บทที่ 16 ความจริงของเมืองนี้
หลังจากพูดประโยคนี้ลำคอของต้าเหว่ยก็เปล่งเสียงออกมาได้แค่อู้อี้ ราวกับถูกบีบกล่องเสียงอยู่
ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่ ยายหวังคนนี้ไม่ได้เข้าใกล้ต้าเหว่ยเลย แต่กลับทำให้เขาพูดไม่ออก นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ได้ยินมาว่าผู้เชี่ยวชาญการวางยาพิษ สามารถทำให้คนกินยาพิษเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ตอนนี้ต้องใจเย็นให้มาก ความแตกต่างระหว่างคนกับผี คือคนนั้นสามารถสื่อสารกันได้ ถ้าเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย บางทีอาจจะยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบเท่าที่จะทำได้
“ยาย เพื่อนของผมเป็คนหยาบคายพูดจาไม่ค่อยเพราะ อย่าได้ถือสาเลยนะ พวกเราเป็แค่คนธรรมดาที่หลงเข้ามาในเมืองผีนี้โดยบังเอิญ ถ้ามีอะไรล่วงเกินต้องขอโทษด้วยจริง ๆ”
“ยังดีที่ไอ้หนุ่มคนนี้ก็ยังพอมีมารยาทอยู่บ้าง…” ยายหวังป้อนอาหารเสร็จแล้วก็ปิดฝาหม้อดำ แล้วปล่อยแขนเสื้อลง เดินอย่างเชื่องช้ามาทางนี้ ผมฝืนยิ้มแล้วพูดว่า
“คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด ยายมีวิชาสูงส่งอย่าได้ถือสากับพวกเราที่ไม่รู้เื่รู้ราวเลย ได้โปรดปล่อยพวกเราไปได้ไหม” ยายหวังหยุดลงที่ระยะห่างจากผมราว ๆ สามเมตร ลากเก้าอี้เตี้ย ๆ ตัวหนึ่งมานั่งลงช้า ๆ แล้วพูดว่า
“คงจะโดนไอ้แก่อวี้หลอกมาสินะ”
“ใช่ครับ ลุงอวี้คนนั้นบอกว่าวิธีเดียวที่จะออกจากเมืองผีนี้ไปได้ก็คือต้องมีกุญแจไขประตูทางลับใต้ดินที่อยู่ในมือของยาย ให้ผมไปขโมยกุญแจในกล่องเงินของยาย” ผมพูด
“ออกจากเมืองผี ทางลับใต้ดิน ฮ่า ๆ ถ้ามีของพวกนั้นจริง ฉันคงหนีไปก่อนแล้ว… พวกเธอโดนมันหลอกแล้ว” ยายหวังพูดพลางยิ้มเบา ๆ
“แม้แต่ยายเองก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้เหรอ” ผมใ ดูเหมือนเมืองผีนี่จะยุ่งยากกว่าที่คิดไว้มาก แม้แต่คนที่มีความสามารถอย่างยายหวังยังติดอยู่ที่นี่
“ที่มันหลอกพวกเธอมา ก็เพื่อให้พวกเธอมาถ่วงเวลาฉันไว้สักพัก แล้วมันจะได้แอบเข้าไปขโมยของในบ้านฉัน…” ยายหวังพูดพร้อมยิ้ม “แต่น่าเสียดาย มันก็ทำลายวังวนพิษทั้งห้าของฉันไม่ได้อยู่ดี ต้องกลับไปมือเปล่า”
“นี่มัน… เื่อะไรกันแน่” ผมเริ่มงงงวย
“ใต้เมืองผีนี่จริง ๆ แล้วมีสุสานโบราณอยู่ พวกเราทั้งหมดเป็คนที่เข้ามาหาสมบัติที่นี่ในสมัยก่อน แต่กลับถูกขังอยู่ที่นี่ หลายปีผ่านไป คนที่ยังมีชีวิตอยู่มีแค่ฉัน ไอ้แก่อวี้ กับเสี่ยวหง พวกเราสามคนตอนนี้คอยสอดส่องกันและกัน ใครก็ทำอะไรใครไม่ได้” ยายหวังพูด
จากคำบอกเล่าของยายหวัง ผมได้รับข้อมูลที่เป็ประโยชน์อีกสองสามอย่าง หนึ่งคือในเมืองผีนอกจากผมและต้าเหว่ยแล้ว ยังมีคนเป็อีกสามคน คือยายหวัง ลุงอวี้ และเสี่ยวหงที่ผมยังไม่เคยเจอ ทั้งสามคนนี้น่าจะเป็ผู้ที่มีวิชาอาคมหรือความสามารถสูงมาก
สองคือใต้เมืองผีนี้มีสุสานลึกลับที่มีสมบัติอยู่ข้างใน เมื่อหลายปีก่อนสามคนนี้… ไม่สิ… อาจจะมีคนแปลกหน้ามากกว่านี้มาที่นี่เพื่อตามหาสมบัติ แต่ก็ถูกเมืองผีกักขังไว้ สุดท้ายคนที่มีชีวิตรอดก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้น
สามคือสามคนนี้ระแวงซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดสมดุลสามเหลี่ยม และพวกเขามีบางสิ่งในมือที่สามารถทำลายสมดุลได้ ดังนั้นลุงอวี้จึงใช้กลยุทธ์ล่อเสือออกจากูเา ในขณะที่ยายหวังจับตัวผมและต้าเหว่ย เขาก็ไปขโมยบางสิ่งบางอย่าง
ถึงแม้จะรู้เื่พวกนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักกับสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเรา ผมและต้าเหว่ยยังคงเป็เหมือนปลาในหม้อ ถึงแม้ยายหวังจะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาพวกเราไปทำอะไร ผมเรียบเรียงความคิดแล้วพูดต่อ
“ยาย พวกเราแค่อยากออกไปจากที่นี่โดยเร็ว เลยถูกลุงอวี้หลอกใช้ ยายอย่าถือสาพวกเราเลยได้ไหม”
“จะเป็ไรได้ยังไงกันล่ะ…” ยายหวังยังคงยิ้ม แต่รอยยิ้มนี้กลับทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจ “เพราะในที่สุดลูก ๆ ของฉันก็ได้อาหารมาแล้ว ฉันจะไปถือสาพวกเธอได้ยังไง…” ใบหน้าของผมซีดเผือด ในที่สุดก็เจอปัญหาใหญ่ที่สุดแล้ว ยายหวังคนนี้ก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน ยายจะเอาพวกเราไปเลี้ยงกู่พิษ
“ที่นี่ไม่ค่อยมีคนเป็มาพลัดหลงนานแล้ว ไอ้แก่อวี้รู้ว่าคนเป็คงดึงดูดฉันได้มาก เลยใช้พวกเธอมาล่อฉัน… พวกเธอสองคนใหม่เอี่ยม พอดีจะเป็รังอบอุ่นให้ลูก ๆ ของฉัน ขอแค่ถ้วยไหมทองของฉันออกมาได้ ก็จะแย่งของในมือไอ้สองตัวนั่นมาได้ แล้วก็เอาสมบัติออกไปจากที่นี่…” ยายหวังพูดยิ้ม ๆ แต่รอยยิ้มนี้ทำให้ผมรู้สึกน่ากลัวยิ่งกว่าหน้าผีอีก
ลุงอวี้ช่างใจคออำมหิตจริง ๆ นี่ก็เหมือนกับก่อนจะขโมยของก็โยนเนื้อชิ้นหนึ่งไปล่อให้หมาเฝ้าบ้านวิ่งออกไป ส่วนผมกับต้าเหว่ยก็คือเนื้อชิ้นโตสองชิ้นนั่นเอง
