"สวัสดีขอรับ! ที่ปรึกษาหม่า" อวิ๋นเม่าเหอรีบเดินเข้าไปคารวะคราวหนึ่ง
"ไอ้หยา! เป็เม่าเหอนั่นเอง เ้ามีเวลาว่างมาที่ว่าการอำเภอได้อย่างไรกัน?" ที่ปรึกษาหม่าหรี่ตามองชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ตรงหน้า
"ที่ปรึกษาหม่า ข้ามีเื่มารบกวนท่านสักหน่อย พวกเราหาที่นั่งทานนอาหารไปคุยกันไปเถิดขอรับ" อวิ๋นเม่าเหอเอ่ยอย่างนอบน้อม
"เอ่อ... ได้สิ"
ที่ปรึกษาหม่าเองก็ไม่รู้ว่าอวิ๋นเม่าเหอจะไหว้วานให้เขาช่วยจัดการเื่อันใด พอคิดดูว่าเื่ที่เคยช่วยจัดการให้ก่อนหน้านี้ล้วนไม่มีเื่ใดล้ำเส้นเกินไป ลองฟังดูก่อนก็ไม่เสียหาย หากจัดการยากค่อยปฏิเสธไปก็ยังทัน
ทั้งสองคนหาร้านอาหารขนาดเล็กที่สะอาดสะอ้านร้านหนึ่ง สั่งผัดผักร้อน ๆ สามอย่าง ผักเย็นหนึ่งอย่าง และอุ่นสุราเก่ามาหนึ่งกา เริ่มกินดื่มกันอย่างออกรส
ยามสุราเข้าปากจนหน้าแดงกรึ่ม ๆ ที่ปรึกษาหม่าจิบสุราต้มในแก้วไปคำหนึ่ง ชิมเนื้อไก่ต้มซีอิ๊วในจานไปคำหนึ่ง ในใจพลันขบคิด อวิ๋นเม่าเหอคนนี้ไม่เลวเลยจริง ๆ รู้ความยิ่งนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าคราวนี้มาจัดการเื่อันใดกันแน่
"เม่าเหอ พวกเราก็กินกันจนเกือบจะเสร็จแล้ว เ้าเอ่ยมาเถิด คราวนี้มาอำเภอเมืองมีเื่อันใดให้จัดการหรือ? หากไม่อธิบายให้กระจ่างแจ้ง ข้ากินลงไปก็รู้สึกไม่สบายใจนะ" ที่ปรึกษาหม่าตัดสินใจเอ่ยถามตรง ๆ จะได้ไม่ต้องมากังวลกลัวว่าพอกินดื่มเสร็จแล้วจะถูกไหว้วานให้จัดการเื่ที่รับมือยากให้ยุ่งยากเปล่า ๆ
"ที่ปรึกษาหม่า ท่านวางใจเถิดขอรับ เป็เพียงเื่เล็กน้อยเกี่ยวกับการซื้อขายและเปลี่ยนโฉนดที่ดินในหมู่บ้านเท่านั้น จัดการง่ายยิ่งนัก ด้านขั้นตอนรบกวนท่านคอยจับตาดูให้หน่อยก็พอขอรับ"
หลังพูดจบ อวิ๋นเม่าเหอก็ดันเงินตำลึงย่อยชิ้นหนึ่งหนักราวสองตำลึงส่งไปให้
ที่ปรึกษาหม่าพอเห็นมีเงินตำลึงขาว ๆ ทั้งเื่ที่ไหว้วานก็อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน รอยยิ้มพลันผุดขึ้นจนตาหรี่เป็เส้นเดียว
"ฮ่า ๆ ๆ น้องอวิ๋น จะเรียกว่าที่ปรึกษาอันใดกัน ช่างห่างเหินเกินไปแล้ว วันหน้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่เถิด" พูดพลางยื่นมือไปกวาดเงินตำลึงย่อยบนโต๊ะเข้ากระเป๋าเอวอย่างคล่องแคล่ว
"ตกลงขอรับ พี่หม่า น้องชายขอคารวะตรงนี้เลย" อวิ๋นเม่าเหอเองก็เป็คนรู้ความ รีบลุกขึ้นประสานมือคารวะคราวหนึ่ง
