ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ภายใต้ปราสาท ข้างในห้องขัง ไอรากำลังทรมานนักโทษของตัวเอง ไม่สิ ต้องเรียกว่าเชลยมากกว่า เธอคนนี้คือคนที่พยายามลอบฆ่าเธอ แต่ไอราก็สามารถป้องกันตัวไว้ได้ทัน ก่อนจะจับตัวเธอเอาไว้ หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นของเล่นของไอราทั้งคืน แต่ว่า
“มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ ?”
แค่หวดแส้สองสามทีก็กรีดร้อง แค่ทรมานเลกน้อยก็ร้องขอชีวิต ถูกทรมานไม่เท่าไรก็สิ้นสภาพ ไอราต้องการผู้หญิงที่ดีกว่านี้ รักในศักดิ์ศรีของตัวเองมากกว่าชีวิต พร้อมรับการทรมานทุกอย่างของเธอ
แต่ว่า มันค่อนข้างจะขัดแย้งกัน ผู้หญิงที่น่ารัก รูปร่างบอบบาง มักอ่อนแอ จะหาคนแบบนั้นมาได้ที่ไหนกัน
แต่คนรับใช้คนสนิทของไอรา เคท หญิงสาวที่มักจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ ไม่อาจรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในหัว บางทีไอราก็แอบไม่ไว้ใจเธอคนนี้เหมือนกัน แต่จากการรับใช้ที่ผ่านมา หญิงสาวคนนี้ก็ไม่เคยแสดงท่าทีที่ทำให้ไอราไม่ไว้ใจ แต่ทำไมในหัวใจของเธอถึงบอกว่าอย่าเชื่อใจผู้หญิงคนนี้กันนะ
“ถ้าเป็นเด็กคนนี้ น่าจะรับการทรมานจากองค์หญิงได้นะคะ”
เคทยื่นกระดาษใบหนึ่งให้ บนกระดาษนั้นมีภาพของคิล เด็กสาวเส้นผมสีฟ้าที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพและกองเลือด ร่างกายเปรอะเปื้อนด้วยของเหลวสีแดง แต่ความงดงามของเจ้าตัวก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า เธอเป็นดอกไม้สีเลือด
“เด็กคนนี้คือใครคะ ?”
“คิลค่ะ เธอเป็นนักฆ่าอิสระ”
“นี่เธอจะให้เด็กคนนี้มาฆ่าฉันเหรอคะ”
“เปล่าค่ะ แต่เด็กคนนี้เป็นนักฆ่าที่มีฝีมือมาก ไม่เคยมีภารกิจไหนที่เธอทำไม่สำเร็จ อีกอย่าง ฉันคิดว่าเธอน่าจะทนต่อการทรมานขององค์หญิงได้ เพราะว่าเธอแทบจะไม่เคยแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาเลย แม้ว่าจะต้องต่อสู้กับใคร หรือตัวอะไรก็ตาม”
“แต่ดูจากลักษณะแล้ว เธอเป็นแค่มนุษย์นะคะ จะรับการทรมานของฉันไหวเหรอ”
“ที่สำคัญไม่ใช่ว่าเป็นใคร แต่ข้างในนี้มีอะไรอยู่ต่างหากค่ะ”
เคทชี้ที่อกตัวเองพร้อมกับยิ้ม
“อย่าห่วงเลยค่ะองค์หญิง ฉันจะล่อให้เด็กคนนี้มาฆ่าองค์หญิง ถึงตอนนั้นองค์หญิงก็จับเธอซะ แล้วทรมานเธอตามที่องค์หญิงต้องการ ถ้าหากเด็กคนนี้พังเมื่อไร ค่อยเปลี่ยนคนไปก็ได้ค่ะ”
“อือ…”
“องค์หญิงดูลังเลนะคะ ปกติถ้าจะทรมานใครสักคน องค์หญิงไม่ครุ่นคิดแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ”
“เด็กคนนั้นน่ารักมาก”
“หือ ? ว่าไงนะคะ”
“ฉันรู้สึกชอบใจเด็กคนนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากนั่งจิบน้ำชากับเธอ แต่ว่า… ถ้าได้ทรมานเธอก็คงดีเหมือนกัน”
“ช่างเป็นองค์หญิงที่ย้อนแย้งเหลือเกินนะคะ ถ้าอย่างนั้น ฉันจะขอไปจัดการหลอกให้เด็หฃกคนนี้มาฆ่าองค์หญิง ส่วนองค์หญิงก็เตรียมตัวรับมือ ตกลงไหมคะ”
“อืม… คิลสินะ… ดูสิว่าดอกไม้ดอกนี้ อยู่กับฉันได้นานสักแค่ไหน”
ไอรายิ้มราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่
ภายในห้องขังมืดทึบ มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงที่ติดตามผนัง ห้องขังแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับทรมนานักโทษขององค์หญิงไอรา แต่ไม่ใช่การสอบปากคำ ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการทรมานเพื่อความสนุกสนาน ซึ่งตอนนี้ นักโทษคนใหม่ก็กำลังถูกพันธนาการอยู่กลางห้อง
มันคงจะเป็นปกติ หากพันธนาการของคิลเป็นแบบธรรมดา อย่างล็อกด้วยปลอกข้อมือเชื่อมกับโซ่ ดึงแขนเธอขึ้นไปบนเพดาน ตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย จนต้องยืนด้วยปลายเท้า แต่สภาพตอนคิลตอนนี้กลับไม่ใช่ การพันธนาการที่เธอได้รับ ทำให้เธออยู่ในสภาพแสนน่าอับอาย
แขนและขาของเธอถูกโซ่ดึงเอาไว้ ทำให้อยู่ในท่ากางแขนขาเป็นกากบาทกลางอากาศ ในสภาพนี้ เธอไม่สามารถปกปิดส่วนน่าอายตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าอกอวบอิ่ม หรือกลีบกุหลาบด้านล่างก็ตาม
ที่สำคัญเลยคือ คิลรู้สึกได้ว่าลำคอตัวเองมีบางอย่างรัดอยู่ ถ้าให้เดามันน่าจะเป็นปลอกคอทาส หมายความว่าต่อไปนี้ เธอจะขัดคำสั่งผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แล้วสินะ...
