เวลาผ่านไปถึงหกชั่วยาม ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันของหอโอสถศักดิ์สิทธิ์ในที่สุดเม็ดยาก็พร้อมสำหรับแจกจ่ายให้กับเหล่าศิษย์เป้นที่เรียบร้อยโดยจะแบ่งเป็นเม็ดยาระดับสี่คือศิษย์สายนอก เม็ดยาระดับห้าคือศิษย์สายใน และเม็ดยาระดับหกคือศิษย์หลัก ส่วนศิษย์สืบทอดนั้นเนื่องจากได้ทรัพยากรณืจากผู้อาวุโสผู้เป็นอาจารย์อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องรับเม็ดยาเหล่านี้เสียเท่าไร
เฟยหรงและฮั่วหลิงหลิงเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลก็เดินออกมาในทันทีแต่ทว่าเมื่อเดินออกมาแล้วเขาก็เห็นเมิ่งฉีและเหล่ยอิงที่อยู่กับกลุ่มคนอีกกลุ่มซึ่งมีสองคนที่เขารู้จักดีนั่นคือเฟยหว่านถิงและเฟยอวิ้นเฉินนั่นเอง
"หลิงหลิง นั่นสหายของเจ้านี่ดูเหมือนพวกเขาจะรับภารกิจนะ"
"อื่ม เห็นว่่าจะไปแถบๆป่าหมื่นอสูรนั่นแหละ เป็นภารกิจล่าสัตว์อสูรที่พักนี้ออกมาทำร้ายชาวบ้านในระแวกนั้นอยู่บ่อยครั้งโดยไม่รุ้ถึงสาเหตุน่ะ"ฮั่วหลิงหลิงกล่าว
"โอ้ งั้นหรือ ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกับเราสักเท่าไร ไปกันเถอะ"เฟยหรงจับมือฮั่วหลิงหลิงเอาไว้และเตรียมตัวจะทะยานออกไปแต่ทันใดนั้น เสียงเรียกของเหล่ยอิงก็ดังขึ้นจนเฟยหรงต้องชะงักฝีเท้า
"หลิงหลิง! หยุดก่อน!!"นางวิ่งมาพร้อมกล่าว
"เหล่ยอิง เจ้ามีอะไรหรือ"ฮั่วหลิงหลิงหันไปกล่าวด้วยท่าทางประหลาดใจ ซึ่งเฟยหรงเองก็เช่นกันแต่เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อจากนี้
"พวกเจ้ากำลังจะไปที่ป่าหมื่นอสูรกันไม่ใช่หรือ พวกข้าเองก็มีภารกิจที่นั่นเหมือนกัน พวกเจ้าสนใจที่จะไปด้วยกันหรือไม่"เหล่ยอิงกล่าวถาม ฮั่วหลิงหลิงได้ยินดังนั้นดวงตานางก็เป็นประกายก่อนที่จะหันไปหาเฟยหรงเพื่อขอความเห็น
"เอาสิ พวกเรามีแค่ภารกิจตรวจสอบเฉยๆไปด้วยกันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก"เฟยหรงเหมือนจะรู้ว่าฮั่วหลิงหลิงอยากจะไปกับเพื่อนของนางเขาก็ไม่กล่าวขัดแต่อย่างใด ถึงอย่างไรพวกนางก็พึงพบเจอกันย่อมมีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันเป็นธรรมดา ส่วนเฟยหรงนั้นเขาเองก็ไม่ได้กลัวความแตกอะไรนักเนื่องจากชายหนุ่มหน้าตาเปลี่ยนไปมากอีกทั้งไม่ค่อยได้ปรากฏตัวในฐานะของนายน้อยหอกระบี่ดาวตกมากนักดังนั้นการที่ไม่มีใครจำเขาได้ย่อมไม่แปลกอะไร
เมื่อได้ยินการยืนยันจากเฟยหรง ฮั่วหลิงหลิงเหมือนได้กลับไปเป็นเด้กอีกครั้งเดินตรงไปหาเมิ่งฉีพร้อมกับเหล่ยอิงในทันที ส่วนเฟยหรงนั้นเพียงแค่เดินตามไปเงียบๆไม่ได้ว่ากล่าวอะไร
"พวกเจ้ามาครบแล้วใช่ไหม เช่นนั้นก็ไปได้"หัวหน้ากลุ่มที่เป็นศิษย์หลักระดับเทวะกล่าวขึ้น และพากลุ่มของเขาบินไปในทันที ทางด้านศิษย์สายในระดับนิพพานอย่างพวกเมิ่งฉี เหล่ยอิง เฟยหว่านถิง เฟยอวิ้นเฉินก็บินทะยานตามไป และสุดท้ายก็คือเฟยหรงและฮั่วหลิงหลิง
การเดินทางนั้นราบรื่นดีไม่มีสะดุดแต่อย่างใด ผู้นำของกลุ่มนั้นหยุดพักเป็นระยะเพื่อให้เหล่าคนในกลุ่มฟื้นฟูลมปราณถือได้ว่าทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนสมาชิกที่เป็นศิษย์หลักอีกสามคนนั้นช่วยกันดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดีเช่นกัน
การเดินทางผ่านไปสามวันสามคืนในที่สุดก็มาถึงป่าใหญ่ไร้ขอบเขต และนั่นไม่ใช่ที่ไหนนอกจากป่าหมื่นอสูรที่ถูกเรียกว่าเป็นป่าที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตรงบริเวณพื้นที่ชายป่านั้นมีหมู่บ้านมากมายตั้งอยู่ กลุ่มของหอกระบี่ดาวตกบินลงไปในทันที ในเวลานี้กำลังอยู่ในภาวะที่เงียบสงบแต่บ้านแต่ละหลังกลับเละไม่มีชิ้นดี
'ฝีมือสัตว์อสูรระดับนิพพานกับราดับเทวะ นี่ไม่ถูกต้อง ทำไมมันถึงมาอยู่ที่ชายป่าได้'เฟยหรงคิดในใจอย่างตื่นตระหนก เดิมที่สัตว์อสูรระดับนี้ควรจะอยู่เขตกลางของป่าหรือไม่ก็เขตชั้นในสุด แต่การที่มันพากันมาอยู่บริเวณนี้ได้ย่อมไม่ใช่เหตุการณ์ปกติอย่างแน่นอน
"พวกเจ้าพักกันก่อนข้าจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน"หัวหน้ากลุ่มและระดับเทวะทั้งหมดพากันเดินออกไป ส่วนฮั่วหลิงหลิงนั้นนางไม่วายที่จะเดินไปพูดคุยกับเหล่ยอิงและเมิ่งฉีตามประสาเพื่อน
"หลิงหลิง ข้าจะไปสำรวจแถวนี้เสียหน่อย เจ้าก็อยู่กับสหายของเจ้าไปก่อนแล้วกันนะ"ฮั่วหลิงหลิงพยักหน้ารับ เฟยหรงจึงหันหลังเตรียมที่จะออกไปสำรวจในทันที
"หึ อวดเก่ง!!คิดว่าตัวเองเก่งกาจปานใดกันถึงได้คิดจะไปสำรวจเพียงผู้เดียว"เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจนเฟยหรงต้องชะงักฝีเท้า นั่นไม่ใช่เสียงในนอกซะจากเฟยอวิ้นเฉินนั่นเอง
'ให้ตายเถอะ เจ้านี่นิสัยไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด'เฟยหรงคิดในใจ เขาไม่ได้สนใจอีกฝ่ายแต่อย่างใดและพุ่งออกไปสำรวจพื้นที่ในทันที ในความคิดของชายหนุ่มนั้นมันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่เป็นแน่แท้
"หืม!!ไอปราณมังกร!"เฟยหรงกล่าวขึ้นเมื่อบินออกมาได้สักระยะ ไอปราณมังกรนี้ช่างมีลักษณะที่เขาคุ้นเคยเอามากๆแต่ก็ไม่รุ้ว่าเป็นเพราะอะไร ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้าไปยังต้นตอของไอปราณนั้นแต่สิ่งที่เขาพบคือม่านพลังสีดำที่ล้อมรอบใจกลางป่าเอาไว้
"กระบี่เทพมังกรสี่ลักษณ์!"เฟยหรงเรียกใช้กระบี่ลมปราณของตนเองในทันทีฟาดฟันไปที่ม่านพลังอย่างหนักหน่วง ด้วยเจตจำนงค์แห่งการทำลายล้างอัดในกระบี่ลมปราณเมื่อฟันกระทบเข้ากับม่านพลังมันก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แต่ผลที่ได้คือม่านพลังที่แตกร้าวเล็กน้อยเพียงเท่านั้นส่งผลให้เห็นสถานการณ์ด้วยในที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่น่าหวาดกลัวแผดเผาใจกลางป่าอยู่พร้อมกับเหล่าสัตว์อสูรเปลวเพลิงที่กู่ร้องอย่างน่าพิศวง
"ไม่ดีแน่ สัตว์อสูรระดับราชันเทวะและจักรพรรดิเทวะธาตุเปลวเพลิงมารวมกันที่นี่ทั้งหมด หากไม่ได้ม่านพลังนี้ปิดผนึกเอาไว้เกรงว่าหมู่บ้านคงได้วอดวายเป็นแน่แท้ มากมายขนาดนี้แม้แต่ข้ายังไม่ใช่จัดการให้หมดไม่ได้ในเวลาอันสั้น เจ้าคนที่กางม่านพลังนี้เอาไว้คิดอะไรอยู่กันแน่"เฟยหรงกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจม่านพลังนี้แม้ดูเผินๆอาจจะเอาไว้กักขังสัตว์อสูรเฉยๆแต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะมันเป็นการกระตุ้นให้เหล่าสัตว์อสูรตื่นตัวไปในตัวด้วยนั่นเอง
"เอาเถอะ ข้าลงมือตอนนี้ไม่ได้ หากลงมือไปมีหวังชาวบ้านในระแวกนี้ได้เดือดร้อนกันหมดพอดี เอาไว้ไปปรึกษาเรื่องนี้กับท่านพ่อก็แล้วกัน"เฟยหรงหันหลังกลับในทันที แน่นอนเขาคนเดียวไม่สามารถที่จะรับมือกับสัตว์อสูรที่แข้งแกร่งพร้อมกันจำนวนเกือบหมื่นตัวเช่นนี้ได้ต่อให้ใช้บัลลังก์ราชันก็ไม่สามารถทำได้ดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยไปก่อนเท่านั้นถึงอย่างไรพวกมันก็อยู่ในม่านพลังที่แข็งแกร่ง
แต่เมื่อกลับมาถึงบริเวณหมู่บ้านสัตว์อสูรระดับนืพพานนับร้อยก็กำลังถล่มหมู่บ้านอยู่ในเวลานี้ เหล่าขุมกำลังหอกระบี่ดาวตกต่างพากันชักกระบี่ฆ่าพวกมันไปตัวแล้วตัวเล่า ส่วนพวกเหล่ยอิง เมิ่งฉี ฮั่วหลิงหลิง เฟยอวิ้นเฉิน และเฟยหว่านถิงนั้น แม้จะฆ่าสัตว์อสูรไม่ได้เยอะเหมือนพวกหัวหน้ากลุ่มแต่ก็ยังรักาาตัวรอดได้เป็นอย่างดี และพาชาวบ้านอพยพหนีไปในที่หลบภัย
"กระบี่ลมปราณ!!"เฟยหรงกล่าวเสียงเรียบเฉยบนท้องฟ้า กระบี่ลมปราณของเขาปรากฏขึ้นหลายหมื่นเล่มด้วยกันสร้างความสะเทือนขวัญให้เหล่าชาวบ้านและพวกหอกระบี่ดาวตกไม่น้อย
กระบี่ลมปราณสีฟ้าครามพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรในทันใด หนึ่งคมกระบี่ตัดผ่านร่างสัตว์อสูรอย่างง่ายดายเพียงพริบตาพวกมันก็ตายตกกันไปทั้งหมด
"นี่!!"เหล่ากลุ่มรับภารกิจถึงกับอึ้งกันไปตามๆกัน ฝีมือระดับนี้เหนือชั้นกว่าพวกเขาไปมากมายนัก เฟยหรงทะยานร่างลงมาเก็บกระบี่ลมปราณของตนจนไม่เหลือแม้แต่เล่มเดียว และมาหยุดอยู่ที่กลุ่มของฮั่วหลิงหลิงที่มองมาที่ชายหนุ่มเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึงในใจ ทางด้านฮั่วหลิงหลิงผู้เป็นภรรยาได้แต่หัวเราะคิกคักอย่างช่วยไม่ได้ สหายของนางในเวลานี้ก็ไม่ต่างจากนางเท่าไรนักในตอนที่ได้เห้นพลังของชายหนุ่มในคราแรก