หลงยู๋เหม่ยและจื่ออวี้ที่ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็รีบเร่งมายังใจกลางูเาฟูซาน ก่อนที่พวกนางจะสังเกตเห็นเหมือนกับแผ่นหลังของใครบางคนกำลังยืนถืออะไรบางอย่างเอาไว้อยู่
“ท่านพี่!”
แต่ว่าทางด้านจื่ออวี้กับรู้ว่านี้ก็คือแผ่นหลังของพี่ชายของตนนั้นเองและเขายังคงมีชีวิตอยู่ จื่อหลิงเทียนที่ได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคยก็ค่อยๆหันหน้ากลับไปมองก็พบว่าเ้าของเสียงก็คือจื่ออวี้นั้นเองแถมศิษย์พี่หญิงอย่างหลงยู๋เหม่ยเองก็มาด้วย
“ข้าบอกให้เ้าหนีไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
ในวินาทีต่อมานางกับกระโจนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกอดเขาเอาไว้แน่นและหลั่งน้ำตาออกมาจนมันไหลอาบไปทั่วแก้มทั้งสองของนาง
“เ้าพี่โง่! ท่านคิดว่าท่านเก่งมากหรือถึงไล่ให้ข้าไปแล้วจะล่อสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์เอาไว้…”
“ข้าขอโทษ…”
ตามจริงจื่อหลิงเทียนก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะรอดชีวิตด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้ตัวของถังเว่ยช่วยเอาไว้ล่ะก็เขาเองก็คงจะได้กลายเป็ิญญาพิทักษ์ูเาฟูซานแห่งนี้ไปแล้ว แต่กับหลงยู๋เหม่ยนั้นนางไม่ได้มีความรู้สึกดีใจหรือเสียใจกับการที่จื่อหลิงเทียนยังมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย สิ่งทีี่นางสงสัยก็คือสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ที่ศิษย์น้องของนางพูดถึงให้หายไปไหนกัน?
“ศิษย์น้องสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ที่เ้าบอกหายไปไหนกัน?”
นางกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยจริงๆแล้วนางเองก็สามารถที่จะได้ยินเสียงของมันั้แ่ยังไมได้เข้ามายังใจกลางของูเาฟูซานแล้ว แต่นี่มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างกับมันไม่เคยปรากฎออกมาก่อน
จื่อหลิงเทียนที่ได้ยินคำถามของศิษย์พี่หญิงของเขาก็ลังเลที่จะกล่าวออกไปเล็กน้อย เขาควรจะกล่าวแบบไหนออกไปดีจะบอกว่าตัวเองเป็คนสังหารมันเองหรือ? เป็ไปไม่ได้ศิษย์พี่หญิงของเขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น เพราะฉะนั้นทางเลือกสุดท้ายของเขาก็คือบอกความจริงให้กับนางได้ทราบ
“ศิษย์พี่หญิงท่านอาจะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกต่อจากนี้ จริงๆแล้วคนที่สังหารสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ได้ก็คือคนที่พวกเราว่าจ้างให้เขานำทางมายังูเาแห่งนี้…”
เงียบ…ไม่มีการตอบสนองจากหลงยู๋เหม่ยเหมือนกับว่าสิ่งที่จื่อหลิงเทียนกล่าวนั้นไม่น่าเชื่ออย่างที่เขาบอกจริงๆ ขนาดจื่ออวี้ที่ร้องไห้อยู่ก็ยังหยุดร้องเมื่อได้ยินประโยคของพี่ชายเมื่อครู่
“ศิษย์น้องเ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้โกหกข้า?”
นางถามออกคน้ำเสียงที่จริงจังถ้ามันเป็แบบที่จื่อหลิงเทียนบอกนั้นก็หมายความว่า ถังเว่ยต่างหากที่เป็ฝ่ายโกหกพวกนาง เขาบอกว่าเขาเป็เพียงคนธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่ว่าพอนางมาคิดดูให้ดีไม่มีคนธรรมดาที่ไหนเขาขึ้นมาบนูเาที่อุดมไปด้วยสัตว์ิญญาทั่วทั้งูเาหรอก
“ข้ามั่นใจว่าไม่ได้โกหกท่าน นี่คือหญ้าิญญาและผลึกของสัตว์ิญญาที่เขาเป็คนมอบให้กับข้า"
จื่อหลิวเทียนได้ยื่นสองสิ่งนี้ให้กับหลงยู๋เหม่ยและสังเกตมันอย่างละเอียด ก่อนที่นางจะทำตาโตด้วยความใอย่างสุดขีดไม่ใช่เพราะหญ้าิญญาแต่มันเป็เพราะผลึกของสัตว์ิญญาต่างหาก
“นี่มันผลึกของสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์แถมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีก!”
