หมู่ดารานับพันพร่างพรายเหนือผืนฟ้า เด่นสง่ายามราตรีทว่าทางป่าตอนเหนือที่ขึ้นชื่อเื่สัตว์อสูรของเมืองมนตรา บัดนี้มีสิ่งที่เด่นสง่ากว่าดวงดาราแสงสีส้มสดอันเป็แสงเเห่งเปลวเพลิงแผ่ขยายปกคลุมทั่วผืนฟ้ากว้างเป็บริเวณสี่กิโลเมตร เบื้องร่างพื้นดินผืนป่าเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้โหมกระหน่ำกลิ่นควันไฟลอยฝุ้งในอากาศคล้ายกับภาพทะเลเพลิงเดือด
ราวกับตกอยู่ในโอเอซิสทะเลเพลิงก็ว่าได้
เสียงสัตว์อสูรน้อยใหญ่กรีดร้องกันดังระงมจนสนั่นป่ายามราตรี ฟังดูคล้ายเสียงภูตผีปีศาจจากก้นบึ้งสุดขุมนรกออกมาร้องขอส่วนบุญ ทั้งโหยหวน บาดลึกถึงขั้วหัวใจจนผู้ฟังสะท้านไปถึงิญญา ทุกคนในเมืองมนตราต่างเงยหน้ามองผืนฟ้าที่ควรมืดแต่กลับมีประกายแสงสีส้มวูบวาปไปมา ผสมปนเปไปกับเสียงโหยหวนแห่งชีวิต
เคร๊ง...ตูม...ตูม...
ศิลาพุ่งทะยานตัดผ่านไปมาดาบในมือขวาฟันปะทะเข้ากับกรงเล็บสุดแหลมคมส่งประกายไฟสาดตกลงสู่พื้นคล้ายกับฝนสระเกล็ดเพลิง
ศิลาถึงกับต้องเบิกตาสงสัยเส้นขนที่ดูเบาบางคล้ายสายไหมของวิหคเพลิงกลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าสะท้อนคมดาบของศิลากระเด็นกลับมาทุกครั้ง
แว๊ก...
ฟีนิกซ์ทั่วตัวปกคลุมด้วยเพลิงสีส้มกระพือปีกไปมาในอากาศก่อนจะอ้าปากยิงลำแสงไฟเพลิงสีส้มสดออกมาอย่างดุร้ายพุ่งทะยานใส่ศิลาอย่างรวดเร็ว
“โถ่เวย...
ศิลาสบถขึ้นเพราะลำแสงเพลิงมันพุ่งมาเร็วยิ่งกว่าะุปืนเขาที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยพลังธาตุลม หากแปรเปลี่ยนเป็ใช้พลังธาตุน้ำตัวเขาจะล่วงลงสู่พื้นทันทีถึงแม้ระดับพลังธาตุจะสูงถึง100% แต่ทว่าศิลายังไม่ชำนาญการผสมผสานพลังธาตุทั้งสองเข้าด้วยกัน
“ย๊าก....
ห่ำไห้ท่อแสงสีเขียวสดธาตุลมพร้อมกับศิลาที่ยกดาบขึ้นฟันส่วนใส่ลำแสงเพลิงสุดร้ายกาจเข้าอย่างจัง
ตูม....
เมื่อพลังทั้งสองปะทะกันจึงเกิดะเิดังสนั่น ก่อนที่ร่างของศิลาจะปลิวกระเด็นพลังธาตุลมตามธรรมชาติของวัฎจักรธาตุ ธาตุลมแพ้ทางธาตุไฟอยู่ด้วยแล้วจึงมิอาจต้านทานลำแสงเพลิงของพญาปักษาเพลิงได้
อั๊ก....
ร่างของศิลากระแทกกับูเาตระหง่าสีน้ำตาลสูงสี่ร้อยเมตรกว้างสอง ร้อยเมตรจนร่างของเขาจมลึกไปถึงสองเมตร
“ไม่ลองไม่รู้ คนเราพัฒนาด้วยประสบการณ์”
ศิลาเอ่ยขึ้นเนื่องจากที่ผ่านๆมาเขามักจะติดนิสัยชอบใช้แต่พลังธาตุความมืดเพราะเขาควบคุมจนเคยชิน
และยามนี้ร่างของเขาส่องแสงสีฟ้าครามราวกับน้ำทะเล สลับไปมากับสีเขียวสด
แฟ๊ก....
ฟีนิกซ์เพลิงปรากฎขึ้นเบื้องหน้าของศิลาราวกับอากาศธาตุั์ตาดุร้ายถึงขีดสุด
ฉึกกก....
เสียงฉีกกระชากเนื้อดังขึ้นทันทีเมื่อมันปรากฎตัวด้วยสกิลจิตแห่งดาบศิลานั้นเห็นอนาคตล้วงหน้าแล้ววามันจะโผล่มา ร่ำไห้ที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุน้ำเปี่ยมล้นแฝงด้วยสำนึกพลังทำลายสุดร้ายกาจฟันผ่าร่างตรงหน้าอกของฟีนิกซ์เข้าอย่างจังการโจมตีด้วยธาตุน้ำที่ชนะทางนั้นกลับได้ผลอย่างง่ายดายคล้ายกับจับวาง
เืสดๆไหลย้อยลงสู่พื้นดินแต่
สีของเืมันกลับเป็เหมือนกับลาวาจากูเาไฟ เืของฟินิกซ์ตกสู่พื้นที่ใดที่นั่นไฟลุกโหมอย่างรุนแรง
แต่การโจมตีแต่นี้ไม่สะทกสะท้านมันแม้แต่น้อยเปลวเพลิงสีส้มสดรุกไหม้รอบปากแผลวินาทีต่อมาาแหายสนิทราวกับไม่เคยรับการโจมตี
“สมฉายานก ะจริงๆ”
ศิลายังสงสัยอีกข้อคือทำไมไอ้เ้าสัตว์อสูรตรงหน้าเขามันถึงไม่พูดโต้ตอบแบบไวเวิร์นแต่เขาเลือกที่จะเอาความสงสัยนั้นวางเก็บไว้พร้อมกับหันหลังกลับมาจ้องมองพญาวิหคเพลิง ราชันย์แห่งปักษาตรงหน้าพร้อมรวบรวมจิตสมาธิเพ่งรับรู้แค่ศัตรูตรงหน้า
ฟิ้ว...ฟึบ...ฟึบ...
มันโบกสะบัดปีกสามทีส่งคลื่นพลังเพลิงแหลมคมดุจใบมีดใส่ศิลานับร้อยสายพุ่งโจมตีอย่างเฉียบคมส่งเสียงหวีดหวิวผ่าอากาศด้วยความเร็วสุดขีด
ฟุบ...ฟุบ...ฟุบ..
ศิลาดีดเท้าถอยหลังปราดตั้งหลักพร้อมกับเองตัวเบนซ้ายทีก่อนจะกลับมาที่เดิมและเอนตัวเบนไปทางขวาสลับไปมาหลบคมใบมีดเพลิงอย่างแยบยลด้วยความเร็วที่เห็นคล้ายกับศิลายืนนิ่งสงบ
“เห่ย...
ศิลาเบิกต้ากว้างพร้อมกับร้องเสียงหลงเมื่อเห็นบอลเพลิงสามลูกพุ่งเข้ามาใส่ร่างของเขาราวอุกาบาตพุ่งเข้าชน
วิ่ง!.....
ร่ำไห้ทอแสงสว่างสีฟ้าสดศิลาเลือกที่จะไม่หลบดาบในมือขวายืนไปข้างหลังก่อนจะฟันเข้าใส่ปะทะบอลเพลิงลูกแรกต้านรับไว้ซึ่งๆหน้าอย่างบ้าบิ่น
ต่อมาเขาพลันตีลังกากลางอากาศหมุนตัวมือซ้ายสว่างวูบวาบแฝงไปด้วยสำนึกพลังธาตุน้ำสุดเข้มข้น
ตูม..ตูมมือซ้ายของศิลาอัดกระแทกเข้าที่บอลเพลิงอย่างจังพร้อมกับดาบในมือขวาฟันใส่บอลเพลิงอีกลูกเกิดเสียงะเิดังสนั่นราวฟ้าแตกถึงสามครั้งพร้อมกับคลื่นอากาศสาดพัดกระจายราวกับพายุพัดผ่านไอน้ำสีขาวลอยฝุ้งในอากาศ
ฉึก....
