องค์ชายสามเมื่อออกมาจากห้องพักแล้ว ก็เพียงแค่ปรายตามองจางตงฟู ที่ยืนรออย่างสงบเงียบ เขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็สัญญาณให้ลูกน้องเข้ามารายงานได้
“คนที่กระจายกันไปมารวมตัวกันครบถ้วนดีแล้วขอรับ ยกเว้นแต่กลุ่มที่นายท่านจะให้ซ้อนแผนไว้ ออกเดินทางเลยดีหรือไม่ ข้าจะไปเตรียมรถม้า” ตงฟูที่รู้ดีว่าเมื่ออยู่ภายนอกแล้ว องค์ชายไม่ชมชอบให้เปิดเผยสถานะ ถึงได้เรียกขานอย่างสามัญออกไป
“อีกสองชั่วยาม เตรียมรถม้า ยาลดไข้ และยา…ห้ามครรภ์” ท่อนหลังหลงเฉิงพูดออกไปเสียงไม่ดังนัก เขายังไม่พร้อมให้สตรีใดหาบ่วงมาผูกคอใน่เวลาเช่นนี้ จึงเอ่ยออกมายากเย็นอยู่บ้าง
“ยาห้ามครรภ์? นายท่านกับแม่นางจาง…” ตงฟูที่คิดว่าทั้งสองคนมีเื่เกินเลยกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นที่ต้องใช้ยาห้ามครรภ์ จึงออกอาการใอยู่บ้าง
“ข้าดื่มมากมายจนเกินไป อย่าแพร่งพราย” องค์ชายสามที่ยังมีอาการเมาค้างหลงเหลืออยู่นวดขมับช้าๆ
“นางยั่วยวนนายท่านหรือ”
โจวหลงเฉิงที่เริ่มรำคาญการถามซอกแซก หันไปส่งสายตาไม่พอใจ “ข้าจำไม่ได้ เลิกถามให้มากความแล้วไปจัดเตรียมตามที่ข้าสั่ง!”
จางตงฟูมิใช่ไม่รู้ความ เขายอมล่าถอยออกมาก่อน แม้ว่าลึกๆ แล้วจะยังไม่วางใจสตรีที่อ้างว่ามีสกุลจางเช่นเดียวกับเขา จะสายรองสายหลักที่เมืองใดย่อมมีบันทึกไว้หนาแน่นทั้งหมด ตระกูลเก่าแก่เช่นนี้มิใช่ว่าทำเป็เล่นได้ เมื่อกลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว เขาจำต้องสืบเสาะให้ได้ว่าแม่นางผู้นี้เพียงแค่แอบอ้างอย่างโง่งม หรือเป็จริงดังนางว่า
.
.
.
ด้านจางฟานอวี้ที่หลับใหลหลุดเข้ามาอยู่ในมิติห้วงฝันอีกครั้ง สภาพมิติเหมือนกับห้องอ่านหนังสือไม่เล็กไม่ใหญ่ห้องหนึ่ง สีสว่างสะอาดตาแบบที่ฟานอวี้ชอบ ทั้งยังมีหน้าต่างที่มีบรรยากาศปลอมไว้เสมือนว่ามีทิวทัศน์ด้านนอก ส่งให้ห้องนี้ดูไม่อุดอู้
สายตามุ่งมั่นมองไปยังหนังสือสามเล่มที่ได้มา นางจำต้องศึกษาให้ดี แม้ไม่เคยเป็คนเรียนเก่ง ด้วยต้องแบ่งเวลาไปหาเงินใช้จ่าย แต่ครั้งนี้ฟานอวี้ต้องพยายามศึกษาให้แตกฉาน ดีที่เื่ดอกไม้ไฟ นางเคยทำเล่นกับเพื่อนๆ เพื่อส่งอาจารย์ แต่หากจะปรับปรุงในเป็ะเิ นางควรต้องระมัดระวังกว่าเก่า มิเช่นนั้นคงได้ตายอย่างโง่งมสมคำด่าของโจวหลงเฉิงแน่
