อึดอัดจริง
ร่างระหงขยับตัวอย่างยากลำบาก ตอนนี้เขาอยู่ในรถม้าหรูหราของจวนสกุลฮั่วซึ่งกำลังเดินทางไปจวนสกุลจางอี้เหิงรู้สึกอึดอัดกับชุดที่สวมเล็กน้อยก้มลงมาเห็นเชือกที่รัดหน้าอกก็อดหน้าแดงไม่ได้
จุ๊ ๆ มีของดีเหมือนกันนะเนี่ย
เขาถูกสาวใช้ปลุกขึ้นมาั้แ่เช้าหลังจากทานข้าวเสร็จก็โดนจับแต่งตัวด้วยชุดสีฟ้าอ่อนตัวผ้ามีลวดลายดอกไห่ถังผูกด้วยเชือกรัดอกดันส่วนก้อนเนื้ออวบขึ้นมา มีเสื้อคลุมสวมทับอีกทีทรงผมบางส่วนถูกเกล้ามวยสูงปักด้วยปิ่นลวดลายผีเสื้อผมบางส่วนปล่อยลงมาดูราวกับเทพธิดามาเยือน
หนึ่งวันให้หลังกลับมาจากวัดหลิงซานเทียบเชิญจากสกุลจางก็ส่งมายังสกุลฮั่วคราแรกฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วยังคงกังวลกับเื่ที่หลานสาวตนสูญเสียความจำจะตอบปฏิเสธเทียบเชิญแต่เพราะจางซีซวนเขียนจดหมายรับรองว่าจะดูแลฮั่วอี้หรานเป็อย่างดีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าอนุญาตในที่สุด
"พี่ใหญ่ท่านเมารถหรือเ้าคะ"ชิงชิงน้อยเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายของพี่สาวฮั่วอี้ชิงแต่งตัวด้วยชุดสีแดงทรงผมถูกรวบเป็ทรงมัดจุกสองข้างบนศีรษะดูแล้วช่างน่ารักยิ่งนัก
อี้เหิงลูบแก้มชิงชิงน้อยแล้วตอบ
"ข้าเพียงแค่เวียนหัวเล็กน้อยเ้าอย่ากังวลเลย" จากนั้นภายในรถม้าไม่มีเสียงพูดคุยอีก อี้เหิงมองชิงชิงน้อยนั่งเล่นของเล่นที่เขาซื้อมาฝากจากวัดหลิงซานดูท่านางจะชอบมาก
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป
รถม้าได้จอดเทียบหน้าจวนสกุลจางสกุลจางเป็สกุลใหญ่ในเมืองหลวงลูกหลานเป็บัณฑิตรับราชการรุ่นต่อรุ่นมีเส้นสายอยู่ในเมืองหลวงกว้างขวาง จางเฉินซีผู้นำสกุลจางปัจจุบันรับตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง อีกทั้งเป็บิดาของจางเฟยอวี่และจางซีซวนด้วย
เมื่อลงจากรถม้าอี้เหิงเห็นผู้คนทยอยเดินเข้าไปในงานเลี้ยงเห็นชายหญิงดูสูงวัยคาดเดาว่าน่าจะเป็จางเฉินซีและฮูหยินจาง ด้านข้างยังมีจางเฟยอวี่และจางซีซวนยืนอยู่หน้าประตูเพื่อคอยช่วยรับแขก
"อาหราน"เสียกเรียกชื่ออย่างยินดีเมื่อได้เจอหลานสาวต่างสกุลของจางเฉินซีดังขึ้น
"ท่านลุง ท่านป้า" อี้เหิงก้มหัวคารวะทักทายชิงชิงน้อยทำตามพี่สาวอยู่ด้านข้าง เขาเดินจูงมือชิงชิงน้อยเดินเข้าไปใกล้
"เ้าหายดีแล้วเรอะข้าได้ยินอาการของเ้าจากซีซวนแล้ว ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก"
เมื่อมองหลานสาวตรงหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับน้องสาวอายุสั้นของตนน้ำตาก็รื้นขึ้นขอบตาด้วยความคิดถึงน้องสาวที่เสียไป
"ข้าสบายดีเ้าค่ะเพียงแค่ติดตรงจำอะไรไม่ค่อยได้ ทำให้ไม่สะดวกนัก"
"ดี ดี อาการาเ็เ้าหายดีแล้วเื่อื่นค่อยเป็ค่อยไปเถอะ" ฮูหยินจางเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เอาหล่ะ เ้าเข้าไปนั่งพักข้างในเถอะให้อาซวนพาเข้าไปนะ"
เมื่อฮูหยินจางเอ่ยจบจางซีซวนซึ่งรอโอกาสอยู่นานก็รีบเดินไปเกาะแขนพี่อี้หรานของนางทันที
"ข้าดีใจยิ่งนักที่พี่อี้หรานมาได้เ้าค่ะ"สาวน้อยจางซีซวนวันนี้สวมชุดสีม่วงอ่อนเกล้าผมขึ้นกลางศีรษะประดับด้วยปิ่นดอกไม้ดูสดใสน่ารักสมวัย
ชิงชิงน้อยเห็นท่าทีสนิทสนมของจางซีซวนกับพี่สาวนางสาวน้อยร่างอวบอ้วนรีบยึดมืออีกข้างที่เหลือทันที ทำแก้มพองตาจ้องมองจางซีซวนอย่างไม่พอใจสักเท่าไร
"ชิงชิงน้อยโตขนาดนี้ยังหวงพี่สาวอยู่อีก ฮ่าฮ่าฮ่า" จางซีซวนอดแหย่สาวน้อยตรงหน้าไม่ได้
"ห้ามเรียกชิงชิงน้อยนะพี่สาวข้าเรียกได้คนเดียว" ฮั่วอี้ชิงขู่ฟ่อ
อี้เหิงปวดหัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเล็กน้อยจนฮูหยินจางที่เห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าต้องเอ่ยดุขึ้นมาสถานการณ์ถึงได้คลี่คลาย จางซีซวนพาอี้เหิงเข้าไปพักในศาลาที่มีหญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกันอยู่
"จิติญญาชายชาตรีอย่างข้าต้องมาอยู่ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่งนี่เป็เพราะ์เริ่มเห็นใจข้าแล้วใช่ไหม"
"คุณหนูใหญ่ฮั่ว"
"คุณหนูใหญ่ฮั่ว หายดีแล้วหรือ"
เสียงทักทายดังขึ้นเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ฮั่วที่เพิ่งหายดีปรากฏตัวขึ้นในศาลาจากนั้นหญิงสาวเ่าั้ก็หันไปพูดคุยกันต่อเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น
"วันก่อนข้าลืมบอกบางอย่างแก่ท่านไปวันนี้จวนข้ามีการเล่นจับคู่บุปผา แต่พี่อี้หรานไม่ต้องกังวลนะเ้าคะข้าได้จัดเตรียมกิ่งดอกอิงฮวาไว้ให้ท่านแล้ว"
"จับคู่บุปผางั้นรึ"
การเล่นแบบนี้เขาเพิ่งรู้จักหลังจากเข้าเมืองหลวงมาได้ไม่กี่ปีเพราะต้องตามอันอ๋องไปงานเลี้ยงหนึ่งฝ่ายสตรีจะเตรียมกิ่งดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ที่นำมาเองส่วนฝ่ายบุรุษก็จะเตรียมมาเหมือนกันเมื่อทั้งสองฝ่ายถูกใจกันหรือจะประชันด้วยการร่ายกลอน การแข่งหมาก เพื่อแลกกิ่งดอกไม้ของอีกฝ่ายอีกทั้งการเล่นจับคู่บุปผาสามารถมอบให้สหายแรกพบที่ถูกใจได้อีกด้วยถือว่าเปิดโลกในการมาเมืองหลวงครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้รัชสมัยเต๋อจงเปิดกว้างที่ให้ฝ่ายสตรีมีอิสรเสรีไม่ยึดตามกรอบประเพณีสมัยราชวงศ์ก่อนเพียงแต่คนนิสัยเช่นอันอ๋องไม่เคยเล่นตามธรรมเนียมพวกนี้เลย
"ไร้สาระ" อันอ๋องเอ่ยเพียงประโยคเดียวเมื่ออี้เหิงยื่นกิ่งดอกไม้ให้เขาเป็เพียงผู้ติดตามเลยหมดโอกาสเล่นโดยปริยาย
ใครอยากจะแลกกิ่งดอกไม้กับคนหน้าดำอย่างเขากัน
กลับมายังกิ่งดอกอิงฮวาที่ถือในมือกิ่งไม้ดอกขนาดสั้นแต่มีช่อดอกประดับอยู่ดูแล้วยังสวยสดงดงามขนาดพอดีมือชิงชิงน้อยก็ได้รับกิ่งดอกอิงฮวาเหมือนกันเพียงมีแต่ขนาดเล็กกว่า
จะให้เขาไปแลกกับใครเล่า อี้เหิงคิดในใจ
ตอนนั้นเองเสียงกระซิบคุยกันก็ดังขึ้นในศาลาน้ำเสียงแสดงความตื่นเต้นเหมือนยินดีกับเื่สักอย่าง
"อันอ๋องมางานนี้จริง ๆ ด้วย"
"อันอ๋องอยู่ในงานเลี้ยงแล้ว"
มาแล้วงั้นเรอะ อี้เหิงกำลังกินขนมหูผึ่งทันทีเอียงตัวเข้าไปฟังด้วย
"ท่านพ่อข้าเล่าว่าเห็น่นี้อันอ๋องสวมแต่ชุดสีดำมาตั้งสองเดือนแล้ว"
"ซู่...อย่าเอ่ยเสียงดังไปเดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอก"
สวมชุดดำงั้นรึ
อี้เหิงตั้งใจดื่มชาแต่หูฟังสนธนาอยู่เงียบ ๆมือยื่นขนมให้ชิงชิงน้อยทานด้วย มองนางกินขนมช่างน่ารักจริง
ไว้ทุกข์ให้ผู้ใดกัน อี้เหิงคิดในใจ