เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาในร้าน Haru Florist ผ่านผ้าม่านลูกไม้ ยูจินยืนจัดช่อดอกไม้เหมือนทุกวัน
แต่สายตาเขากลับมองไปยังโทรศัพท์บนโต๊ะเป็ระยะ ในกล่องข้อความนั้น...ยังคงมีแค่ข้อความสั้น ๆ จากเมื่อคืน
“ขอบคุณสำหรับดอกไม้ครับ ????”
แค่ไม่กี่คำ แต่กลับทำให้หัวใจเขาอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามองข้อความนั้นกี่ครั้งแล้วั้แ่เช้า
เขาหยิบกรรไกรขึ้น ตัดก้านดอกลิลลี่สีขาวกับทานตะวันหนึ่งดอก
ก่อนจะจัดลงในช่อเล็ก ๆ ไม่ได้มีชื่อผู้สั่งแต่มีการ์ดใบเล็กแนบไว้
“ขอให้วันนี้เป็วันที่สดใส เหมือนคนที่ทำให้คนอื่นยิ้มได้ :) ”
เขาวางมันไว้ใกล้เคาน์เตอร์
พร้อมคำสั่งเล็ก ๆ ไว้ให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มาช่วยงานที่ในร้านวันนี้
“ถ้ามีลูกค้าผู้ชายสูงเพรียวหน้าตาน่ารัก ฝากช่อนี้ให้เขาด้วยนะ”
เวลาบ่ายวันนั้น เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นอีกครั้ง กริ๊ง ยูจินเงยหน้าขึ้น แล้วหัวใจเขาก็เต้นแรงนิด ๆ อย่างที่เดาไว้ไม่มีผิด
ริว เดินเข้ามาในร้านในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนพับแขน ท่าทีดูสบาย ๆ แต่แววตายังคมกริบเหมือนเดิม
“สวัสดีครับ... ผมอยากซื้อดอกไม้อีกแล้ว”
ยูจินหัวเราะเบา ๆ “เริ่มคิดว่าคุณกำลังจะเปิดร้านแข่งกับผมแล้วนะครับ”
“ถ้าผมเปิดร้าน ผมคงขาดทุนแน่ เพราะผมจะซื้อจากคุณทุกวัน”
ยูจินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“แบบนั้นผมคงต้องลดราคาให้ลูกค้าคนพิเศษหน่อยแล้วสิครับ”
คำว่า ลูกค้าคนพิเศษ ทำให้ริว ชะงัก หัวใจเขาเต้นแรงอีกครั้งอย่างไร้เหตุผล เด็กในร้านเดินออกมาพร้อมช่อเล็กที่ยูจินเตรียมไว้
“พี่ยูจินฝากช่อนี้ให้คุณค่ะ”
ริวรับมาอย่างงุนงง “ให้ผม?”
ยูจินหลุบตาลง มือยังจัดดอกไม้ไม่หยุด “ครับ... ถือว่าเป็ของตอบแทนจากเมื่อคืน”
ริวเปิดการ์ดอ่าน ข้อความเรียบง่ายในลายมือยูจิน
“ขอให้วันนี้เป็วันที่สดใส เหมือนคนที่ทำให้คนอื่นยิ้มได้ :)”
เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ยูจินยิ้มบาง ๆ โดยไม่พูดอะไรริวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบ เหลือเพียงแค่เขากับคนตรงหน้า
“งั้น...ผมขอซื้อช่อใหม่ด้วยครับ”
“วันนี้จะเอาแบบไหนล่ะครับ?”
“แบบที่ทำให้คนขาย...ยิ้มได้มากกว่าวันก่อน”
ยูจินชะงัก หัวเราะเบา ๆ จนแก้มขึ้นสี
“คุณนี่ พูดแบบนี้..ผมเริ่มสงสัยแล้วนะ”
ริวเกาศีรษะอย่างประหม่า แต่ยิ้มกว้างอย่างเคาะเขิน
“งั้นผมจะพูดทุกวัน...จนกว่าคุณจะชิน จะได้ไม่ต้องสงสัย”
“ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย..คือ..ครั้งหน้าผมจะได้เรียกชื่อ..แทนคำว่าลูกค้า” ยูจินเอ่ยเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เอ่อ..ระ..ริวอิจิ..เรียก ริวเฉยๆ ก็ได้ครับคุณยูจิน ฮ่าๆ”
ริวเรียกชื่ออีกฝ่ายครั้งแรกรู้สึกเขินอาย ขณะที่ยูจินเองก็แอบกัดเม้มริมฝีปากเบาๆ เขาไม่เคยััรสรัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึก แต่กำลังสับสน และทะเลาะกับตัวเองเล็กน้อยก็เท่านั้น
“ชื่อ..น่ารักดีนะครับ”
“แต่น่ารักน้อยกว่า ยูจินนะ..ว่าไหม?”
