สมาชิกทั้งหกคนที่เหลือกำลังผลัดกันสุ่มหยิบตำแหน่งหน้าที่ในกล่องปริศนา เมื่อสมาชิกคนแรกอย่างชเวฮยอนอูกำลังลวงมือเข้าไปในกล่องปริศนาก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยแจ้งขึ้น
“หยิบแล้วอย่าเพิ่งเปิดดูนะคะ รอเปิดพร้อมกันค่ะ” ลลิตาเอ่ยบอกแก่สมาชิกทั้งหกคน
เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวเอ่ย สมาชิกทุกคนต่างพยักหน้าเบาๆ เป็การตอบรับว่าเข้าใจแล้วและก็ยิ่งมีความตื่นเต้นและลุ้นมากขึ้นไปอีกที่ต้องรอเปิดพร้อมๆ กัน
สมาชิกคนแรกหยิบเสร็จก็ยื่นกล่องปริศนาไปให้คนถัดไปข้างๆ ต่อทันที โดยคนถัดไปที่กำลังสุ่มหยิบนั่นคืออีฮยอนจิน และเมื่อสุ่มเสร็จก็ส่งต่อไปยังพัคจุนโฮ อาเธอร์ ยุนยูจุน และเฉินไท่หยางสุ่มหยิบกันตามลำดับ
และตอนนี้สุ่มหยิบตำแหน่งหน้าที่กันครบเรียบร้อยแล้ว …
“เปิดอ่านได้เลยค่ะ”
สมาชิกทั้งหกคนเมื่อได้ยินสัญญาณจากหญิงสาวก็ใช้สองมือหนาเปิดอ่านข้อความบนกระดาษกันทันที
“ฮ่าๆๆๆๆ ผมได้พระาา!!!!!” เฉินไท่หยางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ พร้อมหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“ผมหวังดังใจนะครับทาสซองมิน ฮ่าๆๆๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอย่างมีความสุขแบบสุดๆ
“จิ๊!!! ทำไมคนอย่างมึงถึงต้องได้ตำแหน่งนี้ด้วยวะ!?!!” คิมซองมิน เอ่ยบ่นอย่างหัวเสีย
“พอดีกูมันลูกรักพระเ้าครับเพื่อน ฮ่าๆๆๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างยียวน
“อันนี้คือผมสามารถใช้สิทธิ์ได้เลยมั้ยอะ?”เฉินไท่หยางหันไปที่ลลิตาและทีมเมเนเจอร์แล้วเอ่ยถาม
“ยังไม่สามารถใช้ตอนนี้ได้ค่ะ แต่ว่า … ได้ใช้แน่นอนนะคะ” ลลิตาเอ่ยตอบเสียงใส
“อืม … แล้วพี่ๆ ได้ตำแหน่งอะไรกันอะๆ?”เฉินไท่หยางหยักหน้า เป็การตอบกลับให้กับหญิงสาว และหันไปเอ่ยต่อกับสมาชิกในวงของตนเอง
“พี่ได้พ่อครัว” ฮีฮยอนจินเอ่ย
“เหมือนกัน” อาเธอร์เอ่ยเสียงเรียบ
“ผมก็ได้พ่อครัว” พัคจุนโฮเอ่ยตาม
“แสดงว่าดินเนอร์วันนี้ผมจะต้องได้กินอาหารสุดเลิศรสสินะ ผมเตรียมท้องรอเลยแล้วกัน”เฉินไท่หยางเอ่ยอย่างหัวใจเบิกบาน
มื้อดินเนอร์ของวันนี้ อาหารจะต้องอร่อยมากๆ อย่างแน่นอน เพราะอาเธอร์กับอีฮยอนจินที่จับได้ตำแหน่งพ่อครัวพวกเขาเป็สมาชิกที่มีฝีมือด้านการทำอาหารที่สุดในวงแล้ว การได้กินอาหารฝีมือของทั้งสองคนเป็อะไรที่ยากและพิเศษมากจริงๆเพราะน้อยครั้งที่พวกเขาจะทำอาหารให้กิน ก็อย่างว่าแหละ … ของอร่อยมักจะหายากเสมอ
“งั้นทั้งสองคนที่เหลือก็ได้เป็ขุนนางใช่มั้ย?” พัคจุนโฮเอ่ยถาม