ศิลาอาศัยม่านหมอกไอน้ำพุ่งทะยานดาบใยมือขวาปักเข้าที่คอของมันอย่างจัง
แว๊ก....
ฟีนิกซ์เพลิงถึงแม้จะคืนชีพได้จากเถ้าถ่านแต่ก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกมันส่งเสียงร้องแสบแก้วหูเสียดสะท้านจนแทบหูดับแสดงถึงความเ็ปเป็ที่สุด
มันบินสะบัดไปมาลาวาสีเพลิงไหลออกจากาแราวครีมนมสดช่างน่ากินเป็ที่สุดหากแต่มันร้อนจนร่างผิวของศิลาเริ่มไหม้ ศิลากล้าสาบานได้เลยว่าหากเขาไม่ทักทักษะติดตัวอาภรณ์แห่งัคงถูกความร้อนจากขนของมันเผาไม่เหลือแต่กระดูกไปแล้ว
“หึ...
ศิลายิ้มเหี้ยมอย่างสมใจที่เขาสามารถทำให้มันส่งเสียงกรีดร้องออกมาได้ยิ่งมันสะบัดร่างบินไปมาอย่างบ้าคลั่งเท่าไหร่เืลาวาที่ไหลออกจากาแของมันก็ยิ่งกระจายสาดไปทั่วตกใส่เบื้องร่างคล้ายปืนกล
แต่พิษสงของสัตว์อสูรระดับราชันย์มีหรือจะหมดเพียงเท่านี้เหตุการดันกลับตาระปัต ทั่วร่างของวิหคเพลิงเกิดไฟลุกไหม้แต่ครั้งนี้มันคือไฟสีน้ำเงินสดที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมสามเท่าตัวจนอากาศถึงกับกรีดร้องส่งเสียงดังไปทั่วคล้ายกำลังถูกความร้อนจากร่างของพญาปักษาเผาทำลาย
“อ๊าก....
ศิลาร้องออกมาอย่างปวดแสบปวดร้อนรีบดึงดาบออกจากร่างมันทันทีพร้อมกับดีดตัวปราดถอยหลังออกมาห้าสิบเมตร ถึงกระนั้นไอความร้อนยังแผมาถึงเขา
แฟ้ก...แฟ้ก...แฟ้ก...
มันส่งเสียงร้องสามครั้งโบกปีกไปมาร่างลอยสง่าสีน้ำเงินเข้มวินาทีต่อมาสิ่งที่ปรากฎเล่นเอาศิลาแทบลืมหายใจพลันปรากฎร่างจำแลงฟีนิกซ์ออกมาถึงสามร่างรวมตัวมันด้วยเป็สี่
แต่ละร่างปกคลุ่มด้วยสีน้ำเงินเข้ม
“ตายล่ะหว่าชักไม่สวยแล้วสิ”
ฉึก...ฉึก...ฉึก...หวีดด!....ฟิ๊ว...
ปรากฎขนนกเพลิงสีฟ้านับพันกลางอากาศยิงใส่ศิลาราวกับปืนกลปกคลุมทั่วผืนฟ้า ชุดแรกยิ่งใส่เขายังไม่ทันจบพลันปรากฎชุดที่สองยิงซ้ำเข้ามาอีก
กลายเป็ภาพคล้ายกลับฝนเพลิงทั่วผืนฟ้าหรือดวงดาวเพลิงปุกคลุมจนท้องฟ้ากลายเป็สีเพลิงน้ำเงินร้อนระอุ
เคร๊ง...ตูม
อ๊าก...
ศิลาต้องเบิกตาอย่างฉงนอีกรอบเพราะเมื่อเข้าฟันต้านทานหมายคิดจะป้องกันแต่ขนนกเพลิงกลับกลายเป็ะเิแตกคลื่นไฟสุดร้อนใส่เขาทันที ศิลากระจ่างวูบขนนกเพลิงครั้งนี้มันคือะเิเพลิงในรูปแบบขนนก
วูบ...วูบ...
