“วันนี้ ที่ไปคัดตัวเป็ยังไงกันบ้าง?”
เสียงห้าวๆของชายหนุ่มทักเปิดประเด็นทำลายความเงียบขึ้นมา เขาแทบจะไม่เคยเดินกลับบ้านกับสาวคนไหนเลย… นอกจากฟ้า คิดไม่ออกจริงๆเลยว่าเขาต้องคุยอะไรกันบ้าง แต่จะให้เดินกันเงียบๆแบบนี้เขาก็กดดัน
“สบายมาก ผ่านทั้งคู่เลยค่ะ” ฟ้าหันมาตอบคำถามเสียงใส ออกแนวจะภาคภูมิในด้วยซ้ำ
“หืม… ขี้โม้รึเปล่าเนี่ย” คนเป็พี่หัวเราะหึหึกับคำโอ้อวดของสาวน้อย “แล้วปีนี้ใครเป็หัวหน้าหลีดอ่ะ?”
“พี่แตงค่ะ”
“โหย! ไอ้แตงมันใจดีจะตาย จะผ่านก็ไม่แปลกหรอก”
แบงค์อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงเกินจริง ก่อนจะเห็นสายตากระเง้ากระงอดที่ยัยน้องส่งมาให้ เขาหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางที่เธอแสดง ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู ที่จริงเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าฟ้าทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่… ถ้าชมมากๆ เดี๋ยวจะเหลิงกันไปใหญ่
“แต่กว่าเต้ยจะผ่าน… ก็แทบแย่เหมือนกันค่ะ” เต้ยเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา คิดถึงตอนคัดตัวที่เพิ่งผ่านไป มันไม่ได้ง่ายแบบที่ใครๆเขาคิดกันเลย “โชคดีที่ได้ฟ้าช่วยไว้ เต้ยก็เลยผ่านคัดเลือกเหมือนกัน”
“เอ่อคือ… พี่… ไม่ได้จะหมายถึงแบบนั้น”
แบงค์หันไปมองหญิงสาวอีกคนที่กำลังมีสีหน้าที่สลดลง ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในความรู้สึกทันที ไม่คิดว่าการแซวเล่นของเขา จะทำให้รอยยิ้มสดใสที่เขาััได้เมื่อกี้นี้เลือนหายไป
ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง ฟ้าเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดี เลยขอให้แบงค์เปลี่ยนไปคุยเื่ที่น่าสนใจมากกว่านี้ แบงค์รับรู้ถึงความช่วยเหลือที่น้องสาวส่งมาให้ จึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที หวังให้บรรยากาศผ่อนคลายเหมือนเดิม
“แล้วนี่ ทั้งสองคนจะไปค่ายจิตอาสารึเปล่า?”
“เดี๋ยวฟ้าคงต้องไปขอแม่ก่อนค่ะ เพราะว่ามีค้างนอกสถานที่ด้วย”
“เฮ้ย! ไปสิฟ้า… บอกน้าภาว่ามีพี่ไปด้วย ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก” แบงค์เสนอไอเดียขึ้นมา รู้ว่าฟ้ากำลังกังวลเื่อะไร
“พี่แบงค์จะไปด้วยเหรอคะ?”
“ต้องไปสิ ปีนี้บ้านไอ้ซิงค์เป็เ้าภาพเื่ของสถานที่ ก็เลยต้องลากกันไปหมดเลยเนี่ย”
ฟ้ารู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับคำตอบจากชายหนุ่ม นี่เธอไม่ต้องเสียเวลาเอ่ยปากชวนเขาเลยด้วยซ้ำ แถมยังได้รับโปรโมชั่น เสนอตัวเป็คนดูแลเธอกับแม่ของเธอเอง… อย่างนี้เขาเรียกว่า… โชคดีสองเด้ง แค่คิดเธอก็รู้สึกสนุกแล้ว อยากจะให้สุดสัปดาห์นี้มาถึงเร็วๆจัง
“พี่ซิงค์เป็เ้าภาพสถานที่เหรอคะ?” เต้ยเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
“ใช่แล้ว น้องเต้ยก็ไปเหมือนกันใช่ไหม?”
