-16-
อยากลองดีใช่ไหมอาเจียว
“อาติ ทำไมอายังไม่กลับไปอีก”
“ถ้าฉันไม่อยู่ เธอคงจะชวนผู้ชายคนนั้นขึ้นห้องมาแล้ว”
“อะไร…”
“เธอนี่มันร้ายจริงๆ”
“อาติ!!”
“ติดใจอะไรมันนักหนา ถึงได้ต้องตัวติดกันตลอดเวลา”
“หนูไปตัวติดเขาั้แ่เมื่อไหร่”
“โทรหากัน นัดเจอกันแบบนี้ไง!!”
“ก็แค่เพื่อน!!”
“แล้ววันนั้นที่เธอไปนอนค้างกับมันมา นั่นแค่เพื่อนหรือเปล่า!!”
รู้ไหม ว่าสภาพของเราสองคนเหมือนผัวเมียที่กำลังทะเลาะกันเื่ของผู้ชายคนอื่นและยิ่งท่าทางกิริยาที่เขาแสดงออกมาแบบนี้ มันยิ่งชัดเจน
“อาหึงหนูเหรอคะ”
“…”
“อาพูดเหมือนกำลังหึงหนูกับฐานัส”
“ฉันเปล่า!! ฉันแค่เป็ห่วง!!”
“ห่วง?”
“ถ้าจีมารู้ว่าเธอจะชวนผู้ชายขึ้นห้อง…”
“อาคิดไปถึงไหนต่อไหนเนี่ย!! หนูชวนใครขึ้นห้องั้แ่เมื่อไหร่!!”
“ก็เธอ…”
ครืด ครืด ครืด ครืด
อาติหยุดพูด หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เหลือบตามองฉันแป๊บหนึ่งก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหล…มีอะไรหรือเปล่า…ผมอยู่คอนโด…ผมไม่ว่างมีงานต้องเคลียร์…คุณไม่ต้องมาหรอก…”
ดูจากคำพูดและสีหน้าเ็าของอาติ ฉันขอเดาว่าเขากำลังคุยกับคุณโยลีแน่ๆ เหอะ หมั่นไส้ เขามาโวยวายเพราะฉันคุยกับผู้ชายคนอื่น แล้วดูเขาสิ คุยกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าฉัน ไม่กลัวว่าฉันจะเสียใจบ้างหรือไง
ขอแกล้งหน่อยเถอะ…
“อาขา…อาติขา…” ฉันเอ่ยเสียงหวานพลางลุกขึ้นและโอบกอดเขาแน่น “อาติขา…หนูคิดถึงอาจังเลยค่ะ” ฉันว่าหล่อนต้องได้ยินเสียงฉันบ้างเหมือนกันแหละ บางทีอาจจะกำลังโกรธมากด้วย
อาติก้มหน้ามองฉันด้วยความไม่พอใจ สงสัยคงกลัวคุณโยลีจะเข้าใจผิดถึงได้ถลึงตาโตมองฉันขนาดนั้น
“อาติ…” ฉันซบใบหน้าไปที่หน้าอกแกร่ง พร้อมทั้งโอบเอวเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
“ไม่มีอะไร แค่นี้ก่อนนะ” อาติวางสาย ฉันก็เงยหน้ามองเขานิ่ง ก่อนจะปล่อยมือออกแต่กลับถูกเขารั้งเอวเข้าหาจนร่างแนบชิดกัน
อาติยกยิ้มเ้าเล่ห์ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ฉันเล็กน้อยก่อนจะกระซิบแ่เบา
“ทำไม? เรียกอีกสิ”
น้ำเสียงและใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ยิ่งทำให้ร่างกายของฉันอ่อนระทวย โอ้ย มันต้องขนาดนั้นไหมล่ะ
“ปากดีนักไม่ใช่หรือไง เรียกอีกสิ”
“อา…อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น…” ฉันใช้มือดันหน้าอกเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่างแต่ดูเหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ
“ชอบไม่ใช่เหรอ…เอาสิ…ฉันรอฟังอยู่…อยากได้ยินเสียงเธอเรียกอีก”
อาติเป็อะไรเนี่ย ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา เวลาฉันเข้าหาก็โดนผลักไสตลอด แล้ววันนี้ทำไมถึงกลายเป็คนละคน มันรู้สึกแปลกๆ แฮะ ไม่ค่อยชินกับเขาในท่าทางแบบนี้เท่าไหร่
“อาคะ…คือ…”
“เวลาโดนบ้างรู้สึกยังไงครับ” อาติจับปลายผมของฉันขึ้นมาสูดดมด้วยใบหน้าหื่นกาม เข้าใจใช่ปะ สายตาเขาร้อนแรงมากจนฉันไม่กล้ามอง ฝ่ามือหนาของเขาลูบไล้บริเวณเอวของฉันช้าๆ มันยิ่งทวีคูณความรุนแรง
“อาติ…”
“รู้สึกไหม”
“อาติคะ…”
ฉันพยายามส่งเสียงเพื่อให้เขาหยุดแต่น้ำเสียงที่แสดงออกมันเหมือนเป็การเรียกยั่วยวนเขามากกว่า
ให้ตายสิ!!
ฉันพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขาแต่มันไม่ขยับเลยอ่ะ ยิ่งดันเขาก็ยิ่งกอดแน่น
ไม่ได้นะอาเจียว แกะมาตกม้าตายเพราะความใจอ่อนไม่ได้
“อาติ!! ปล่อยหนู!!”
“เจียวเจียวชอบไม่ใช่เหรอครับ”
“อาคะ หนูขอร้อง อาเลิกพูดแบบนั้นสักที”
“ทนไม่ไหวแล้วเหรอ แค่นี้เอง”
โธ่…อาติ อาไม่เคยฟังเสียงตัวเองเวลาพูดหรือไง มันเซ็กซี่จนฉันรู้สึกเกร็งหน้าท้องไปหมดแล้ว ทำไมต้องอ่อยฉันด้วยเนี่ย
“อาอย่าแกล้งหนู”
“แล้วทีเธอล่ะ”
แกร๊ก
ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูฉันก็ผลักอาติออกอย่างรวดเร็ว จนเซชนเข้ากับโต๊ะทำให้ขวดน้ำกลิ้งตกไปบนพื้น
“อาเจียว อากลับมาแล้ว…อ้าว แกมาทำอะไรที่ห้องฉัน”
อาจียืนมองฉันกับอาติสลับกันไปมาอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้ามาหยิบน้ำในตู้เย็น
“ทำไมต้องทำหน้าตามีพิรุธด้วย”
“เปล่าสักหน่อย หนูกำลังทำงานอยู่” ฉันปิดโน้ตบุ๊ก เก็บหนังสือขึ้นมาไว้แนบอก “หนูเข้าห้องก่อนนะคะ” จากนั้นก็เดินเข้าห้องไป
(ติสรณ์)
ผมยืนมองจีที่ยังคงงงกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้
“แกมาทำอะไร”
“ดูแลหลานสาวแกให้ดีๆ หน่อย ถ้าโดนผู้ชายหลอกขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าให้”
“อะไรของแกวะ ใครจะมาหลอกใคร”
“ดูไว้ก็แล้วกัน”
“เหอะ…ฉันต่างหากต้องสมน้ำหน้าแก”
ผมพูดจบก็หยิบกล่องที่เจียวเจียวล้างไว้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปจากห้อง
ขณะที่ผมกำลังเปิดประตูอยู่หน้าห้องของตัวเองก็ได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน
“ติคะ”
ผมนึกไว้อยู่แล้วว่าเธอคงจะมาที่นี่เพื่อมาจับผิดผมแน่
“ผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไร”
“คุณไปไหนมาคะ”
“ผมไปห้องจีมา”
“คุณไปทำอะไรคะ”
ผมชายตามองเธอแล้วพูดเสียงเบา
“เข้าไปคุยกันในห้อง”
ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับโยลีที่เดินตามเข้ามาด้วย ทันที่ประตูปิดลงเธอก็เอ่ยถามถึงเื่ที่สงสัย
“คุณไปอยู่กับอาเจียวในห้องนั้นมาเหรอคะ”
“อืม”
“ทำไมถึงได้ไปอยู่กับเธอล่ะคะ”
“ผมมีเื่คุยกับเจียวเจียวนิดหน่อย”
“แต่ติก็ไม่ควรไปอยู่กับเธอสองต่อสอง แล้วยังคำพูดคำจาของผู้หญิงคนนั้นอีก”
“มันไม่มีอะไรหรอก”
“คุณนิ่งอย่างนี้ได้ยังไง”
“ผมก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว”
“ก่อนหน้านี้ โยไม่รู้หรอกนะคะว่าอาเจียวแสดงพฤติกรรมยังไงเวลาอยู่กับคุณ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วและมันไม่เหมาะสมที่เธอจะเข้ามายุ่งกับติ”
“คุณมีเื่จะคุยแค่นี้ใช่ไหม”
“ติสรณ์!!”
