บทที่2
500ปีต่อมาหลังจากตระกูลจ้าวถูกทำลาย ภายใต้น้ำตกสูงตระหง่านท่ามกลางป่าไผ่ บุรุษร่างกายกำยำกล้ามเนื้อที่เด่นชัดที่ได้ทำสมาธิอยู่ใต้น้ำตกนั้น ในเวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มผู้นี้ก็ได้เปิดขึ้น
ภายในดวงตาของชายหนุ่มมีปรากฏการการเกิดดับและกฏแห่งมรรคานับไม่ถ้วน รัศมีสีหยินหยางได้ปรากฏรอบกายชายหนุ่มพร้อมหมุนวนและขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้เองเสียงแก่ชราสายหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากป่าไผ่ “ดี ดี ในที่สุดเ้าหนูอย่างเ้าก็สามารถ ทลายประตูขั้นที่6 ระดับขุนพล จนบรรลุขั้นที่7 ระดับราชันยุทธ์ ภายใน500ปี ในดินแดนถงเทียนแห่งนี้เ้านับได้ว่าเป็อัจฉริยะในด้านฝึกยุทธ์ระดับแนวหน้าอย่างแท้จริง สมแล้วที่เป็ศิษย์หลานของข้า ฮ่าๆๆ”
เมื่อสิ้นเสียง
ร่างของซินแสเฒ่าก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาของชายหนุ่ม ด้านหลังชายชรานั้นตามมาด้วยสตรีผู้หนึ่งนางนั้นมีรูปร่างที่สูงโปร่ง ผิวพรรณเนียนละเอียดมาพร้อมดวงตาที่มีเสน่ห์ผสมไปด้วยความนอบน้อม “ท่านหลินตง ในที่สุดท่านก็ฝึกฝนสำเร็จเสียที”
“ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะเ้าคะ”
สตรีผู้นี้ก็คือฉินซู นั่นเองตัวนางได้ฝึกฝนจนถึง ขั้นที่5ระดับ นักรบ ในเวลา400ปีซึ่งนับว่านางมีพร์ในการฝึกยุทธ์อย่างมากต่อมานางได้หยุดการฝึกของตนเนื่องจากร่างกายที่พิเศษของนาง
ซินแสเฒ่าจึงสั่งให้นางระงับการฝึกและรอเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน
เวลานี้เมื่อหนึ่งชายชรา หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีได้สบตากันอีกครั้ง ความรู้สึกของสายสัมพันธ์บางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในใจพวกเขา
นี่คงจะเป็ความรู้สึกของครอบครัวหลังจากใช้ชีวิตด้วยกันมานับร้อยปีสินะ
หลินตงและฉินซู ต่างก็มีความคิดเช่นนี้คงจะมีแต่เพียงชายชราคนเดียวเท่านั้นที่มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป สิ่งนี้เป็ความรู้สึกที่คุ้นเคยและข่มขื่นอยู่ส่วนลึกในจิตใจของชายชรา
“ซินแสเฒ่า บัดนี้ตัวข้านั้นแข็งแกร่งถึงระดับนี้แล้ว ท่านเคยบอกว่าข้าจะรู้เื่ราวเื้ัเหตุการณ์ของบิดามารดาข้าแต่ตัวข้าเวลากลับยังไม่รู้สิ่งใดเลย จะว่าไปเหตุใดตัวข้าถึงจำชื่อของบิดามารดาข้าไม่ได้กันละ นอกจากแซ่ของบิดาข้า”
“เ้าหนูเหตุใดเ้าจึงเรียกข้าว่าซินแสเฒ่าอีก เรียกข้าว่าอาจารย์ปู่มันยากเย็นเช่นนั้นเลยรึ เอาเถอะอย่างไรข้าก็ไม่อยากจะถือสาเ้าหนูอย่างเ้าหรอก”
“เ้าคงคิดว่าจอมยุทธ์ระดับ ราชันยุทธ์นั้นแข็งแกร่งเพียงพอที่รู้เื่ทั้งหมดแล้วสินะ แต่ในความเป็จริงนอกเมืองเมฆาครามนั้นระดับราชันย์ยุทธ์ก็เป็ได้แค่จอมยุทธ์ระดับกลางค่อนไปทางล่างด้วยซ้ำไป”
“ข้าบอกเ้าได้เพียงชื่อของสำนักบางสำนักที่คอยเป็มือเท้าให้กับเ้าพวกในเงามืดพวกนั้นเท่านั้น วันใดที่เ้าสะสางเื่ต่างๆ ในเมืองเมฆาครามแล้ว จงออกไปสู่โลกกว้างซะแล้วสืบหาความจริงจากสำนักเ่าั้ด้วยตัวเ้าเอง สำนักเ่าั้มีชื่อว่า สำนักหมื่นพิษและสมาคมดับดารา”
เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้ากำลังฟังด้วยสีหน้าจริงจัง ชายชราจึงตัดสินใจหยุดพูดเพียงเท่านี้ เมื่อชายหนุ่มได้สติ เสียงของชายชราก็ดังขึ้น “เื่ที่ข้าบอกเ้าไปเอาไว้คิดหลังจากที่เ้าสะสางเื่ราวในเมืองนี้และเื่นังหนูจ้าวอ้ายฉิงเสียก่อนจะเป็การดีกว่า”
สิ้นเสียงชายชาายหนุ่มจึงตั้งสติกลับมาได้อีกครั้ง “ใช่แล้วตอนนี้ข้าต้องจัดการเื่ของจ้าวอ้ายฉิงเสียก่อน อย่างแรกตัวข้าจะต้องกำจัดเ้าพวกสำนักเมฆาครามให้สิ้นเสียก่อน เื่อื่นต่อจากนี้ค่อยขบคิดในภายหลัง”
ไม่นานหลังจากนั้นข่าวใหญ่ที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเมฆาคราม
สำนักเมฆาครามล่มสลายแล้ว ข่าวนี้ทำให้ผู้คนทั้งเมืองตกอยู่ในความโกลาหล บ้างก็หวาดกลัวบ้างก็ตื่นใแต่คนส่วนใหญ่นั้นกลับดีใจเป็อย่างยิ่ง
ตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้งเมืองเมฆาครามมา สำนักเมฆาครามก็เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันและในทุกยุคสำนักแห่งนี้ก็สร้างแต่ความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากกว่าการทำดีที่น้อยนิดของสำนักนี้ จนในวันนี้สำนักแห่งนี้ก็ล้มทลายลงเสียที
จู่ๆ ชาวบ้านผู้หนึ่งก็เอ่ยถามออกมา “แล้วผู้ใดกันที่เป็คนจัดการกับสำนักเมฆาครามได้ ในสำนักนั้นมีจอมยุทธ์ระดับนักรบถึง5คนและยังมีผู้เฒ่ารุ่นแรกที่เป็จอมยุทธ์ระดับขุนพลอีกต่างหาก ขุมอำนาจใหม่นี้จะแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่นะ”
“เฮ้อ หวังว่าขุมอำนาจใหม่นี้จะมีคุณธรรมมากกว่าสำนักเมฆาครามก็เพียงพอ” หญิงสาวผู้หนึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ปะปนไปด้วยความหวังและความกังวล
ทันใดนั้นเองเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางของสำนักเมฆาครามในสายตาของผู้คนร่างร่างหนึ่งในชุดสีดำค่อยๆ เดินออกมาจากสำนักเมฆาครามและเพียงพริบตาเ้าของร่างนั้นก็ลอยอยู่บนอากาศไม่ไกลจากฝูงชน
“บัดนี้ตัวข้าหลินตง ผู้กำจัดสำนักเมฆาครามที่ค่อยกัดกินชาวเมืองเมฆาครามมาแสนนาน ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าขอสถาปนาตัวข้าเป็นายเหนือหัวแต่เพียงผู้เดียวของเมืองเมฆาครามแห่งนี้”
ฮือฮา ในเวลานี้เหล่าชาวเมืองต่างพากันถกเถียงถึงเหตุการณ์ตรงหน้านี้
“พะ..พวกเราจะต้องโดนกดขี่เช่นเดิมหรือไม่” เสียงใส่น้อยๆ ดังขึ้นจากฝูงชน เมื่อมองไปที่ต้นเสียงกลับพบเด็กหญิงตัวน้อยที่ถามไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าคาดหวังผสมความกลัว
เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มได้ส่งยิ้มกลับไปให้สาวน้อยผู้นั้น ทว่ารอยยิ้มนี้กลับทำให้เหล่าสตรีมากมายในที่นั้นรวมถึงสาวน้อยผู้นั้นตกตะลึงกับเสน่ห์ของชายหนุ่ม เดิมที่ใบหน้าของชายหนุ่มก็หล่อเหลาเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เสริมเข้ามา สตรีใดก็มิอาจต้านทานได้
หากแต่ชายหนุ่มหาได้สนใจปฏิกิริยาของสตรีเหล่านี้ไม่ พร้อมเอ่ยต่อ
“ถามได้ดีแม่หนูน้อย แน่นอนว่าพวกท่านทุกคนในเมืองแห่งนี้จะไม่ถูกกดขี่อีกต่อไป ผู้ใดที่อยากให้บุตรหรือผู้สืบทอดตระกูลของท่านหรือแม้แต่ตัวท่านเองฝึกฝนวรยุทธ์”
“ตัวข้าหลินตงผู้นี้จะก่อตั้งสำนักยุทธ์แห่งใหม่ในเมืองเมฆาครามแห่งนี้และจะไม่มีการกดขี่คนอ่อนแอในเมืองนี้อีกต่อไป ผู้คนที่จบการศึกษาที่สำนักข้านั้นพวกเขาทุกคนจะมีตำแหน่งในการดูแลเมืองแห่งนี้ไปพร้อมกัน”
ชาวเมืองเมฆาครามเมื่อฟังคำของชายหนุ่มจนจบต่างก็ปีติยินดีกับระบบใหม่ของเมือง ที่จะไม่โดนกดขี่อีกต่อไปและลูกหลานของพวกเขานั้นยังสามารถฝึกวรยุทธ์และมีบทบาทในการดูแลเมืองแห่งนี้ด้วย
ในตอนนี้เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง “สำนักใหม่แห่งนี้มีนามว่า สำนักเหนือ์” เมื่อจบคำ
ม้วนเมฆาพลันมืดทะมึนเหมือนกับมันััได้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ต่ำกว่ามันมาทุกยุคทุกสมัยกำลังจะมีจิตคิดจะอยู่เหนือมัน แต่ไม่ทันที่ม้วนเมฆาจะสำแดงเดช ปราณดาบหนึ่งสายก็ผ่าสะบั้นหมู่มวลเมฆาจนสลายสิ้น
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ความเชื่อมั่นของชาวเมืองที่มีต่อชายหนุ่มด้านหน้าพวกเขานี้ก็เพิ่มพูนขึ้นไปอีก
………………………………
ไม่กี่วันถัดมา สำนักเหนือ์ ก็ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็ทางการและเริ่มรับผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่
ภายในห้องของเ้าสำนัก หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี หนึ่งชายชราได้นั่งหารือกันด้วยสีหน้าตื่นเต้นผสมกังวลเล็กน้อย
“บัดนี้ิญญาของแม่นางจ้าวอ้ายฉิงได้กลับมาเกิดใหม่แล้ว” เสียงอันแก่ชราได้ดังขึ้น
“ซินแสเฒ่า ตอนนี้อ้ายฉิงอยู่แห่งใดหรือขอรับ” ฉินซูเองก็มองไปที่ชายชราด้วยสีหน้ารอคำตอบเช่นกัน
ชายชราส่ายหน้าพร้อมเอ่ยอย่างใจเย็น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเ้าจะพบนาง ชะตาชีวิตนางในชาตินี้ก็มิได้ธรรมดาเช่นกัน
“ชะตาของนางจะต้องไปพบกับคนผู้หนึ่งเสียก่อน และชะตาของพวกเ้าและนางจะมากันเอง”
“ขะ…ข้าต้องรออีกนานเท่าใดกันซินแสเฒ่า”
“ไม่เกิน100ปีต่อจากนี้พวกเ้าจะได้พบกันอย่างแน่นอน”
จากผู้เขียน: บทนี้ผมพยายามจะวางโครงเื่ในบทต่อๆ ไป เวลาของในเื่เลยอาจจะดูผ่านไปเร็วสักหน่อย บทต่อๆ ไปจะพยายามให้ดีขึ้นนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio