บทที่ 1
“…ก็เพราะวันนี้นั้นมีแค่เรา ตอนนี้ต้องการแค่เมา....” โจ ชายหนุ่มพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆคนหนึ่ง โจเพิ่งจะเรียนจบมาได้แค่ปีนิดๆ ก็ได้เริ่มงานกับบริษัทขนส่งสินค้าออนไลน์โดยตำแหน่งงานพนักงานคลังสินค้า ถึงเขาจะทำงานได้ดีแค่ไหนก็ตาม แต่เงินกับตำแหน่งหน้าที่การงานก็ไม่เคยขึ้นมาเลยแม้แต่สตางค์เดียว วันนี้ยังโชคร้ายแฟนสาวที่คบกันมากว่า 6 ปีดันมาบอกเลิกกับเขาอีก แน่นอนว่าสุราคือคำตอบของชีวิตตอนนี้“..อ่าวลุง ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับบ..” ระหว่างทางเดินกลับอพาร์ทเม้นท์ที่เขาเช่าอยู่ เขาก็ได้พบกับชายแก่คนหนึ่งที่ท่าทางเหมือนกับเป็นขอทาน สภาพของโจเองก็ไม่ต่างอะไรกับลุงแกสักเท่าไร มือข้างหนึ่งกอดขวดสุขาขาวอยู่สองขวด ส่วนมืออีกข้างก็มีอีกขวดที่ยกดื่มไปมากกว่าครึ่งขวดแล้ว“ข้าก็อยู่อย่างนี้ตลอดแหละ เอ็งเมาแล้วก็กลับบ้านไปนอนเถอะ..” ลุงขอทานกล่าวออกมา แต่มีหรือโจจะยอมกลับ เขาเดินมา และนั่งลงใกล้ๆกับลุงขอทานก่อนจะเอ่ยขึ้นตอบ“เมาอะไรกันล่ะลุง.. ว่าแต่มาดื่มกันสักหน่อยดีไหมล่ะลุง นี่ยังมีอีกสองขวด ผมให้ลุงขวดหนึ่งเลย ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยเถอะ..” จู่ๆโจก็ชวนลุงขอทานดื่มเหล้าซะอย่างนั้น ส่วนลุงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธลาภปากแต่อย่างใด ก่อนที่พวกเขาจะคุยกันอีกหลายเรื่อง เป็นเพื่อนกันและกัน“..ชีวิตเอ็งก็เหมือนกับข้าเมื่อก่อน ตอนนั้นก็วิกฤติต้มยำกุ้ง เมียข้าก็หนีตามคนรวยไป ข้าก็เสียศูนย์เหมือนกับเอ็งนี่แหละ ช่วงนี้โควิดกำลังระบาด เอ็งก็ระวังๆไว้บ้างเถอะ..” ลุงขอทานเล่าออกมา โจที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย“โควงโควิดอะไรกันลุง โดนเหล้าขาวไปมันก็ตายหมดแล้วล่ะลุง.. ว่าแต่เมื่อก่อนลุงเป็นถึงเจ้าสัวเลยเหรอเนี้ย ไม่น่าเชื่อเลยแหะ...” พวกเขาคุยกันไปเรื่อยถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมา จนเหล้าหมดขวดไปแล้ว และโจก็ได้ขอตัวกลับบ้านนอน เพราะตอนนี้เขาเองก็เมามากแล้วก็ง่วงมากด้วย“ลุง ผมกลับก่อนนะ เอาไว้ยังไงเรามาเมากันใหม่... ผมมี 200 ลุงเอาไว้กินข้าวนะ..ไปล่ะ” โจหยิบตังสดในกระเป๋าออกมายื่นให้กับลุงขอทาน เพราะตอนนี้เขามีเท่านี้ ถ้าเจออีกครั้งหน้าค่อยให้เพิ่มอีกก็ยังไม่สาย เขาได้อะไรเยอะตั้งแต่คุยกับลุง ประสบการณ์ชีวิต มุมมอง แม้บางส่วนเขาจะไม่เข้าใจก็ตามแต่ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมันทำให้เขาคิดได้ ไม่เสียศูนย์ในการใช้ชีวิตอีก“เดี๋ยวก่อน… เอ็งแน่ใจนะว่าอยากได้เรื่องตื่นเต้นในชีวิตน่ะ..” ลุงขอทานถามเป็นประโยคสุดท้าย โจหันกลับมาตอบอย่างติดตลกในทันที“แน่ยิ่งกว่าแน่อีกลุง.. ถ้าเป็นไปได้ ขอซอมบี้ตัวโหดๆ มาเคาะประตูบ้านหน่อยนะพรุ่งนี้..” จากนั้นโจก็โบกมือลาเดินเซจากไปในทันที พวกเขาคุยกันหลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกที่อยากให้มันเป็น คำตอบคนที่บ้าเหล่าผีดิบอย่างโจแล้วก็ตอบไปในทันที ‘War C’ หรือไม่ก็ ‘Redsident Evil’ โลกในจิตนาการที่เขาชื่นชอบอยากให้เป็น ลุงขอทานยิ้มให้กับท่าทางของชายหนุ่มที่เพิ่งได้พบเจอก่อนจะเอ่ยกับตัวเองเบาๆ“ไอ้หนุ่ม พรุ่งนี้เช้าเอ็งจะได้เจอตามที่เอ็งขอมาเลยก็แล้วกัน... แต่ว่าข้าก็ไม่ได้ใจร้ายหรอกนะ เงิน 200 บาทที่เอ็งให้มา ข้าจะถือว่าเอ็งเติมทรูกับข้าก็แล้วกัน...” จากนั้นลุงขอทานก็สลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย จากนั้นโลกที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมันก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะเป็นคำถามให้โจได้คิดในอนาคตว่ามันเป็นความบังเอิญ หรือมันเป็นเพราะสิ่งที่เขาได้ขอไปในตอนที่เมา.... ในที่สุดเช้าวันใหม่ก็เดินทางมาถึง แต่ความแตกต่างในเช้าของวันนี้มันคือความเงียบ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงของรถยนต์ที่ควรจะวิ่งไปมา ไร้เสียงของเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆห้องทะเลาะกันในตอนเช้า โจสะดุ้งตื่นขึ้นมาตามความเคยชินกับเวลาตื่น เขาเหม่อมองเพดานพร้อมกับหัวเราะให้กับตัวเองเบาๆ ไม่ว่าจะทำให้ตัวเองเมามากแค่ไหน แต่มันก็หนีความจริงไม่ได้ที่เธอนั้นจากไปแล้ว..“เวลาอาจจะช่วยเราได้ เราควรจะทำตัวให้ยุ่งเพื่อไม่คิดถึงเรื่องของเธอ..” โจลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่เน่าเหม็น เมื่อคืนเมื่อถึงห้องเขาก็พุ่งเข้าหาเตียงในทันทีไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว โจมองดูนาฬิกาที่บ่งบอกว่าเขาสายแล้ว เหลือเวลาอีก 15 นาทีเขาต้องเข้างานแล้ว มีหวังวันนี้ต้องตอกบัตรสายแน่นอน ไม่รอช้าเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำในทันที“สายแล้วๆ จะไม่อาบน้ำก็ไม่ได้ เน่าซะขนาดนี้...” โจรีบอย่างที่ไม่เคยรีบมาก่อน ในระหว่างนั้นเขาก็นึกถึงว่าจะหาข้ออ้างที่จะใช้บอกกับหัวหน้าของเขาว่าจะต้องพูดว่าอะไร จนในที่สุดก็นึกออกเขาควรจะบอกว่ามีไข้อ่อนๆเลยไปตรวจโควิดในตอนเช้า มันน่าจะทำให้เขารอดจากเหตุการณ์นี้มาได้ โจสวมชุดพนักงานก่อนจะสะพายกระเป๋าคาดไหล่เตรียมที่จะหมุนลูกบิดประตู แต่ก็ไม่ทันจะได้จับมัน เสียงเคาะประตูแปลกๆก็ดังขึ้น ตุบ!!ตุบ!!ตุบ!!