“ถ้าหมดธุระก็กลับไปได้แล้ว ผมยังมีงานต้องทำ” ผมพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องนอนโดยไม่สนใจเธออีก
ผมไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในเื่ส่วนตัวของผม ซึ่งมันเป็อย่างนี้มาตลอด จะให้ผมเปิดโลกเพื่อให้เธอเข้ามาในส่วนนี้มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น
_________________
(โยลี)
ฉันนั่งพิงเบาะอยู่ภายในรถ ข้างกายคือผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังนั่งดูตารางงานของฉันอยู่
“มีงานที่ไหนต่ออีกไหมคะ” ฉันถาม
“หมดแล้วค่ะ วันนี้พี่ได้ยินผู้กำกับชมน้องโยลีเกือบทั้งวัน”
“คงเพราะโยเพิ่งกลับมาไทยมั้งคะ ผู้กำกับเลยอยากเอาใจโย”
“น้องโยแสดงละครเก่งจริงๆ นะคะ พี่เห็นแล้วยังชอบเลย เพราะแบบนี้แฟนคลับของน้องโยเลยเยอะ”
“ครั้งหน้าถ้ามีบทนางร้ายพี่ช่วยดูให้โยด้วยนะคะ”
“อะไรกัน น้องโยจะเปลี่ยนบทบาทเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ โยอยากลองมานแล้ว”
“พี่ว่าเื่นี้น่าจะปรึกษาคุณติสรณ์…”
“เดี๋ยวโยคุยกับเขาเองค่ะ”
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดสายโทรออกหาติสรณ์
[ฮัลโหล]
“ติคะ”
[มีอะไรหรือเปล่า]
“ติอยู่ที่ไหนคะ”
[ผมอยู่คอนโด]
“เราไปหาอะไรกินกันดีไหมคะ”
[ผมไม่ว่าง มีงานต้องเคลียร์]
“หรือให้โยไปหาคุณดี”
[คุณไม่ต้องมาหรอก]
“แต่…”
[อาขา…อาติขา…อาติขา…หนูคิดถึงอาจังเลยค่ะ]
“ติอยู่กับใครคะ เสียงใคร…”
[ไม่มีอะไร แค่นี้ก่อนนะ]
ฉันถลึงตาโตมองโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไปด้วยแววตากรุ่นโกรธ ฉันจำได้ว่ามันเป็เสียงของยัยอาเจียว…ยัยตัวแสบนั่น…หล่อนจะลองดีกับฉันใช่ไหม
“ไปคอนโดติสรณ์!! ด่วน!!”
ฉันจะไม่ปล่อยให้ติสรณ์อยู่กับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเป็ไปได้ด้วยดี ฉันจะไม่ยอมให้พังเพราะผู้หญิงบ้านั่น!! หลังจากผู้จัดการมาส่งที่หน้าคอนโดติสรณ์ ฉันก็รีบวิ่งไปขึ้นลิฟต์และไปหาเขาที่ห้องทันที ขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันเห็นติสรณ์กำลังเปิดประตูเข้าห้อง
“ติคะ”
ติสรณ์ใช้หางตามองฉันเหมือนรับรู้อยู่แล้วว่าฉันจะมาที่นี่
“ผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไร”
“คุณไปไหนมาคะ”
“ผมไปห้องจีมา”
“คุณไปทำอะไรคะ”
“เข้าไปคุยกันในห้อง”
ฉันเดินตามเขาเข้าไปในห้องก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “คุณไปอยู่กับอาเจียวในห้องนั้นมาเหรอคะ”
“อืม”
“ทำไมถึงได้ไปอยู่กับเธอล่ะคะ”
“ผมมีเื่คุยกับเจียวเจียวนิดหน่อย”
“แต่ติก็ไม่ควรไปอยู่กับเธอสองต่อสอง แล้วยังคำพูดคำจาของผู้หญิงคนนั้นอีก”
“มันไม่มีอะไรหรอก”
ทำไมเขาทำเหมือนมันไม่มีอะไร ทั้งที่ตอนนี้มันไม่เหมือนอีกแล้ว เขาคือผู้ชายของฉันนะ เป็คนที่กำลังจะกลายเป็คู่ชีวิต…
“คุณนิ่งอย่างนี้ได้ยังไง”
“ผมก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว”
ใช่ เขาเป็แบบนี้อยู่แล้ว ตอนที่เรียนต่างประเทศ เธอตามจีบเขาอยู่ 3 ปี สุดท้ายก็ได้กลับมาแค่ความเฉยชา มันแตกต่างกับอาเจียว ฉันััได้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลกับติสรณ์มากเกินไป
“ก่อนหน้านี้ โยไม่รู้หรอกนะคะว่าอาเจียวแสดงพฤติกรรมยังไงเวลาอยู่กับคุณ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วและมันไม่เหมาะสมที่เธอจะเข้ามายุ่งกับติ”
“คุณมีเื่จะคุยแค่นี้ใช่ไหม”
“ติสรณ์!!”
“ถ้าหมดธุระก็กลับไปได้แล้ว ผมยังมีงานต้องทำ”
เขาตีมึนเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ปล่อยฉันยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่สนใจอะไรอีก
ฉันโกรธเขาที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของฉันสักนิด โกรธยัยผู้หญิงคนนั้นที่กล้าเข้ามายุ่งกับติทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาเป็ของฉัน ถ้าขืนยังเป็แบบนี้อีก ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่าง
“อยากลองดีนักใช่ไหมยัยอาเจียว…แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
ฉันกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิด สายตาอาฆาตจ้องมองไปที่ประตูตรงหน้าอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
มาแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา