ตอนที่ 17 ปราณก่อเกิดขั้น 6
"ช่างเป็เ้าหนูที่ฉลาดเกินวัยจริงๆ"
"จากที่ข้ารู้มาว่า เ้าคือ คนไร้ค่า เด็กเหลือขอ ของตระกูลลู่ แต่โชคดีที่มีปู่ยอดเยี่ยม จนเ้ามีชีวิตสุขสบายจนถึงทุกวันนี้ได้"
ชายฉกรรจ์ ที่ตรวจสอบข้อมูลอีกฝ่ายมาจนหมด จึงพอรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่สมควรเล่นงานด้วยไหม เพราะบางทีการเล่นงานคนที่มีตระกูลใหญ่ หรือคนยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งหนุนหลัง จะมีปัญหาตามมาอย่างมาก แต่ชายฉกรรจ์สืบทราบมาว่า ปู่เพียงคนเดียว ที่คอยปกป้อง คุ้มครองเ้าหนูคนนี้ ได้ออกเดินทางไปทำธุระบางอย่าง จนไม่มีใครจะปกป้อง หรือแก้แค้นเ้าหนูคนนี้ตอนนี้ได้เลย หากเล่นงานจนสะบักสะบอม พิการขึ้นมาไม่สามารถพูดได้ หรือชี้ตัวคนร้ายได้ ต่อให้ปู่ของลู่หานกลับมา ก็ไม่อาจจะเอาผิดตนเองได้
"ไม่เลว ช่างวางแผนเล่นงานคนอื่นมาอย่างรอบคอบ"
ลู่หาน ที่พอเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนโง่เลย สืบข้อมูลของคนที่จะเล่นงานก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเล่นงานดีรึไม่ก่อนทุกครั้ง
"วางใจได้ ข้าจะทำให้เ้าเจ็บตัวจนสลบไม่รู้สึกตัวอีกเลย"
ชายร่างใหญ่ เดินตรงเข้ามาเล่นงานลู่หานด้วยหสัดอันทรงพลังของตน
ตูม เปรี้ยง บึ้ม
กลุ่มคนที่ดูบึกบึนหลายคน ต่างถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมกระเด็นลอยออกไป
"อะไรกัน"
"เ้านี้ปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้งั้นรึ"
ชายฉกรรจ์ ที่มองดูเหล่าสมุนของตน กระเด็นลอยออกไปอย่างง่ายดาย ราวกับกระดาษทั้งที่คนเหล่านี้ต่างมีรูปร่างบึกบึน ใหญ่โตกันทุกคน
"คนปกติธรรมดา ต่อให้ฝึกฝนร่างกายแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังมีขีดจำกัดในเื่ที่ไม่สามารถทำได้อยู่ดี"
ลู่หาน ที่ไม่สนใจสมุนกระจอกแบบนี้อยู่แล้ว เมื่ออีกฝ่ายเป็คนปกติธรรมดา แต่มีรูปร่างใหญ่โต บึกบึน จนดูน่าเกรงขามเท่านั้นเอง
"ไม่นึกว่า เด็กน้อยแบบแกจะปลุกลมปราณได้แล้ว แบบนี้มันไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้ยินมาเลย"
ชายฉกรรจ์ ที่ไม่คิดว่าเด็กน้อยจะใช้ปราณได้เช่นนี้มาก่อน อีกฝ่ายปกปิดพลังได้ดีมากจนตนยังไม่รู้ตัวเลย ทั้งที่อยู่ใกล้กันแท้ๆ
"แต่พลังปราณก่อเกิดขั้น 3 ก็ยังไม่อาจเทียบข้าได้อยู่ดี"
ชายฉกรรจ์ ปลดปล่อยปราณออกมา โดยตนเองมีปราณก่อเกิดขั้น 6 จึงถือว่ามีพลังปราณแตกต่างกันอย่างมาก
"ที่ข้าหันมาเป็ หมอตาทิพย์ เพราะ้าเงินจำนวนมาก เพื่อจะได้มีโอกาสเข้าไปยังสถานที่มีปราณไหลเวียนจำนวนมากในการบ่มเพาะพลัง หรือซื้อยาเพิ่มลมปราณสำหรับใช้ช่วยในการเลื่อนระดับปราณให้ก้าวเข้าสู่ขั้นปราณหลอมรวม ซึ่งเหลือเพียงอีกไม่กี่ขั้นเท่านั้น ความ้าข้าก็จะเป็จริง"
ชายฉกรรจ์ ที่มีอายุเกินเกณฑ์ที่สำนักอื่นจะรับเข้าเป็คนของสำนักแล้ว ไม่ว่าในฐานะศิษย์หรืออะไรก็ตาม จึงต้องเพิ่งพากำลังตนเอง แล้วใช้วิธีการที่ตนเองได้ยินมา พยายามเลื่อนระดับปราณเพื่อเข้าสู่ระดับ ปราณหลอมรวม ด้วยตัวเองให้ได้ จึง้าเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อยา สมุนไพรมาช่วยยกระดับปราณของตน
"หึ ปราณก่อเกิดขั้น 6 มิน่าถึงมั่นใจตัวเองพอสมควร"
"เอาละ ข้าจะให้โอกาสเ้ารีบใช้ พลังยันต์มนตราของเ้าซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ใช้"
ลู่หาน ที่ไม่สะทกสะท้านกับปราณระดับนี้เลย จึงไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
"คุณหนูรีบหนีกันเถอะค่ะ"
สาวใช้เหยาเหยา ที่พยายามจะพาคุณหนูของตนหนีทันที เมื่อลู่หานสามารถััลมปราณฝ่ายตรงข้ามได้ แล้วยังระบุระดับลมปราณของคู่ต่อสู้ได้อีก ซึ่งหากเื่ที่ลู่หานพูดมาคือเื่จริง เช่นนั้น ฝ่ายตรงข้ามก็มีลมปราณเหนือกว่าพี่ชายของตัวเองเสียอีกไม่ใช่รึ
ลู่หาน ที่ไม่คิดหนีจากไป เมื่อตอนนี้ได้มีโอกาสต่อสู้กับ จอมยุทธยันต์มนตราของจริง หลังจากที่ตนเองลืมตาขึ้นมาอยู่บนสถานที่แห่งนี้แล้ว จึงอยากรับรู้ว่า จอมยุทธยันต์มนตรา บนโลกแห่งนี้หรืออาจจะเป็โลกเบื้องล่างของ เหวแห่งความตาย จะมีความสามารถขนาดไหนกันแน่
"เ้าจะมั่นใจตัวเองมากเกินไปแล้ว ข้าไม่เคยเจอเด็กจองหองอย่างเ้ามาก่อนเลย"
ชายฉกรรจ์ ที่หมดความอดทนแล้ว จึงพุ่งเข้าเล่นงานทันที
ตูม
"ไม่คิดจะใช้พลังของยันต์มนตรา อีกงั้นรึ"
ลู่หาน ที่ผลักสาวใช้เหยาเหยาให้ออกจากการต่อสู้ของตนเองกับศัตรู
เปรี้ยง บึ้ม ตูม
ลู่หาน ที่มีระดับปราณก่อเกิดขั้น 3 สามารถรับมือกับการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่เหนือกว่า 3 ขั้นได้แบบไม่เสียเปรียบเลยสักนิด
"บ้าน่า ข้ามีพลังปราณเหนือกว่า 3 ขั้น แต่กับไม่สามารถกดดันมันได้เลย แถมมันยังไม่ได้รับาเ็ใดๆเลยด้วย"
ชายฉกรรจ์ แทบไม่อยากเชื่อว่ามันคือเื่จริง เมื่อพลังปราณต่างกัน 3 ขั้น จะรับมือกับตนเองได้อย่างสูสีเช่นนี้
"เ้ามันก็แค่พวกบ้าพลังเท่านั้นเอง"
ลู่หาน ที่ไม่คิดจะสนใจคู่ต่อสู้ระดับนี้เลย เมื่ออีกฝ่ายใช้พลังลมปราณแต่กับไม่สามารถควบคุมลมปราณได้ดั่งใจ จึงทำให้มีพลังปราณกระจายอยู่ทั่วร่าง
ซึ่งแตกต่างจากลู่หานที่ควบคุมพลังปราณราวกับเป็ส่วนนึงของร่างกาย เมื่อตนเองมีพลังปราณต่ำกว่าอีกฝ่าย 3 ขั้น แต่ก็สามารถชดเชยกันได้ เมื่อลู่หานบังคับปราณทั่วร่างได้ตามใจนึก เมื่ออีกฝ่ายใช้หมัดชกใส่ตนเอง ลู่หานก็ใช้หมัดที่รวบรวมปราณทั่วร่างของตนมาไว้ที่หมัดจุดเดียว จะทำให้หมัดลู่หานมีปราณก่อเกิดขั้น 6 เทียบเท่าอีกฝ่ายชั่วคราว จึงสามารถปะทะต้านหมัดอีกฝ่าย
"หนอย ข้าไม่เชื่อว่าเด็กน้อยเช่นเ้าจะมีพลังเทียบเท่าข้าได้"
ชายฉกรรจ์ ที่ไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีพลังเท่าเทียมกับตนเองเด็ดขาด ในเมื่อตนเองมีอายุมากกว่าอีกฝ่าย แล้วเป็จอมยุทธยันต์มนตรามานานหลายปีก่อนที่เด็กน้อยตรงหน้าจะเกิดเสียอีก
"ยอมไม่ได้เด็ดขาด"
"เ้ามันก็แค่โชคดีอยู่ในตระกูลลู่ จึงทำให้ปลุกลมปราณได้เร็วเช่นนี้ หากไม่เช่นนั้นเ้าก็คงไม่ต่างอะไรจากข้า ไม่สิต้องเป็เศษสวะยิ่งกว่าข้าแน่"
"เพราะเ้ามีปู่วิเศษคอยสนับสนุนส่งเสริม เ้าถึงปลุกลมปราณได้ั้แ่วัยเยาว์"
ชายฉกรรจ์ ที่รับไม่ได้กับเื่แบบนี้ เมื่อเด็กน้อยตรงหน้าไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย แต่สามารถปลุกลมปราณได้เร็วแบบนี้ แตกต่างกับตนเองที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างเพื่อปลุกลมปราณออกมาได้ แล้วพยายามทำทุกอย่างจนมาอยู่ระดับปราณก่อเกิดขั้น 6 ได้สำเร็จ
วาบ
เกิดแสงสว่างออกมาจากตัวชายหนุ่มฉกรรจ์ มีลวดลายยันต์ปรากฏออกมาให้เห็น เป็รูปร่างของสัตว์อสูรชนิดนึงที่มีพิษร้ายแรงน่ากลัว แล้วมีลำตัวที่ยาว มีขาจำนวนมากมายตามร่างกาย