แสงแดดสาดส่องลอดผ่านกิ่งไม้ ทอดเงาวูบวาบลงบนพื้นป่า มือข้างหนึ่งแหวกพุ่มไม้ออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่โทรมจนดูแทบไม่ได้
ตลอดเจ็ดวันของการหนีตาย หานเซียวต้องใช้ชีวิตคลุกฝุ่นอยู่กลางป่า เสบียงกับน้ำดื่มร่อยหรอจนหมดเกลี้ยง ในเป้เหลือแค่อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เขาปล้นมาจากกองทหารของหน่วยนกเค้าแมว
เขาใช้แขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบาเข้าแลกเพื่อล็อกมีดพกของซิลเวอร์เบลดเอาไว้แน่นจากนั้นทุกอย่างก็เป็ไปตามแผนการต่อให้หลอดเืจะเหลือแค่ขีดแดงแต่เขาก็ยังประเคนหมัดอัดซิลเวอร์เบลดที่ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดจนหมอบกระแตคลุกฝุ่นได้อยู่ดี งัดท่าไม้ตายับินเหยียบหน้ามาใช้ขนาดนี้จะแพ้ได้ยังไง? เมื่อผนวกรวมกับสกิลปากพาซวยเข้าไปด้วย ยังไงก็ไม่มีทางแพ้หรอก!
ยังไงซะเขาก็มีพิมพ์เขียวอยู่ในหัว ขอแค่มีวัสดุก็สร้างใหม่ได้เสมอ ไม่เห็นต้องเสียดายเลยสักนิด สำหรับคลาสช่างกลนั้นการต่อสู้จนอาวุธพังคามือมันเป็เื่ปกติอยู่แล้ว
สภาพแวดล้อมในการรักษาพยาบาลกลางป่าจัดว่าย่ำแย่สุดๆ โชคดีที่ค่าความอึดของเขาสูงพอเลยไม่ต้องมานั่งกังวลเื่แผลติดเชื้อ ขอแค่กัดฟันทนเจ็บและแงะหัวะุออก แผลก็จะค่อยๆสมานตัวของมันเอง รอยะุจากปืนซุ่มยิงนั้นจัดการยากที่สุดเพราะมันฝังลึกอยู่ตรงร่องกระดูกสะบัก ตอนที่แงะออกมานั้นหานเซียวเจ็บเจียนตายจนต้องนั่งพักหอบไปกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะพยุงตัวลุกไหว... ไอ้ภาพจำแบบกวนอูกรีดกระดูกรักษาพิษไปนั่งอ่านคัมภีร์ชุนชิวชิลๆไปด้วยนั่นน่ะ มันช่างห่างไกลจากความเป็จริงของเขาลิบลับ!
ตลอดทางที่ผ่านมาถือว่าเทพีแห่งโชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้างที่ไม่ดลบันดาลให้เขาไปเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่ดุร้ายเข้า มีแค่กระต่ายหูยาวไม่กี่ตัวโผล่มาให้เห็นซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็มื้อเย็นของเขาไปตามระเบียบ สัตว์ป่าบนดาวอความารีนดุร้ายมาก บางสายพันธุ์ถึงขั้นมีสติปัญญา ในหน้าประวัติศาสตร์เคยมีบันทึกไว้ว่าพวกมันรวมฝูงบุกโจมตีเมืองอยู่หลายครั้ง สัตว์ร้ายทรงพลังบางตัวอย่างวาฬคชสารสามารถสะเทินน้ำสะเทินบกได้ รูปร่างของมันทั้งยาว กว้าง และสูงเป็สิบๆเมตร หนังหนาเตอะชนิดที่ยิงฟันไม่เข้า แค่ตัวเดียวก็ถล่มเมืองทั้งเมืองให้ราบเป็หน้ากลองได้สบายๆ
ถึงหานเซียวจะจำแผนที่โลกของดาวอความารีนได้แม่นยำแค่ไหน แต่ถ้าไม่รู้พิกัดปัจจุบันของตัวเอง แผนที่ในหัวก็ไม่มีประโยชน์และทำได้แค่วิ่งตามแสงอาทิตย์เหมือนกับควาฟู่ตามล่าดวงอาทิตย์ก็ไม่ปาน เมื่อตก่กลางคืนก็ต้องปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ คืนหนึ่งๆ ต้องสะดุ้งตื่นเพราะแมลงสัตว์กัดต่อยเจ็ดถึงแปดรอบ บ่อยยิ่งกว่าคนแก่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึกซะอีก ประสบการณ์นี้ทำเอาเขาซึ้งแก่ใจเลยว่ายุง คือสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญที่สุดในโลกที่ไม่มีตัวบ้าอะไรเทียบติด!
"เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากป่านรกนี่เสียที?"
หานเซียวสบถไปหอบแฮ่กไป
จู่ๆค่ายพักแรมแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นให้เห็นลิบๆ รั้วและขวากหนามถูกสร้างขึ้นมาแบบหยาบๆจากไม้ ปูน และเศษเหล็กรูปร่างประหลาด ประกอบกันเป็ระบบป้องกันภัยแบบลวกๆ ภายในค่ายมีเต็นท์ผ้าสักหลาดตั้งเรียงรายอยู่หลายสิบหลัง ควันไฟหุงหาอาหารพวยพุ่งขึ้นเป็สาย มองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่านี่คือที่มั่นผู้พเนจรซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนดาวอความารีน
หานเซียวดีใจจนเนื้อเต้น ตอนนี้เขากำลัง้าเสบียงอย่างด่วนจี๋
แต่พอเดินหน้าไปได้ไม่ถึงสิบเมตร สีหน้าของหานเซียวก็เปลี่ยนไปพร้อมรีบดีดตัวถอยกรูดทันที!
ฝุ่นควันตลบฟุ้งขึ้นจากพื้นดินข้างหน้า ตาข่ายเชือกเส้นใหญ่พุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้น! ตามช่องตาข่ายถูกผูกติดไว้ด้วยแผ่นโลหะที่ลับจนบางเฉียบ... นี่มันกับดักตาข่ายมีดสุดอันตรายชัดๆ! โชคดีที่เขาไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นร่างคงถูกสับจนเละเป็รังผึ้งไปแล้ว
"เฮ้ย! ไอ้หมอนี่ดันหลบได้ด้วยเว้ย!"
หนุ่มผมยาวคนหนึ่งเดินกร่างออกมาจากหลังต้นไม้ อีกฝ่ายสวมชุดหนังปะติดปะต่อกันตามสไตล์ผู้พเนจร สายตาที่มองมาทางหานเซียวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย สองมือถือปืนลูกซองประดิษฐ์เองกำลังจ่อเล็งตรงดิ่งมาที่หัวของเขาพร้อมกับตะคอกขู่
"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ!"
ดูทรงแล้วไอ้หนุ่มนี่น่าจะเป็คนของที่มั่น หานเซียวไม่อยากมีเื่วุ่นวายเลยยอมยกมือขึ้นสองข้าง
"ฉันก็แค่คนที่ผ่านทางมา"
"ผ่านทางมางั้นเหรอ?"
หนุ่มผมยาวตาไวอย่างมาก เมื่อเห็นเป้สะพายหลังของหานเซียวตุงเป่งก็ทำให้ความโลภฉายชัดขึ้นมาในแววตาโดยทันที
"ในเป้นั่นมีอะไร? คุ้ยออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้!"
หานเซียวเห็นท่าทีแบบนั้นก็แอบถอนหายใจ... สงสัยจะโดนปล้นซะแล้ว มิน่าล่ะ ตาข่ายมีดนั่นถึงกางออกมากะขนาดครอบตัวคนได้พอดีเป๊ะ ที่แท้ก็เอาไว้ดักปล้นคนนี่เอง ในยุคที่บ้านเมืองลุกเป็ไฟ ชีวิตคนมีค่าไม่ต่างจากผักปลา ผู้พเนจรส่วนใหญ่คือพวกไม่มีรัฐที่ปฏิเสธการเข้าร่วมกับ 1 ใน 6 ประเทศมหาอำนาจ สภาพแวดล้อมอันป่าเถื่อนได้หล่อหลอมให้อีกฝ่ายตะกละเหมือนฝูงหมาใน การฆ่าคนชิงทรัพย์ถือเป็เื่ปกติธรรมดาของคนพวกนี้ไปแล้ว
"หูตึงหรือไง ฉันบอกให้เอาของออกมาไง!"
หนุ่มผมยาวสบถด่าหยาบคายแล้วก้าวเท้าเข้ามาใกล้พลางเอาปากกระบอกปืนลูกซองเถื่อนจ่อกดลงบนหัวหานเซียวเต็มแรง
ในเป้มีแต่อาวุธปืนกับะุแถมยังเป็ของใช้แบบเดียวกับองค์กรเจอร์มินัลอีกต่างหาก ขืนเอาออกมาโชว์ก็บรรลัยน่ะสิ! หานเซียวเลยเลือกที่จะยืนนิ่งไม่สะทกสะท้านกับคำขู่
"ฟังภาษาคนไม่รู้เื่ใช่มั้ยฮะ? แกไม่เชื่อใช่มั้ยว่าฉันจะยิงให้หัวแบะในนัดเดียว!"
หนุ่มผมยาวกระชากศูนย์ปืนขู่พลางปั้นหน้าเหี้ยมอำมหิตสุดขีด
เสี้ยววินาทีนั้นเองที่หานเซียวก็ขยับตัว! เขาพุ่งพรวดด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการตอบสนองของมนุษย์ทั่วไป กระแทกศอกอัดเข้ากลางยอดอกหนุ่มผมยาวเข้าอย่างจัง! หนุ่มผมยาวส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะกระเด็นลงไปกองกับพื้นทันที ในขณะเดียวกันหานเซียวก็ใช้มืออีกข้างฉกเอาปืนลูกซองเถื่อนมาถือไว้อย่างหน้าตาเฉย
"แย่แล้วสิ! ไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้วไง!"
หนุ่มผมยาวกุมหน้าอกด้วยความเ็ปขณะที่มีหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด เขาตะเกียกตะกายถอยกรูดหนีลนลานโดยหวังแค่จะถอยห่างจากไอ้ปีศาจหน้าเหี้ยมตรงหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
หานเซียวลงมือปลดตาข่ายมีดออกพร้อมดึงเชือกเส้นหนามามัดหนุ่มผมยาวที่กำลังร้องโอดโอยเอาไว้กับต้นไม้ก่อนจะหยิบปืนลูกซองเถื่อนกระบอกนั้นขึ้นมาดู
ปืนกระบอกนี้ประกอบขึ้นมาแบบลวกสุดๆและลำกล้องก็เบี้ยวปูด ขืนเหนี่ยวไกยิงก็มีหวังรังเพลิงะเิใส่หน้าคนยิงอย่างแน่นอน กล้าเอาของพรรค์นี้มาดักปล้นชาวบ้านแบบนี้นี่สมองคงมีปัญหาแน่ๆ... แต่นี่ก็เป็ข้อพิสูจน์ได้ว่าหนุ่มนี่น่าจะยังไม่เคยฆ่าใครหรอก เก่งแต่เอาปืนมากร่างขู่ให้คนกลัวไปงั้นๆแหละ
พอเห็นหานเซียวถือปืนจ้องมองมา หนุ่มผมยาวก็ลนลานจนฉี่แทบราดพร้อมรีบแหกปากร้องขอชีวิต
"ล-ลูกพี่! ผมมันตาบอดมองคนไม่ออก ปล่อยผมไปเถอะพี่!"
หานเซียวตบหัวอีกฝ่ายไปฉาดใหญ่พร้ะคอกสวนว่า
"เพิ่งจะมาคิดได้เอาป่านนี้หรือไง?!"
หนุ่มผมยาวหมดสิ้นความห้าวหาญที่เคยมีพร้อมรีบพยักหน้าหงึกหงักตอบเสียงสั่น
"ผมผิดไปแล้วพี่ ผิดไปแล้วจริงๆ"
"แล้วแกทำผิดตรงไหน?"
ไอ้หนุ่มผมยาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามเสียงอ่อย
"ผม... ผมควรจะพกปืนมาเผื่ออีกสักกระบอกใช่มั้ยพี่?"
หานเซียวถึงกับหลุดขำก๊าก
"ไอ้เวรนี่! กวนประสาทได้หน้าตายดีแฮะ!"
"ลูกพี่ใจกว้างเป็แม่น้ำ ปล่อยผมไปเถอะนะ ถือซะว่าปล่อยตดทิ้งไปก็แล้วกันนะพี่" หนุ่มผมยาวทำหน้าเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้
"ไสหัวไปไกลๆเลยไป ฉันตดลูกใหญ่เบ้อเริ่มขนาดแกไม่ไหวหรอกนะ"
ว่าแล้วหานเซียวก็ยกพานท้ายปืนขึ้น ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ท้ายทอยจนไอ้หนุ่มผมยาวสลบเหมือดคาที่ เขาส่ายหน้าอย่างระอา หมอนี่เป็คนของที่มั่นและเขากำลังจะต้องเข้าไปหาซื้ออาหารกับน้ำข้างในเลยไม่อยากฆ่าคนให้กลายเป็เื่ใหญ่โต ก็เลยเลือกที่จะมัดแล้วอัดให้สลบไปก่อน
"ถือว่าแกโชคดีไปนะ"
หานเซียวพึมพำกับตัวเอง
…
เดินเท้าต่อมาอีกราวครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหานเซียวก็ก้าวเข้าสู่อาณาเขตของที่มั่นผู้พเนจร ชาวบ้านละแวกนั้นต่างพากันมองหน้าเขาด้วยสายตาหวาดระแวงสุดขีด
ด้วยสภาพแวดล้อมข้างนอกที่เต็มไปด้วยอันตราย ผู้พเนจรตามป่าเขาเลยมักรวมกลุ่มกันเหนียวแน่นและมีพฤติกรรมกีดกันคนนอก ถึงแม้จะนานๆทีถึงจะมีคนแปลกหน้าหลงเข้ามาสักคนแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยเห็นมาก่อน หานเซียวก็เลยไม่ได้โดนรุมล้อมมองเหมือนเป็ลิงในสวนสัตว์
วิถีชีวิตของผู้พเนจรพวกนี้คล้ายกับชาวยิปซีคือเน้นร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ ข้างเต็นท์ทุกหลังจะมีรถกระบะขนาดเล็กจอดประกบอยู่พร้อมคลุมทับด้วยผ้าใบกันฝุ่น รถพวกนี้ส่วนใหญ่เป็รถดัดแปลงสภาพซอมซ่อสนิมเขรอะกินเนื้อเหล็ก บางคันถึงกับไม่มีเปลือกนอกหุ้มด้วยซ้ำ ปล่อยโครงเหล็กเปลือยเปล่าโกร๋นๆไว้รับลมซะอย่างนั้น
รถกระบะหนึ่งคันเทียบเท่ากับหนึ่งครอบครัว ที่มั่นแห่งนี้ขนาดไม่ได้ใหญ่นัก มีประชากรแค่ไม่กี่สิบครอบครัวแต่ก็ถือว่ามีของอุปโภคบริโภคครบครัน หานเซียวเดินลัดเลาะหาตลาดจนเจอ เขาเห็นชายผิวขาวเคราเฟิ้มคนหนึ่งกำลังตั้งแผงขายของอยู่ตรงท้ายกระบะ
"คนนอกงั้นเหรอ?"