ตุบ!! และนั่นมันก็ทำให้เขาสงสัยเป็นอย่างมาก เขาจึงยื่นหน้านำดวงตาไปยังช่องตาแมวที่ประตูห้องของเขามีติดอยู่ เขามองออกไปก็พบว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนำหัวของเธอมาโขกกับประตูของเขาถี่ๆ แม้จะไม่เห็นใบหน้า แต่ผมที่สวยขนาดนี้มันบ่งบอกได้เพียงแค่อย่างเดียวว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิง โจถามออกไปด้วยความสงสัย“คุณเป็นใครครับ...” โจถามได้แค่นั้น นอกจากจะไม่ได้เสียงตอบรับจากคุณเธอกลับมาแล้ว เขาก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เพราะคุณเธอเล่นกรีดร้องซะดัง ก่อนที่จะทุบประตูถี่ขึ้นและหนักขึ้นเรื่อยๆ และเสียงของเธอมันทำให้เสียงอื่นๆตามมาอีกหลายสิบเสียง แต่มันเป็นเสียงที่ฟังดูทรมานเป็นอย่างมาก มันเป็นเสียงเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังร้องข่มขู่ แล้วตอนนี้ทุกเสียงนั้นก็อยู่หน้าประตูห้องของเขา มันทำให้เขานึกถึงเมื่อคืน ‘แน่ยิ่งกว่าแน่อีกลุง.. ถ้าเป็นไปได้ ขอซอมบี้ตัวโหดๆ มาเคาะประตูบ้านหน่อยนะพรุ่งนี้..’ แน่นอนว่าในใจเขากลับนึกถึงเรื่องนั้น ซอมบี้อย่างนั้นเหรอ เขาตบหน้าตัวเองให้ตื่นจากฝัน แต่ความเจ็บนั้นก็ย้ำเตือนว่านี่มันคือเรื่องจริง โจคิดอยู่ไม่นาน เขารีบลากโต๊ะของตัวเองไปดันประตูเอาไว้ก่อนที่มันจะพัง.. “ฉิบหายแล้วไหมล่ะ....” เขาอุทานออกมาอย่างตกตะลึง เพราะภาพจากระเบียงที่เห็นมันยิ่งทำให้เขาเข้าใจอะไรได้อีกหลายอย่าง มันเป็นภาพของเมืองที่มีควันหลายตัวยาวขึ้นไปบนฟ้าอยู่หลายจุด และข้างล่างเองก็มีซอมบี้อีกหลายสิบตัวที่เหมือนเดินเล่นอย่างไร้จุดหมาย สมองของเขากลับคืนสติได้ในเวลาไม่นาน โจเริ่มคำนวณหาทางรอดไปจากอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ และเขาต้องการที่จะเห็นมุมสูงของพื้นที่ทั้งหมดนี้ก่อน เขามองไปยังดาดฟ้าของตึกนี้ ที่มันสูงเพียงแค่ 5 ชั้นเท่านั้น ตอนนี้เขาอยู่ชั้นที่สาม และต้องหาทางขึ้นไปบนดาดฟ้าให้ได้ก่อน ทางที่ง่ายที่สุดก็มีพวกซอมบี้ขวางเอาไว้อยู่ ทางเดียวที่จะไปได้คือการปีนไปทางระเบียงห้อง โจกวาดสายตาของตัวเองไปทั่วทั้งห้องอีกครั้ง เขาวางของที่ไม่จำเป็นไว้อย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายหลังเหมือนกับพวกเดินเขาใช้กัน จากนั้นเขาก็กวาดเสื้อผ้าสามชุดเข้ากระเป๋า จากนั้นก็เป็นของที่กินได้ในตู้เย็น น้ำเปล่าอีกสองสามขวด ทุกอย่างมันต้องแข่งกับเวลา อุปกรณ์ปีนเขาที่เขาเคยใช้ได้ถือเตรียมที่จะปีนป่ายจากระเบียงห้องสู่ดาดฟ้า ในจังหวะที่เขากำลังติดตั้งอุปกรณ์นั้นเองประตูไม้เก่าๆก็แตกกระจายเป็นรูโบ๋ตรงกลาง และภาพมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก... “ซอมบี้ตัวจริงเลยนี่หว่า.. ไม่น่าเลยน้องฝนสาวห้อง 304 ถ้ามาเคาะตอนเป็นคนปกติจะดีกว่านี้มาก ..”