ตอนที่สิบเก้า เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน 3
อันที่จริงแม้แต่ข่ายซา(ซีซ่าร์)จอมคนผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าฉินเวลาจะปราบโจรสลัดก็เลือกที่จะปราบพวกที่ให้ความร่วมมือบนแผ่นดินมากกว่าที่จะเสี่ยงตายไปปราบพวกโจรสลัดในทะเล
การจัดการกับพวกโจรที่ดีที่สุดคือการตัดท่อน้ำเลี้ยง
ไม่ให้พวกนั้นเอาของโจรมาแลปเปลี่ยนสิ่งของในชีวิตประจำวันได้
Follow the money
ตามเส้นทางการเงิน
คือแผนการของผม
ผมไม่คิดว่าตนเองจะเก่งกาจด้านแผนการรบหรือการเมืองไปมากกว่ายอดคนในยุคนี้
แต่ผมไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าหากเรากัดไม่ปล่อยในเส้นทางการเงินจะมีใครสามารถรอดไปได้จากการตามรอยเส้นทางการเงิน
เพราอย่างที่คุณทีเจที่โดนจับไว้ในเรือนจำทัณฑสถานหนักรัฐเท็กซัสเคยว่าไว้
ไม่ว่าเราคิดว่าเราเก่งกาจเพียงไหนสันติบาล้าให้เราพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ที่ทำให้ทีเจที่เก่งกาจสามารถคุมคุณตัวได้นับร้อยคนมีเส้นสายกับนักการเมือง คนมีชื่อเสียงต้องมาลงเอยที่ทัณฑสถานหนักรัฐเท็กซัส
ว่าหากเรามองกิจการรรมนอกกฎหมายคือธุรกิจ
แสดงว่ามันมีโครงสร้างโครงการงบทางการเงินและอื่นๆอย่างมากมายที่จะใช้ในการควบคุมองค์กรของตนเอง
นี่คือสาเหตุที่การตัดเส้นทางการเงินทำให้จอมคนยากูซ่าแห่งแดนพู้ชึ้งต้องกลายมาเป็คนขายราเม็งธรรมดา
สิ่งทีป่ระชาชนคิดว่าอาชญากรมีอำนาจมากมายเพราะประชาชนนั้นโดนทำให้อ่อนแอไม่สามารถช่วยตนเองได้
พอไปแจ้งเ้าหน้าที่
เ้าหน้าที่ก็อ้างว่าตนเองไม่มีอำนาจไม่มีหลักฐาน ปัดการแจ้งความของชาวบ้านที่ทำให้ชาวบ้านไม่รู้จะไปหันเหหาใคร
มันคือระบบที่ชั่วช้าหน้าไหว้หลังหลอกเช่นนี้เอง
นักอาชญาวิทยาได้ทำการศึกษาเรียบร้อยแล้วพบว่าหากเราสาวไปในพวกองค์กรอิทธิพลให้ถึงที่สุด
เื้ัเราจพบเ้าหน้าที่ของรัฐเสมอ
Drain the swamp
กำจัดหนองน้ำเน่า
ที่ประธานประเทศเม่ยกั๋วพยายามจะทำนั้นก็ไม่สำเร็จ
แต่ผมที่มีจิติญญาที่ได้รับสืบทอดมาจากท่านเหมาไท่จู่ได้รับการสั่งสอนจากสมุดเล่มแดงจะทำให้สำเร็จเอง
นี่คือสิ่งที่แดนเม่ยกั๋วที่รักเงินทองมกากว่าความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของคนในชาติจะไม่มีวันเข้าใจ
หยกหยินหยางได้เริ่มอุ่นขึ้นตรงหน้าอกของผมเพื่อสงบใจในความพลุ่งพล่านที่จะได้ทำงานปราบอาชญากรเพื่อแผ่นดิน
ในเมื่อผมไม่เก่งด้านการวางแผนการรบ
ที่ผมทำได้คือการเตรียมการไว้ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็ไปได้
ตามหลักการทางทหาร
ไม่มีใครเอาชนะกองทัพที่มากกว่าตนเองสองเท่าได้
หมายถึงกรณีที่ฝ่ายเราไม่ห่วยแตกจนเกินไปนักนะ
และกระทั่งจอมคนแห่งยุคนโปเลี่ยนนั้นตีค่าได้ประมาณสองหมื่นคน
การศึกคือจำนวน
นั่นคือแผนการของผม
นครลั่วหยางแห่งราชวงศ์ฮั่นนั้นหากเราเชื่อตามที่นักประวัติศาสตร์ของแดนไซฮกบอก
คือนครที่มีประชากรเป็อันดับสองของใต้หล้าหากไม่นับแบกแดดศูนย์กลางของโลก
หมายความวว่าผมอยู่ในนครลั่วหยางนั้นดีที่สุดแล้วที่ผมจะรวบรวมประชากรคน
ผมมองชาวบ้านธรรมดาที่ยากไร้อ่อนแอร่ำไห้ด้วยความยินดีแต่ละคนขาดทักษะการรบ
ผมยิ้มมุมปาก
นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม
ผมสามารถเอาจำนวนเปลี่ยนเป็แผนการได้
นั่นคือพลังของประชาชน