ริวพูดตรงตามนิสัย แต่มันทำให้คนฟังหน้าแดงลามถึงใบหู จนต้องหัวเราะกลบเกลื่อน เสียงหัวเราะของยูจินดังคลอไปกับเสียงดนตรีเบา ๆ ในร้าน
ดอกไม้หลากสีที่เรียงรายอยู่รอบตัวทั้งคู่ กลีบเล็ก ๆ พริ้วตามลมเหมือนหัวใจที่กำลังผลิบานไปพร้อมกัน
กว่าหนึ่งเดือน ที่ริวแวะเวียนมาที่ร้านของยูจิน บางวันก็หลายรอบ จนทั้งสองสนิทกัน
บ่ายวันหนึ่ง ที่ร้านเงียบสงบ
ยูจินกำลังจัดช่อดอกไม้ตรงเคาน์เตอร์ ส่วนริวยืนช่วยรดน้ำต้นไม้ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ (แม้จะทำกระถางล้มไปแล้วสองใบ)
เสียงกระดิ่งดัง กริ๊งชายหนุ่มในสูทหรูเดินเข้ามา ใบหน้าเจือรอยยิ้มเ้าชู้
“สวัสดีครับ ดอกไม้ที่นี่สวยเหมือนเ้าของร้านเลยนะ”
ยูจินเงยหน้า ยิ้มสุภาพ “ขอบคุณครับ ้าดอกไม้ชนิดไหน สีอะไรเป็พิเศษไหมครับ?”
“อยากได้ช่อที่เ้าของร้านจัดให้...พร้อมเบอร์โทรเขาด้วยได้ไหมครับ?”
ริวที่ยืนอยู่ข้างหลังหันขวับ ดวงตาคมเข้ม พราววาบขึ้นมาทันที ส่วนยูจินยังคงยิ้มบาง
“ขอโทษครับ ร้านนี้ขายดอกไม้ ไม่ขายเบอร์ครับ ฮ่าๆ”
ชายคนนั้นหัวเราะ “หึ แต่ผมให้ราคาดีนะครับ..”
ริววางบัวรดน้ำลงบนโต๊ะ ปัง! เสียงดังจนชายอีกคนสะดุ้ง
“ขอโทษนะครับ” เสียงริวทุ้มต่ำ “แต่ผมว่า คุณควรไปซื้อดอกไม้ร้านอื่น”
บรรยากาศในร้านเงียบกริบ ยูจินรีบเข้ามาดึงแขนริวเบา ๆ
“คุณริว...ไม่เป็ไรครับ”
ชายหนุ่มในสูทเรียบ รีบผละออกจากร้านอย่างรู้ตัว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความตึงเครียด และหัวใจของใครบางคนที่เต้นแรงเกินปกติ
ยูจินมองริว แล้วพูดเบา ๆ
“เวลาดุนี่..น่ากลัวเหมือนกันนะครับฮ่าๆ”
ริวหลบตา “ผมไม่ได้ดุ แค่ไม่ชอบ...”
ยูจินยิ้ม “ครับ...”
