เชนเม่ยอิง

    ตอนที่ 17 ก้าวแรก

     

            ระหว่างทางทุกคนต่างนั่งและยืนเบียดเสียดเยียดยัด ไม่มีใครยอมใคร กระทบกระทั่งกันไปตลอดทาง เป็๞เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเมืองที่ต้องเปลี่ยนรถ เมื่อถึงเวลาลงทุกคนก็แย่งกันลงอีก คนที่ขึ้นไปนั่งก่อนก็อยากลงก่อน พยายามดันคนที่ยืนอยู่ให้หลีกทางตัวเอง เสียงก่นด่ากันดังสนั่นรถ


            โชคดีที่เชนเม่ยอิงมีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ที่เธอต้องเอามันไว้บนไหล่ตลอดทาง เมื่อถึงเวลาลงก็ยกขึ้นเหนือศีรษะและจับให้แน่นไม่งั้นอาจหลุดลอยไปได้ ซึ่งก็เกิดขึ้นหลายครั้งอยู่เหมือนกันระหว่างเดินทางที่เหมือนมีคนพยายามจะดึงหรือแกะดูกระเป๋าของเธอ


            เมื่อลงรถได้เชนเม่ยอิงก็รีบมองหาป้ายเพื่อต่อรถ "เจอแล้ว" เธอรีบเดินตรงไปที่ป้ายที่เขียนบอกว่าเซี่ยงไฮ้ แต่พอไปถึงคนที่อยู่ตรงนั้นบอกว่า รถไปเซี่ยงไฮ้อยู่ข้างนอกอีกด้านหนึ่ง เนื่องจากรถเข้ามาไม่ได้เพราะคนยืนดักรอขึ้นอยู่ด้านนอก เชนเม่ยอิงจึงต้องรีบวิ่งจ้ำอ้าวออกไปตามทางที่คนประจำสถานีบอก


            “เฮ้อ เฮ้อ” เสียงเชนเม่ยอิงหอบกระหืดเมื่อวิ่งมาถึงรถ เธอเอามือยันเข่าตัวเอง พร้อมกับหายใจแรงอย่างเหนื่อยหอบ เพราะต้องวิ่งและดั้นด้นพาตัวเองแทรกเข้ามาจนเกือบถึงประตูรถได้ พอยื่นตั๋วให้คนเก็บตั๋วและเก็บเงินดู


            “อีก 10 หยวน” ชายวัยกลางคนบอกเชนเม่ยอิง


            “ทำไมล่ะคะ ตั๋วนี้ใช้ได้ไม่ใช่เหรอ”


            “จะจ่ายหรือไม่จ่าย ไม่จ่ายก็หลีกไป”


            “แต่คนขายตั๋วที่” เชนเม่ยอิงยังพูดไม่จบผู้ชายคนนั้นก็เดินออกห่างและโบกมือให้คนที่อยู่ข้างหลังเชนเม่ยอิงให้เข้ามา


            เชนเม่ยอิงมองแล้วคิดว่า ถ้าไม่จ่ายคงไม่ได้ขึ้นรถแน่ เลยยอมจ่ายเพิ่ม จ่ายเสร็จชายคนนั้นก็รีบไล่เธอให้ขึ้นรถไป เมื่อเชนเม่ยอิงขึ้นไปก็พบว่าที่นั่งเต็มแล้วและมีอีกหลายคนที่ต้องยืนก่อนหน้าเธอ ยังไงก็ต้องทน เชนเม่ยอิงบอกตัวเอง

     


            กว่าจะถึงเซี่ยงไฮ้ก็มืดค่ำ เชนเม่ยอิงมองแสงไฟตามตึกรามบ้านช่องและท้องถนน นี่หรือเซี่ยงไฮ้ช่างใหญ่โตและมีสีสันมากกว่าที่เธอคิดไว้นัก

    เมื่อเท้าของเชนเม่ยอิงแตะเซี่ยงไฮ้เธอก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แต่กลับไม่เห็นดวงดาวส่องประกายเหมือนบ้านที่จากมา เห็นแต่แสงไฟหลากสีสันสาดส่องขึ้นฟ้าเต็มไปหมด


            “หลีก หลีก หลีก ยืนขวางทางอยู่ได้” คนที่ลงรถตามหลังเชนเม่ยอิง ต่อว่าเธอ


            “ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ” เชนเม่ยอิงรีบก้มหัวขอโทษเป็๞การใหญ่ แต่คนที่ต่อว่าเธอกลับไม่อยู่แล้ว ทุกคนต่างรีบเร่งเดินออกจากท่ารถไปตามทางของตัวเอง

     

            “คืนนี้เราจะนอนที่ไหนนะ” เชนเม่ยอิงพึมพำกับตัวเอง


            เธอเดินหาที่พัก เมื่อเจอโรงแรมหรือห้องพักเล็กๆ เมื่อเข้าไปสอบถามก็มีราคามากกว่าที่เธอจะสามารถจ่ายได้ เพราะถ้าจ่ายไปไม่รู้ว่าจะเหลือเงินกินข้าวแม้แต่มื้อเดียวหรือไม่ เธอจึงเดินไปเรื่อยๆ เห็นคนจำนวนไม่น้อยนอนตามสวนสาธารณะเชนเม่ยอิงจึงตัดสินใจ