ศิลาทะยานดีดเท้าไปมากลายเป็ฝ่ายตั้งรับเต็มตัวเขาปรายตาไปสังเกตุเห็นซากโบราณคล้ายกับสิ่งปลูกสร้างกรีกโบราณขนาดใหญ่ เขาไม่รอช้าพุ่งทะยานตัวเข้าไปหลบตามซอกหินกำแพง แต่มีหรือมันจะยอมปล่อยศิลา ขนนกระดมยิงราวห่าฝนตกใส่อย่างบ้าคลั่ง
ตูม...ตูม...ตูม...
เสียงะเิดังถี่ยิบแสงสีน้ำเงินสดสว่างวูบวาบคล้ายกับไฟในผับ สว่างวูบวาบไปมาแล้วก็ดับไปแล้วก็กลับมาสว่างอีกครั้งพร้อมกับเสียงะเิดังระงมไม่ขาดตอน พื้นดินสั่นะเืเลื่อนลั่น
ศิลาพุ่งตัวไปมาอาศัยซากโบราณหลบลดจำนวนขนะเิทว่ามีหรือคนอย่างศิลาจะยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว
“เอาวะ
ศิลาเอ่ยพร้อมกับเร่งพลังธาตุน้ำถึงขีดสุดผสมกับธาตุลมอย่างลึกล้ำ
กลมกลื่นแสงสีฟ้าเขียวสว่างวูบวาบไปทั่วดาบ
ก่อนที่ศิลาจะพุ่งตัวออกมาจากเศษซากโบราณพร้อมกับตวัดดาบฟันใส่อากาศส่งรังสีดาบธาตุน้ำแฝงสำนึกพลังธาตุลมสุดแหลมคมนับพันเข้าต้านทาน ขุมพลังทั้งสองต้านทานใส่กันกลางอากาศเกิดะเิสะนั่นฟ้าอีกระลอกคลื่นลมแตกกระจายราวกับกำลังเผชิญกับวินาศภัย
ั์ตาของศิลาเกิดประกายโชติพร้อมกับทะยานร่างขึ้นสู้ท้องฟ้าเข้าหาร่างของฟีนิกซ์อย่างจัง ทั่วร่างปกคลุมด้วยธาตุน้ำสุดเข้มข้นและเปี่ยมล้นถึงขีดสุด ก่อเกิดเป็กำแพงวารีต้านทานขนนกเพลงะเิ
ร่างของศิที่ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาคล้ายดาวหางสีฟ้าที่ทะยานใส่ดวงตะวัน ราวกับเขาสามารถทำให้แสงสว่างบนทองฟ้าอัตทานกลืนหายไปในพริบตา
ดาบในมือความแทงออกด้วยความเร็วสุดขีดและเรียบง่ายเฉียมคมแต่บรรลุถึงขั้นสูงสุดในสำนึกจิต
ฉึก...ร่างของศิลาพุ่งทะลุอกของฟีนิกซ์ส่งเืลาวาสีส้มสาดกระจายไปทั่วบริเวณ
แต่ความซวยยังไม่จบ ร่างของฟีนิกซ์หายไปราวกับอากาศไม่ส่องแสงแบบทุกครั้งที่เขาสังหารสัตว์อสูร
ไม่สีเสียงจากระบบดังขึ้นบอกถึงความสำเร็จ
ศิลาสะท้านวูบไปทั่วร่างััได้ถึงพลังกดดันมหาศาลพร้อมกับทั่วท้องฟ้าคล้ายกำลังลุกไหม้สายฟ้าลั่นไปมาราวกับกำลังรองคำรามกูก้องไปทั่วปฐี
วินาทีต่อมาท้องฟ้ากลับกลายเป็สีเพลิงพร้อมกับปรากฎขาของสิ่งมีชีวิตกำลังค่อยๆเคลื่อนโผยโฉมให้ศิลาได้เห็นศิลาตาลุกวาวเข้าใจทันที
ร่างฟีนิกซ์สูญสลายไปแบบแปลกๆการมาของสัตว์อสูรที่ระบบไม่แจ้งเตือนไม่สิมันแจ้งเตือนเขาไปแล้วที่เขาสู้ไปเมื่อครู่คือร่างจำแลงของพญาปักษาเพลิงโลกัลย์ร่างที่แท้จริงของสัตว์อสูรระดับราชันย์และความแข็งแกร่งที่แท้จริงเขากำลังจะได้ัั