และถึงเวลาที่ผู้นำประเทศ X ลงจากรถ โบกมือให้ผู้คนและนักข่าว
เพื่อจะเดินเข้ามาในบริเวณงาน มีคณะติดตามคอยอารักขาเป็พรวน
เมื่อเข้ามานั่ง ในที่ที่จัดไว้ให้ ขณะกำลังคุยกับผู้นำอีกประเทศหนึ่ง
ะุถูกยิงออกมาเป็จังหวะเดียวกับที่ผู้นำประเทศ X กำลังก้มหน้าพอดี ทำให้ะุพลาดเป้า
ทุกคนต่างกรีดร้องพากันวิ่งหนีอลหม่าน บอดี้การ์ดต่างวิ่งไปดูแลผู้นำของตนเอง เพื่อพาออกไปด้านนอก
บริกรหนึ่งในลูกทีม วิ่งไปเข้าร่วมกับบอดี้การ์ด เพื่อจัดการกับผู้นำประเทศ X
แต่คนคุ้มกันของประเทศ X ก็แกร่งมากเหมือนกัน
ต่อสู้กันอยู่สักพัก ไม่มีใครล้มใครได้ เหมือนความสามารถจะสูสีใกล้เคียงกัน
ทำให้คนคุ้มกันอีกคนมีโอกาสพาผู้นำประเทศ X ไปซ่อนตัวอยู่ภายในอาคาร
“หมายเลข 115 ตามไปจัดการ” สิ้นเสียงคำสั่งของหัวหน้าทีม
ณัชพรซึ่งซุ่มดูตลอดอยู่แล้วว่าผู้นำประเทศ X นั้น ไปแอบอยู่ตรงจุดไหน
เธอสลัดรองเท้าส้นสูงห้านิ้ว แล้วสวมรองเท้าผ้าใบที่เตรียมไว้ วิ่งไปยังฝั่งที่ผู้นำประเทศ X เข้าไปซ่อนตัว