บทที่ 27 พายุหิมะ
ฉวนมองดูข้อความที่ตัวเองส่งไปหาไป๋อิง นี้ก็ผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับ เลยเริ่มจะรู้สึกกังวลขึ้นมา
ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ฉวนเหลือบมองเนื้อหาหนังสือที่อยู่ในมือ
สีหน้าของเถ้าแก่หงก็เริ่มจริงจังขึ้นมา เมื่อเห็นว่ายังมีนักเรียนอีกคนอยู่ที่นี่ แล้วยังแสดงท่าทางครุ่นคิด
พอพ่นควันขาวออกมา แล้วมองนักเรียนหญิงคนนั้นในกลุ่มควันขาว แล้วก็หันไปมองข้อมูลนักเรียนในคอมพิวเตอร์ ถึงแม้รูปจะไม่เหมือนกันหมด แต่ก็ดูออกว่าเป็คนเดียวกัน บนจอมีชื่อแสดงอยู่ว่า ถังเสี่ยวเหยา
ถังเสี่ยวเหยางั้นเหรอ รู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน อาจจะเพราะเป็ดาวมหาลัยก็ได้
พอคิดถึงตรงนี้ เถ้าแก่หงก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ แค่มองไปที่ขอบเขตป้องกันที่เริ่มมีรอยร้าว
ไป๋อิงนายจะกลับมาเมื่อไหร่เนี่ย? ขอบเขตป้องกันจะรับไม่ไหวแล้ว
เถ้าแก่หงเริ่มร้อนใจ ส่วนอันหยู่ เพราะตอนนี้มีคนแปลกหน้ามาอยู่ตรงหน้า ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง สุดท้ายก็เลือกที่จะเมิน ไม่กล้าทำอะไรอย่างอื่น เมื่อกี้ก็พยายามจะมองสถานการณ์ข้างนอก ก็เห็นว่าถังเสี่ยวเหยาหันมามอง เลยรีบหลบตาทันที
จนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองอยู่เหมือนกัน การเจอคนแปลกหน้าทีไรก็เป็แบบนี้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ ๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไง
สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะเ็า และพูดให้น้อยที่สุด หรือไม่พูดเลย รวมถึงพยายามเมิน
เมื่อไป๋อิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้น พอลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ เห็นว่าตัวเองเป็คนแรกที่ตื่น พอยืนขึ้นมาก็มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพายุหิมะขนาดใหญ่ ตอนที่มาถึงยังไม่หนักขนาดนี้เลย ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมมาก แถมยังเห็นแนวเขตพลังป้องกันก็เริ่มมีรอยร้าว โชคดีที่ฟื้นขึ้นมาก่อน ไม่อย่างนั้นถ้ารู้ตัวอีกทีก็คงสายไปแล้ว
ซูิเจี๋ยลืมตาขึ้นมา มองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้น แต่รู้สึกเหมือนมันนิ่ม ไปหน่อย พอลุกขึ้นมาก็เพิ่งเห็นว่าตัวเองนอนทับสือชวนอยู่ ส่วนสือชวนก็หน้าฟุบติดพื้น ดูเหมือนโดนเตะจนสลบไป
พอสือชวนฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกปวดหลังปวดเอวแบบงุนงง “ทำไมรู้สึกปวดเอวจังนะ เหมือนโดนใครเตะมาเลย”
ซูิเจี๋ยได้ยินก็เหลือบมองไปที่ไป๋อิงด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างพอดี ก็เห็นเข้ากับลมพายุหิมะข้างนอก
“ข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้น? เมือง X ไม่เคยมีพายุหิมะหนักขนาดนี้มาก่อน เกือบจะเรียกว่าเป็พายุหิมะได้แล้ว”
ไป๋อิงมองดูหิมะนอกหน้าต่าง “ใช่สิ ไม่ได้เห็นพายุหิมะมานานแล้ว” จากนั้นก็หันไปมองเหลียงซวี่ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
เหลียงซวี่ลุกขึ้นนั่ง มองออกไปเห็นพายุหิมะข้างนอกไม่ต่างกัน แค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าหิมะนี้ผิดปกติ มีบางอย่างไม่ดีเจือปนอยู่ในพายุนี้
“ไป๋อิง พายุหิมะนี้มีปัญหา ในหิมะเหมือนมีอะไรไม่ดีปะปนอยู่ด้วย”
ไป๋อิงเองก็สังเกตเห็น “ใช่ ดูออกเลยล่ะ ตอนนี้ต้องรีบไปจัดการพายุนี้ ไม่งั้นคงไม่สบายใจ แน่ ที่สำคัญที่นี่ก็ยังมีบุคคลอันตรายอยู่ ทุกคนก็อยู่กันครบแล้วด้วย”
ซูิเจี๋ย “หมายความว่ายังไง?”
สือชวนเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “อันหยู่น่าจะมาถึงแถวนี้แล้วหรือเปล่า?”
ไป๋อิง “ใช่ ไม่คิดว่าอันหยู่จะออกจากบ้านจริง ๆ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ปกติพวกเก็บตัวจะไม่ค่อยออกมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูดถึงเื่นี้ ถึงจะมีทั้งฉวนกับเสี่ยวหงอยู่ที่นั่น แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเลย โดยเฉพาะอันหยู่ เวลาเจอคนแปลกหน้าจะกลายเป็พวกเก็บตัวขี้กลัวขึ้นมาทันที และชอบมองข้ามอะไรบางอย่าง แถมยังปรับตัวให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้อีก”
ซูิเจี๋ย “อันหยู่ก็อยู่ที่นี่เหรอ? อยู่ชั้นล่างใช่ไหม?”
สือชวน “อืม ตอนนี้พวกเราอยู่ในมหาวิทยาลัย ห้องทำงานของฉันก็อยู่ที่นี่ ห้องสมุดก็อยู่ชั้นล่าง ข้างนอกพายุหิมะก็เหมือนจะพุ่งเป้ามาที่อันหยู่ ตอนนี้อันหยู่เองคงจะไม่โอเคเท่าไหร่ เราต้องรีบลงไปปกป้องบอสอันหยู่กันแล้วล่ะ”
ไป๋อิงนึกอะไรขึ้นได้ รีบหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความที่ฉวนส่งมา “แย่หน่อยแล้ว”
สือชวน “เกิดอะไรขึ้น?”
ไป๋อิง “ฉวนบอกมาว่าในห้องสมุดยังมีนักเรียนอีกคนที่ยังไม่ได้ออกไป”
เหลียงซวี่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “พายุหิมะลูกนี้ ตอนที่มันเริ่มก่อตัวขึ้น คนทั่วไปคงยังมองไม่เห็น แต่พอเป็แบบนี้ก็แน่นอนว่าต้องเห็นกันแล้ว แล้วนักเรียนคนนั้น...”
ซูิเจี๋ยถาม “นายกำลังสงสัยว่ามีปัญหาเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
เหลียงซวี่ “ไม่ใช่ว่าไม่มีความเป็ไปได้นี้นะ อันหยู่กลัวคนแปลกหน้า ถ้ามีใครรู้จุดอ่อนนี้ ตอนนี้สำหรับอันหยู่แล้ว คนคนนั้นก็คือคนแปลกหน้า”
ไป๋อิงเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ รีบเปิดประตู แต่พอเปิดประตูก็พบว่าประตูถูกได้ถูกผนึกไว้เลยเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา “เชอะ ใครมาใส่ผนึกเอาไว้ั้แ่เมื่อไหร่?”
ซูิเจี๋ย “ผนึก? มีคนตั้งใจขังพวกเราไว้ที่นี่ งั้นเป้าหมายก็คืออันหยู่จริง ๆ เหรอ?”
สือชวน “พังมันเลยได้ไหม?”
พูดไม่ทันขาดคำ ไป๋อิงก็ถีบประตูจนพัง “ผนึกกระจอกแบบนี้ ไม่ต้องสนใจหรอก ไปกันเถอะ!”
ไป๋อิงเดินลงไปข้างล่างทันที ซูิเจี๋ยกับคนอื่น ๆ รีบตามไป ในขณะเดียวกันเหลียงซวี่ก็รู้สึกถึงบางอย่าง พอหันไปมองอีกทาง ก็เหมือนเห็นเงาอีกคนหนึ่ง รู้สึกคุ้นตาแต่ก็มั่นใจว่าตัวเองไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ถังเสี่ยวเหยามองดูผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า “ทำไมถึงไม่กล้ามองฉันล่ะ? เขินเหรอ?”