เต้ยพยักหน้าตอบรัวๆ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนกัน ไม่มีใครในโรงเรียนนี้ที่ไม่รู้ว่ากิจการโรงแรมในเครือของซิงค์ใหญ่โตหรูหรามากแค่ไหน แค่กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดก็เหมือนเป็การไปเที่ยวกลายๆอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าสถานที่พักคือที่ไหน... นี่ก็ไม่ต่างกับทริปสุดหรูน่ะสิ
“งั้นเดี๋ยวเต้ยขอแยกตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ บ้านของเต้ยอยู่แยกโน้นค่ะ” หญิงสาวเอ่ยอำลาขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปยังทิศทางบ้านของเธอ แบงค์กับฟ้าโบกมือลา ทั้งคู่มองดูหญิงสาวเดินไปจนลับสายตา ก่อนที่จะเริ่มเดินตรงกลับบ้านกัน
“ฟ้าว่า… น้องเขาจะโกรธพี่ไหม?”
“คงไม่หรอกค่ะ พี่แบงค์ถามทำไมคะ?” ฟ้างงกับคำถามของเขา ปกติไม่เห็นเขาจะเคยแคร์เวลาที่เขาแซวเธอแรงๆ… แถมถ้าเธองอน บางที… เธอก็ต้องง้อตัวเองด้วยซ้ำ
“เปล่า ก็แค่ไม่อยากให้รู้สึกแย่ ั้แ่เจอกันครั้งแรกกับเพื่อนของฟ้าน่ะ”
ฟ้าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำตอบ สำหรับการเจอกันครั้งแรกของคนสองคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะเลี่ยงบทสนทนาที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจทั้งนั้น พี่ชายของเธอจะคิดแบบนั้นก็คงจะไม่แปลก
“แต่ฟ้าว่าเต้ยคงไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ ดูอย่างตอนที่พี่แบงค์ชวนคุยเื่ที่จะไปออกค่ายอาสาสิ เต้ยก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะติดใจเื่ก่อนหน้านี้นะคะ”
“อืม… ก็น่าจะใช่นะ” แบงค์เห็นด้วยกับคำตอบของฟ้า “แล้ววันนี้ก็อย่าลืมไปขอน้าภาล่ะ”
“ได้ค่ะ”
“ถ้าไอ้ซิงค์มันรู้ว่าฟ้าไปด้วย... มันคงจะดีใจ...”
“อ้าว แล้วทำไมพี่ซิงค์จะต้องดีใจด้วยล่ะคะ ถ้าฟ้าไป”
แบงค์นิ่งเงียบไปสักครู่ พยายามบังคับจิตใจให้เรียบเฉยๆมากกว่าจะหงุดหงิดกับคำถามของคนตรงหน้า อยู่ๆคำพูดของซิงค์ก็ลอยเข้ามาในหัวเขาซะอย่างนั้น ชายหนุ่มประสานสายตากับดวงตาของเธอที่มองกลับมาอย่างงุนงง เขาก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงอยากจะประชดเธอแทน…
“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก” แบงค์ก่นด่าตัวเองในใจที่ทำตัวงี่เง่าประชดประชันเธอแบบนี้ เธอไม่ผิดสักหน่อย “เอาเป็ว่าถ้าฟ้าไปได้… ก็คงมีหลายคนที่ดีใจ”
“หลายคนในที่นี้ รวมถึงคนที่อยู่ตรงหน้าฟ้าด้วยรึเปล่าคะ?”
ฟ้าตัดสินใจถามขึ้นมาตรงๆ รู้สึกไม่ชอบใจเลยที่เขาพูดจาปลายเปิดเหมือนมันไม่เกี่ยวกับเขา ทั้งๆที่เขาก็รู้… ว่าคนที่เธออยากให้คิดแบบนี้ที่สุด… คือใคร...
“...”
เขาเงียบ… ไม่ตอบคำถามของเธอ
ยิ่งเขานิ่ง เธอก็ยิ่งกระวนกระวายใจ
แบงค์มองตรงเข้ามาที่ตาของเธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ขีดเส้นระหว่างเธอกับเขา… ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่า…
“ถ้าฟ้าไปด้วยพี่ต้องดีใจอยู่แล้ว ก็ฟ้า... คือน้องสาว… ของพี่นี่นา”
หมดคำที่จะพูด...
