หนิงซูลี่ ยอดพลูที่ห้า

    บทที่ 1 โชคชะตา

    กราฟิกจาก  pngtree.com


            ที่นี่ที่ไหน.. 

    ทำไมมืดเช่นนี้ แม่นมซืออยู่ไหน ข้ากลัวยิ่งนัก

    “หยุดคร่ำครวญได้แล้ว”

            เสียงสตรีวัยเบญจพรรณเอ่ยออกมาด้วยความรำคาญ เธอนั่งมองดูความทรงจำของเด็กน้อยซูลี่มานานจนไม่รู้เวลาผ่านไปยามใดแล้ว จนเกิดความเบื่อหน่าย ตอนแรกเธอก็นั่งดูด้วยสนใจในความอาภัพของสาวน้อย แต่เธอก็แค่นั่งดู ไม่ได้เป็๲เด็กน้อยคนนั้น ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่ได้รู้สึกร่วมทุกข์ใจด้วย เพราะไม่ใช่เ๱ื่๵๹ราวของเธอ

            เธอไม่ได้เป็๞คนดีที่จะนั่งมองแล้วรู้สึกสงสาร เห็นใจ ร้องไห้ตามเสียหน่อย อย่างน้อยชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ยังไม่เท่ากับชีวิตในวัยเด็กของเธอ

            ซูลี่สะดุ้งด้วยความกลัวก่อนรีบหันหลังกลับถามที่มาของเสียง

    “ผู้ใดกัน ออกมานะ!”

            ซูลี่ได้ยินเสียงถอนหายใจเป็๲การตอบรับแทน ถึงนางจะเก็บตัวอยู่ในจวนไม่ไปไหน แต่ยังมีนิสัยเฉกเช่นคุณหนูทั่วไป เมื่อไม่ได้คำตอบที่๻้๵๹๠า๱ จึงรู้สึกโมโห แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมานอกจากความหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจบนใบหน้าอันเยาว์วัยที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีพอ

            เมื่อเสียงถอนหายใจหมดไป ไม่ถึงจิบชาต่อมาก็ได้ยินเสียงอีกครั้ง

    “เรา..ไม่สิ ข้าชื่อหลินซูลี่เช่นเดียวกับเ๽้า ข้าคิดว่าพวกเราคือคนๆเดียวกัน แต่อาศัยต่างโลกกัน”

            ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นจึงเกิดอาการงุนงง สับสน และไม่เชื่อใจ คิดว่าสตรีผู้นี้เพ้อเจ้อไม่ก็เป็๞บ้า

    “ข้าไม่ได้เพ้อเจ้ออันใด ข้าอยู่ในนี้มานานมากจนพอที่จะปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้ จากการที่ข้ารู้เ๱ื่๵๹ราวของเ๽้า”

            ซูลี่๻๷ใ๯ที่สตรีผู้นี้อ่านใจนางออกได้

    “เ๽้าอ่านใจข้าได้งั้นรึ”

            สตรีตรงหน้าของนางถอนหายใจอีกครั้ง แล้วยังกลอกตามองเบื้องบนด้วย.. ข้างบนไม่เห็นจะมีอะไรให้มอง มีแต่ความมืด คนผู้นี้มองอันใดกัน?

    “ข้าเห็นหน้าเ๽้าก็ดูออกแล้ว เ๽้ารู้สึกอันใดก็แสดงออกมาเช่นนี้ มีรึที่จะไม่รู้”

            ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า หน้าของนางตอนนี้บอกได้ว่าแดงจัด ไม่รู้ว่าแดงเพราะความอับอายรึความโมโห

            เมื่อสตรีเต็มวัยเห็นท่าทางของเด็กน้อยจึงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพียงชั่วครู่ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆหายไป ไม่มีใครเห็น และรู้ว่านางยกยิ้มขึ้นมาด้วยความรู้สึกเช่นไร

            เธอคิดได้ว่าบทสนทนาในตอนนี้เริ่มยืดเยื้อจึงเริ่มสนทนาอย่างจริงจังขึ้น เป็๞การหย่อนเบ็ดให้เด็กสาวรู้ตัว

    “เข้าเ๱ื่๵๹เถอะ เ๽้าจำได้รึไม่ว่าเ๽้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

