“ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า แม้ข้าพระองค์จะเป็นบุคคลในคำสาปแต่ก็ถือวาจาเป็นสัจจะเหนือสิ่งใด.. ท่านพราหมณ์ได้ตรวจดวงชะตาของข้าพระองค์เห็นว่ายังพอมีทางแก้ไข หากได้เป็นผู้นำองค์ตุมพะทะนานทองกลับคืนสู่นครปตานีอำนาจบุญกุศลจักเปลี่ยนกรรมลิขิตสิ้น ท่านจึงได้แอบสั่งสอนวิชาการรบให้.. ตัวท่านก่อนสละเพศบวชเป็นพราหมณ์เคยเป็นอดีตขุนพลนักรบมีวิชาอาวุธติดตัวทั้งหมดทั้งปวงนี้ข้าพระองค์มีหนังสือของท่านพราหมณ์ยืนยัน พระเจ้าค่ะ”
กราบทูลแล้วเจ้าทิพจึงเอ่ยขอหนังสือจากขุนพลธรณิน
“ท่านอา กระบอกใส่หนังสือที่ข้าพเจ้าฝากไว้กับท่านรบกวนท่านช่วยนำขึ้นทูลเกล้าถวายองค์เหนือหัวด้วยเถิด”
ขุนพลธรณินให้ทหารนำกระบอกไม้เข้ามาเป็นกระบอกไม้ที่เจ้าทิพสะพายติดตัวตั้งแต่แรก เหตุเพราะต้องเปลี่ยนชุดปิดบังตนและสวมเกราะหนังเข้าประลองจึงได้ฝากไว้กับท่านขุนพล
บัดนี้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังกระบอกไม้ที่ถูกส่งต่อไปจนถึงมือของอาลักษณ์หลวง
ครั่งซึ่งผนึกด้ายฟั่นที่คาดรัดตรงปากกระบอกถูกตรวจสอบพร้อมคำกราบทูลรายงาน
“ขอเดชะ กระบอกหนังสือยังไม่เคยถูกเปิดออกมีตราสัญลักษณ์ของท่านพราหมณ์กุณฑกัญจประทับอยู่ พระเจ้าค่ะ”
พระเจ้าปตานีทรงพยักพระพักตร์เป็นเชิงอนุญาตให้อาลักษณ์หลวงดำเนินการเปิดอ่านถวาย
เมื่ออาลักษณ์หลวงแกะผนึกประทับเปิดปากกระบอกไม้ นำเอาผืนผ้าไหมสีอ่อนออกมาคลี่กางอ่านถวาย ความว่า...
“กราบทูลองค์เหนือหัวพระเจ้าฤทธิเทวาราชาแห่งนครปตานี ข้าพระองค์พราหมณ์กุณฑกัญจผู้รับพระกรุณาธิคุณ โปรดให้บำรุงอุปถัมภ์ตำหนักพราหมณ์ของข้าพระองค์ที่เมืองนครศรีธรรมราชด้วยความสมบูรณ์เสมอมาข้าพระองค์สำนึกในพระกรุณาธิคุณ ตั้งใจจะอบรมดูแลพระราชบุตรพระองค์เล็กเจ้าทิพากรให้ตัดเสียซึ่งการใดที่จะเป็นขบถร้ายต่อพระองค์และบ้านเมืองทั้งปวง
เมื่อนำฤกษ์ชะตาของพระราชบุตรไปให้อาจารย์ของข้าพระองค์ตรวจสอบอีกครั้งพบว่าการนี้พอมีทางแก้ไข แม้พระราชบุตรจักเกิดใต้ฤกษ์ดาวมฤตยู มีมรณะเมืองกำกับเป็นเหตุให้ผลาญเสียบ้านเสียเมืองเสียผู้คนใกล้ชิด แต่พระราชบุตรมีเรือนธาตุไฟอยู่นอกและธาตุน้ำอยู่ในเป็นลักษณะที่แปลก ธาตุไฟตกคาบการเปลี่ยนแปลง ธาตุน้ำตกคาบพุทธานุภาพเป็นลักษณะของผู้เปลี่ยนโลกและพระศาสนา
