“เมฆ ฟ้า พี่กลับมาแล้ว”ไผ่เปิดประตูพร้อมกับพูดขึ้นเพื่อเป็การเซอร์ไพรส์น้องๆ
“พี่กลับมาแล้ว”
“เย้! พี่กลับมาแล้ว”
ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกับวิ่งมากอดไผ่อย่างมีความสุข
“เป็เด็กดีกันไหม”ไผ่เอยถามพร้อมกับกอดตอบ
“เป็เด็กดีครับ/ค่ะ”เมฆและฟ้าตอบพร้อมพยักหน้าหงึกๆ
“เก่งมาก ดูสิพี่มีอะไรมาฝาก”ไผ่เอยพร้อมกับหยิบเอาถุงขนมหวาดพี่วางเอาไว้ข้างๆประตูขึ้นมาเซอร์ไพรส์ทั้งสองคน
“ว้าวขนม! ขอบคุณครับพี่”
“ขอบคุณค่ะพี่”
“กินแค่ห่อเดียวนะ เดียวกินข้าวไม่ได้เข้าใจไหม”ไผ่หยิบของทั้งหมดขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าห้องพร้อมกับปิดล็อคประตู
“เดียวพี่ไปทำกับข้าวก่อนนะ”กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบจะ่เย็นแล้วไผ่จึงเตรียมของทำกับข้าวกิน
“ครับ/ค่าา”เมฆกับฟ้าร้องตอบพร้อมกับนั่งลงกับพื้นกินขนมด้วยพร้อมเสียงพูดคุยหัวเราะมีความสุข
ไผ่หันมามองทั้งสองคนที่กำลังมีความสุขก็อดเผยรอยยิ้มไม่ได้ ความจริงแล้วเขาไม่้าอะไรมากเลยขอเพียงได้เฝ้ามองน้องทั้งสองคนเติบโตอย่างมีความสุขเท่านั้น แต่ประสบการณ์ชีวิตก่อนของเขาสอนว่าในโลกที่วุ่นวายนี้ถ้าไม่แข็งแกร่งหรือมีอำนาจจะหาความสงบสุขนั้นเป็ไปไม่ได้ เมื่อคิดดังนั้นแววตาของไผ่ก็มุ่งมั่นขึ้น
เช้าวันต่อมา
หลังจากที่ไผ่กับน้องๆกินข้าวเช้าเสร็จทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะย้ายออกจากที่นี่ ไผ่เก็บของทุกอย่างที่เป็ของสำคัญทั้งหมดซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายมีเพียงของที่เกี่ยวกับพ่อและแม่ของตนเท่านั้นที่เหลือก็เป็ของเล็กๆน้อยๆที่เป็ของของน้องทั้งสองคนเท่านั้น
สามพี่น้องช่วยกันไม่นานก็เก็บทุดอย่างจนเสร็จ “น้องลืมอะไรไหม เก็บของหมดหรือยัง”ไผ่เอยถามขึ้น
“เสื้อผ้าพวกนั้นยังไม่ได้เก็บเลยครับพี่”เมฆมองเสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนราวตากผ้าเก่าๆ
“ใช่ ใช่ เอาไปด้วยเดียวไม่มีใส่นะ”ฟ้าเองก็พยักหน้า เพราะเห็นว่าเสื้อผ้าตัวเองก็ยังไม่ได้เก็บ
“เราจะเก็บใส่ถึงพวกนี้แล้วเอาไปให้คนอื่น เสื้อผ้าพวกนี้เราจะไม่เอาไปด้วยเพราะมันเก่าแล้วเดียวพี่พาไปซื้อชุดใหม่”ไผ่ลูบหัวทั้งสองแล้วพูดขึ้น
“อู้ว จะมีชุดใหม่สวยๆหรอพี่”
“ผมอยากได้ด้วย”
ทั้งสองหัวเราะด้วยความดีใจเมื่อได้ยินว่าจะได้เสื้อผ้าใหม่เพราะพวกเขาไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มานานเกือบปีแล้ว จากนั้นทั้งสามคนช่วยกันเก็บเสื้อผ้าเก่าทั้งหมดใส่ถุงให้เรียบร้อยจากนั้นไผ่ก็นำไปมอบให้กับคนไร้บ้านที่อยู่ตามถนน
“เราไปกันเถอะ”เมื่อจัดการทุกอย่างแล้วไผ่ยกยกกระเป๋าที่มีเพียงใบเดียวขึ้นสะพายก่อนจะจูงมือน้องๆเดินออกจากห้องไป