“อืมม ใช่ / ใช่” ชเวฮยอนอูกับยุนยุจุนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ตอนนี้สมาชิกทุกคนได้ตำแหน่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้วนะคะ อย่างที่พวกคุณต้องการนั่นคือ… มื้อดินเนอร์ริมสระว่ายน้ำ ดังนั้นตามตำแหน่งหน้าที่เลยค่ะ โดยพ่อครัวจำเป็จะต้องออกไปซื้อวัตถุดิบและทำอาหารกันเองสำหรับมื้อเย็นในวันนี้ค่ะส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ก็สามารถช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้ตามสิทธิ์ของตนเองได้เลยนะคะ อย่าลืมนะคะสำหรับสมาชิกที่ได้ตำแหน่งขุนนางพวกคุณมีสิทธิ์แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะในการขอร้องหรือออกคำสั่ง ดังนั้นตอนนี้เริ่มใช้สิทธิ์ของตัวเองได้แล้วค่ะ!”ลลิตาเอ่ยแจ้งอีกครั้ง
“งั้นพวกพี่ๆ พ่อครัวแพลนมื้อเย็นกันเลยนะๆ” เฉินไท่หยางผู้ที่ได้ตำแหน่งพระาาเอ่ย
“ส่วนพี่ๆ ขุนนางก็อยากทำไรก็ทำได้เลยครับ ผมชิลๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อพร้อมสบตาชเวฮยอนอูกับยุนยูจุน
“ส่วนนาย!! ไอ่ทาสเพื่อนรัก ไหนมาปรนนิบัติฉันหน่อยซิ!” เฉินไท่หยางเอ่ยพร้อมยกมือตีไปที่ขาของตัวเองหลายๆทีอย่างเบาๆ บ่งบอกให้คิมซองมินมาปรนนิบัติหน้าที่นวดขาให้ตน
เพียะ!!!
ฝ่ามือของคิมซองมินตีไปที่ขาของเฉินไท่หยาง
“โอ๊ย!!! ปรนนิบัติอะไรของมึงวะ!?!?”เฉินไท่หยางเอ่ยพลางลูบขาของตัวเองในจุดที่คิมซองมินตีอย่างแ่เบา
“มึงไม่ทำตามคำสั่งในบทลงโทษนี่วะแบบนี้!?!?!”เฉินไท่หยางจ้องคิมซองมินอย่างหัวเสียและเอ่ยบ่น
คิมซองมินไม่เอ่ยคำพูดใดตอบกลับพร้อมทำตัวนิ่งเฉยอยู่แบบนั้น
“ทีมงานครับ!! แบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ!! เขาไม่ทำตามบทบาทหน้าที่และคำสั่งพระาาอย่างผมเนี่ย!?!” เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างโวยวาย
“ไม่ได้ค่ะ คุณซองมินต้องทำตามบทบาทหน้าที่นะคะ!! ช่วยทำตามหน้าที่ของตนเองด้วยนะคะ”ลลิตาเอ่ยแก้ปัญหาเพื่อให้เฉินไท่หยางหยุดโวยวาย
“แล้วผมไม่ทำตามหน้าที่ตรงไหนครับ?”คิมซองมินเอ่ยถาม
“มึงไม่ปรนนิบัติทำตามคำสั่งกูครับเพื่อน!! ยังจะมีหน้ามาถามอีกว่าไม่ทำตรงไหน!?!!?” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“กูทำตามที่มึงบอกแล้วปะ!! กูไม่ทำตรงไหนก่อน !!” คิมซองมินเอ่ยต่อ
“มึงนวดกูตรงไหน มึงตีกูครับไอ่ห่านี่!!!” เฉินไท่หยางยังคงเอ่ยเถียงต่อ
“แล้วมึงบอกให้กูนวดตอนไหน?!?!?” คิมซองมินเอ่ย
“ตอนกูบอกให้มึงมาปรนนิบัติแล้วทำแบบนี้ไง” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อพร้อมสาธิตทำท่าทางยกมือตีไปที่ขาของตนเองหลายๆทีอย่างเบาๆ เหมือนในตอนแรกที่เอ่ยบอกคำสั่ง
“นี่ไง!! กูทำตามอย่างที่มึงทำแล้วไงครับ กูไม่ทำตรงไหน” คิมซองมินเอ่ยอย่างตีมึน
“หรือที่กูทำไม่เหมือนตามคำสั่งเพราะกูตีแค่ทีเดียว?” คิมซองมินเอ่ยต่อ
“ไอ่เชี้ยนี่!!!!” เฉินไท่หยางเอ่ยสบถอย่างหัวเสีย
คิมซองมินยังคงทำนิ่งกวนประสาทเฉินไท่หยางต่อพร้อมยักไหล่อย่างไม่สนใจ
“แบบนี้ถือว่าผมทำยังไม่ทำตามหน้าที่อยู่มั้ยครับ?” คิมซองมินหันมามองจ้องลลิตาพร้อมเอ่ยถาม
“เอ่อ … ค คือ …” ลลิตาเอ่ยอย่างตะกุกตะกักแต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยจบก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นมา