“พวกเธอสบายใจได้ พวกเธอจะไม่ตายในทันที ลูกรักของฉันจะกัดทะลุิัชั้นนอกของพวกเธอ แล้วมุดเข้าไปในร่างกายของพวกเธอ ค่อย ๆ ดูดกินเืเนื้อของพวกเธอ จนกระทั่งถึงวันที่มันออกมา หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไตของพวกเธอจะกลายเป็หนองเืซึ่งอาหารของมัน…” ยายหวังพูดช้า ๆ ฝั่งต้าเหว่ยถึงแม้จะพูดไม่ได้ แต่ก็ดิ้นรนอย่างรุนแรงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็ใคร ก็ไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็รังหนอนที่มีชีวิต ปล่อยให้หนอนที่น่ากลัวอาศัยอยู่ในร่างกาย ดูดกินเืจนกระทั่งถึงวันที่มันออกมา แค่คิดก็รู้สึกว่าการตายยังดีกว่า
“พวกเราไม่เคยมีเื่บาดหมางอะไรกัน ยายใจร้ายเกินไปแล้ว” ผมพูดเกือบจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ก็ต้องโทษที่พวกเธอซวยเอง…” ยายหวังพูดยิ้ม ๆ ก่อนยายลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง เดินอย่างเชื่องช้าไปที่ไหสีดำ แล้วก็เปิดฝาออก ยื่นแขนเข้าไป ตอนที่หยิบออกมา มีสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอนไหมเกาะอยู่บนแขนของนาง ิัสีทองเหลืองอ้วนท้วมดูเหมือนจะน่ารักน่าเอ็นดู แต่ถ้ามองให้ดี ขาทั้งหมดใต้ลำตัวของมันเหมือนขนตะขอของตะขาบ หัวใหญ่อ้วนก็มีอวัยวะปากที่แปลกประหลาดเหมือนกลีบดอกไม้ แต่กลับคมกริบยิ่งนัก
“ลูกรัก อย่าร้อนใจ อีกไม่นานลูกก็จะโตได้แล้ว...จะไม่ต้องท้องหิวอีกต่อไป…” ได้ยินเสียงเย็นเยียบของยายหวัง เหงื่อบนหัวของผมก็ไหลลงมาแล้ว
จะทำยังไงดี ชีวิตที่เหลืออยู่ของผมจะต้องมองดูแมลงน่ากลัวตัวนี้คลานเข้าออกในร่างกาย กัดกินอวัยวะภายในของผมจนหมดสิ้นอย่างนั้นเหรอ ให้ตายผมก็ไม่อยากลองใช้ชีวิตแบบนี้
ทางด้านต้าเหว่ยก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แต่เขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องครางอยู่อย่างนั้น ดูท่าทางแล้วเขาก็เหมือนกับผม ไม่อยากเป็อาหารของลูก ๆ ยายหวัง
แต่ยายหวังไม่มีทีท่าจะสงสารพวกเราเลยแม้แต่น้อย นางเดินโซเซเข้ามาหาพวกเราทีละนิด ผมยังมองเห็นดวงตาของกู่พิษในมือของยายเปล่งประกายวาววับ สายตาที่เต็มไปด้วยความโลภนั้น ทำให้คนเห็นขนลุกซู่
“ปัง!” เสียงดังสนั่นทำให้ยายหวังหยุดฝีเท้า ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อวินาทีก่อนของยายหวังเ็าลงในพริบตา วางกู่พิษลงแล้วเดินออกไป ความเร็วนั้นน่าใยิ่งนัก จะว่าเป็คนอายุเจ็ดถึงแปดสิบปีได้อย่างไร
เห็นยายเดินไปอย่างรวดเร็ว ในใจผมก็งุนงงอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าลุงอวี้ ทำลายกับดักพิษทั้งห้าของยายได้หรอกนะ ก่อนหน้านี้ยายหวังเพิ่งบอกนี่ว่าเขาใช้พวกเราเป็เหยื่อล่อเพื่อจะขโมยของของยาย