จึงเห็นนิมิตว่า แม้นพระราชบุตรสามารถอัญเชิญองค์ตุมพะทะนานทองกลับสู่นครปตานีได้พระพุทธานุภาพจักช่วยล้างชะตาอาถรรพ์ไปในทางที่ดีความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระศาสนาและบ้านเมืองจักเกิดขึ้นสืบไป
ข้าพระองค์ผู้สืบสายตระกูลโทณพราหมณ์ครั้งวัยหนุ่มก่อนสละเพศออกบวช ได้เคยเป็นขุนทหารของเมืองหนึ่งมาก่อน เรื่องนี้ข้าพระองค์ต้องกราบขอพระราชทานอภัยโทษที่มิเคยกราบทูลเรื่องดังกล่าว ด้วยมีความจำเป็นกระทบถึงเมืองกำเนิด
ข้าพระองค์ได้ฝึกฝนเจ้าทิพากรจนมีความเชี่ยวชาญในการอาวุธทั้งปวงทั้งได้ตรวจสอบอุปนิสัยของเขาจนเชื่อมั่นว่าพระราชบุตรจะไม่นำภัยพิบัติมาสู่นครปตานีและอาจเป็นผู้มีฝีมือเหมาะสมจะได้อัญเชิญองค์ตุมพะทะนานทองกลับมาสู่นครปตานี
ข้าพระองค์ได้ทำหนังสือยืนยันขึ้นอีกฉบับฝากไว้กับท่านมหาอำมาตย์วิษณุยัน มีข้อความสอดคล้องกัน การใดที่ข้าพระองค์กระทำผิดพลั้งไปขอได้โปรดพระราชทานอภัยโทษด้วยเถิด
ขออำนาจแห่งพระวิษณุและมวลหมู่เทพยดาทั้งปวงจงอำนวยพรแด่พระเจ้าปตานีและนครของพระองค์สืบไป
พราหมณ์กุณฑกัญจ”
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีผู้ออกนาม“ทิพากร” ด้วยฐานะ “พระราชบุตร” แม้แต่ตัวเจ้าทิพเองก็พลอยรู้สึกอึดอัดใจที่ได้ยินอย่าว่าแต่ผู้คนทั่วไปที่ได้รับฟัง ย่อมรู้สึกพิกลในใจ
พราหมณ์กุณฑกัญจกระทำการด้วยความรอบคอบได้กำกับฝากหนังสืออีกฉบับไว้ที่มหาอำมาตย์แห่งเมืองนครฯ ซึ่งตามเสด็จองค์พระประมุขของตนมาในครั้งนี้ตัวมหาอำมาตย์ไม่ทราบข้อความภายใน เพียงรับฝากด้วยคำกล่าวของท่านพราหมณ์ว่า.. “เมื่อถึงเวลาองค์ราชันแห่งปตานีจะขอดูหนังสือฉบับนี้”
บัดนี้อาลักษณ์หลวงได้ตรวจสอบหนังสือทั้งสองฉบับและยืนยันเนื้อความสอดคล้องต้องกันเป็นที่เรียบร้อย
พระเจ้าฤทธิเทวาทรงตรึกตรองด้วยความลำบากพระทัยจึงประทับนิ่งอยู่ ฝ่ายพระเจ้าศรีมหาราชทอดพระเนตรดังนั้นจึงรับสั่งว่า
“ในเมื่อท่านพราหมณ์ยืนยันตรวจสอบดวงชะตาของหลานเราว่ามีทางแก้ไขจากร้ายเป็นดีท่านก็สมควรจะยินดีจึงจะถูกต้อง หรือท่านยังมีข้อขัดข้องใดอยู่อีกหรือ”
พระเจ้าฤทธิเทวาทรงถอนพระปัสสาสะ รับสั่งตอบ
“เรื่องนี้ยากที่หม่อมฉันจะรับได้จริงๆ..เรื่องดวงชะตาของเจ้าทิพเป็นที่รับรู้กันว่าร้ายถึงขั้นล้างบ้านล้างเมือง..หลายชีวิตต้องสิ้นไปเพราะต้องการเปลี่ยนลิขิตของสวรรค์ แม้กระทั่งพระสนมจันทรา พระมารดาของเขา..”
รับสั่งถึงพระสนมจันทราที่สิ้นพระชนม์ในพิธีอรุณคาธทำให้ทุกคนต้องนิ่งเงียบงัน..
