บทที่ 30 ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นกับซิงซิง ฉันจะฆ่านาย
เซี่ยจื่ออวี้ขึ้นรถไปก่อน อินเสินนั่งอยู่บนเบาะคนขับ เขาสตาร์ตรถก่อนจะเหยียบคันเร่งออกรถทันที มือของโจวเต๋อค่อย ๆ หลุดออก แม้ผู้ช่วยของโจวเต๋อจะรีบเข้าไปรับข้างหน้า แต่ก็ยังทำให้โจวเต๋อล้มหน้าคะมำอยู่ดี
รถของอินเสินออกไปแล้ว
ซิงซิงรีบหยิบปากกาบนเบาะมาวางไว้ที่เดิม เธอทำเื่แบบนี้เป็ครั้งแรกจึงคิดว่าตัวเองเป็เด็กไม่ดีไปแล้ว… ยิ่งไปกว่านั้นยังเหนื่อยมากจนไม่ค่อยสบายตัว
แต่เมื่อเห็นพี่หก ซิงซิงก็รู้สึกว่าตัวเองทำสิ่งที่ควรทำแล้ว!
“พี่หก!” ซิงซิงมองเซี่ยจื่ออวี้ที่อยู่เบาะหลัง อดไม่ได้ที่จะปิดปากเล็ก ๆ เอาไว้เพื่อข่มกลั้นน้ำตา ก่อนจะร้องออกมาเสียงเบา
พี่หกดูน่ากลัวเกินไปแล้ว เืเต็มเลย...ต้องเจ็บมากแน่!
ซิงซิงอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องอดทนไว้
เธออดทนจนใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาที่เปล่งประกายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยน้ำตา ทั้งยังมีความเป็ห่วงและเ็ปใจ
เซี่ยจื่ออวี้ขึ้นรถมาเห็นดวงตาทั้งสองข้างของซิงซิงกำลังจ้องมองอยู่ ความกระหายเืทั่วทั้งร่างก็สงบลงทันที เขานอนลงที่เบาะหลัง ยกริมฝีปากส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งให้ซิงซิง
“ซิงซิงน้อยอย่าร้อง พี่ไม่เจ็บเลย”
อินเสินได้ยินคำพูดที่บอกว่าไม่เจ็บของเซี่ยจื่ออวี้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
“ไม่เจ็บ? ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว”
เซี่ยจื่ออวี้หลับตาลงไม่สนใจอินเสิน ไม่อยากต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย
......
ซิงซิงฟุบอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ มองเซี่ยจื่ออวี้ที่นั่งอยู่เบาะหลังตาไม่กะพริบ
“พี่หก...” เธอเรียกเสียงเบา เสียงของเด็กน้อยทั้งสั่นไหวและเหมือนลูกแกะน้อย
“พี่ชาย...หลังจากนี้ซิงซิงจะปกป้องพี่ไม่ให้คนอื่นมารังแกพี่แล้ว”
มือเล็ก ๆ กำหมัดแน่น
เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหลับ แต่เขารู้ตัวว่าจะหลับไม่ได้จึงฝืนจ้องมองไปที่ซิงซิง
“ได้ พี่ชายจะรอให้ซิงซิงปกป้องพี่นะ”
อินเสิน “...”
ในใจรู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขายังไม่ทันคิดว่าเพราะเหตุใดจึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้ พลันได้ยินเสียงซิงซิงพูดขึ้นมาก่อน
“ซิงซิงจะปกป้องพี่ใหญ่ด้วยเหมือนกันค่ะ!”
“ถึงเมื่อกี้พี่ใหญ่จะเก่งมาก...แต่ซิงซิงก็จะปกป้องพี่ใหญ่ด้วย!”
สีหน้าอินเสินไร้ซึ่งความรู้สึก
แต่อินเสินรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างแล้ว
เขาใช้มือเดียวหมุนพวงมาลัย ในขณะที่อีกมือเก็บมีดให้เข้าที่ นั่นเป็ของขวัญชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่พ่อมอบให้เขา
“เซี่ยจื่ออวี้ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะลงมือ?” อินเสินเปิดปากถาม
เซี่ยจื่ออวี้หายใจหนักหน่วงอดทนต่อความเ็ป และพูดเสียงต่ำ
“ผมไม่รู้”
อินเสิน “ถ้าอย่างนั้นทำไมนายถึงเอามีดที่ซ่อนไว้มาตัดเชือก”
เซี่ยจื่ออวี้ “เพราะผมเตรียมไว้สองแผน”
“ถ้าพี่ลงมือ ผมก็จะลงมือด้วย หลังจากนั้นก็จัดการคนพวกนั้นที่อยู่ข้างหลัง”
“แต่ถ้านายจะส่งซิงซิงไป ผมก็จะไปข้างหลังแล้วฆ่านายก่อน จากนั้นค่อยฆ่าพวกนั้นทิ้ง”
อินเสินไม่โกรธแต่กลับยิ้ม “ไม่เลว มิน่าล่ะพ่อถึงบอกว่านายพัฒนาขึ้นแล้ว”
เซี่ยจื่ออวี้หลับตาลงไม่พูดอะไรอีก
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองมีแต่ต้องเลือกแผนที่สอง
คาดไม่ถึงว่าอินเสินจะไม่ส่งตัวซิงซิงไป แต่กลับมาร่วมมือกับตัวเองจนกลายเป็ศัตรูกับพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดไป เดิมทีเซี่ยจื่ออวี้เกลียดอินเสินมากที่สุด เพราะเขารู้สึกว่าในสายตาอินเสินมีแต่ผลประโยชน์ ไร้ซึ่งความรู้สึกแม้แต่น้อย
ทั้งเ็าและมีเหตุมีผลจนทำให้คนรังเกียจ
แต่ตอนนี้...
หลังจากเงียบไปสักพักเขาก็เปิดปากพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“พี่ ขอบคุณ”
สามคำนี้ทำให้อินเสินจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย
อินเสินขมวดคิ้ว ก่อนจะคลึงหว่างคิ้วและไอออกมาอย่างไม่เป็ธรรมชาติ แต่กลับไม่ได้มีท่าทีเหมือนก่อนหน้านี้ที่ตอบกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน
......
ซิงซิงเบิกตากว้างเอนหัวฟังบทสนทนาของทั้งสองคน มีทั้งที่ฟังเข้าใจบ้างและฟังไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ฟังออกว่าตอนนี้พี่หกกับพี่ใหญ่ไม่เป็ไรแล้วจริง ๆ
ตอนนี้เช้าแล้ว ร่างกายของเด็กน้อยที่หมดเรี่ยวแรงสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แม้ซิงซิงจะพยายามลืมตามองพี่หก แต่ทำอย่างไรเปลือกตาก็ไม่ยอมเชื่อฟังจนจะปิดลงอยู่รอมร่อ เธอใช้นิ้วดึงเบิกตาไว้ มือเล็กออกแรงกับเปลือกตาที่ไม่ยอมเชื่อฟัง!
พี่หกยังไม่ถูกส่งไปโรงพยาบาล เธอต้องดูพี่หกไว้!
แต่ต่อให้ใช้มือดึงไว้ก็ยังง่วงอยู่ดี
เด็กน้อยจึงดึงเปลือกตาตัวเองทั้งยังเริ่มกลอกตาไปมา
เซี่ยจื่ออวี้ที่เพิ่งหลับตาเพื่อพักสายตา เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นใบหน้าเล็กของซิงซิงที่นั่งอยู่เบาะหน้ากำลังกลอกตาขาวไปมาใส่อากาศ...
“พรืด...โอย...”
เขาอดไม่ได้ที่จะขำออกมา หลังจากนั้นก็กระทบกับแผลจนต้องขมวดคิ้วด้วยความเ็ป
“ซิงซิงรีบนอนเถอะ พี่ไม่เป็ไรแล้ว”
เสียงของเซี่ยจื่ออวี้ทุ้มต่ำแหบแห้ง เด็กหนุ่มที่บ้าคลั่งและกระหายเืมาตลอด ตอนนี้กลับอ่อนโยนราวกับภาพฝัน
ซิงซิงได้ยินเสียงก็สะลึมสะลือจนหลับไป
ในรถมีเพียงความเงียบงัน เด็กน้อยหลับไปแล้ว ทั้งยังหลับลึกมาก บางครั้งก็ละเมออีกด้วย
อินเสินเหยียบเบรกเบา ๆ ชะลอความเร็วของรถลง รายละเอียดเล็กน้อยนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต
......
เมื่ออินเสินส่งเซี่ยจื่ออวี้มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ก็เรียกบอดีการ์ดสองคนมาคอยเฝ้า
เมื่อกลับบ้านอีกครั้งก็วางซิงซิงลงบนเตียง ก่อนจะเริ่มใคร่ครวญเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกครั้ง เขาอาบน้ำล้างกลิ่นเืบนตัว แม้ว่าจะนอนอยู่บนเตียงแต่ก็ยังนอนไม่หลับ
เขานึกถึงความผิดปกติของซิงซิงเมื่อคืน
เด็กน้อยคนนี้พาเขาเดินทางไปไกลจนพบเซี่ยจื่ออวี้ และยืนยันได้ว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง เซี่ยจื่ออวี้กำลังตกอยู่ในอันตราย
เด็กน้อยคนนี้ไม่ปกติ
เหมือนจะมีความสามารถพิเศษอยู่
สิ่งที่อินเสินผู้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ตอบสนองออกมาเป็อย่างแรกคือ ความสามารถนี้จะนำพาสิ่งใดมาให้เขาบ้าง? จะสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจไหนของเขาได้บ้าง?
เขาหนุนแขนตัวเองมองเพดานสีเทาก่อนจะหรี่ดวงตาลงอย่างไม่ชัดเจน ตนเองตัดขาดกับโจวเต๋อไปแล้ว เส้นทางหลังจากนี้เกรงว่าคงไม่ง่าย
แต่แล้วอย่างไรล่ะ
ั้แ่เขาปีนออกมาจากสุสานก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใดแล้ว แน่นอนว่านอกจากผลประโยชน์ก็ไม่สนใจอะไรอีก ครั้งนี้ไม่ได้มอบซิงซิงไปก็เพราะชั่งน้ำหนักผลดีและผลเสียแล้วเท่านั้น
แน่นอนว่าเป็เพราะแบบนั้น
......
คืนนี้ซิงซิงง่วงมากแค่ไหน แต่กลับนอนหลับไม่สนิท เธอฝันทั้งยังฝันถึงคุณปู่เคราขาว เพียงแต่ว่าครั้งนี้คุณปู่ไม่ได้ยิ้มมองมาที่เธอเหมือนอย่างเคย แต่กลับมองเธอด้วยสีหน้าตำหนิ
ซิงซิงใมากจนหดคอ ไม่กล้ามองเขาและพูดอย่างขี้ขลาด
“คุณปู่...”
“ซิงซิง!” เทียนเต้าขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะกังวล
“เธอเป็เด็กดีมาตลอด แต่ทำไมถึงทำเื่แบบนี้?”
“คำสาป โดยเฉพาะคำสาปแช่งประเภทนี้จะส่งผลร้ายกับเธอมาก!”
“คนชั่วที่มีกรรมมากเกินไปจะต้องได้รับผลกรรม ไม่ต้องให้ซิงซิงลงมือหรอก!”
“แม้เธอจะเป็ดาวลู่ซิงที่สามารถจัดการภัยพิบัติได้ แต่การทำแบบนี้มันไม่ดีเลย!”
ซิงซิงไม่เข้าใจว่าคุณปู่พูดอะไร แต่ก็รู้ว่าคุณปู่กำลังสั่งสอนตัวเองเื่ที่ทำลงไปในคืนนี้
เธอจับนิ้วเล็ก ๆ ไว้และก้มศีรษะลง
เธอมีพร์ของลัทธิเต๋าที่น่ากลัว ดังนั้นจึงเป็ผู้ที่สามารถสาปแช่งได้อย่างน่าเกรงกลัว ทั้งยังสามารถทำได้ตามแต่ใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพียงสัญชาตญาณ
เด็กน้อยรู้สึกน้อยใจ รู้ตัวว่าทำผิด แต่ก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรม
“แต่ แต่...พวกเขารังแกพี่ชาย...”
“เตะพี่ชาย พี่ชายเจ็บมาก!” พูดจบน้ำตาก็ไหลออกมาช้า ๆ
ขอเพียงนึกถึงภาพลักษณ์ที่ทั่วทั้งตัวของพี่ชายมีเืไหล และถูกเตะอยู่บนพื้น ซิงซิงก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ผิด
เทียนเต้ามองเ้าก้อนแป้งน้อยแสนไร้เดียงสาแล้วทอดถอนใจ เขาก้าวไปข้างหน้าและลูบหัวซิงซิง
“ปู่ไม่ได้จะตำหนิเธอ ปู่แค่เป็ห่วงเธอ หลังจากนี้อย่าทำเื่ที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก เข้าใจไหม?”
“ซิงซิงทำเพื่อพวกพี่ชายของเธอมากเกินไปแล้ว”
ส่วนตอนที่เทียนเต้าเพิ่งดูแผนผังตำแหน่งดวงดาวของคนชั่วพวกนั้นก็ใเป็อย่างมาก!
คาดไม่ถึงว่าซิงซิงจะเก่งกาจขนาดนี้! เพียงในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ถึงเดือนก็ทำให้ชะตาของพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!
ซิงซิงเม้มปาก รู้ว่าคุณปู่ดีต่อตัวเองจึงพยักหน้า
“คุณปู่ หนูเข้าใจแล้วค่ะ...”
เทียนเต้าบีบใบหน้าเล็กจ้ำม่ำอย่างเอ็นดู
มันนุ่มนิ่มมากจนต้องบีบอีกครั้ง
และอีกครั้ง...
“คุณปู่?” ซิงซิงเอียงศีรษะ
เทียนเต้ากระแอมครั้งหนึ่งก่อนจะเก็บมือกลับมา
“เด็กน้อย ปู่ต้องไปแล้ว แม้ว่าตัวของเธอจะได้รับพรจากปู่ แต่ครั้งนี้คงจะต้องป่วยอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้ว”