หลักสูตรเร่งรัดสำหรับกุลสตรีมือใหม่ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะครบหนึ่งเดือน
แสงจันทร์จำต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์และปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเข้ารับตำแหน่งภรรยาหมายเลขหนึ่งที่ใกล้จะถึง เธอตั้งใจไว้อย่างนี้แล้วจะมุ่งมั่นอย่างที่สุด
“คิดไม่ถึงว่าวันนี้คนอย่างฉันต้องมาอยู่ในโรงเรียนประจำหญิงล้วน อาคารโทรมๆ แต่งตัวเชยๆ งดแต่งหน้าจัดจ้านตอนอายุยี่สิบห้าปี เฮ้อ...” เธอนั่งเอนแผ่นหลังชิดหัวเตียง ถอดถอนลมหายใจหลายต่อหลายครั้ง
ถึงแม้มีความตั้งใจแน่วแน่อย่างไร แต่เมื่อได้มีเวลาอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง เธอก็ยังอดคิดถึงอิสระในอดีตไม่ได้
วันนี้ทั้งวัน แสงจันทร์ต้องสวมชุดผ้าไหมลายไทย กระโปรงแคบๆ ที่ยาวถึงตาตุ่ม เสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวสะอาดตา เรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับหลักสูตรที่แท้จริงในวันพรุ่งนี้
“ฉันจะขี้เบื่อแบบนี้ไม่ได้สิ อย่างนี้พรของยัยแสงจันทร์จะเป็นจริงได้ยังไง”
ความรู้สึกหลงทางที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะเธอขาดกำลังใจก็เป็นได้ หลายครั้งที่รู้สึกท้อแท้ ทำไมใบหน้าของผู้ชายคนนั้นถึงฉายขึ้นมาในความคิดแทบทุกครั้ง
เธอไขกุญแจตู้เล็กๆ ข้างเตียงออก ซึ่งได้เก็บสิ่งของสำคัญเอาไว้ เลือกหยิบกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินเรียบหรูออกมาในนั้นได้บรรจุสร้อยที่ทิวากรเป็นผู้ให้
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เธอแอบนำมันติดกระเป๋ามาด้วย
“รู้หรือยังนะ ว่าฉันจะไม่ได้อยู่บ้านนายตั้งเดือนหนึ่ง” แสงจันทร์พูดผ่านจี้เพชรทรงแก้วไวน์
เธอไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนี้กับทิวากรมาก่อน เนื่องจากงานเขาค่อนข้างยุ่งเพราะถูกลงโทษเรื่องข่าวฉาว หนำซ้ำเขายังไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้าน สามวันก่อนหลังแสงจันทร์ตัดสินใจว่าจะเข้าเรียนหลักสูตรกุลสตรี เธอยังไม่ได้เจอหน้าสามีสักครั้งเดียว
“ถึงรู้นายก็คงไม่รู้สึกอะไร”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ทุกความคิดถูกขัดจังหวะเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ขณะนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นในโรงเรียนกุลสตรี ถือว่าเป็นช่วงเวลาอิสระของเหล่านักเรียน ส่วนห้องนอนโทรมๆ นี้ก็เป็นห้องนอนส่วนตัวสำหรับผู้มีอภิสิทธิ์พิเศษเท่านั้น แล้วใครกันกล้ามาเคาะประตูห้องนอนของเธอหรือว่าผอ.พุดจีบมีธุระจะคุย
เอี๊ยดด!
ครั้นเปิดประตูออกก็ได้พบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เป็นเด็กหญิงที่ไม่เคยรู้จักกันหรือเห็นหน้ากันมาก่อน ว่าแต่เด็กคนนี้มายืนทำหน้าตาบ้องแบ๊วอยู่หน้าห้องนอนเธอทำไม
“สวัสดี...” เด็กหญิงซึ่งคาดว่าน่าจะเรียนอยู่ระดับชั้นประถม หนีบตุ๊กตาขนปุยไว้ระหว่างแขนอย่างหวงแหน เธอสวมชุดนอนลายหมีสีขาวพร้อมฉีกยิ้มหวานเอ่ยทักทายเจ้าของห้อง
“อึ้งความสวยล่ะสิ” นี่คือคำทักทายไม่สุภาพของเด็กหญิง
“เธอเป็นใคร?” แสงจันทร์เอ่ยเป็นคำถามแรก เธอสงสัย เพราะเมื่อมองถัดไปยังเห็นว่ามีกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบวางอยู่ข้างกายเด็กผู้หญิงอีกด้วย
“มาทำอะไรที่นี่ ไม่รู้จักกันไม่ควรมาเคาะห้องนอนคนอื่น แบบนี้เขาเรียกเสียมารยาท จำเอาไว้ด้วยถ้าโตขึ้นอย่าทำแบบนี้อีก”
แม้ว่าแสงจันทร์พูดดุขนาดไหน แต่คล้ายเด็กหญิงไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไร เธอยังเชิดหน้าขึ้นไม่สนใจจับกระเป๋าเตรียมลากเข้ามาในห้องนอนคนอื่นหน้าตาเฉย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่ห้องนอนของฉัน!”
เด็กหญิงไม่ฟังไม่พอ ยังกระแทกแทรกตัวผ่านแสงจันทร์เข้ามาถึงด้านใน ขณะนี้ผู้ใหญ่อย่างเธอแทบอยากจับเด็กหญิงรายนี้เฆี่ยนด้วยหวายสักสิบที
“รีบปิดประตูสิเจ๊ เดี๋ยวใครก็เห็นก็ได้ยินกันหมด”
“ฮะ?” ช่างน่าประหลาดใจที่เด็กผู้หญิงในโรงเรียนกุลสตรีพูดเป็นกันเองกับแสงจันทร์ ราวว่าเคยสนิทสนมกันมาก่อน
หนำซ้ำยังคล้ายไม่ได้นับถือกันด้วย...
“เพราะเลือกเกิดไม่ได้ถึงต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราคือกุลสตรี แต่กุลสตรีอย่างเราจะเป็นตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อรอดพ้นจากสายตาคนข้างนอก”
“ตัวแค่นี้พูดอะไรแก่แดด”
“ปิด ประตู!” เด็กหญิงพูดคำขาดคล้ายข่มขู่ จนแสงจันทร์จำต้องทำตามอย่างไม่รู้ตัว มันก็จริง เพราะหากใครเห็นเข้าว่าเธอบีบคอเด็กขึ้นมา มันอาจจะดูไม่ดี
เมื่อหันกลับมาเธอก็เจอสิ่งที่ไม่คาดคิด เด็กหญิงกระโดดขึ้นบนเตียงขนาดใหญ่ของแสงจันทร์โดยไม่ได้ขออนุญาต ส่วนตุ๊กตาขนปุยที่หนีบไว้ที่แขนคราแรกได้ถูกโยนทิ้งลงบนพื้นห้องแต่เมื่อใด พร้อมกันนั้นเด็กผู้หญิงยังถือวิสาสะหยิบกล่องสร้อยเพชรของเธอมาเชยชม
“สวยดีนะ หมอกรซื้อให้ล่ะสิ”
แสงจันทร์ไม่รีรอ รีบเดินเข้าไปกระชากสิ่งของชิ้นสำคัญคืน
พึ่บบ!!
“เธอไม่มีสิทธิแตะต้องของคนอื่น ยัยเด็กบ้า ไม่มีมายาท!”
“คนสำคัญให้มา ก็เข้าใจแหละว่าหวง”
“เปล่าฉันไม่ได้หวง คนที่ให้มาก็ไม่ได้สำคัญอะไร เธอเข้าใจผิดแล้ว”
“เด็กอนุบาลยังดูออกเลยค๊า!”
“ยะ ยัยเด็ก...ผี!!” แสงจันทร์กัดฟันกรอดไม่พอใจ
เด็กหญิงเข้ามาอย่างวิญญาณเร่ร่อนที่ลืมพกมารยาทติดตัวมา แต่อย่างนั้นก็คล้ายว่าทั้งคู่มีบางอย่างที่ตรงกันนะ...นั่นคือนิสัยใจคอโดยเนื้อแท้
เด็กคนนี้มีความคล้ายคลึงกับคาร์ลา
“ออกไปได้แล้วที่นี่ไม่ใช่ที่ของเด็ก ที่นี่คือห้องนอนส่วนตัวของนักเรียนที่มีสิทธิพิเศษเท่านั้น” แสงจันทร์คิดว่าการพูดโอ้อวดเรื่องสิทธิพิเศษ จะช่วยข่มให้เด็กคนนี้ออกจากห้องนอนไปได้
“ฉันก็มีสิทธิพิเศษเหมือนกัน” เด็กหญิงพูดราวกับเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่มีคำว่า คะ ขา ใดๆ ทั้งสิ้น
อีกทั้งยังกระโดดลงจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าเจ้าของห้องซึ่งตัวสูงกว่าค่อนข้างเยอะ อายุก็ห่างเหินกันถึงสิบสี่ปี
“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อมะลิ”
แสงจันทร์ถึงขั้นส่ายหน้าไปมาอีกทั้งยังสบถเบาๆ
“เชยชะมัด” เธอเห็นว่าเด็กหญิงชักสีหน้าไม่พอใจ คงไม่ชอบชื่อตัวเองอยู่แล้วด้วยน่ะสิ
“ชื่อที่ดัดแปลงจากครอบครัวตั้งให้คือเลดี้มายลี่”