“ไม่นึกว่าคนหน้านิ่งแบบเธอจะแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมาได้ด้วยนะคะ น่ารักจัง”
ไอรานึกเอ็นดู แล้วลูบใบหน้าของคิล แต่แน่นอน เธอเป็นนักฆ่า และพร้อมจะฆ่าฟันเสมอเมื่อโอกาสมาถึง คิลกัดมือของหญิงสาวคนนั้น แต่องค์หญิงก็สะบัดมือออกได้ทันก่อนจะตบหน้าคิลไปหนึ่งที หน้าของเธอสะบัด ปากเธอแตก แต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นมาราวผู้กำชัย
“แสบนักนะคะ ยัยเด็กน้อย”
“ไม่ใช่เด็กสักหน่อย ฉันอายุ 20 กว่าแล้ว”
คิลดูไม่ได้เกรงกลัวต่อการทรมานที่จะมาถึงเลย ไอราหันไปมองอุปกรณ์ทรมานที่แขวนอยู่ตามผนังห้อง ก่อนจะหยิบของพื้นฐานอย่างแส้ออกมา
“ยัยองค์หญิงซาดิสม์เอ๊ย”
แส้ยาวถูกฟาด เสียงตัดอากาศดังควับ ผิวบอบบางปะทะกับแส้ จากบริเวณเอวอ้อมไปถึงกลางหลัง คิลแอ่นหลังขึ้นตอบสนองต่อความเจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้ แต่เธอก็ยิ้มออกมา คล้ายกับจะบอกว่า ทำได้แค่นี้เหรอ
แต่แน่นอน สำหรับองค์หญิงที่ชอบทรมานผู้อื่นอย่างไอราแล้ว เธอไม่ได้หมดมุกแค่นี้ หลังจากฟาดแส้ไปตามผิวบางของเธอคนน้น จนตามตัวเธอมีรอยแดง เธอก็ทำการหมุนแส้ไปมาเหมือนกับซ้อมมือ
“ด เดี๋ยว เล็งไปตรงไหนของเธอ”
“นั่นสิน้า”
เพี๊ยะ !
พร้อมกับคำพูดนั้น แส้ก็ถูกหวดเป้นแนวเสยขึ้น ปะทะเข้ากลับกลีบกุหลาบของเด็กสาวจนเธอเงยหน้าขึ้นและกัดพลางเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดนั้น มือและเท้าของเธอดิ้นไปมาเหมือนต้องการหลุดจากพันธนาการ แต่ก็ไม่มีประโยชน์
“ไม่อ้อนวอนขอให้ฉันหยุดหน่อยเหรอ”
“อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”
คิลไม่แสดงความอ้อนน้อมต่อผู้ถูกลงโทษ เมื่อเป็นเช่นนั้น องค์หญิงก็ไม่คิดปราณี แส้ถูกหวดอีกหลายสิบครั้ง จนสุดท้าย คิลก็ไม่สามารถทนทานต่อความเจ็บปวดได้ แล้วถึงกับปล่อยเบาออกมา จนไหลลงตามต้นขานองไปกับพื้น
“เป็นผู้หญิงที่ไร้ยางอายจังเลยนะคะ มาฉี่ราดแบบนี้”
“...”