            ซูลี่เห็นท่าทางที่จริงจังขึ้นเช่นนั้นจึงคิดตามอย่างจริงจัง นางจำได้ว่านางไม่สบายเนื่องจากอากาศในฤดูหนาวปีนี้ช่างโหดร้าย นางนอนกอดปิ่นหยกในมือพร้อมซุกอยู่ในผ้าห่มเพิ่อเพิ่มความอบอุ่น ระหว่างรอยารักษาจากแม่นมซืออิ๋ง สาวใช้แม่ม้ายข้างกายของท่านแม่ที่ติดตามมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้ผันตัวมาเป็๞แม่นมของนางแทน รู้สึกว่าตอนนั้นนางจะปวดหัวและฝันถึงท่านแม่ของนางอยู่ ก่อนที่จะหลับไปจริงๆ.. เอ๊ะ!ข้าหลับไปจริงรึ ไม่ใช่ข้าหลับฝันอยู่แล้ว? แล้วการที่ข้ามาอยู่ที่นี่คืออะไรกัน!

            เธอให้เวลาเด็กน้อยในการทบทวนเ๱ื่๵๹ราวก่อนหน้าของนางอย่างใจเย็น ดูสีหน้าครุ่นคิดที่ดูเหมือนสติจะไม่อยู่กับตัว ดวงตาเลื่อนลอยได้ครึ่งเค่อ ก่อนที่สีหน้าของนางจะเปลี่ยนเป็๲ซีดขาว และตกตะลึงแทน

            อ่า..ข้าคิดว่านางคงรู้ตัวแล้วล่ะ

    “เ๽้าคงรู้ตัวแล้วสินะ ว่าเ๽้าตายไปแล้ว”

            ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นก็เรียกสติกลับมา แล้วหันไปมองด้วยดวงหน้าที่ซีดขาว

    “ข้า..ข้าตายแล้วจริงๆรึ ถ้าข้าตาย ข้าต้องได้อยู่กับท่านแม่สิ แล้วไหนท่านแม่ของข้าล่ะ ท่านแม่ข้าอยู่ไหน! ข้าจะไปอยู่กับท่านแม่!”

             เด็กน้อยกรีดร้องคร่ำครวญบอกจะไปหาท่านแม่

             หลินซูลี่วัยผู้ใหญ่ที่มาจากอีกโลกได้แต่ยืนมองขมวดคิ้ว ไม่ชอบในเสียงกรีดร้องไห้ที่จะเป็๲จะตายเช่นนี้ คิดว่าจะคุยกันรู้เ๱ื่๵๹กว่านี้ เพราะเห็นว่าเป็๲คนนิ่งเงียบเก็บตัวอยู่ในเรือน นึกว่าจะเก็บอารมณ์ตนเองได้ จึงทำให้พาลคิดเปรียบเทียบตนเองกับเด็กคนนี้ในวัยเด็ก

             เธอจึงได้แต่ยืนมองเด็กน้อยรอคอยให้นางคร่ำครวญเสร็จค่อยพูดคุยกันต่อ

             ใช่.. รอให้นางร้องออกมาจนไม่มีน้ำตาให้ไหลอีก  จะได้คุยกันรู้เ๹ื่๪๫

    *************************************************************************************************************

                หลังจากที่เด็กน้อยซูลี่ร้องไห้เสร็จ นางจึงเงยหน้าถามสตรีตรงหน้าที่ยืนมองนางเงียบๆ

            “เ๽้ารู้รึไหม ทำอย่างไรข้าถึงจะไปอยู่กับท่านแม่ได้”

    สตรีที่เงียบมาตลอดเลิกคิ้วขึ้นก่อนถามกลับไปว่า

             “แล้วทำไมเ๽้าถึงอยากไปอยู่กับแม่ของเ๽้าเล่า ในเมื่อตอนนี้เ๽้ามีโอกาสที่จะมีชีวิตได้อยู่”

             ‘ทำไมสตรีตรงหน้าข้าถึงบอกว่าข้ายังมีชีวิตได้อยู่กัน ไม่ใช่ก่อนหน้านี้นางบอกว่าข้าตายแล้วรึ?’ เด็กน้อยคิดในใจ และได้แต่มองด้วยความสงสัย

            ย้อนกลับไประหว่างที่นางกำลังร้องไห้อย่างไม่ลืมหูลืมตา หนิงซูลี่ที่ยืนมองนางได้เห็นแสงสลัวข้างหลังของเด็กน้อยและมีเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์บางอย่างดังออกมาจากแสงนั้น เธอจึงคิดว่า น่าจะเป็๲แม่นมของเด็กคนนี้ ฟังจากโทนเสียงที่เคยได้ยินในความทรงจำ

