Prologue
สวัสดีครับ ผมชื่อหิรัญจะเรียกผมว่ารันเฉยๆ ก็ได้ฟังดูพยายามอินเตอร์ดีแม่อยากได้ผมมากจนไปบนบานกับเทพองค์หนึ่งเห็นชื่อผมแล้วก็คงไม่ต้องถามว่าไปบนกับใคร แม่ดีใจชิบหายที่ได้ผมมาแต่ที่ไม่รู้คือแม่ได้ลูกชายที่มีแพ็คเกจเสริมมาด้วย หมายถึงผมมีอำนาจวิเศษเหรอ?เปล่า มีแค่อำนาจง่อยๆ ที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับชีวิต(เพราะผมไม่ได้ใช้มันหาประโยชน์เลย) ผมจะอมอยู่ทำไมวะ? เออครับ...ผมสามารถมองเห็น ‘ผี’ ได้
แทนที่ผมแม่งจะเอาสกิลนี้มาใช้ให้มีคุณค่าบ้างผมกลับเอาแต่พยายามวิ่งหนีผี ใช่! ผมเห็นผีแต่เด็กแต่ผมแม่งกลัวผีชิบหาย ยิ่งผีพวกนี้พยายามสื่อสารกับผมด้วยแล้วผมยิ่งกลัวจนเยี่ยวจะราด ขี้ขลา----
หยุดก่อน!ตะกี้ผีพิมพ์ครับ มันยังไม่ได้กดส่งหรือกดโพสต์ใช่ป่ะ? โอเคงั้นเรามาแนะนำตัวกันใหม่ดีๆ สวัสดีครับ ผมชื่อหิรัญแม่ตั้งชื่อผมตามเทพที่ไปขอให้ผมเกิดมา หลังจากผมชอบร้องไห้แบบไม่มีเหตุผลบ่อยๆพอผมพูดได้ คำพูดแรกของผมกลับเป็คำว่า “ผี”
แม่เริ่มชี้ช่องรวยให้ตัวเองอยากให้ลูกชายคนเดียวใบ้หวยให้หน่อย แต่ผมไม่อยากมองหน้าไอ้ผีพวกนั้นด้วยซ้ำบางตัวแม่งมาในสภาพแย่ๆ มีหนองมีเื เด็กที่ไหนมันจะกล้าคุยด้วยวะ? ตอนอายุสักเจ็ดหรือแปดขวบแม่เริ่มอยากให้ผมเปิดสำนักของตัวเอง แต่อย่างที่บอก...ผมแม่งกลัวผีชิบหายแต่จะบังคับให้ผมคุยกับผีมันบ้าชัดๆ สุดท้ายผมเลยหนีแม่โดยการไปเรียนให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้
“ไกลได้แค่เชียงใหม่เหรอวะ?”
เสียงโวยวายของ ‘มัน’ ดังขึ้นข้างหูผมตะกี้จำได้ไหมว่าผมบอกว่ามีผีพิมพ์ ไม่ใช่มุกนะข้างตัวผมแม่งมีผีหน้าด้านอยู่ตัวนึง ไล่ก็ไม่ไป ดีว่ามันปรากฏตัวในสภาพดีๆแต่ที่น่าเจ็บใจคือ...ไอ้ผีตัวนี้แม่งหน้าตาดีชิบหายผิวเนียนใบหน้าไม่มีริ้วรอยจนยากจะรู้อายุเวลาที่มันหันหน้าด้านข้างมองเห็นแนวกรามคมองศาสวยทอดจากใบหูจมูกเรียวโด่งไม่ใหญ่จนเทอะทะ ดวงตากลมสีดำสนิท เส้นผมที่ตัดสั้นเหลือหน้าม้ายาวดูนุ่มนิ่มอย่างกับผมสาวๆถ้าไม่ติดว่าตรงอกมันแบนสนิทล่ะก็...ผมก็คิดว่ามันเหมือนผู้หญิงเพราะความผอมเพรียวของมันนี่แหละมันตายเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มันเป็ผีติดบ้านหลังนี้และยังหาทางออกไปไม่ได้จนกระทั่งมาเจอกับ...ผม
“ผีอย่างแกไปได้แค่ไหนวะ? ทำอย่างกับวาร์ปไปสิงคโปร์ได้”ผมอดประชดกลับไม่ได้