ริมฝีปากเรียวสวยคลี่ยิ้มเล็กน้อยให้กับคำตอบของเขา ก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าบ้านไปโดยไม่หันไปกล่าวอำลาอีก คำพูดของเขาดูดเรี่ยวแรงไปจากเธอได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่ว่าจะเมื่อไหร่… ในสายตาของเขา…
เธอก็เป็เพียงแค่น้องสาวเท่านั้น
__________________________________________________
“ขอแม่รึยังอ่ะ?”
มิ้นท์กระแอมเบาๆ ถามทวงคำตอบจากคนข้างๆที่กำลังนั่งจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง โดยไม่สนใจเสียงเรียกของเธอแม้แต่น้อย ฟ้าพยักหน้าตอบคำถามเธออย่างใจลอย ใบหน้าสวยเรียบเฉย นิ่งสนิท เหมือนไม่มีอารมณ์อยากจะเสวนาด้วย จนเธอต้องถามย้ำซ้ำอีกครั้ง กับการพยักหน้าตอบที่โคตรจะคลุมเครือ
“แล้วสรุปไปได้รึเปล่า?”
“ได้… แม่บอกว่าถ้าพี่แบงค์ไปด้วย ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง” ฟ้าเอ่ยตอบ ก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนโดยไม่รอฟังเสียงเหน็บแนมของเธอ
“แล้วเมื่อวานไปคัดหลีดเป็ยังไงบ้างอ่ะ… ผ่านไหม?” มินท์ชวนคุยอีกครั้ง หวังว่าการเปลี่ยนเื่จะทำให้ยัยคนตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมาคุยกันเธอตามปกติ
“อืม…” ฟ้าตอบอย่างเซ็งๆ ทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ
มิ้นท์กะพริบตา มึนงงกับท่าทีของเพื่อนสาว
เมื่อวานยังทำหน้าอมรักอยู่เลย…
วันนี้กลับทำหน้าอมทุกข์ซะงั้น…
เป็ไบโพล่าร์ป่ะเนี่ย!!
ดูท่าทางคนตรงหน้าจะโดนแม่เหล็กที่โต๊ะดูดหัว หัวถึงได้หนัก... เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเธอไม่ได้กระมัง มิ้นท์เลิกสนใจคนตรงหน้า ก่อนที่จะหันไปร่วมวงเสวนากับเพื่อนคนอื่นๆในห้อง ปล่อยให้เพื่อนสาวแผ่กระจายความทุกข์ลงโต๊ะจนกว่าจะพอใจ
“นี่ๆ ฉันได้ยินมาว่า ที่พักของกิจกรรมค่ายอาสาที่จะถึงในอาทิตย์นี้ เป็โรงแรมในเครือของบ้านพี่ซิงค์ล่ะ”
“กรี๊ด!! จริงดิ… งั้นก็ไม่ต้องสืบเลย ว่าพี่ซิงค์จะไปค่ายนี้รึเปล่า”
“แล้วไปรู้มาได้ยังไงอ่ะ?” มิ้นท์เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง หลังจากได้ฟังบทสนทนาของเพื่อนในห้อง
“ได้ยินมาจากคนในชมรมบาสนะ เห็นว่าพี่บาสเป็คนบอก”
มิ้นท์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคย ในใจหัวเราะหึหึ ในประกาศยังไม่มีบอกสักนิดว่าที่พักที่จะไปออกค่าย คือที่ไหน แต่ข่าวก็ดันหลุดออกมาซะแล้ว
แหมมมมม……
เหอะ!! เธออยากจะแหมให้ไปถึงดาวอังคาร
มาหาว่าปากเธอมันไม่มีหูรูดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วดูตัวเอง… ก็พอกันอ่ะ!!