"มา ๆ ๆ น้องอวิ๋น พวกเรามาดื่มกันอีกสักแก้ว" ที่ปรึกษาหม่ายิ้มบานฉ่ำ ยกถ้วยสุราขึ้นดื่มหมดในคราวเดียว
"เสี่ยวเอ้อ ขอหมี่ราดหน้าเนื้อเพิ่มอีกสองชาม!" อวิ๋นเม่าเหอเห็นที่ปรึกษาหม่าดื่มไปพอสมควรแล้วจึงสั่งบะหมี่มาสองชาม ทั้งสองคนกินจนอิ่มหนำ หลังจ่ายเงินเรียบร้อยก็เดินออกจากร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งนั้น
ยามกลับมาถึงที่ว่าการอำเภอ ที่ปรึกษาหม่าก็นำทางอวิ๋นเม่าเหอตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่เขาใช้จัดการกิจการต่าง ๆ
อวิ๋นเม่าเหอเพิ่งเคยเข้ามาด้านในที่ว่าการอำเภอเป็ครั้งแรก มองดูพวกเ้าหน้าที่และเสมียนเดินเข้าออกจัดการธุระ เขาก็มิกล้ามองไปทั่ว ได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย เดินตามหลังที่ปรึกษาหม่าเข้าไปด้านใน
ที่ปรึกษาหม่าเห็นความระมัดระวังรอบคอบของอวิ๋นเม่าเหอ ก็นึกพยักหน้าในใจ ดูท่าจะเป็คนรู้ความ ควรค่าแก่การคบหาเป็สหาย
"น้องเม่าเหอ นำโฉนดที่ดินออกมาให้ข้าดูหน่อย" ที่ปรึกษาหม่าเอ่ยกับอวิ๋นเม่าเหอ
อวิ๋นเม่าเหอควักโฉนดที่ดิน สัญญา และเอกสารทะเบียนบ้านออกจากอกเสื้อยื่นส่งให้ที่ปรึกษาหม่า เมื่อที่ปรึกษาหม่ารับเอกสารไปพิจารณาดู กรรมสิทธิ์ชัดเจน สัญญายุติธรรม ไร้ปัญหาอันใด พอเรียกดูข้อมูลทะเบียนบ้านของอวิ๋นเม่าซานจากที่ว่าการอำเภอออกมาดู บนนั้นเขียนไว้ว่าปัจจุบันอวิ๋นเม่าซานไม่มีที่ดินทำกินอยู่ใน
"ดียิ่งนัก เดิมทีข้ายังขบคิดว่าจะอ้างเหตุผลใดมาขอลดหย่อนภาษีโอนโฉนดที่ดิน ประจวบเหมาะที่ยามนี้เขามีชื่อถือครองที่ดินทำกินเป็ศูนย์ ภาษีโอนโฉนดที่ดินจึงสามารถลดหย่อนได้ครึ่งหนึ่ง ทำเช่นนี้ช่วยประหยัดเงินไปได้ตั้งเยอะเชียวล่ะ" ที่ปรึกษาหม่าใช้นิ้วเคาะโฉนดที่ดินเบา ๆ "ตามจริงที่ดินชั้นดีสิบเอ็ดหมู่นี้ต้องเสียภาษีโอนโฉนดที่ดินหนึ่งตำลึงกว่า เป็เช่นนี้จ่ายแค่ห้าร้อยห้าสิบอีแปะก็พอแล้ว"
"เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก! ขอบคุณพี่หม่าที่ลำบากจัดการให้ขอรับ" อวิ๋นเม่าเหอเบิกบานใจยิ่ง ประหยัดได้นิดหน่อยก็ยังดี ใครจะไปปฏิเสธเงินทองได้เล่า ประหยัดได้ก็คือได้กำไร นำกลับไปบอกพี่เม่าซานจะได้มีคำตอบให้ด้วย
ไม่นานนัก ที่ปรึกษาหม่าก็ช่วยอวิ๋นเม่าเหอจัดการขั้นตอนการโอนย้ายโฉนดที่ดินจนเสร็จสิ้น ประทับตราประทับใหญ่ของนายอำเภอ บันทึกไว้ในเอกสารจัดเก็บจดหมายเหตุ นับแต่นี้ไปที่ดินชั้นดีสิบเอ็ดหมู่ก็ตกเป็กรรมสิทธิ์ของอวิ๋นเม่าซานอย่างสมบูรณ์