พระราชวังหลวงในยามสายอบอวลด้วยกลิ่นดอกเหมยที่เบ่งบานทั่วสวนหลวง เสียงพิณจากห้องดนตรีด้านตะวันออกดังแ่เบาเป็ระยะ บรรยากาศดูสงบงดงาม แต่ภายใต้ความสงบกลับแฝงด้วยแรงปะทะของอำนาจและความริษยา
หลินอวี้เดินเคียงข้างอ๋องเจ็ดเข้าสู่ตำหนักหลิงฮวา ซึ่งเป็ตำหนักขององค์หญิงหลิงซิน พระธิดาองค์รองของจักรพรรดิ ผู้มีชื่อเสียงในด้านความงามและความเฉียบแหลม แต่ก็ขึ้นชื่อเื่ความเย่อหยิ่งและริษยา
“เหตุใดข้าต้องไปพบองค์หญิงหลิงซิน?” หลินอวี้ถามเสียงเรียบ
“เพราะนางเรียกเ้าไปเอง…และข้าอยากให้เ้ารู้ว่านางมิใช่ศัตรูที่ควรมองข้าม” อ๋องเจ็ดตอบ
…
เมื่อเข้าสู่ตำหนักหลิงฮวา หลินอวี้พบองค์หญิงหลิงซินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หอมแกะสลัก ด้านหลังมีม่านไหมสีชมพูอ่อนลู่ลงอย่างสง่างาม นางสวมชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมย ดวงตาคมกริบจ้องมองหลินอวี้อย่างไม่ปิดบังความรู้สึก
“เ้าคือหลินอวี้…ผู้ที่ทำให้ข้าเสียหน้าในท้องพระโรง” นางกล่าวเสียงเย็น
หลินอวี้โค้งเล็กน้อย “ข้าเพียงเปิดเผยความจริง…มิได้มีเจตนาให้ผู้ใดเสียหน้า”
องค์หญิงหลิงซินหัวเราะเบาๆ “เ้ากล้าหาญ…แต่เ้ากำลังเล่นกับไฟ”
…
นางลุกขึ้นเดินวนรอบหลินอวี้อย่างช้าๆ “เ้ารู้หรือไม่…ว่าอ๋องเจ็ดเคยปฏิเสธการแต่งงานกับข้า?”
หลินอวี้นิ่งไป “ข้าไม่รู้…และข้าไม่คิดว่ามันเกี่ยวข้องกับข้า”
“มันเกี่ยวข้องทุกอย่าง…เพราะั้แ่เ้าก้าวเข้ามา เขาเปลี่ยนไป” องค์หญิงกล่าว
หลินอวี้สบตานางอย่างไม่หวั่นเกรง “ข้าไม่ได้เปลี่ยนเขา…เขาเลือกจะเปลี่ยนตนเอง”
คำตอบนั้นทำให้องค์หญิงหลิงซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “เ้าคิดว่าเ้าจะอยู่ในวังนี้ได้นานแค่ไหน…ก่อนที่ผู้คนจะเริ่มหันหลังให้เ้า?”
“ตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่เพื่อความจริง…ข้าก็ไม่กลัวการหันหลังของผู้ใด” หลินอวี้ตอบ
…
หลังจากออกจากตำหนักหลิงฮวา อ๋องเจ็ดเดินเคียงข้างหลินอวี้อย่างเงียบงัน
“เ้าทำได้ดี…แต่นางจะไม่หยุดเพียงเท่านี้” เขากล่าว
“ข้ารู้…และข้าจะไม่หยุดเช่นกัน” หลินอวี้ตอบ
…
ในคืนนั้น หลินอวี้กลับมายังเรือนพักของตน และพบว่ามีจดหมายลับถูกสอดไว้ใต้หมอน
“หากเ้า้ารู้ความลับขององค์หญิงหลิงซิน…ไปยังสวนต้องห้ามในยามสามยาม”
หลินอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปยังสวนต้องห้ามซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตำหนักหลวง เป็สถานที่ที่ถูกปิดไว้และไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้า
เมื่อเธอไปถึง เธอพบหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดนักพรตยืนรออยู่ใต้ต้นเหมย
“ข้าคือผู้ดูแลสวนต้องห้าม…และข้ารู้ความลับขององค์หญิงหลิงซิน” นางกล่าว
“เ้าคือใคร?” หลินอวี้ถาม
“ข้าเคยเป็นางกำนัลขององค์หญิง…จนกระทั่งข้ารู้ว่านางมิใช่พระธิดาแท้ๆ ของจักรพรรดิ” นางตอบ
หลินอวี้ใ “เ้าหมายความว่า…”
“นางคือบุตรของขุนนางฝ่ายบู๊ที่ถูกสังหาร…และถูกนำมาเลี้ยงในวังเพื่อใช้เป็เครื่องมือทางการเมือง” นางกล่าว
…
หลินอวี้กลับจวนด้วยความสับสน เธอรู้ดีว่าความลับนี้อาจเปลี่ยนแปลงราชสำนักได้ แต่เธอก็รู้ว่าไม่ใช่ทุกความจริงที่ควรถูกเปิดเผยทันที
“ข้าต้องเลือก…ระหว่างความจริงกับความสงบ” เธอพึมพำ
อ๋องเจ็ดเข้ามาเงียบๆ “เ้าจะเลือกสิ่งใด?”
หลินอวี้หันมามองเขา “ข้าจะเลือกสิ่งที่ไม่ทำลายผู้บริสุทธิ์…แต่ข้าจะไม่ยอมให้ความเท็จครอบงำ”
…
ในคืนนั้น แสงจันทร์สาดส่องลงบนพระราชวังหลวงอย่างเงียบงัน หลินอวี้นั่งอยู่หน้าตำราลับ ดวงตาจับจ้องไปยังข้อความที่เธอเขียนไว้ด้วยมือของตนเอง
“ความจริง…มิใช่สิ่งที่ต้องะโเสมอไป บางครั้ง…มันต้องถูกปล่อยให้เผยออกมาเอง”