“ฟ้า รู้เื่นี้รึเปล่า?” มิ้นท์วกกลับมาถามเพื่อนสาวของเธอที่โดนโต๊ะดูดอยู่นั้น คิดอยู่ว่าฟ้าต้องรู้เื่นี้แน่นอน ถ้าไม่ใช่คนปากรั่วบอก ก็ต้องเป็พี่ชายคนสนิทเล่าให้ฟังแน่นอน
หรือนี่คือ… สาเหตุที่เพื่อนสาวเธอทำท่าซังกะตายแบบนี้รึเปล่า
ฟ้าไม่ตอบ ในใจกระหวัดคิดถึงคำพูดที่ได้จากเขาเมื่อวานนี้ คำที่บาดลึกเข้าไปในใจของเธอ ผิดกับการกระทำหลายๆอย่างที่ผ่านมาของเขา หญิงสาวถอนหายใจยาว… ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนไปหมด ไม่อยากจะไปค่ายหรือทำอะไรทั้งนั้น อยากแค่จะเดินเข้าไปถามเขาตรงๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ก็ทำไม่ได้… เพราะกลัว… กลัวคำตอบของเขาจะเป็คำพูดแบบเดียวกับเมื่อวาน แล้วสิ่งที่พวกเขากำลังเป็อยู่จะพังทลาย ซึ่งเธอรับไม่ไหวแน่นอน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงต้องรอ… รอจังหวะ… ที่เหมาะสม
เฮ้อ…
เขาจะรู้บ้างไหม ว่าเขามีผลต่อหัวใจเธอมากแค่ไหน
หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้ค่ายอาสาที่จะมาถึงในสุดสัปดาห์นี้ จะช่วยให้เธอได้ขยับความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ชายคนสนิท โดยที่เธอไม่สามารถรู้เลยว่า หลังจากเหตุการณ์นี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไป… ตลอดกาล
_________________________________________________
บาสเดินตึงตังเข้ามาในห้องเรียน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะดังโครม ชายหนุ่มร่างสูงทิ้งตัวลงมานั่งข้างๆด้วยอารมณ์ขุ่นมัว จนสายตาของเพื่อนทั้งสองถึงกับต้องหันมามองอาการที่เขาเป็อยู่
“แม่งเอ๊ย เมื่อวานไปดูน้องฟ้าไม่ทัน... ชมรมก็ดันเลิกช้าอีก” บาสสบถออกมาอย่างสุดแสนจะเสียดาย
“ก็แล้วจะโทษใครวะ” ซิงค์ถามอย่างนึกแปลกใจ
“ประเด็นก็คือ พอเสร็จชมรมแล้วใช่ป่ะ ข้าก็รีบไปที่ห้องคัดตัวเลย ปรากฏว่าแตงมันเพิ่งปล่อยพวกน้องๆกลับไป… ข้านี่วิ่งสุดชีวิตไปดูที่ห้องฟ้าเลย”
“แล้ว…?”
“ก็ไม่เจอ” บาสตอบกลับเสียงอ่อยๆ
ซิงค์ส่ายหัวอย่างผิดหวัง รู้สึกเสียเวลาที่นั่งฟังเพื่อนเขาพล่ามเป็ต่อยหอยแต่เช้า โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าของแบงค์ที่นั่งยิ้มกริ่ม คิดอะไรอย่างมีความสุขเงียบๆคนเดียว
โชคดีจริงๆที่เมื่อวานเขาตัดสินไปรอฟ้ากลับบ้าน
ไม่เช่นนั้น วันนี้เขาคงต้องมานั่งฟังไอ้บาสโม้ทั้งวันแน่ๆ
“แต่ แต่ แต่… ข้าดันเห็นหลังน้องฟ้าไวๆอ่ะดิ”
บาสแย้งขึ้นมาทันที เมื่อวานเขาติดสปีดสุดชีวิต หลังจากเห็นหลังสองสาวยืนคุยกันจากชั้นห้า ในใจก็รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่เสียเวลาเปล่า เขารีบวิ่งบันไดตามลงมาทันที… หวังว่าอย่างน้อยๆ จะได้มีโอกาสเดินไปส่งสองสาวที่บ้านบ้าง “แต่พอตามลงไป ปรากฏว่าไม่เจอแล้ว อะไรจะไวแบบนั้นวะ... อย่างกับมีนกรู้”
นกรู้ที่นั่งฟังอยู่...ถึงกับสะดุ้งอยู่ในใจ