“ฮึก” เธออยากขำเสียงดังให้ความแก่แดดของเด็กหญิงวัยประถมรายนี้
“ฉันเป็นหลานของคุณป้าพุดจีบ มีสิทธิพิเศษยิ่งกว่าเจ๊อีกเท่าตัว”
เด็กคนนี้เป็นหลานผอ.ของโรงเรียนนี้อย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงไม่ได้ความเป็นกุลสตรีจากญาติผู้ใหญ่มาสักเสี้ยว ผอ.พุดจีบเข้มงวดเสียขนาดนั้น
“แต่ที่นี่คือห้องนอนของฉัน เธอต้องเก็บตุ๊กตาเน่าๆ กับกระเป๋าเชยๆ ออกไปเดี๋ยวนี้”
“ฉันเองก็ไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอกแต่เพราะถูกสังคมบังคับ สังคมที่น่าอึดอัดตั้งแต่ลืมตาดูโลกไง เจ๊ก็คงเคยสัมผัสมาไม่ต่างกัน ชีวิตฉันมันอาจจะน่าเศร้ามากกว่าเจ๊อีกนะ” มะลิทำเสียงเบื่อๆ เด็กที่เกิดในตระกูลผู้ดีหลายรายรับไม่ได้ที่ถูกตีกรอบ
“ฉันไม่ต้องการรับรู้ประวัติชีวิตของเธอยัยเด็กแก่แดด ออก ไป เดี๋ยวนี้!” หมดความอดทนแล้วนะ แสงจันทร์พบเจอไม้แข็งในโรงเรียนกุลสตรีเข้าซะแล้ว
“ช่างมันเถอะเจ๊ มันคือความทุกข์ที่ไม่น่าเก็บมาจดจำของฉัน” ยัง เด็กหญิงจอมซนยังพูดเบี่ยงประเด็นไปเรื่อย มันน่าโดนหวายเฆี่ยนจริงๆ เธอต้องหาหวายพกติดตัวไว้บ้างแล้วล่ะสิ
“...” แสงจันทร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน รังสีความแก่นของเด็กหญิงรายนี้ช่างเฉิดฉายเกินจะต้าน
แม้ว่าขับไล่อย่างไรมะลิก็ใช่ว่าจะรู้สึกสะทกสะท้าน ดูจากท่าทีเด็กคนนี้คงไม่คิดจะออกจากห้องผู้อื่นเร็วๆ นี้ด้วย หรืออาจจะหน้าด้านหน้าทนไม่ออกไปเลยเสียด้วยซ้ำ
“ต่อไปนี้ฉันคือรูมเมทของเจ๊”
“ฮะ!!”
“รูมเมทไง เราเป็นรูมเมทกันแล้ว”
“No!!!”
แสงจันทร์ส่งเสียงดังลั่นไม่พอใจ แต่อย่างนั้นมะลิซึ่งเป็นเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขวบก็ใช่จะหันมาสนใจ เด็กหญิงเดินวนกลับไปบริเวณเตียง หันหลังทิ้งตัวลงพักผ่อนอย่างไม่สนใจไยดีเจ้าของห้อง
‘รูมเมทคนนี้ไม่มีความเป็นกุลสตรีสักนิด อย่างนี้สิถึงจะเข้าทางเลดี้มายลี่...ฮ่าๆๆ’ ความคิดของมนุษย์เด็ก
“ออกไปเดี๋ยวนี้ยัยเด็กบ้า ฉันไม่ต้องการรูมเมท!!”
“โธ่เจ๊ จะโวยวายอะไรนักหนาเนี่ย อีกเดี๋ยวคุณป้าพุดจีบจะเอานมมาให้มายลี่ดื่มก่อนนอน ฉันต้องแกล้งว่าเริ่มง่วงพร้อมเข้านอนแล้วเข้าใจไหม!”
คิ้วสองข้างยิ่งขมวดเข้าหากัน ทุกอย่างเกือบจะดีอยู่แล้ว เธอตั้งใจจะสานฝันของแสงจันทร์ในอดีตด้วยการซึมซับทุกอย่างที่เป็นเธอคนเดิมจากการเรียนรู้ในครั้งนี้
แต่เหตุใดโลกถึงเหวี่ยงตัวละครประหลาดอย่างเด็กหญิงมะลิเข้ามาพัวพัน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”