ปิ่นเดินทอดน่องใช้ความคิด
จะบอกความจริงเื่ชายเต้เป็เก้งก็ไม่ได้ จะแต่งงานกับชายเต้หลอกๆ ก็โดนบังคับให้ไปอยู่บ้านเขา ความจะแตกซะเปล่า หรือหนีงานแต่ง แต่ว่า....หนีงานแต่งมันไม่ใช่วิสัยของหล่อน คนอย่างหล่อนมันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน
อะ... คนละเื่แล้วบ๊องไปแล้วเรา
เอาไงดีหว่า แต่งงานหลอกก็ดีนะ แต่...จะแต่งงานหลอกกับใครล่ะใครเขาจะยอม หรือจะหาจ้างใครสักคน ถ้าเจอคนไม่ดี มันไม่ยอมหลอก มันจะเอาจริง เรามิแย่เหรอ
“โอ๊ย...คิดจนหัวจะะเิแล้วทำไงดี”
ปิ่นพูดลอย ๆ ออกมาคนเดียว ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่เดินสวนทางกับหล่อนหันหน้าไปกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคัก
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จนรถเก๋งญี่ปุ่นยี่ห้อเก่าแต่สภาพดีจากการใส่ใจดูแลของเ้าของแล่นมาจอดข้างตัว
เมื่อกระจกรถใกล้ตัวหล่อนเลื่อนลงเสียงใครคนหนึ่งะโลอดออกมา
“ปิ่น ทำไมมาเดินข้างถนนอย่างนี้มา มาขึ้นรถ จะกลับบ้านหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไปส่งหน้าบ้าน”
“พี่ทิศ”
ปิ่นอุทานชื่อเขาเมื่อเห็นชัดว่าเ้าของรถคือใคร จึงเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่เขา
“ไปไหนมา ฮึ เราทำไมไม่ให้รถที่บ้านไปรับ แล้วแต่งตัวแบบนี้”
ชลทิศหันมาสำรวจร่างกายสาวน้อย ซึ่งวันนี้อยู่ในชุดเรียบร้อยผิดตาอย่างสงสัยถามต่ออีก ว่า
“ไปไหนมา”
“ถามซะยาวเชียว”
“ยาวตรงไหน”
“ไม่ยาวก็ไม่ยาว”
ชลทิศขำ นิสัยต่อล้อต่อเถียงไม่เคยเปลี่ยนั้แ่เด็กจนโต
“จะบอกพี่ได้หรือยังว่าไปไหนมา ทำไมมาเดินข้างถนนอย่างนี้”
“ปิ่นไปทำงานมาค่ะ กำลังจะกลับบ้าน”
“อ้าว...เหรอ”
ชลทิศตอบรับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คนแบบปิ่นเนี่ยนะจะทำงาน
“พี่ทิศไม่เชื่อปิ่นหรือค่ะ”
“ปล๊าว... ไม่ใช่อย่างนั้น แค่..ไม่คิดว่าปิ่นจะทำงานแล้วทำงานที่ไหนล่ะเรา”
“ที่....ค่ะ”
ปิ่นบอกชื่อบริษัทไป ก็พอดีกับรถมาจอดหน้าบ้านหล่อนพอดี
“ขอบคุณค่ะ”
ปิ่นยกมือไหว้คนอายุมากกว่าอย่างนอบน้อม และในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ เสียงคนที่หล่อนไหว้เอ่ยปากเตือนอย่างห่วงใย
“คราวหน้าอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวอีกนะมันอันตราย ให้คนรถไปรับไปส่งดีกว่า แล้วก็อย่ามาเดินข้างถนนคนเดียวแบบนี้ด้วยเข้าใจมั๊ย”
พูดจบก็หันหน้าหนี ขับรถออกไปทันที ทิ้งให้หญิงสาวที่กำลังจะบอกขอบคุณเขาอีกครั้งอ้าปากหวอทำหน้าเหรอหรา มองตามหลังรถที่แล่นห่างออกไปก่อนจะเลี้ยวเข้าบ้านตัวเอง
คนแสนดุเป็ห่วงเราด้วยแฮะ แต่แล้วเหมือนนึกอะไรออก สาวปิ่นฉีกยิ้มจนปากกว้างเห็นฟันขาวเรียงเป็ระเบียบ
แล้วหุบยิ้ม แต่ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกาย พึมพำคนเดียว
“รู้แล้ว ว่าต้องทำยังไง”
หญิงสาวจึงรีบเดินไปตรงประตูบานเล็กสำหรับคนเดินเข้าออกหน้าบ้าน เปิดเข้าบ้านไปอย่างลิงโลด
ปิ่นก้าวพรวด ๆ ขึ้นบันไดใหญ่ซึ่งราวบันไดทำจากท่อนไม้แกะสลักคดโค้งอ่อนช้อยเคลือบเงาเป็มันสวยงาม
ไปชั้นสองของตัวบ้านที่มีห้องเรียงรายสี่ถึงห้าห้อง เปิดประตูเข้าไปยังห้องของตัวเอง เหวี่ยงกระเป๋าสะพายไปบนเตียง แล้วเดินอย่างเร็วไปที่โน๊ตบุ๊คที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน นั่งลงเปิดเครื่อง มือกดแป้นพิมพ์ พิมพ์ตัวอักษรลงไปอย่างชำนาญ พร้อมรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้าตัวเอง
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