“แล้วนี่..มีบ่อยแค่ไหน” ริวซักไซ้ส่งสายตาถาม
“ครับ” ยูจินไม่เข้าใจ การแสดงออกทางสายตาของอีกฝ่ายมันช่างคลายจะจ้องจับผิดตัวเขาเสียอย่างนั้น
“ผมถามว่า..เจอพวกก่อกวนแบบนี้บ่อยแค่ไหน”
ริวเผลอไผล สวมจิติญญายากูซ่า ผู้พิทักษ์ ก่อนจะลดโทนเสียง อย่างรีบเร่งเมื่อรู้ตัว
“หมายถึง..เจอคนแบบนี้มาก่อกวนที่ร้านนะ” เสียงริวอ่อนลงกว่าก่อนหน้าอย่างชัดเจน
“ไม่ค่อยเจอ มากสุดก็แค่คุยเล่นๆ สนุกๆ ฮ่าๆ อย่าถือสาเลยครับ”
“อ่า.อ๋อ...ฮ่าๆ”
ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ เสียงกลีบดอกไม้ปลิวตามลมจากประตูที่เพิ่งปิด แต่บรรยากาศในร้านกลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
ค่ำวันหนึ่ง
ยูจินขับรถกระบะเล็ก ๆไปส่งดอกไม้ให้ลูกค้าต่างย่าน ฝนตกโปรยเบา ๆ ถนนเปียกลื่น เสียงคลื่นลมจากแม่น้ำข้างทางดังแว่ว
ขากลับ เขาจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้ออาหารสำเร็จรูปกลับไปทาน แสงไฟสลัว ใต้ป้ายร้านทำให้มุมถนนดูเงียบสงบอย่างน่าแปลกใจ
ทันใดนั้น กลุ่มชายหนุ่มร่างใหญ่ห้าคน เดินออกมาจากตรอกข้าง ๆ พวกเขาสวมเสื้อแจ็กเกตโทนและสไตล์คล้ายกัน รอยสักโผล่พ้นคอเสื้อ หน้าตาเมา และยิ้มกร่าง อย่างบ่งบอกสถานะนักเลง
“โอ๊ะ...พ่อหนุ่มขายดอกไม้สุดหล่อเหรอ?”
“หน้าหล่อ กล้ามแน่นแบบนี้ สนใจหารายได้เสริมไหม?”
นักเลงคุมบาร์โฮล ของตระกูลยามาโมโต พูดขึ้นอย่างสนใจในตัวยูจิน เพราะถ้าหากนำเขาไปทำงานที่บาร์ ราคาค่าตัวคงได้ดี มีสาวๆ เหมาทุกคืน และจ่ายไม่อั้นแน่นอน
ยูจินชะงัก พยายามถอยห่าง “ขอโทษครับ ผมไม่สนใจ—”
หนึ่งในนั้นคว้าแขนเขาไว้แน่น ยูจินสะบัดแรง “ปล่อย!”
เสียงนั้นนิ่งและมั่นคงกว่าที่ใครคาด ชายตรงหน้าชะงักไปชั่วครู่ก่อนปล่อยมือออกอย่างง่ายดาย ราวถูกสะกดจิต
ยูจินตั้งท่าจะง้างหมัด แต่เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อย่ายุ่งกับเขานะ”
ทุกสายตาหันไป ริวอิจิ ที่ยืนอย่างสบายๆ แต่สง่าน่าเกรงขาม เสื้อแจ็กเกตหนังตัวโปรดเปียกฝนเล็กน้อย ดวงตายากูซ่าเย็นเฉียบ สะท้อนแสงไฟ
“เสือกอะไรวะ!”หนึ่งในนักเลงขู่กลับ
“ก็แค่รำคาญพวกเสียงดัง..”
เสียงหัวเราะเย้ยดังขึ้น แต่จบลงแทบจะทันที เมื่อหมัดแรกของริวอิจิ กระแทกเข้ากับแก้มอีกฝ่าย ผั๊วะ! ร่างนั้นล้มกระแทกพื้น ริวหมุนตัว เตะ ศอก เข่า ทุกจังหวะ เฉียบคม และเร็วราวกะพริบตา
แต่ในทุกการเคลื่อนไหว เขายังเหลือบมองยูจินอยู่เสมอและนั่นเองที่ทำให้เกิดช่องว่าง มีดพกเล็กเฉียดข้างแก้มเขา จนเป็แผลเืซึม
เืหยดแรกทำให้รอยยิ้มของริวจางไป สิ่งที่แทนที่คือ “สัญชาตญาณนักสู้” ที่แท้จริงของเขาในพริบตาเดียว นักเลงทั้งห้าคนล้มระเนระนาด เสียงครางดังระงม
ฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง กลบกลิ่นเืไว้จนหมด ริวยืดตัว หอบเบา ๆ ดวงตาคมยังนิ่งสงบ แต่หัวใจเต้นแรงด้วยความห่วง
ขณะที่ยูจินยืนมึนงง นับวันเขายิ่งรู้สึกสับสนในตัวเอง และชัดเจนในความสงสัยในตัวริวมากขึ้นเช่นกัน
จังหวะนั้นริวหันกลับมาหายใจแรงนิด ๆ แต่สายตายังนิ่ง
“คุณเป็อะไรไหม?”
ยูจินยังช็อก ยืนมองภาพตรงหน้า ชายร่างสูงในเสื้อเปียกฝน ใบหน้าคมเฉียบเต็มไปด้วยรอยขีดเล็ก ๆ แต่แววตา...กลับอ่อนโยนจนน่าประหลาด
“ผม...” ยูจินพูดไม่ออก “ไม่เป็อะไร..คุณละ”
ริวยิ้มบาง แต่รอยยิ้มนั้นพับเก็บลงในพริบตา เมื่อเขารู้ตัวว่าเผลอไผลแสดงฝีมือที่แสดงถึงฐานะที่ปกปิดอีกฝ่ายอยู่ จึงรีบเปลี่ยนสีหน้า
“โอ๊ย... เจ็บสิครับ เจ็บไปหมดเลย”
ยูจินใ “ตรงไหนครับ?”
ริวแกล้งทำเสียงครางเบา ๆ “ทั้งแขน ทั้งหลัง... โอ๊ย ตื่นเต้นเป็ห่วงคุณ จนไม่รู้ว่ามีแรงสู้กับพวกนั้นได้ไง”
“ไหนผมดูหน่อยครับ”
ยูจินรีบเข้ามาพยุง แขนใหญ่แตะเบา ๆ ตรงไหล่ของริว ััอุ่นจากมือทำให้หัวใจริวสั่นวูบ แต่เขายังแกล้งเล่นต่อ
“ผม...อาจเดินไม่ไหวแล้วล่ะครับ”
ยูจินรีบรับแขนอีกฝ่ายไว้ ขณะเดียวกัน ริวก็แอบส่งสายตาเป็สัญญาณให้ลูกน้องที่ซุ่มอยู่ไม่ไกลๆ ให้จัดการ “เก็บกวาด” พวกนักเลงขยะเ่าั้
เสียงฝนยังโปรยปราย ยูจินค่อย ๆ พาริวขึ้นมาบนห้องพักชั้นบนของร้าน แสงไฟสีอุ่นในห้องสะท้อนผิวไม้ และกลิ่นดอกไม้จาง ๆ จากแจกันริมหน้าต่างบรรยากาศเงียบ...แต่หัวใจทั้งคู่กลับไม่เงียบเลย
“นั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมทำแผลให้”
ยูจินพูดพลาง ดึงกล่องปฐมพยาบาลออกจากตู้ ขณะที่ริวนั่งลงบนโซฟา แสร้งทำหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย เหมือนคนเจ็บมากเกินจริง
“โอ๊ย...เจ็บไปหมดเลย”
“ตรงไหนครับ?”
“ทั้งตัว...” เขาตอบเสียงเบา แต่สายตาเจือแววขี้แกล้ง
ยูจินหัวเราะเบา ๆ แม้จะรู้ทันแต่ก็เอ็นดู “ครับ”
เขาชุบสำลีในแอลกอฮอล์ แตะเบา ๆ ตรงรอยขีดบนแก้มของริว เสียง “ซู่” ดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับที่ริวหลับตาและขมวดคิ้ว
“แสบไหมครับ?”
“อื้อ”
ยูจินชะงักมือนิด ๆ ก่อนจะโน้มหน้าเ้าใกล้แก้มของริว แล้วเป่าลมหวังเพียงทำให้แอลกอฮอล์ที่ล้างแผลแห้งลง เพื่อลดความเจ็บแสบ แต่มันทำให้คนที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาติดอยู่ในภวังค์
ลมหายใจอุ่นจากปลายปาก แตะผิวหน้าอย่างแ่เบา กลิ่นกายหอมสะอาดแม้ทำงานมาทั้งวัน ลอยเข้าจมูกริว โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ระยะห่างแค่คืบ แต่กลับรู้สึกใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่ายชัดเจน
“หายเจ็บหรือยังครับ”
เสียงนุ่มแ่ของยูจินทำให้ความอดทนของริวพังทลาย หัวใจที่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ไม่อาจห้ามได้อีก
ริวขยับเข้าใกล้ช้า ๆ แววตาอ่อนโยนของเขาสบกับดวงตาคู่ตรงหน้า ก่อนริมฝีปากอุ่นจะัักันอย่างแ่เบา
“จุ๊บ...”
....................................