พระเจ้าฤทธิเทวาทรงข่มพระทัยรับสั่งต่อว่า
“การที่พราหมณ์กุณฑกัญจกล่าวอ้างว่าชะตาของเจ้าทิพสามารถแก้ไขกลับกลายได้เป็นสิ่งที่หม่อมฉันยากจะวางใจ แม้นเมื่อก่อนเห็นเป็นเพียงเด็กน้อยก็ยังต้องหวาดระแวง มาบัดนี้มีวิชาการรบแก่กล้า เกรงว่าวันหนึ่งข้างหน้าหากประพฤติชั่วตามดวงชะตาบ้านเมืองและอาณาประชาราษฎร์คงจะวิบัติเป็นแน่”
“แล้วท่านจะทำอย่างไรจะเอาชะตาของเขามาเป็นโทษหรือ” พระผู้เป็นใหญ่เหนือราชานักษัตรทั้งปวงตรัสแย้ง“ก็ถ้าชะตาด้านร้ายมี ชะตาด้านดีก็เห็น อย่างที่ท่านพราหมณ์แจงแล้ว.. บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้เมืองปตานีได้องค์ตุมพะทะนานทองกลับคืนมาก็ได้”
พระเจ้าฤทธิเทวาทรงสบพระเนตรซึ่งเปี่ยมด้วยอำนาจของพระเจ้าผู้ครองสิบสองเมืองแม้จะเป็นประกายที่แข็งแกร่งแต่ก็อบอุ่นราวพระญาติสนิท เป็นแววพระเนตรแห่งพระไมตรีจิต
“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะให้โอกาสแก่เขาดู”
--------------------------------------------------
ลานประลองอาวุธบัดนี้ได้กลายเป็นลานพิธีกรรมประดิษฐานไว้ด้วยรูปหล่อพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ มีกระถางธูปใบใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าด้วยมีพระราชโองการให้เจ้าทิพกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานตน ต่อหน้าพระโพธิสัตว์ ต่อเบื้องพระพักตร์องค์ราชันและต่อหน้าชาวนครปตานี
กลางลานนอกจากเจ้าทิพแล้วมีเพียงพราหมณ์ปุโรหิต ๓ คนที่คอยกำกับพิธีกรรม ส่วนขุนพลธรณินและผู้เข้าประลองอีก๗ คนแม้ยังอยู่ในลานประลองแต่หลบไปยืนอยู่ติดผนังเชิงเทินด้านทิศตะวันออก
เจ้าทิพนั่งคุกเข่าอยู่หน้ารูปหล่อองค์พระโพธิสัตว์รับก้านธูปที่จุดติดไฟแดงวาบจากพราหมณ์ปุโรหิตเพื่อกระทำพิธีกราบไหว้บวงสรวง แล้วเริ่มร่ายวาจากรรมตามคำกำกับของพราหมณ์ผู้ใหญ่
เสียงของเจ้าทิพดังกังวานไปทั่วสนามกลบเสียงของอีกสองพราหมณ์ที่กำลังสวดประสานอยู่...
“ตัวข้า เจ้าทิพากรบุตรผู้เกิดแต่พระสนมจันทรา ขอถวายคำสัตย์สาบานต่อพระเจ้าฤทธิเทวา องค์พระราชาแห่งนครปตานีณ เบื้องหน้าพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงในที่นี้ขออัญเชิญพระเจ้าศรีมหาราชพระผู้เป็นใหญ่ในคาบสมุทรสุวรรณภูมิทรงเป็นองค์พยานขอชาวเมืองปตานีผู้มาชุมนุมจงรับรู้ทั่วกัน
ข้าจะใช้วิชาอาวุธ วิชาการรบหรือวิชาใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยการรบพุ่งเพื่อประโยชน์ในการแสวงหาองค์ตุมพะทะนานทองกลับคืนมายังนครปตานีเท่านั้น
ข้าสาบานจะไม่ใช้วิชาอาวุธวิชาการรบ หรือวิชาใดๆ ดังกล่าวทั้งหมด เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือแม้เพื่อปกป้องชีวิตของตนอันไม่ได้เกี่ยวเนื่องด้วยการแสวงหาองค์ตุมพะทะนานทอง
หากตัวข้าละซึ่งคำสัตย์นี้แม้ด้วยพลั้งเผลอ ขอให้ร่างกายพิการทุพพลภาพ แม้ด้วยเจตนา ขอให้จบสิ้นชีวิตลงอย่างอเน็จอนาจตายแล้วร่างกายไม่ครบถ้วน แม้ตายแล้วก็ขอเป็นเปรตอสุรกายเฝ้าแผ่นดินปตานีสืบไป”
เป็นคำสัตย์สาบแช่งตนที่รุนแรงอย่างยิ่งแม้หมู่ชนฟังแล้วยังอดขนลุกเกรียวไม่ได้ยิ่งต่อมาเมื่อเห็นชายหนุ่มรับมีดสั้นมากรีดแขนซ้ายจนเลือดไหลนอง จากนั้นจึงเอามือขวารองเลือดแล้วโปรยไปในอากาศทั้งแปดทิศ
ละอองเลือดโปรยปรายแล้วตกสู่ดินกระเซ็นเป็นวงรอบตัวเจ้าทิพ
เลือดติดอยู่กับดินคำสัตย์สาบานติดอยู่กับตัวเจ้าทิพ...
--------------------------------------------------