เทศกาลล่าสัตว์กำลังจะจบลงแล้ว คนที่ออกไปล่าสัตว์รอบสองกำลังกลับมา
“เหม่ยเหมย”
เสียงเรียกจากท่านอ๋องทำให้ฉันหันกลับไปมอง ท่านอ๋องแบกหมูป่าตัวไม่ใหญ่มากกำลังเดินมาทางนี้
“โห หมูป่าหนิเ้าคะท่านอ๋อง”
“ข้าเอามาให้เ้าทำอาหาร วันนี้ข้าอยากทานผัดเผ็ดหมูป่าสักหน่อย เ้าทำได้ไหม”
“ได้แน่นอนเ้าค่ะ ผัดเผ็ดหมูป่ากับข้าวร้อนๆ ท่านอ๋องไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่ารอเถอะเพคะ ทางนี้หม่อมฉันจัดการให้เอง”
“ขอบใจเ้ามาก”
ฉันรีบไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำผัดเผ็ดหมูป่าเย็นนี้ เริ่มจากการเตรียมพริกแกง พริก กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า เกลือ โขลกให้เข้ากัน
หลักจากนั้นหั่นเนื้อหมูป่าให้พอดีคำ ซอยมะเขือเปราะและผักที่ต้องใช้ทิ้งไว้
เริ่มตั้งน้ำมัน นำพริกที่โขลกไว้ไปผัดกับน้ำมันจนได้กลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูป่าที่หั่นไว้ลงไปผัดด้วย เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย เมื่อเนื้อหมูนุ่มแล้วใส่ มะเขือเปราะ ใบกระเพรา ปรุงรสด้วยน้ำตาล พริกไทย ผัดให้เข้ากันเป็อันเสร็จ
กลิ่นหอมของผัดเผ็ดหมูป่าลอยไปไกล จนมีคนแวะเวียนมาชะโงกหน้าดูฉันทำอาหารอยู่บ่อยครั้ง
ฉับแบ่งผัดเผ็ดหมูป่าออกเป็ห้าส่วน แบ่งให้ท่านอ๋อง ฮ่องเต้ ฮองเฮา สนมซูลี่จู และเก็บไว้ให้ซักกุงนิดหน่อย
ถึงตอนเย็นลานตรงกลางจัดเป็เหมือนงานเลี้ยงเล็กๆ มีดนตรี อาหารเพียบพร้อม มีสุราคอยบริการอยู่หลายไห
ฉันยกผัดเผ็ดหมูป่าไปให้ท่านอ๋องและฮ่องเต้ได้ลองชิม
“หมูป่านี่เ้าทำเองหรือ”
“ใช่เพคะ ข้าทำเองท่านลองชิมดูสิ”
ฉันบอกให้เจี้ยนกั๋วลองชิมดู ตอนนี้ก็มองเค้าตักหมูป่าเข้าป่า กำลังลุ้นว่าผลตอบรับจะเป็ยังไง จะอร่อยรึเปล่า
“อื้ม อร่อยมากเผ็ดกำลังพอดีเลย แล้วเ้าต้องทำให้คนอื่นด้วยหรอ”
“หมูป่าตัวตั้งใหญ่ท่านจะงกทำไม คนอื่นที่ว่าก็มีแค่ฮองเฮา ท่านอ๋อง แล้วก็สนมลี่จูนะเพคะ”
“ไม่รู้แหละคราวหน้าต้องมาถามข้าก่อน”
ถึงเวลาประทานรางวัลให้กับเหล่าขุนนางและทหาร ส่วนใหญ่ฮ่องเต้จะประทานทองคำ ตั๋วเงิน ผ้าแพร ผ้าไหม หยกเนื้อดี เป็ส่วนใหญ่
ฮองเฮาก็ประทานเครื่องประดับให้เหล่าภรรยาขุนนางบางคนบ้าง
“ต่อไปข้าขอตบรางวัลเป็เครื่องประดับไข่มุก ตั๋วเงิน 5000 ตำลัง ให้คนทำผัดเผ็ดหมูป่าก็แล้วกัน รสชาติดีมาก”
ฉันไม่คิดว่าฮ่องเต้จะให้รางวัลฉันด้วยเพราะปกติมักจะไม่ได้ให้นางกำนัลที่ปฎิบัติหน้าที่แบบนี้อยู่แล้ว
“ใครที่ล่าหมูป่ามาให้จะตบรางวัลให้เป็ตั๋วเงิน 5000 ตำลึง”
ทันทีที่ฮ่องเต้ประกาศออกไป อ๋องหลี่จวินก็เดินออกมารับรางวัล ทำให้เขาหันมามองหน้าฉันอย่างกำลังสงสัย
“คนที่ล่าหมูป่ามาให้เ้าเป็กลี่จวินเองหรือ”
“เพคะ เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมาท่านอ๋องแบบหมูป่าไปให้ข้าที่โรงครัว บอกว่าอยากกินผัดเผ็ด”
ฉันลองพูดออกไปแบบนั้นเพื่อจะรอดูว่าเจี้ยนกั๋วมีปฏิกิริยายังไงบ้าง
“เ้าตามข้าออกไปที่กระโจมเดี๋ยวนี้”
เจี้ยนกั๋วเดินนำออกไปซักพักฉันจึงเดินตามออกไป เขายืนรออยู่หน้ากระโจม ฉันมองซ้ายมองขวาไม่มีคนเห็นจึงได้วิ่งพุ่งเข้าไปในกระโจม
จะยืนคุยหน้ากระโจมก็กลัวจะมีคนมาเจอเข้า
“ท่านเรียกข้ามาทำไม งานเลี้ยงกำลังสนุก”
“ข้าไม่สนุก เ้าทำเมนูที่หลี่จวินอยากกินได้ยังไง”
“ก็มันมีหมูป่าพอดีหนิ ท่านอย่ามาน้อยใจเื่นี้เลยนะ ข้ายกไปให้ท่านคนแรกเลยนะ นะนะ”
ดูเหมือนสีหน้าเขาจะดีขึ้นเล็กน้อย ไม่ตึงเครียดเหมือนตอนที่เข้ามา
~ฟอด ฟอด ฟอด~
ตอนนี้ฉันโดนเขาหอมไปทั่วทั้งหน้าแล้วกลิ่นสุราโชยมาจากเขา สองแขนแกร่งกำลังโอบกอดฉันจากด้านหน้า
“ข้าขอกอดเ้าแบบนี้อีกนิดนะ”
“ไม่ได้แล้ว เราสองคนหายมานานเดี๋ยวคนอื่นต้องตามหาท่านแน่กลับออกไปกันเถอะ”
~ จุ๊บ ~
เขาจูบลงมาอย่างแ่เบา ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปาก รสชาติของสุราที่ไม่คุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก
~อื้อ อ่า ~ เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากปากฉัน ทำให้เจี้ยนกั๋ว ถอนริมฝีปากออก
“เป็ยังไงบ้างจูบของข้า”
เขาถามด้วยรอยยิ้มกว้าง ยังดีที่เราไม่ได้จุดไฟกระโจมเห็นเพียงแค่เเสงสลัวๆ ด้านนอกที่ส่องเข้ามา
เขาจึงไม่ได้เห็นสีหน้าที่แดงก่ำของฉันตอนนี้