การจะได้ผลึกของสัตว์ิญญาในสภาพสมบูรณ์ค่อนข้างจะที่จะเป็เื่ยาก เพราะว่าตำแหน่งที่ตั้งของมันในตัวของสัตว์ิญญาแต่ละตัวแตต่างกัน บางทีเมื่อทำการสังหารมันเสร็จก็อาจจะเผลอโจมตีไปยังจุดที่มีผลึกิญญาฝังเอาไว้อยู่ โดยทั่วไปแล้วผนึกของสัตว์ิญญาที่นางเคยพอเจอไม่มีอันไหนสมบูรณ์แบบเท่ากับผลึกิญญาก้อนนี้มาก่อน
“ศิษย์น้องเ้ามีเหรียญทองพอจะให้กับเขาอย่างงั้นหรือ?”
นี่คือผลึกของสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ราคาอย่างต่ำของมันก็คือ 10,000 เหรียญทองแล้ว จื่อหลิงเทียนไม่น่าจะพกเหรียญทองจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้แน่ แต่เมื่อนางทราบราคาที่แท้จริงมันกับทำให้นางต้องตกตะลึงมากกว่าเดิมเสียอีก
“ข้าได้รับผลึกชิ้นนี้มาด้วยราคาแค่ 4 เหรียญทองเท่านั้น”
เหมือนกับฟ้าผ่าลงตรงกลางหัวใจของนาง เดี๋ยวนี้เขาขายผลึกของสัตว์ิญญาด้วยราคาที่ถูกเท่ากับเสื้อผ้าแล้วหรือ? แล้วอย่างงี้ผู้คนในตระกูลใหญ่ต่างๆที่เสียทรัพยากรของตัวเองเป็แสนๆ เพื่อผลึกิญญาไม่กี่ชิ้นไม่นับว่าโง่เขลาหรอกหรือ?
“แล้วชายคนไหนจากไปไหนแล้ว?”
ตอนแรกนางก็ลากเขามาด้วยแต่พอนางเผลอคุยกับจื่ออวี้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ถังเว่ยกับหายไปอย่างรวดเร็วทักษะการเคลื่อนไหวของเขาเร็วมากจนถึงขนาดที่ตัวของนางเองก็ไม่สามารถตามความเร็วได้ทัน
“เขาหายไปแล้วทิ้งเพียงแค่กระดาษแผนที่สำหรับลงเขาไว้เท่านั้น”
ได้ยินคำตอบของจื้อหลิงเทียนหลงยู๋เหม่ยก็พยักหน้าเบาๆ เท่านี้นางก็ทราบแล้วตัวของถังเว่ยนั้นมีความลับปกปิดเอาไว้อยู่ บางทีเขาอาจะเป็ยอดฝีมือที่เร้นกายอยู่ในเมืองเล็กๆอย่างเมืองซานผิงก็ได้ แต่นางก็ไม่ได้มีความคิดที่จะรีบออกตามหาเขาทันที เพราะนางััได้ว่าอีกไม่นานจะต้องได้เจอกับชายคนนั้นอีกแน่….
“ฮัดชิ้ว!”
ถังเว่ยที่เดินออกจากบริเวณของูเาฟูซานแล้วก็จามออกมาเสียงดัง ก่อนที่เขาจะนำมือไปถูจมูกเล็กน้อย
“่นี้ก็ยังไม่เข้าหน้าหนาวนนี่หรือว่าข้าเป็หวัดกันนะ…”
ในตอนแรกถังเว่ยคิดเอาไว้ว่าอาจะต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการทำงานครั้งนี้ ความเป็จริงก็คือเขาใช้เวลาไม่นานสักเท่าไหร่นัก ยังเหลือเวลาอยู่ก่อนที่น้องๆของเขาจะเลิกเรียน แถมในวันนี้เขาก็ได้รับค่าตอบแทนมาค่อนข้างสูงทำให้ถังเว่ยไม่จำเป็ที่จะรับจ้างต่อแล้ว เขาก็เลยไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อไปดี
“หรือข้าจะไปหาเหล็กมาเตรียมไว้สำหรับสอนฟางหรงดีนะ?…”
ถังเว่ยก็คิดว่านี่เป็ความคิดที่ไม่เลวเลย โดยปกติเขาก็มักจะให้ฟางหรงยกค้อนที่มีน้ำหนักเป็ร้อยๆกิโลอย่างเดียวยังไม่ได้ให้เขาลองตีเหล็กเลยดูสักครั้ง เมื่อคิดเช่นนั้นจู่ๆถังเว่ยก็หายวับไปทิ้งไว้แค่เพียงความว่างเปล่าหลังเขาจากไปเท่านั้น