            “นอนในสวนสาธารณะนี่แหละ คนอื่นยังนอนได้เลย” เชนเม่ยอิงรัดผมให้แน่นขึ้นและเอาเสื้อคลุมหัวตัวเอง เพื่อไม่ให้คนสังเกตได้ง่ายว่าเธอเป็๞ผู้หญิง

     

     

            

            ทางด้าน เชนอันยู เมื่อไม่เห็นลูกสาวคนโตทั้งวันก็เริ่มเป็๞ห่วง นี่ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มแล้ว เม่ยอิงไปไหน ลูกคนนี้ไม่เคยเหลวไหลจึงถามลูกชาย เชนอันเกาบอกพ่อว่าไม่รู้ว่าพี่สาวไปไหน


            “อาเกา อย่าโกหกพ่อ”


            “ผมไม่ได้โกหกครับ”


            หมานผิงนั่งฟังอยู่เงียบๆ แต่ภายในกลับดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดนังเด็กคนนั้นก็ออกไปจากชีวิตของเธอเสียที


            “ตายได้ยิ่งดี” หมานผิงเผลอพูดออกมา


            เชนอันเกามองหน้าแม่เลี้ยงพร้อมกับก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้เหมือนจะเอาเ๹ื่๪๫


            “คุณดูหน้าลูกชายคุณสิคะ ฉันพูดแค่นี้ถึงกับอยากจะฆ่าฉันยังไงยังงั้น”


            เชนอันยูไม่มีกะจิตกะใจจะว่าอะไรใครในตอนนี้เพราะเป็๞ห่วงลูกสาว


            “อาเกา บอกพ่อมาว่าอาอิงไปไหน”


            “ผมไม่รู้จริงๆ ครับ พี่อิงบอกแค่ว่าจะไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่ได้บอกว่าจะที่ไหนครับ”

     

            หมานผิงยิ้มที่มุมปาก


            เชนอันเกาคิดถึงคำที่พี่สาวบอก อย่าไปสนใจหรือต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิงคนนั้น ตั้งใจเรียน เชนอันเกาจึงเงียบถึงยังไงเขาก็เป็๞ลูกชายคนเดียว คิดว่ายังไงพ่อก็คงรักตนอยู่ไม่น้อย

     

     

            

            เชนเม่ยอิงรีบตื่นแต่เช้า เข้าห้องน้ำสาธารณะ ล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้วก็มองวุฒิจบการศึกษาชั้นมัธยมที่นำมาด้วย

    จากนั้นก็เก็บกลับไว้ในกระเป๋าเป็๲อย่างดี ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินหาสมัครงาน

     

            เชนเม่ยอิงตั้งใจที่จะหางานทำให้ได้ก่อนที่จะกินข้าวมื้อแรกในเซี่ยงไฮ้ ตอนแรกเด็กสาวเดินเข้าไปสมัครงานเกือบทุกร้านที่เดินผ่าน ยกเว้นร้านที่เห็นว่าคงเหมาะกับผู้ชายมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วเธอถูกไล่ออกมา


            “ไม่เห็นรึไงว่ายุ่ง”


            “ลูกค้ายิ่งไม่มี จะจ้างคนเพิ่มได้ไง”


            “มีตา ทำไมไม่มองว่า ไม่๻้๵๹๠า๱คน”


            บางร้านเป็๲เชนเม่ยอิงที่เดินออกมาเพราะสายตาที่มองมาที่เธอมันช่างน่ากลัวนัก


            นั่นเป็๲เพียงแค่ตัวอย่างที่เชนเม่ยอิงได้รับเป็๲คำตอบจากการเดินเข้าไปสมัครงานแทบทุกร้านที่เธอเดินผ่าน ผ่านไปหลายชั่วโมงท้องเริ่มร้อง เธอจึงมองหาร้านขายอาหารที่ราคาไม่แพง เชนเม่ยอิงยืนมองอยู่หน้าร้านเป็๲เวลานานก่อนที่คนในร้านจะหันมามองเธอ


            “เข้ามาๆ” หญิงวัยกลางคนเดินออกมาและกวักมือเรียกให้เชนเม่ยอิงเข้าไป เชนเม่ยอิงยิ้มให้ก่อนที่จะถามขึ้นว่า


            “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าแถวนี้มีตลาดไหมคะ”


            “หาตลาดเรอะ นึกว่าจะสั่งอาหาร นึกแล้วเชียวแต่งตัวบ้านนอกแบบนี้”


            เชนเม่ยอิงยิ้มตอบ “ค่ะ หนูกำลังเดินหาตลาดที่ขายอาหารตอนเช้าค่ะ”


            “เดินไปอีกสามป้ายรถเมล์” นั่นคือคำตอบที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นบอกเชนเม่ยอิง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าร้านไป