คิลไม่ตอบอะไรกลับไป นั่นทำให้ไอรายิ้มแล้วคิดว่า นี่ล่ะ ของเล่นที่เหมาะสมกับเธอ ที่ผ่านมา ทุกคนที่ถูกเธอทรมานจะอ้อนวอนขอความเมตตา ขอให้ตัวเองพ้นจากความเจ็บปวด แต่คิลกลับตรงกันข้าม เธอยิ้มให้กับการทรมานที่จะได้รับ
“เริ่มน่าสนุกขึ้นมาทุกทีแล้วสิคะ ถ้างั้น ขอฉันคิดก่อนแล้วกันว่า จะทำยังไงกับเธอดี สำหรับตอนนี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”
ใครจะไปหลับสบายในสภาพนี้กัน คิลคิดแบบนั้น ตามเนื้อตัวเธอแสบไปหมด เธอก้มหน้าเพื่อจะหลับ แม้จะอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวย แต่การพักผ่อนก็เป็นสิ่งจำเป็น ทว่า
ซ่า !
น้ำถูกสาดมาที่ร่างกาย ทำให้เธอสะดุ้ง เจ้าของการกระทำนั้น แน่นอนว่าเป็นเจ้าหญิงไอรา แต่ว่าเธอจะทำแบบนั้นทำไม ทรมานเธอด้วยความหนาวเย็นเหรอ ? ต้องยอมรับ อากาศตอนนี้ค่อนข้างหนาว การโดนน้ำสาดแล้วปล่อยไว้ในสภาพนี้นับเป็นการทรมานอย่างหนึ่ง แต่คิลคิดว่าสำหรับองค์หญิงแสนซาดิสม์มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น
“อ๊ะ !”
คิลถึงกับส่งเสียงร้องออกมา เมื่อตามแผลของเธอที่มีอาการแสบจากการถูกฟาด ตอนนี้ยิ่งทวีความแสบเข้าไปอีก เหมือนว่าน้ำดังกล่าวจะไม่ใช่น้ำธรรมดา
“น้ำเกลือ เวลาเทใส่แผลมันคันยุบยิบไปหมดเลยล่ะค่ะ อยู่ในสภาพที่เกาตัวเองไม่ได้ทั้งคืน คงน่าสนุกน่าดูเลยล่ะ”
“ถ้าสนุก ก็มาลองโดนเองสิ”
“ยังปากกล้าได้อีกนะคะ”
ไอรายิ้มอย่างสนุกสนาน
“แต่ว่า ขืนปล่อยเธอไว้แบบนี้ คงได้ป่วยแน่ แล้วถ้าเธอป่วยฉันก็คงทรมานเธอไม่ได้เต็มที่ ถ้าอย่างนั้น ฉันจะช่วยให้ความอบอุ่นหน่อยแล้วกัน”
ไอราจัดการน้ำเตาไฟสองเตามาตั้งข้างคิล ก่อนจะจุดไฟขึ้น แน่นอน ความร้อนของไฟทำให้ร่างกายเธอแห้ง รอดพ้นจากอาการเหน็บหนาวไปได้ แต่ทำไมกันนะ คิลคิดว่าเธอคนนี้ต้องวางแผนอะไรที่มากกว่านั้น
“ถ้าอย่างงั้น หลับฝันดีนะ ทาสของฉัน”
องค์หญิงไอราโบกมือ ก่อนจะออกไปจากห้องขัง คิลหันไปมองเตาไฟที่อยู่ข้างกายตัวเองทั้งสองด้าน หมายความว่ายังไง จะปล่อยเธอเอาไว้แบบนี้เหรอ จริงอยู่ว่าตอนนี้เตาไฟพวกนี้อาจจะให้ความอบอุ่น แต่ว่า ถ้าผ่านไปเรื่อยๆ ไอความร้อนจากกองไฟพวกนี้จะค่อยๆ ลวกผิวหนังของเธอ
ฉันไม่อยากถูกย่างสดนะ
คิลคิดในใจพร้อมกับพยายามดิ้น แต่นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เธออยู่ในสภาพนั้นจนถึงเช้า
องค์หญิงไอราตื่นเช้า บิดขี้เกียจ แล้วลงมายังชั้นใต้ดิน ก็พบกับเด็กสาวที่แสดงสีหน้าร้อนรน ใบหน้าของเธอดูอ่อนล้าต็มทน แต่ดวงกองไฟทั้งสองที่แผ่ความร้อนลวกผิวหนังของเธออยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่ในระดับความร้อนที่ทำให้ผิวไหม้ แต่ว่า สุดแสนจะทรมาน
“อรุณสวัสดิ์ เป็นยามเช้าที่สดใสจังนะคะ”
“...”
“หือ… นึกว่าพอฉันลงมา จะร้องไห้อ้อนวอนขอให้ปล่อยตัวซะอีก ไม่เลยเหรอ”
“...”
“นี่ล่ะ ของเล่นที่ฉันต้องการมานาน”
องค์หญิงไอราว่า ก่อนจะใช้เวทมนตร์ดับเตาไฟทั้งสอง แล้วปล่อยให้โซ่ทั้งสี่หย่อนลงจนเด็กสาวหล่นลงมานั่งลงที่พื้น
“ไปเดินเล่นตอนเช้ากันหน่อยไหมคะ ทาสของฉัน ไม่สิ ถ้าเดินเล่นก็ต้องไปในฐานะสุนัขไม่ใช่เหรอ ?”