แบงค์พยายามตีสีหน้าให้เรียบที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ถึงแม้ว่าภายใน หัวใจจะเต้นโครมครามอย่างคนมีชนักติดหลัง กลัวจริงๆว่าจะมีใครจับได้ ว่า’นกรู้’ตัวนั้น… จะนั่งอยู่ข้างๆมันนี่แหละ คิดไม่ถึงว่าประสาทััของเพื่อนนักบาสเขาจะไวแบบนี้ ถึงจะพอรู้จากการเล่นกีฬาของมันก็เถอะ
แต่น่าเสียดายนะ…
ที่ยังไงก็ช้ากว่าเขาไปก้าวหนึ่ง
“แล้วคิดดู ถ้าเกิดว่าข้าไม่เลิกช้าขึ้นมา ไม่ใช่แค่น้องฟ้านะ… ข้าก็จะได้เห็นน้องเต้ยด้วย โคตรเสียดายเลย” บาสคร่ำครวญออกมาอย่างผิดหวัง แผนที่เขาอุตส่าห์วางไว้ต้องพังทลายลงไปหมด เพียงแค่เขาคาดการณ์เวลาผิดไป… แค่นั้นเอง
แค่ก้าวเดียว… คุณก็อาจจะพลาดสิ่งสำคัญไปโดยที่คุณไม่สามารถเรียกมันกลับมาได้อีกเลย
“เต้ย?” แบงค์เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง หลังจากได้ยินชื่อของหญิงสาวที่เขาได้เดินกลับบ้านด้วยกันเมื่อวานนี้ “นี่เอ็งรู้จักเขาด้วยเหรอวะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ อย่าบอกนะ... ว่าเอ็งก็รู้จักน้องเขาเหมือนกัน” บาสถามย้ำด้วยความสงสัย เรียกความสนใจจากซิงค์ให้หันมามองได้เป็อย่างดี
ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้จะสนใจใคร ในชีวิตก็มีแค่… เพื่อน เรียน เล่นกีฬา กับดูแลน้องสาวข้างบ้าน วนไปอย่างนี้เรื่อยมา ถึงจะมีสาวๆมาขายขนมจีบ หรือมีพูดคุยกับสาวสวยบ้าง แต่ก็ไม่เคยจะเห็นสนใจใครจนออกนอกหน้าเป็พิเศษ ถึงขนาดบางทีมีชื่อสาวที่เป็หัวข้อสนทนา แบงค์ก็จะแค่ฟังผ่านๆ ผ่านมา… แล้วก็ผ่านไป… เหมือนกับเป็เื่ที่เขารับรู้แต่ไม่จำเป็ต้องใส่ใจ
แล้วอยู่ๆ มันก็ถามถึงเต้ยขึ้นมา… ใครบ้างจะไม่แปลกใจ
“แล้วเอ็งไปรู้จักน้องเขาได้ยังไง?”
แบงค์อึกอัก ไม่รู้จะตอบคำถามเพื่อนสนิทยังไงดี ในหัวทำงานอย่างหนักที่จะสรรหาคำตอบดีๆ จะให้บอกว่า ที่เขารู้จักเธอก็เพราะเมื่อวานเขามารอปาดหน้ามัน พาน้องคนสนิทกลับบ้าน… ก็ไม่ได้อีก... เสียหน้าตายเลย
“ก็… เมื่อวานนี้ไง… ที่เอ็งบอกว่าจะไปดูสาวๆคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์อ่ะ ก็รู้จักตอนนั้นแหละ”
“เหรอ ข้าพูดแบบนั้นเหรอ?” บาสถามขึ้นมาพร้อมกระหวัดคิดไปถึงเมื่อวาน เอ… จำไม่ได้แฮะว่าเคยพูด... ก่อนจะบอกปัดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ “เออ งั้นช่างมันเหอะ”
แบงค์ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอกที่บาสไม่ถามต่อ ถึงแม้ว่าเพื่อนเขาคนนี้จะมีประสาทััที่เฉียบคม แต่ด้วยความที่เป็คนง่ายๆ อะไรก็ได้ เลยค่อนข้างที่จะไม่ค่อยติดใจอะไรนาน มิเช่นนั้น… เขาคงต้องโดนสอบสวนจนเค้นความจริงออกมาจนหมดแน่ๆ
“เออนี่.... ข้ามีเื่จะบอก ตอนนี้เพื่อนๆในห้องเขาคุยกันให้แซ่ดแล้ว ว่าเป้าหมายที่ไปค่ายอาสาครั้งนี้ พวกมันจะไปสารภาพรักด้วย”
ประโยคบอกเล่าทั่วๆไปของบาส ไม่ได้ทำให้แบงค์กับซิงค์ประหลาดใจเท่าไหร่ จนมาถึงรายชื่อที่เขาได้ไล่เรียงออกมา “น้องฟ้านี่คืออันดับหนึ่งเลย แต่อีกคนที่มาแรงคือใครรู้รึเปล่า?”
