เมื่อถึงคุณนายมณฑาซึ่งออกมารอท่าอยู่แล้วที่หน้าบ้าน ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีที่เพื่อนรักลงจากรถ ทั้งสองคุยถึงเื่นี้ทางโทรศัพท์กันมาบ้างแล้ว ั้แ่เมื่อวานและเมื่อครู่ขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในรถก่อนมาถึง
“ นิตฉันไม่รู้จริงๆนะว่ายัยหนูทำถึงขั้นไล่ให้ตาน้องไปนอนที่โซฟา”
คุณมณฑารีบออกตัวด้วยความเกรงใจ ด้วยรู้สึกว่าบุตรสาวของตนนั้นทำเกินไปจริงๆ
“ ช่างเถอะมณ เื่มันแล้วไปแล้ว นี่ฉันตั้งใจจะมารับยัยหนูไปอยู่ที่บ้าน ฉันเบื่อพวกผู้หญิงที่คอยตามตอแยตาน้อง นี่มีตามกันมาถึงบ้านเลยน่ะ”
ทั้งสองเป็เพื่อนที่คบหากันมาั้แ่เรียนชั้นมัธยมจึงคุยกันได้อย่างเปิดอก
“คงไม่มีอะไรมากหรอก เธออย่างพึ่งคิดอะไรมากไป”
คุณมณฑาพาเพื่อนเข้าไปนั่งยังมุมสบายในห้องรับแขกแล้วหาน้ำเย็นให้ดื่ม
“ไม่ให้คิดได้อย่างไร เธอไม่เจออย่างฉัน เธอไม่เข้าใจหรอก”
“ ก็จริงนะ โชคดีที่ฉันไม่มีลูกเ้าเสน่ห์และเ้าชู้อย่างเธอ”
คำพูดนั้นเล่นเอาคุณนายผานิตเกือบหน้าชาเลยทีเดียว แต่มันก็เป็ความจริงละ มณฑามีลูกทั้งชายหญิงตั้งสี่คน แต่ไม่มีใครทำให้คนเป็พ่อแม่ต้องกลุ้มใจเลยสักคน
แต่จะว่าไปแล้วบุตรชายของเธอเองก็ใช่ว่าจะเลวร้ายอะไรนักหนาหรอกนอกจากความเ้าเสน่ห์ที่จะโทษว่าเป็ความผิดของเขาเองซะทีเดียวก็คงไม่ได้ สตรีสูงวัยแอบคิดเข้าข้างบุตรชายตัวเอง...
ทั้งสองนั่งคุยกันต่อไปอีกเพียงครู่ ชุติมนก็กลับมาจากทำงาน หญิงสาวร่างโปร่งบาง ใบหน้าสวยคมหมดจด ผมยาวสยายถึงกลางหลัง เธอเดินตรงเข้ามาย่อตัวไหว้คุณผานิตผู้ซึ่งถือได้ว่าเป็แม่ของสามี
“ เป็ไง งานยุ่งไหมลูก”
คุณผานิตถามเมื่อหญิงสาวนั่งลงไม่ห่าง
“ ก็มีบ้างค่ะ ว่าแต่คุณป้ามานานแล้วหรือคะ”
“ อะไรกันยัยหนู ยังเรียกคุณป้าอยู่อีก ต้องเรียกคุณแม่สิลูก”
คุณมณฑารีบเตือนบุตรสาวเมื่อฟังเ้าหล่อนเรียกแม่สามี
หญิงสาวยิ้มเจื่อนแต่ไม่พูดอะไรอีก ผู้เป็แม่จึงรีบบอก
“รีบขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเถอะ คุณแม่เขามารับ”
“ รับไปไหนค่ะ”
หญิงสาวถามหน้าซื่อ
“ ตายจริง มันน่าตีนักลูกคนนี้ ถามได้ว่าไปไหน ก็ไปอยู่ที่บ้านสามีของเรานะสิจ๊ะ แต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ”
ผู้เป็แม่ค้อนควัก แต่คนเป็ลูกตีหน้าขรึม
“ หนูไม่ไปหรอกค่ะ”
ผู้ใหญ่ทั้งสองหน้าตื่น อุทานออกมาพร้อมกัน
“ ทำไมละลูก???”
หญิงสาวเม้มปาก หลบสายตาผู้ใหญ่ไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ หนูคิดว่า หนูกับคุณปภาวิน เราคงไปด้วยกันไม่ได้หรอกค่ะ”
“ อะไรกันยัยหนู พูดจาเหลวไหล เพิ่งแต่งงานกันไม่ถึงห้าวันเอาอะไรมาตัดสิน ไหนๆผู้ใหญ่ก็เห็นว่าเราเหมาะสมกัน แล้วเราก็ตกลงแต่งงานกันไปแล้ว จะมางอแงอะไรกันตอนนี้ นี่แม่ยังไม่ได้ชำระความเลยนะแม่พึ่งรู้เื่จากคุณแม่ของคุณปภาวิน เมื่อครู่นี่เองว่าตอนที่เขาอยู่ที่นี่เราไล่ให้เขาไปนอนที่โซฟาทุกคืน”
คุณมณฑาตำหนิบุตรสาวแรงๆ
ชุติมนหันไปทางคุณผานิต“ แล้วเขาบอกด้วยหรือเปล่าค่ะ ว่าทำไมหนูถึงทำอย่างนั้น” หญิงสาวหยุดเม้นปากอยู่นิดหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ก็เขาบอกว่าเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับหนูนี่ค่ะ หนูก็เลยไม่อยากให้เขาต้องมาฝืนใจทำหน้าที่สามีกับหนู หนูขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะค่ะ”
กล่าวจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นจะจากไป
“เดี๋ยวก่อนหนูมน หนูต้องไปอยู่กับป้าน่ะ ไม่งั้นป้าต้องโรคหัวใจกำเริบตายแน่ๆ รู้ไหมว่าตอนนี้มีผู้หญิงหอบผ้าตามมาอยู่กับตาน้องถึงบ้าน อุ๊บ”
อารามที่อยากจะขอร้องหญิงสาวทำให้คุณผานิตหลุดปากพูดความจริงออกไป แม้จะรีบอุดปากตัวเองไว้ แต่ก็คงไม่ทันแล้ว และมันก็มีอิทธิพลพอที่จะตรึงเท้าเรียวบางที่กำลังจะจากไปให้หยุดอยู่กับที่ได้ แต่คำพูดที่เธอตอบกลับมาก็คือ
“อย่างนั้นหนูยิ่งไม่ควรจะไป”
“ ไปเถอะลูก ถือเสียว่าป้าขอร้อง หนูนะเป็เมียที่ถูกต้องตามประเพณีและกฎหมายนะ จะต้องไปกลัวอะไร”