“พี่เราจะไม่กลับมาที่นี้แล้วหรอครับ”เมฆเงยหน้าขึ้นมองไผ่แล้วถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“นั้นสิพี่แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ”ฟ้าถามด้วยความสงสัยเช่นกันเพราะั้แ่จำความได้ทั้งสองก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอดและแทบจะไม่ออกจากห้องเลยถ้าทั้งสองจะผูกพันกันที่นี่ก็คงไม่แปลก ไม่ใช่ไผ่ไม่อยากให้ออกไปข้างนอกแต่ข้างนอดอันตรายเกินไปทำให้ไผ่ไม่กล้าเสี่ยง
“ใช่แล้วเราจะไม่กลับมาที่นี่แล้วเราจะไปอยู่ที่อื่น”ไผ่มองแววตาทั้งสองคนก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้
เมื่อลงมาถึงข้างล่างไผ่ก็คืนกุญแจห้องและบอกว่าจะไม่เอาเงินมัดจำคืนคำพูดของไผ่ทำให้ผู้ดูแลถึงกับอารมณ์ดี
ไผ่จูงมือน้องทั้งสองคนเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ แม้ว่าทั้งสามจะเดินผ่านถนนที่ทั้งสกปรกและมีขอทานมากมายแต่เด็กทั้งสองก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะไผ่เคยพามาเห็นและอธิบายไปแล้ว
เดินไม่นานไผ่ก็พาเมฆกับฟ้าก็มาถึงจุดบริการรถรับส่ง ไผ่มีความตั้งใจว่าจะพาน้องๆทั้งสองคนไปอยู่ในเขตเมืองชั้นในเพราะที่นั้นเป็สถานที่อยู่ของเหล่าชนชั้นกลางขึ้นไป ที่นี่มีพร้อมทุกอย่างทั้งสังคมและโรงเรียนที่ดี
หลังจากจ่ายเงินไผ่พาน้องๆขึ้นรถ ในระหว่างเดินทางเมฆและฟ้าต่างก็ตื่นเต้นไปกันสิ่งที่ไม่เคยเห็นเอยถามไผ่ตลอดทางว่าอันนั้นอะไร อันนี้อะไร มันทำอะไรได้เสียงอุทานด้วยความใและตื่นเต้นดังขึ้นไม่หยุดตลอดทางทำให้ไผ่อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
การย้อนเวลากลับมานี้คือสิ่งที่ไผ่สนใจและอยากเห็นมากที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรหรอกต่อให้เขาจะกลายเป็คนเ็าในอนาคตเขาก็ยอมเพื่อรอยยิ้มนี้
ไม่นานรถก็มาส่งไผ่ที่หน้าโรมแรมหรูขนาดใหญ่สูงหลายสิบชั้น
“ว้าว สูงมากเลยพี่”เมฆตาเป็ประกาย
“โห ใหญ่มากเลย”ฟ้าร้องขึ้นด้วยความแปลกใจ โดยปกติทั้งสองคนจะอยู่แต่ในห้องจึงไม่แปลกที่เวลาเห็นอะไรแบบนี้จะแสดงทาทางเช่นนี้ออกมา
“ผมขอเช่าห้องที่ดีที่สุดเป็เวลาเจ็ดวันครับ”ไผ่เดินมาถึงก็เอยกับพนักงาน ไผ่จ่ายไปเกือบสี่แสนเครดิตสำหรับห้องที่ดีที่สุดเป็เวลาเจ็ดวัน
“นี้คือบ้านใหม่ของเราใช่ไหมพี่”
“บ้านใหญ่มากเลยพี่ สวยด้วย”
ทั้งสองเห็นห้องใหม่ก็พูดขึ้นด้วยความดีใจเพราะห้องนี้มันกว้างและสวยกว่าห้องเก่าตั้งเยอะ
“ไม่ใช่เราจะอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก รอพี่ซื้อบ้านก่อนเราจะไปอยู่ที่นั่นกัน”ไผ่ลูบหัวทั้งสองคนด้วย
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”เมฆกับฟ้าตอบพร้อมกันก่อนจะไปวิ่งเล่นทั่วห้องอย่างอารมณ์ดี
“เด็กๆไปเราไปซื้อชุดใหม่กัน แล้วพวกเราไปกินข้าวแล้วก็กินไอศกรีมข้างนอก”ปล่อยให้เด็กๆได้วิ่งเล่นสำรวจห้องจนเกือบเที่ยงไผ่จึงเรียกทั้งสองคนเพื่อพาออกไปเดินเล่นข้างนอก