แม้ชาติก่อนองค์ชายสามจะเป็แม่ทัพไร้พ่าย แต่การออกรบก็มิใช่ว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยทุกครั้งไป ครั้งสุดท้ายก่อนฟานอวี้จะยัดเยียดหลักฐานปลอม องค์ชายสามผู้นี้เดินกะเผลกไร้ทางรักษา เพราะแผลติดเชื้อบริเวณขาทำให้มีปัญหาเรื้อรัง
เขาดื่มสุรามากขึ้นกว่าเก่า เพราะรับสภาพตนเองไม่ได้ รักษาชีวิตและศักดิ์ศรีคำว่าไร้พ่ายเอาไว้ได้ แต่มิใช่ว่าไม่มีราคาที่ต้องจ่าย หากหลงเฉิงมีอาวุธที่ร้ายแรงกว่าฝ่ายศัตรู เื่ราวนี้อาจพลิกผันไป
ฟานอวี้เรียกสติกลับมาจดจ่อที่หน้าหนังสือ เมื่อรู้สึกว่าเสียเวลากับการคิดถึงเื่ในอดีตมากจนเกินไป
“ไหนดูสิ โอ๊ะมีวิธีทำเพนิซิลลินด้วย อ่า…ไว้ก่อนดีกว่า ตอนนี้ต้องดูการผสมดินปืน”
จางฟานอวี้จำได้ว่าตอนนั้นเธอใช้ของที่ซื้อมาจากร้านขายของทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่มาอยู่ในที่แบบนี้คงไม่พ้นต้องทำใหม่ขึ้นมาเอง
“ยกเว้นกำมะถัน…กำมะถันในโลกส่วนใหญ่ก็มาจากอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน แล้วยุคที่ยังไม่มีใครขุดน้ำมันมาใช้ ฉันจะไปหาจากไหนเนี่ย เฮ้อ อวดเก่งก่อนรู้ว่าทำได้จริงไหม ฉันมันโง่จริงๆ”
“อ๋า จริงสินะ ถ้าไม่โง่จะโดนหลอกใช้หรือไงเล่า”
สตรีที่พูดคนเดียวอยู่ในมิติกำลังนั่งทึ้งหัวตัวเองอยู่หน้าหนังสือนั้น ตากวาดอ่านแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าวิธีทำกำมะถันเองนั้นจะช่วยอะไรได้เลย เพราะข้อความที่เขียนไว้บอกให้นางรวบรวมไม้ขีดจุดแดงที่ขายกันทั่วไปมาอังไฟให้ค่อยๆ ร้อนขึ้น จนเหลือแค่ผงสีเหลือง เท่านี้ก็จะได้กำมะถันมาสมใจ
“ไฟขีดสมัยโบราณกับยุคปัจจุบันมันเหมือนกันไหมนะ”
จางฟานอวี้ไถลตัวลงจากเก้าอี้ไปนอนกลิ้งอยู่บนพื้นมิติ หากว่าหาของเหล่านี้ไม่ได้นางควรจะทำอย่างไรดี
“ไม่เป็ไร ลองก่อน! สู้ๆ” มือน้อยๆ กำหมัดเอาไว้แน่น แต่ก่อนที่จะได้ลุกไปอ่านวิธีการทำส่วนประกอบอื่นก็รู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเสียก่อน
.
.
.
“ฟานอวี้ ฟานอวี้ ดื่มยาเสีย”
เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วก็เห็นว่ามียาถ้วยหนึ่งจ่ออยู่ใกล้ปาก นางกลั้นหายใจเอาไว้แล้วกระดกยาแก้ไข้ลงไปจนหมดในคราวเดียว
“ขมสุดๆ ไปเลยเพคะ องค์ชายได้บอกคนให้เพิ่มความขมมากลั่นแกล้งหม่อมฉันหรือไม่” ฟานอวี้หันไปมองค้อนคนที่ประคองตนเองเอาไว้ ที่เคยงัวเงียนั้นหายเป็ปลิดทิ้ง รสชาติเช่นนี้ต่อให้ตายไปแล้วก็คงต้องฟื้นขึ้นมาด่าคนทำ
“เปิ่นหวางไม่มีเวลาทำเื่ไร้สาระเช่นนั้น” หลงเฉิงส่ายหัวทั้งฉุนทั้งตลกแม่นางผู้นี้ มีอย่างที่ใดวางตัวราวกับรู้จักกันมานานนมแล้วจึงวางตัวสบายๆ กับองค์ชายเช่นเขาได้ ทั้งที่ก็เพิ่งพบหน้ากันแท้ๆ แต่ก็แปลกอีกเช่นกัน เพราะตัวเขาเองก็มีความรู้สึกว่าคุ้นเคยกับฟานอวี้โดยไม่อาจจะอธิบายออกไปได้ว่าคุ้นกับแม่นางผู้นี้ได้อย่างไร
“อ้อ ลืมไปเพคะ พระองค์เป็องค์ชาย ทั้งยังเป็แม่ทัพ ชีวิตต้องจริงจังทุกลมหายใจ” ฟานอวี้กลอกตาแล้วผินมองไปยังถ้วยยาที่วางอยู่บนโต๊ะเล็ก
โจวหลงเฉิงมิได้โต้ตอบอันใดออกไป เพราะเป็องค์ชายและแม่ทัพ ชีวิตจึงไม่อาจจะไร้สาระได้ เพียงแค่หลอกคนว่าาเ็รักษาอยู่บนเขาก็คงมีเื่ยุ่งยากให้กลับไปสะสางรออยู่แล้ว แต่หากไม่ทำเช่นนี้ คงไม่ได้จังหวะเปิดโอกาสให้ลอบลงมือซ้ำสองเพื่อเค้นความหาต้นตอ
“ยาอีกถ้วยให้ดื่มเลยหรือไม่เพคะ”
“ยาห้ามครรภ์ ดื่มตอนยังร้อนเถอะ” องค์ชายสามหยิบยื่นยาให้ ดวงตาเฝ้าระวัง หากนางยอมดื่ม เขาอาจไว้ใจจางฟานอวี้เพิ่มขึ้นได้ขั้นหนึ่ง
“เพคะ” ฟานอวี้ยิ้มรับมิได้คิดสิ่งใด ทว่าเมื่อจะยกขึ้นดื่มกลับได้กลิ่นที่ผ่านไปอีกกี่ชาติก็ไม่มีวันลืมเลือน กลิ่นคล้ายกันนี้ไม่ผิดแน่ กลิ่นยาขับเด็กที่นั่งเคยถูกสั่งให้ดื่มลงจนหมดถ้วยก่อนถูกขับออกจากวังรอง ยานี้องค์ชายรองสั่งให้นางดื่มด้วยไม่้าให้เปลี่ยนใจเกิดไปมีลูกกับองค์ชายสามเข้า โจวซ่งหลง้าแน่ใจว่านางจะไม่มีวันแพรพักตร์ไปกับหลงเฉิง
จางฟานอวี้ที่โง่งมหลงคำสัญญาว่าแม้ไม่มีบุตรก็จะดูแลนางตลอดชีวิต ยอมดื่มพิสูจน์ความภักดี แต่ครั้งนี้นางจะยอมดื่ม ถือเอาเสียว่าเพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนโชคร้ายมาเกิดในท้องมารดาเช่นนางก็แล้วกัน แต่แม้จะคิดเช่นนั้นก็ไม่ได้ทำให้ง่ายดายขึ้นเลย
“กลิ่นนี้ ยานี่…หึ นั่นสินะเพคะ” นางเงยหน้ามองหลงเฉิงด้วยแววตาตัดพ้อ น้ำตาร่วงลงมาหยดหนึ่ง “มิใช่ว่าดื่มแล้วจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกในชั่วชีวิตนี้หรอกหรือ ขับเด็กไล่ิญญา รังเกียจเืในกายนี้มากหรือเพคะ”
“อย่า!”
จางฟานอวี้ที่ถามเช่นนั้นจบก็กระดกกลืนลงไปไม่ฟังคำทัดทาน กว่าองค์ชายสามจะกระชากออกไปได้ ก็เหลือเพียงน้ำก้นถ้วย ยาส่วนใหญ่ไม่พ้นอยู่ในท้องของฟานอวี้
“หากรู้ว่าเป็ยาเช่นนั้นแล้วจะดื่มลงไปด้วยเหตุใด”
“องค์ชายสามนำมาให้ดื่ม หม่อมฉันก็ยอมดื่ม ชอบมิใช่หรือเพคะ ข้าทาสบริวารที่เชื่อฟังและภักดี”
“ตงฟู! ตามหมอ!” องค์ชายสามตวาดออกไป จากนั้นเขาก็เอามือบีบคางของจางฟานอวี้เอาไว้ มืออีกข้างใช้นิ้วแหย่เข้าไปจนถึงโคนลิ้นของนาง
ฟานอวี้ที่ถูกกระทำเช่นนั้นดิ้นทุรนทุราย นางเตะขาพยายามดิ้นออกมา แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่อาจทนได้ไหวต้องอาเจียนยาที่เพิ่งจะดื่มลงไปเมื่อครู่ออกมาเลอะพื้น
“อ๊อก! แหวะ!”
การอ้วกเพียงครั้งเดียวดูเหมือนจะยังไม่ได้สมใจโจวหลงเฉิง เขาเอานิ้วล้วงคอบังคับให้ฟานอวี้อ้วกออกมาอีกหลายครั้ง จนบนพื้นไม้ไม่มีสีของยาต้มแล้ว จึงได้หยุดมือลง
“องค์…ชาย ปะ เป็บ้า ไป แล้วหรือ เพคะ” จางฟานอวี้ที่อาเจียนออกมาห้าถึงหกรอบเกาะขอบเตียงหอบหายใจถี่ๆ มองคนที่เอามือล้วงคอนางจนเลอะอ้วกไปครึ่งตัว
“เปิ่นหวางหรือบ้า! รักษามดลูกเอาไว้ให้ยังต้องมาถูกกล่าวหาเช่นนี้ เ้ารู้จักบุญคุณคนบ้างหรือไม่” หลงเฉิงฉุนกึก
“บุญคุณ? มิใช่ว่าเอามาให้เอง หม่อมฉันต้องขอบคุณอันใดหรือ” ฟานอวี้ใช้ชายแขนเสื้อเช็ดปากเถียงกลับ
“ข้าสั่งเพียงให้หายาห้ามครรภ์ มิได้้าให้เ้าหมดโอกาสมีบุตรตลอดชีวิต ทำเช่นนั้นกับสตรีต่างอันใดกับปะา”
“องค์ชาย…”
“แม้จะลั่นวาจาว่า้ามีสามีเดียว แต่หากวันหนึ่งได้พบชายที่รักเ้าจริง เ้ามิได้อยากจะมีบุตรร่วมกันกับเขาหรือ ต่อให้จะเป็คนของผู้ใดส่งเ้ามา ก็อย่าภักดีเพื่อแผนการ จนตนเองต้องสละสิ้นทุกสิ่งเช่นนี้”
“นั่น…” ฟานอวี้ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดนอกจากรู้สึกเจ็บอยู่ในใจกับเหตุการณ์ชาติก่อน คนที่ไม่มีความทรงจำเก่า รู้จักนางแค่ไม่กี่วันยังมีใจนึกห่วง แต่ผู้ที่นางอยู่เป็ฮูหยินมาหลายปีกลับไม่มีใจนึกถึงแม้แต่น้อย
ต่างฝ่ายต่างเงียบไปหลายชั่วจิบชาด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป คนหนึ่งเปรียบเทียบบุรุษ อีกคนหนึ่งไม่เข้าใจว่าแม้จะถูกส่งมา แต่มันจะมีเหตุผลใดให้เสียสละถึงเพียงนั้น
“ท่านหมอมาแล้วขอรับ!” จางตงฟูและองครักษ์อีกคนที่นำท่านหมอเข้ามาก็ต้องแปลกใจที่ทั้งองค์ชาย และแม่นางจางต่างมีสภาพเลอะเทอะไปด้วยอาเจียน
ปั่ก! จางตงฟูที่เดินเข้ามาใกล้ถูกองค์ชายสามต่อยเข้าที่โหนกแก้มไปทีหนึ่ง
_______
เพนิซิลลิน หมายถึงยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย