สายลมในตอนกลางวันพัดอ่อนเอื่อยทำต้นดอกทานตะวันโอนเอนไปตามทิศทางลมเสียงหวีดหวิวเล็ก ๆของสายลมบ่งบอกได้ว่าทุ่งดอกทานตะวันแห่งนี้ค่อนข้างมีชีวิตชีวาไหนยังจะมีเสียงนกกระจิบกร่นร้องจิ๊บ ๆดังขึ้นมาเป็นระลอกราวกับว่าพวกมันกำลังแสดงความยินดีกับการที่พวกเขาทั้งสองได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้ง
ถงเจินอวี่ เป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าคมสวย ดวงตาหวานหยดมีแสงประกายเล็ก ๆในลูกตา ทำให้ดวงตาคู่นั้นเป็นดวงตาที่พราวเสน่ห์หนำซ้ำดวงตาของเธอยังกลมโตเหมือนไข่หงส์ ขนตาก็ยาวงอนกว่าผู้หญิงทั่วไปปลายจมูกโด่งสวย ริมฝีปากเล็กบางแต่เป็นกระจับ
เนี่ยนตงเฉินที่หันมาสบสายตากับหล่อนถึงขั้นนิ่งชะงักไปชั่วคราว ที่เขานิ่งงันไป… ไม่ใช่เพราะตกตะลึงในความสวยของหล่อนแต่เขาเพียงแค่กำลังตกตะลึงในความบังเอิญ และกำลังเฝ้าถามกับตัวเองในใจว่า
‘โลกนี้มันแคบขนาดนั้นเลยเหรอ’
ด้านของถงเจินอวี่เองก็ใช่ว่าจะดีไปกว่าเนี่ยนตงเฉินหล่อนเองก็นึกแปลกใจมาก ๆ เหมือนกันทำไมคนที่มาปรากฏอยู่ต่อหน้าหล่อนถึงเป็นเขาคนนี้ไปได้!
ความตกตะลึงและความสับสนเข้าครอบงำจิตใจของเนี่ยนตงเฉินทำให้เขาหลงลืมความหงุดหงิด ความโกรธ ความร้อนและความขัดเคืองสารพัดอย่างไปชั่วขณะ
และในขณะที่ต่างฝ่ายต่างยืนสบตากันอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองอร่ามก็พลันมีภาพความทรงจำสายหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งสองฝ่าย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน…
ณโรงแรมหรูหราย่านกลางเมืองเซี่ยงไฮ้
เสียงเพลงดังคลอเคล้าท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่แสนจะผ่อนคลายเรื่อยเฉื่อย ไม่รีบไม่ร้อนโรงแรมแห่งนี้แตกต่างจากโรงแรมทั่วไปที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ให้แค่ความผ่อนคลายแต่ยังให้ความสนุกสนานต่อแขกที่มาเข้าพักด้วยการจัดสรรให้ชั้นใต้ดินของโรงแรมกลายเป็นผับเล็ก ๆ ที่มีทั้งแสงสีเสียงและเครื่องดื่มมึนเมาหลากหลายชนิด
ชายหญิงมากหน้าหลายตาที่เป็นแขกของโรงแรมและไม่ใช่แขกของโรงแรมโดยตรงต่างแวะเวียนมากินดื่มสังสรรค์ที่นี่อย่างครึกครื้นและแน่นอนว่าคนเสเพลอย่างเนี่ยนตงเฉินจะต้องมาขลุกตัวอยู่ที่นี่อย่างแน่นอนเขาและกลุ่มเพื่อนเลือกมานั่งดื่มในโซนด้านในของไนต์คลับตามปกติ
เนี่ยนตงเฉินเสนอตัวเป็นเจ้ามือและบอกว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะนี่ถือเป็นการเลี้ยงส่งและเลี้ยงอำลาให้กับตัวเขาเอง
หลังจากคืนนี้เป็นต้นไปที่จีนแผ่นดินใหญ่จะไม่มีเงาของเขาปรากฏให้เห็นอีกนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาวางแผนจะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษในวันพรุ่งนี้เช้า
กลุ่มเพื่อนที่ตงเฉินมีก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีคนทั้งกลุ่มรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยจะประกอบไปด้วยผู้ชายสองคนและผู้หญิงอีกสามคน ซึ่งผู้หญิงสองคนที่นั่งร่วมอยู่ในวงล้วนเป็นแฟนสาวของชายหนุ่มทั้งสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทของตงเฉินนั่นเท่ากับว่าในวงสังสรรค์วงนี้จะมีเนี่ยนตงเฉินและมีผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่ยังถือตัวเป็นโสดอยู่
หล่อนมีชื่อว่า ‘สือว่านชี’ หล่อนมีโอกาสได้รู้จักกับเนี่ยนตงเฉินก็เพราะเพื่อนสาวคนสนิทที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับเนี่ยนตงเฉินแนะนำให้ได้มารู้จักกับตงเฉินและเวลาออกไปพบปะสังสรรค์กันตามประสากลุ่มเพื่อนหญิงสาวคนนั้นก็มักจะชวนว่านชีไปด้วยเสมอ ด้วยเหตุนี้ว่านชีจึงกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของตงเฉินไปโดยปริยาย
เนี่ยนตงเฉินคิดกับหล่อนในแบบเพื่อนแต่ทว่าสือว่านชีกลับไม่สนใจมิตรภาพอะไรนั่น หล่อนชัดเจนกับตัวเองเสมอมาว่าหล่อนไม่ได้อยากเป็นเพื่อนของเขา หล่อนอยากเป็นผู้หญิงของเขาอยากเป็นคนที่เข้าไปครอบครองหัวใจของเขา
ทุก ๆครั้งที่มีผู้หญิงอื่นจ้องจะเข้ามาหาเนี่ยนตงเฉินก็จะเป็นสือว่านชีคนนี้ที่คอยขัดแข้งขัดขาไว้ตลอดหล่อนสารภาพรักกับเนี่ยนตงเฉินหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าทุกครั้งแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นหล่อนก็ไม่คิดถอดใจ เพราะผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยแบบเนี่ยนตงเฉินไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆถึงแม้ว่าเขาจะหลงตัวเองและติดนิสัยเย่อหยิ่งไปบ้างนั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหล่อน
คติประจำใจของหล่อนคือหล่อ รวย สองคำนี้สามารถชนะได้ทุกอย่าง
ทันทีที่ว่านชีได้ยินข่าวเรื่องที่ตงเฉินจะย้ายไปอยู่อังกฤษหล่อนก็รู้สึกเสียใจและรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากหล่อนเสียใจที่ไม่เคยพิชิตใจของเขาได้สักที และหล่อนนึกเสียดายเวลาที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหล่อนทุ่มเททำหลาย ๆ อย่างเพื่อให้เขาหันมารักแต่กลับทำไม่สำเร็จเลยสักครั้ง
ขนาดตอนที่เขาอยู่ในจีนหล่อนยังพิชิตใจเขายาก แล้วนี่เขาย้ายไปอยู่ต่างประเทศห่างกันกับหล่อนตั้งหลายหมื่นหลายพันกิโลเมตรนั่นมันก็เท่ากับว่าหล่อนหมดโอกาสที่จะพิชิตใจของเขาแล้วจริง ๆ
แต่เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะหมดหวังจู่ ๆ โสตสมองของหล่อน ก็บอกให้หล่อนลองดูอีกสักตั้งแต่ทว่าครั้งนี้หล่อนจะพิชิตใจของเขาด้วยวิธีเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้วหล่อนจะต้องใช้วิธี ‘มัดมือชก’ ทำให้เขาปฏิเสธความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ได้ต่อให้เขาจะไม่ได้รักหล่อนเลยก็ตาม!
ดังนั้นแผนการในครั้งนี้ของสือว่านชีจะต้องทำให้สำเร็จ!ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง หล่อนจะปล่อยให้มันล้มเหลวเหมือนที่ผ่าน ๆมาไม่ได้เด็ดขาด
แผนการของสือว่านชีก็คือ!หล่อนจะวางยาเนี่ยนตงเฉิน จากนั้นก็รวบหัวรวบหางเขาซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไปพอตื่นเช้าขึ้นมา หล่อนตกเป็นของเขาแล้ว เขาตกเป็นของหล่อนแล้วหล่อนก็จะมีข้ออ้างตัวโต ๆ ที่จะขอตามไปอยู่อังกฤษกับเนี่ยนตงเฉินได้
หากแผนนี้สำเร็จขึ้นมาไม่ว่าเขาจะย้ายไปอยู่ที่ไหนเนี่ยนตงเฉินของหล่อนก็จะไม่มีวันได้ลงเอยกับผู้หญิงหัวทองพวกนั้นหล่อนน่ะเหมาะสมกับการได้เป็นคุณผู้หญิงน้อยของตระกูลเนี่ยนที่สุดแล้วล่ะ
สือว่านชีฉีกยิ้มร่าอย่างมีความสุขเมื่อฉุกคิดจินตนาการถึงเรื่องในอนาคตอันใกล้
ขณะเดียวกันนี้ อีกฟากหนึ่งของโรงแรมสุดหรูถงเจินอวี่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของหล่อนการต้องคอยรับมือกับลูกค้าที่หลากหลายถือเป็นเรื่องที่ดูดกินพลังงานชีวิตของหล่อนมากจริงๆ เดิมทีเจินอวี่เป็นพนักงานอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบนโรงแรม หน้าที่หลัก ๆคือการดูแล การบริการ และคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่เพิ่งมาเข้าพักตลอดจนมีหน้าที่นำทาง พาลูกค้าไปเข้าพักที่ห้องพักของตัวเองให้ราบรื่น
แต่เนื่องด้วยวันนี้พนักงานฝ่ายไนต์คลับของชั้นใต้ดินมีคนลาหยุดสองคนประกอบกับมีพนักงานอีกคนลาป่วยกะทันหันทำให้ไนต์คลับชั้นใต้ดินของโรงแรมขาดคนชั่วคราวและถงเจินอวี่ก็ถูกหัวหน้าประจำแผนกส่งตัวให้มาช่วยงานที่โซนนี้ชั่วคราว
หล่อนไม่ถนัดกับงานบริการลูกค้าขี้เมาพวกนี้เลยจริงๆ แสงไฟที่เดี๋ยวสลัวเดี๋ยวสว่างพวกนี้ก็ชวนเวียนหัวจริง ๆไหนจะเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มนั่นอีกเรียกได้ว่าเข้ามาทำงานที่โซนนี้มันน่าอึดอัดมากจริง ๆ
แต่เพื่อเงิน เพื่องานเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น หล่อนก็หลีกเลี่ยงและปฏิเสธไม่ได้!ดังนั้นจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป!
ด้วยความที่เจินอวี่ไม่ค่อยถนัดทำงานในโซนนี้เท่าไหร่นักใบหน้าจิ้มลิ้มของหล่อนจึงกลายเป็นใบหน้าปั้นยากจะยิ้มแย้มแต่ละทีก็เป็นการฝืนยิ้มแบบแห้ง ๆการสื่อสารกับลูกค้าก็เป็นไปอย่างยากลำบาก
เมื่อเห็นท่าไม่ดีเข้าผู้จัดการไนต์คลับจึงเข้ามาพูดคุยกับเจินอวี่เป็นการส่วนตัวและตัดปัญหาด้วยการสั่งให้เจินอวี่ยืนอยู่มุมหนึ่งของไนต์คลับมีหน้าที่คอยมองจับสังเกตลูกค้าแต่ละโต๊ะ หากพบว่าลูกค้าเรียกหาพนักงานหรือต้องการความช่วยเหลือค่อยตรงเข้าไปให้บริการเป็นรายบุคคล แบบนี้น่าจะดีที่สุด
ระหว่างที่เจินอวี่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยหล่อนก็ดันตาดีเหลือบไปเห็นลูกค้าสาวคนหนึ่งกำลังเทส่วนผสมอะไรบางอย่างลงไปในแก้วใบหนึ่ง
หล่อนมั่นใจมากว่าส่วนผสมในซองสีน้ำตาลอ่อนในมือของผู้หญิงคนนั้น มันไม่ใช่ของดีอะไรจะต้องเป็นยาถ่าย ยาพิษ ยานอนหลับ หรือไม่ก็อาจจะเป็นยาเสียตัวอะไรทำนองนั้น
ที่หล่อนคาดเดาไปในทิศทางนั้นไม่ใช่ว่าหล่อนเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแต่พนักงานคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสาวในแผนกของหล่อน เคยเล่าให้ฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าแฟนหนุ่มของเธอทำงานที่ไนต์คลับชั้นใต้ดินมักจะเห็นลูกค้าชายหญิงแอบผสมของพวกนี้ให้อีกฝ่ายดื่มกินอยู่เสมอ
แฟนหนุ่มของหล่อนยังเล่าต่อไปอีกว่าในโลกภายนอกอาจมองว่าการทำแบบนี้คือเรื่องผิดแปลกแต่สำหรับนักดื่มนักเที่ยวในไนต์คลับจะถือว่านี่คือการกระทำที่เป็นปกติและคนที่ทำงานในโซนนี้จะต้องห้ามปากสว่าง ไม่ว่าพบเห็นอะไรจะต้องทำเป็นหูหนวกตาบอดไว้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะชีวิตสั้นเอาได้
นี่คือคำพูดของแฟนหนุ่มของเพื่อนร่วมแผนก
ถงเจินอวี่ฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็รีบกรอกสายตามองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นอีกอย่างหล่อนลงมาช่วยงานที่ไนต์คลับแค่ชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆที่หล่อนจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งพัวพันกับเรื่องพรรค์นั้น
อีกหน่อยพอลูกค้าบางส่วนทยอยกลับไปพักและมีจำนวนลูกค้าที่บางตาลง เจินอวี่ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ช่วยงานที่นี่ต่อถึงตอนนั้นผู้จัดการไนต์คลับก็อนุญาตให้เธอกลับไปทำงานที่แผนกของตัวเองได้ตามปกติ
ดังนั้นหล่อนจะท่องไว้ในใจเสมอว่า
‘ไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่รู้ และไม่เห็นอะไรทั้งนั้น’
ใช่!!นี่คือบทสวดป้องกันภัยของถงเจินอวี่ ที่คิดค้นขึ้นมาโดยตัวหล่อนเอง
ท่องไปท่องมา…ก็ปรากฏว่าเวลาในไนต์คลับผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมงแล้ว