“ใคร?”
“น้องเต้ย หนึ่งในตัวเก็งอีกคนที่พวกหนุ่มๆจ้องจะสารภาพรักในครั้งนี้เลยนะเว้ย”
เต้ย…
ชื่อของสาวน้อย เ้าของรอยยิ้มหยุดโลกที่เขาได้พบเมื่อวานเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวเขาอีกแล้ว แบงค์จมลงไปอยู่ในความคิดอีกครั้ง ั้แ่เมื่อวานเขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเธอเลยด้วยซ้ำ แล้วที่ได้กลับบ้านด้วยกันก็ถือเป็ครั้งแรกที่เขาพึ่งจะเคยเห็นหน้าเธอ แต่ตอนนี้กลับได้ยินชื่อของเธอบ่อยๆในกลุ่มเพื่อนของเขา… นี่เธอก็ดังใช่ย่อย… แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ก็เธอสวยซะขนาดนั้น ขนาดเขายังอดเผลอมองตามไม่ได้เลย
มองตามรอยยิ้มของเธอ
รอยยิ้ม… ที่ทำให้เขารู้สึกสว่างไสว จนอดยิ้มตามไม่ได้
แต่เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้มันบอกว่า สารภาพรักงั้นเหรอ
แล้วที่สำคัญ มีชื่อของฟ้า… น้องสาวเขาอยู่ด้วยนี่นา!!
“สารภาพรัก?” แบงค์ถาม เผลอขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว “แล้วพวกมันรู้เหรอ ว่าน้องๆเขาไปค่ายนี้ด้วย”
“สำหรับน้องเต้ยข้าไม่รู้… แต่ที่แน่ๆ ถ้าเอ็งไป… น้องฟ้าไปด้วยแน่นอน”
“งั้นข้าเอาด้วย” ซิงค์เอ่ยแทรกขึ้นมา ทำให้ทั้งบาสและแบงค์ถึงกับหันไปมองทันที “ข้าจะสารภาพรักกับน้องฟ้าเลยแล้วกัน”
“เฮ้ย! ใจเย็นเพื่อน” บาสรีบเอ่ยปรามขึ้นมาทันทีด้วยความใ ไม่คิดว่ารอบนี้ไอ้เพื่อนสุดหล่อจะขอลงสนามแข่งด้วย แล้วคู่แข่งคนอื่นๆเขาจะเอาอะไรไปสู้!!
“ไหนเอ็งว่าจะจีบฟ้าไง แต่สารภาพรักทั้งๆที่ยังไม่เริ่มจีบมันคืออะไรวะ” แบงค์รีบแย้งขึ้นมาทันที เมื่อไม่กี่วันก่อนมันเพิ่งประกาศว่าจะจีบ แต่ตอนนี้… มันข้ามขั้นเกินไปรึเปล่า
“จะบอกรักก่อนแล้วค่อยจีบ หรือว่าจีบก่อนแล้วค่อยบอกรัก สำหรับข้ามันก็ไม่ได้ต่างกันหรอก” ซิงค์ตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “อีกอย่าง… ทำไมเอ็งไม่ใช้โอกาสนี้ลองมองๆใครสักคนวะ”
“...”
แบงค์ตัวชา สับสนจนพูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าจะโดนเพื่อนรักสวนกลับ ด้วยวิธีนี้
“เผื่อเอ็งจะได้เจอ… ใครสักคน… ที่ควรดูแลจริงๆสักที”