“ถ้าแต้มบุญถึงกูก็คงไปได้ว่าแต่ไหนข้าวเย็น?” มันยังมีหน้ามาถาม
“มึงมาพิมพ์เื่เหี้ยๆ ของกูแล้วยังเสือกจะขอกินอีก”
“ไม่อยากให้ช่วยไล่ผีตัวอื่นแล้วใช่ป่ะ?โอเคได้ เดี๋ยวขอเรียกพี่ตานีหลังบ้านมาก่อนนะ” ความหน้าด้านของมันยังมีต่อเนื่องเอาเื่ผีที่สิงกล้วยกอหลังบ้านมาอ้างได้อีก
“พอเลยๆ อยากแหลกก็แหลก”ผมจะใจลุกจากที่นั่งเดินลับหายไปในครัวโดยไม่ทันได้เหลียวมาดูตรงหน้าคอมพิวเตอร์ว่ามีนิ้วเรียวกำลังกดคีย์บอร์ดอยู่
ทำเป็จริงจัง...จริงๆผมโง่ที่ดันเลือกไปเชียงใหม่ เพราะเป็จังหวัดที่ผีดุชิบหายกว่าจะเอาตัวรอดมาจนถึงตอนนี้แทบเป็บ้า สภาพผมก็ดูใกล้เคียงอยู่ด้วยความที่เอาแต่ทำงานเปิดหาทางซื้อบ้านสักหลังเป็ของตัวเอง(คือหนีพ่อแม่ด้วยแหละ) ผมเลยไม่มีโอกาสดูแลสารรูปตัวเองนักแฟชั่นคืออะไรผมไม่รู้จัก ดีหน่อยที่ผมสูง...ไม่มากแต่ก็พอใช้ และมีเชื้อสายคนจีน จมูกก็ดูจะไม่ใหญ่เกินหน้าแถมรับกับปากอิ่มที่แทนที่จะยิ้มบ้างแต่กลับมีหน้าเดียว อ๋อ มีอีกหน้าคือตอนกรีดร้องวิ่งหนีผี นอกนั้นคือบอกบุญไม่รับผมควรรู้ตัวว่าสภาพหน้าดวงตกแบบนี้ล่ะที่ผีชอบ เพราะมันจะมาเกาะกินเอาพลังชีวิตและแต้มบุญนี่ล่ะแต่ผมก็ยังโง่ไง เลยต้องมีผีหน้าตาดีๆ คอยเกาะอยู่และไล่พวกมันไป
นอกจากเื่หน้าตาแล้วส่วนสูงอีกอย่างที่ผมแพ้ผี ให้ตายเถอะ ผมดันง่าวคิดไปว่าผีมักจะสูงเพราะมันลอยได้แท้จริงแล้วเพราะผมเตี้ยต่างหาก เตี้ยแม้แต่กับผีที่ดูเด็กอย่างเขา...เขา...เขาชื่ออะไรนะดูเหมือนจะยังนึกชื่อไม่ออก ช่างมัน...อยู่ไปเรื่อยๆ เขาคงคิดออกเอง
“ยังจะมาพิมพ์อีก!”
ผมร้องลั่นเมื่อเดินออกมาจากครัวเ้าผีนั่นส่งเสียงหัวเราะก้องสะท้อนไปมาในอากาศโดยรอบถ้าเป็เมื่อก่อนผมคงกลัวตายชัก แต่ตอนนี่น่ะหรือ...ผมพร้อมจะต่อยผี!
แต่ที่ทำก่อนอย่างอื่นคือการพุ่งไปดูหน้าจอคอมอ่าน่แรกก็รู้สึกโกรธอยู่หรอก แต่พอถึงย่อหน้าท้ายความโกรธก็กลายเป็ความเห็นใจ เขาอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่ไม่รู้ครอบครัวก็จำไม่ได้ เคยทำอะไรมาบ้างก็นึกไม่ออก
แม้แต่ชื่อของตัวเองเขาก็ยังจำไม่ได้
ด้วยเหตุนั้นเองเขาจึงต้องผูกติดอยู่กับผม...ด้วยความอาลัยอาวรณ์ยึดติดกับความทรงจำที่ขาดหายผมคือคนแรกในหลายปีที่มองเห็นเขา เห็นโดยที่เขาไม่ต้องพยายามทำให้เห็น ใจผมก็อยากหนีนะย้ายบ้านหนีไปเลยเพื่อจะไม่เจอกันอีก แต่ผมก็ทำไม่ลง...ทำไม่ได้จริงๆ
“เพราะผมไม่มีตังค์”