พ่อค้าเคราเฟิ้มปรายตามองหานเซียวด้วยสายตาเ็า
"รู้กฎของที่นี่หรือเปล่า?"
"กฎอะไรล่ะ?"
"ที่นี่ใช้ระบบของแลกของอย่างเดียว"
เข้าทางเลยสิเพราะผมไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว!
"ขอแผนที่หนึ่งแผ่น น้ำสะอาดสามถัง แล้วก็อาหารอีกห้ากิโลกรัม จะเป็เนื้อแห้งหรือขนมปังก็ได้"
หานเซียวพูดพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในเป้ แล้วหยิบะุปืนออกมากำหนึ่ง
"ฉันจะจ่ายด้วยเ้านี่"
"ะุปืนเหรอ!?"
พ่อค้าเคราเฟิ้มเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสั่งให้เขาเหลือบมองกระเป๋าเป้ตุงๆของหานเซียวทันที แววตาเผยความโลภโมโทสันออกมาแบบปิดไม่มิด
ะุปืนเปรียบเสมือนเงินสกุลแข็งในป่าลึก ผู้พเนจรทุกคนต่างก็กระหายะุปืนเพราะกรรมวิธีการผลิตะุนั้นยุ่งยากและซับซ้อนกว่าการประกอบปืนเถื่อนหลายขุม ต่อให้กลุ่มผู้พเนจรกลุ่มเล็กๆจะมีปัญญาผลิตะุได้เอง กำลังการผลิตก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ดี... ยิงออกไปหนึ่งนัด ก็เท่ากับหายไปฟรีๆหนึ่งนัด
"ทั้งหมดนั่น... แลกกับะุร้อยห้าสิบนัด"
พ่อค้าเคราเฟิ้มเสนอราคา
ใบหน้าของหานเซียวเปลี่ยนเป็บึ้งตึง
"นี่แกกะจะโขกสับกันชัดๆเลยนี่หว่า!"
ของที่เขา้ามันก็แค่เสบียงพื้นฐานไร้ค่า ถ้าราคาตามท้องตลาดทั่วไปก็ไม่น่าจะเกินร้อยเหรียญ ต่อให้บวกค่าความหายากกลางป่าเข้าไปด้วย ราคาก็ไม่น่าจะพุ่งปรี๊ดเกินห้าเท่าหรอก
แล้วะุปืนนี่ล่ะ? มูลค่าอย่างต่ำก็ตกนัดละสามเหรียญเข้าไปแล้ว... นี่ขนาดเทียบกับะุเถื่อนเกรดต่ำสุดนะ! แต่ะุทองเหลืองที่หานเซียวเอามาแลกเนี่ย มันเป็ะุคุณภาพสูงส่งตรงจากโรงงาน ปลอกะุเงาวับ ใหม่เอี่ยมอ่องไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด ต่อให้ขายนัดละสิบเหรียญก็ยังไม่ถือว่าแพงเลยด้วยซ้ำ!
ร้อยห้าสิบนัดก็ปาเข้าไปพันห้าร้อยเหรียญแล้ว หานเซียวพกะุติดตัวมาแค่สามร้อยนัด ขืนโดนรีดไถทีเดียวหายไปครึ่งเป้แบบนี้... นี่มันปล้นกันหน้าด้านๆชัดๆ!
"เก่งนักก็ไม่ต้องกินสิ"
พ่อค้าเคราเฟิ้มก้มหน้าตะไบเล็บแบบใจเย็นพลางปั้นหน้ากวนประสาทเหมือนกับมั่นใจเต็มประดาว่ายังไงซะไอ้หนุ่มนี่ก็ต้องยอมกัดฟันจ่ายแน่ๆ