อันหยู่รู้สึกอึดอัด แล้วก็หันไปทางอื่น “เปล่า”
ถังเสี่ยวเหยาหัวเราะเบา ๆ “ฮะ ๆ นายขี้อายจังเลยนะ แต่เหมือนฉันไม่เคยเห็นนายที่มหาวิทยาลัยมาก่อน นายเป็น้องใหม่เหรอ? ดูตัวเล็กกว่าคนอื่นอีก”
อันหยู่พอได้ยินก็ตอบอะไรไม่ถูก แม้ภายนอกจะเหมือนอายุ 18 แต่จริง ๆ แล้วเขาอายุ 21 แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ี้เีเลยหยุดเวลาเอาไว้ ่นี้ก็เพิ่งจะปล่อยให้เวลาเดินอีกครั้ง
ในใจลึก ๆ ยังไงเขาก็ยังเป็โอตาคุวัย 21
อันหยู่มองถังเสี่ยวเหยาที่อยู่ตรงหน้า “เหมือนฉันจะไม่รู้จักเธอนะ”
ถึงแม้ผู้หญิงตรงหน้าจะดูดีและดูเป็คนเข้าหาง่าย แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับใคร เพราะไม่ถนัดเื่มนุษยสัมพันธ์ แถมยังรู้สึกว่าเป็เื่ยุ่งยาก
ถังเสี่ยวเหยา “อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันเป็รุ่นพี่ของนายนะ ทำไมเราไม่แลกเปลี่ยนชื่อกันแค่นี้ก็จะได้รู้จักกันแล้ว ฉันชื่อถังเสี่ยวเหยา แล้วนายล่ะ?”
อันหยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบว่า “อันหยู่”
“อันหยู่? ชื่อเพราะดีนะ แต่เหมือนฉันจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย นายเป็นักศึกษาใหม่เหรอ? ไม่เห็นจะเคยเจอเลย หรือเป็เพราะเื่สุขภาพ?” แล้วเธอก็เหลือบมองไปที่วีลแชร์ของอันหยู่
อันหยู่รับรู้ถึงสายตานั้น ก็เปิดหน้าหนังสือในมืออย่างสงบ แล้วก็เห็นข้อความจากไป๋อิงในโทรศัพท์ที่วางอยู่ในหนังสือ
ถังเสี่ยวเหยาเห็นอันหยู่เงียบไป นึกว่าพูดแทงใจดำ “ขอโทษนะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก นี่คือความจริง แล้วเธอล่ะ ทำไมยังไม่กลับหอพักอีก? เมื่อกี้ข้างนอกก็เริ่มมีหิมะตกหนักแล้วนี่”
“อ๋อ ฉันคิดว่ารอสักพักก็คงหยุดตก เพราะปกติเมืองนี้ไม่ค่อยมีหิมะตกแบบนี้ ไม่นึกเลยว่าจะกลายเป็แบบนี้”
อันหยู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะไม่รู้จะตอบอะไร
“อืม...”
ถังเสี่ยวเหยาเห็นอันหยู่เงียบ ก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน บรรยากาศเลยค่อนข้างกระอักกระอ่วน
อันหยู่เหลือบมองถังเสี่ยวเหยา แล้วมองโทรศัพท์ในหนังสือ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้เลยพูดว่า “ถังเสี่ยวเหยา”
“หืม? มีอะไรเหรอ?”
“เธอมาห้องสมุดทำอะไรเหรอ?”
“ก็ที่นี่เป็ห้องสมุด จะมาทำอะไรได้ ก็มาอ่านหนังสือสิ”
อันหยู่มองเห็นกองหนังสือข้างถังเสี่ยวเหยา เหมือนจะนึกอะไรได้ “อย่างนี้เองสินะ... ตอนแรกเธอน่าจะมาตั้งใจยืมหนังสือใช่ไหม ทำไมถึงกลายเป็นั่งอ่านแทนล่ะ?”
“ก็เพราะหิมะตกหนักนั่นแหละ ออกไปไหนไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่ที่นี่รอให้หิมะหยุด นายมีอะไรเหรอ รุ่นน้องอันหยู่?”
ตอนที่หน้าจอโทรศัพท์ดับลง อันหยู่ก็ปิดหนังสือ “ไม่มีอะไรหรอก แค่สงสัยว่าทำไมมาอ่านหนังสือตอนนี้ เพราะยังไม่เปิดเทอมเลย”
ถังเสี่ยวเหยางงเล็กน้อยแล้วหัวเราะ “เพราะฉันไม่อยากกลับบ้าน ก็เลยอยู่ที่มหาวิทยาลัย พอว่างก็เลยมาอ่านหนังสือที่นี่ไง”
“อย่างนี้เอง รุ่นพี่ถังก็ตั้งใจเรียนน่าดูนะ”
“ก็แค่เพราะมันน่าเบื่อนั่นแหละ”
ในขณะที่อันหยู่คุยกับถังเสี่ยวเหยาอยู่ จู่ ๆ ทุกอย่างรอบตัวของอันหยู่ก็เหมือนจะหยุดนิ่งไป รวมถึงกลุ่มไป๋อิงที่กำลังเดินมาถึงก็ค้างอยู่กับที่ ไป๋อิงหันมามองทุกคนที่หยุดนิ่งในชั่วพริบตา รู้ได้ทันทีว่าอันหยู่ได้หยุดเวลาเอาไว้
ในห้องสมุดอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาในมือของอันหยู่ที่ดัง "ติ๊กต๊อก ๆ" ควันจากไปป์ของเถ้าแก่หงที่ลอยขึ้นมาเป็ชั้น ๆ ก็หยุดนิ่ง มีเพียงฉวนคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบ แล้วเธอมองรอบตัวด้วยความสงสัย
เขตแดนมิติป้องกันก็ถูกทำลายไปพร้อมกัน หน้าต่างแตกละเอียด อันหยู่มองดูเหตุการณ์นี้ ฉวนรีบคว้าร่มดำเปิดกางบังอยู่หน้าอันหยู่
“คุณชาย คุณรู้ไหมว่าคุณเป็ใคร?”
ลมพายุหิมะไม่ได้รับผลจากการหยุดเวลา แต่ยิ่งพัดแรงขึ้นกว่าเดิม อันหยู่จ้องมองพายุหิมะอย่างเ็า ส่วนฉวนก็ไม่สนใจลมที่อยู่ตรงหน้า
“เป็ผู้หญิงที่ดูไม่น่าคบหาด้วยแท้ ๆ”
หิมะค่อย ๆ แข็งตัว กลายเป็น้ำแข็งทีละชั้น ๆ หญิงสาวในชุดน้ำแข็งคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสอง พอเหลือบมองฉวนครู่หนึ่งก่อนจะหันไปทางอันหยู่ที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ “ไอ้ขาเป๋ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
อันหยู่หัวเราะเ็า “ก็ใช่ ไม่ได้เจอกันนานเลย แม่มดน้ำแข็ง เธอมาอีกแล้วเหรอ คราวนี้จะใช้ใครมาเป็ตัวประกันกับข่มขู่ฉันอีกล่ะ?”
ผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนจะไม่มีวันเลิกรา หายไปตั้งนาน นึกว่าจะเลิกรากันแล้ว สุดท้ายก็กลับมาอีก
สาวน้ำแข็งหัวเราะ “เชอะ ไอ้ขาเป๋ เื่ระหว่างเราสองคน ไม่จบง่ายขนาดนั้นหรอก ที่จะให้เวลาลบเลือนไปได้ นั่นเป็รอยแผลที่ฝั่งลึกจนถึงิญญา ฉันไม่มีวันลืมในสิ่งที่แกทำไว้หรอกนะ” ว่าแล้วเธอก็เรียกน้ำแข็งขึ้นมาเป็หอกน้ำแข็งพุ่งใส่อันหยู่
ฉวนพอเห็นท่าไม่ดี ก็รีบใช้ร่มดำทำลายหอกน้ำแข็งทีละอัน ป้องกันเศษน้ำแข็งที่แตกกระจาย
“คุณชาย นี่มันยังไงกันแน่ แล้วแม่มดน้ำแข็งคนนี้คุณรู้จักเหรอ?”
แม่มดน้ำแข็ง “หึ จะว่าไม่รู้จักก็ไม่เชิง ก็แค่ไอ้คนนี้ทำลายคนที่ฉันรัก ฉันไม่มีวันปล่อยเขาไปเด็ดขาด!”
แม่มดน้ำแข็งเรียกหอกน้ำแข็งขึ้นมานับสิบ ๆ พุ่งเข้าใส่อันหยู่ ฉวนเองก็เคลื่อนไหว กลับพบว่าขาของตัวเองถูกน้ำแข็งพันธนาการไว้
“แย่แล้ว...คุณชาย!”
พอหันไปมองก็พบว่าหอกน้ำแข็งเข้าใกล้อันหยู่เหลืออีกแค่นิดเดียวแล้ว