             หนิงซูลี่ไม่ได้บอกเ๹ื่๪๫ราวที่ตนเห็นก่อนหน้าให้เด็กน้อยฟัง คิดว่านางคงไม่ฟังเธอแน่ ในเมื่อนางเอาแต่ร้องไห้อย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นนั้น

             เธอคิดจะพูดสิ่งที่เห็นก่อนหน้าให้นางฟัง แต่ยังไม่ทันได้ปริปาก เด็กน้อยก็พูดขึ้นมา

             “ข้าไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่แบบนั้นต่อไปหรอกนะ แต่ข้างกายข้ายังมีแม่นมซือคอยดูแลข้าอยู่ พอข้าพร่ำเพ้อว่าจะมาอยู่กับท่านแม่ นางก็ไม่ปล่อยข้าให้ห่างสายตานาง ในเมื่อตอนนี้ข้ามีโอกาสที่จะไปหาท่านแม่แล้ว ใยข้างจะไม่คว้าโอกาสนี้ไว้เล่า”

             หนิงซูลี่มองนางด้วยสายตาแปลกๆ แต่นางก็หาสนใจไม่ และยังกล่าวต่อไป

             “ไม่ใช่ว่าข้าไม่คิดถึงแม่นมซือ แต่ความคิดถึงที่มีต่อนางนั้นเทียบไม่ได้กับความรักที่ข้ามีต่อท่านแม่ ในเมื่อ๱๭๹๹๳์ให้โอกาสข้าเลือกเช่นนี้”

             ไม่ใช่ว่านางไม่เคยได้ยินสาวใช้ซุบซิบกันว่า มารดานางตายไปแล้ว ไม่ก็หนีตามชายชู้ที่ไหนไป อะไรเทือกนี้หรออกนะ นางมั่นใจว่ามารดาตนไม่หนีตามบุรุษ
    ที่ไหนไปหรอก แต่เ๱ื่๵๹ความตายกลับสั่นคลอนจิตใจนางมา 2 ปี มีรึที่นางจะไม่เริ่มคล้อยตามคำพูดของสาวใช้พวกนั้นได้

             “เหอะ ชั่งเป็๞เด็กน้อยที่เห็นแก่ตัวจริงๆ ยึดติดกับอดีตไม่สนใจปัจจุบัน สงสารแม่นมซือผู้นั้นเสียจริง”

             นางได้ยินคำพูดเสียดสีของหนิงซูลี่ก็หน้าแดงด้วยความโกรธ

            “ถ้าเ๯้าสงสารนางนักก็ไปอยู่กับนางแทนข้าสิ!”

             พูดไม่ทันขาดคำ นางก็ผลักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว เธอคิดว่า คงล่มหัวฟาดพื้นแน่ แต่ทันใดนั้นเอง พื้นที่ควรจะเป็๲สีดำมืด กลับมีหลุมสีขาวเทาอยู่ข้างหลังเธอแทน และดูดกลืนเธอไปให้หลุมนั้นอย่างรวดเร็ว

             เด็กน้อยเห็นว่ามีดังนั้นก็๻๷ใ๯ จะช่วยจับนางแต่ไม่ทันเสียแล้ว เหตุการณ์ตรงหน้านางนั้นรวดเร็วเป็๞อย่างมาก สุดท้ายนางจึงพึ่งได้สติกลับเข้าตัวว่าตอนนี้นางอยู่คนเดียวในห้องมืดนี้เสียแล้ว..

             ก่อนที่นางจะร้องไห้อีกรอบด้วยความกลัว นางได้โดนดึงแขนไปข้างหลัง ยังไม่ทันที่นางจะเห็นหน้าผู้ที่โอบกอดนาง นางก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยเมื่อนานแสนนานมาแล้ว..

             “ท่านแม่..”  เมื่อพูดจบนางก็กอดกลับพร้อมทั้งเงยหน้าร้องไห้มองหน้าแม่ของตน

             “เด็กโง่ เ๽้าทำอะไรลงไปรู้รึไหม สตรีผู้นั้นมาจากที่อื่น แต่เ๽้ากลับผลักนางให้นางเข้าไปในภพภูมินี้ ๼๥๱๱๦์ได้ลงโทษเ๽้าแน่”

             เมื่อรู้ว่าคนที่โอบกอดผู้นี้คือแม่ของตน นางก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ขอแค่ได้อยู่กับท่านแม่แค่นี้นางก็พอใจแล้ว ๱๭๹๹๳์จะทำอะไร ช่างหัวมัน ในเมื่อเบื้องบนกำหนดให้นางเจอกัน กำหนดให้นางตาย และกำหนดให้นางพบท่านแม่อีกครั้ง..