ตอนที่ 12 คำขอร้องของศร
เวลา 15.40 น. ภายในโรงพยาบาล
วันนี้แก้วมาถึงโรงพยาบาลเร็วกว่าที่เคย เดินเข้ามาในโรงพยาบาลก็พบเข้ากับศรศิลป์กำลังเดินมาจากทางลานจอดรถพอดี
“คุณแก้ว สวัสดีครับ” ศรศิลป์ทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ คุณศรเอ่อ...ว่าแต่ผลสแกนสมองของคุณศักดิ์ชัยเป็ยังไงบ้างคะ”
“ก็ปกติดีครับหมอบอกว่าที่เมื่อวานสลบไปส่วนนึงอาจจะเพราะร่างกายเหนื่อยล้าด้วยน่ะครับก็ไม่รู้ไปเหนื่อยล้าอีท่าไหนนอนอยู่แต่บนเตียงแท้ๆ” พอได้ยินดังนั้นแก้วก็เบาใจได้ส่วนนึงแต่ก็รู้ดีถึงสาเหตุที่ศักดิ์ชัยเหนื่อยล้าดี
“มีก็แต่แขนนี่หล่ะครับเพราะต้องใส่เฝือกทั้งสองข้างจะทำอะไรต่อมิอะไรก็จะยากหน่อย เอ่อ....พอพูดเื่นี้แล้วผมมีอะไรจะขอร้องคุณแก้วหน่อยน่ะครับ”
“เอ๊ะ ได้ค่ะ ถ้าช่วยได้แก้วจะช่วย”
“คือว่าอีกสองวันหมอก็ให้พ่อกลับบ้านได้แล้วน่ะครับแต่พอพ่อมาเป็แบบนี้ ท่านก็คงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พยาบาลคนเก่าก็เพิ่งจะลาออกไปที่บ้านผมก็ไม่มีคนดูแลท่าน”
“แล้วภรรยาคุณศรหล่ะคะ”
“คือผมยังไม่มีภรรยาน่ะครับ”
“ขอโทษจริงๆค่ะ ที่ถามอะไรโง่ๆออกไป”
“แฮะ แฮะ ไม่เป็ไรหรอกครับผมทำแต่งานน่ะครับ ไม่ค่อยมีเวลาให้คนอื่น เื่นั้นช่างมันเถอะครับมาเข้าเื่กันเลยดีกว่า คือผมอยากจะหาพยาบาลไปดูแลพ่อที่บ้านน่ะครับแบบอยู่ประจำที่บ้านเลย”
“อ๋อ ถ้าเื่นี้เดี๋ยวแก้วไปถามเพื่อนๆให้แล้วกันนะคะว่าใครสนใจ”
“คือไม่ใช่อย่างนั้นครับคือผมอยากจ้างคุณแก้วไปเป็พยาบาลที่บ้านผมจะรังเกียจไหมครับ”
“เอ๊ะ ทำไมต้องเป็แก้วด้วยหล่ะคะ”
“คือถ้าเป็เื่เงินผมจะเพิ่มให้จากที่ได้รับจากที่นี่สามเท่าเลยครับ”
“เื่เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับแก้วค่ะแก้วแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณศรถึงเลือกแก้ว”
“เพราะว่าคุณแก้วเป็พยาบาลที่เอาใจใส่คนอื่นมากๆเลยครับเหมือนว่าคุณแก้วรักในงานพยาบาลอย่างที่สุดผมไปเห็นตอนที่คุณแก้วนั่งป้อนข้าวให้คุณยายห้อง 910คุณแก้วดูเอาใจใส่ไม่เหมือนกับพยาบาลคนก่อนที่ผมจ้างน่ะครับ”
“แล้วถ้าแก้วปฏิเสธหล่ะคะ”
“อ๊ะ ผมคงจะเสียใจมากๆเลยหล่ะครับ” หน้าตาศรดูเศร้าขึ้นมาทันที
“แต่ต่อให้แก้วอยากจะไปแต่แก้วก็ต้องทำเื่ลาออกจากที่นี่ก่อนนะคะซึ่งมันคงจะกินเวลานานเลย”
“ถ้าเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงครับพอดีผมรู้จักกับผู้อำนวยการของที่นี่น่ะครับ ผมไปคุยกับท่านมาแล้ว แล้วเค้าก็อนุญาตครับขอแค่เพียงคุณแก้วตอบรับ”
“จะยังไงแก้วก็ขอกลับไปคิดดูก่อนนะคะ”
“ต้องเป็คุณแก้วคนเดียวเท่านั้นจริงๆครับ”
แก้วโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วก็เดินจากไป แก้วไม่ใช่ผู้หญิงที่โง่ถึงขนาดว่าจะไม่รู้ว่าศรศิลป์ชอบตัวเองแต่พอได้ยินอย่างนั้นแก้วก็รู้สึกดีใจขึ้นมาเล็กน้อยที่ยังมีคนเห็นค่าในตัวของแก้วให้ความสำคัญกับแก้วแถมยังเห็นค่าในงานพยาบาลที่แก้วกำลังทำอีกด้วย
แก้วขึ้นวอร์ดเดินตรวจคนไข้แล้วก็ถึงเวลามาตรวจห้อง906 แก้วเคาะประตูสองทีเหมือนเคยแล้วศรศิลป์ก็อนุญาตแก้วจึงเดินเข้าไปในห้อง
พอเข้าไปในห้องก็เห็นศรศิลป์กำลังป้อนข้าวต้มให้ศักดิ์ชัยซึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยที่แขนทั้งสองข้างใส่เฝือกไว้ศรศิลป์ป้อนอย่างทุลักทุเลมีบางส่วนที่หกเลอะลงไปที่เสื้อจนแก้วทนไม่ไหวเดินตรงไปอาสาป้อนข้าวให้แทน
“มาค่ะ เดี๋ยวแก้วป้อนให้ดีกว่า” ศรศิลป์ได้ยินอย่างนั้นก็ยกชามข้าวให้แก้วทันที
“แฮะ แฮะคือผมไม่เคยป้อนข้าวให้ใครมาก่อนน่ะครับ”
“น้อย มาป้อนข้าวพี่ดีก็แล้วหล่ะเ้าศรมันป้อนไม่เป็หกรดตัวไปหมดแล้วเนี่ย”ศักดิ์ชัยก็ยังคงเรียกแก้วด้วยชื่อเมียที่ตายไปแล้วอยู่ดี แถมท่าทางของศักดิ์ชัยก็เหมือนกับว่าจะลืมเื่เมื่อคืนไปอย่างสิ้นเชิง
“พ่อ นี่คุณแก้วครับ ไม่ใช่แม่ผมบอกไปหลายทีแล้วนะ”
“อ้าว หรอแต่เธอก็สวยเหมือนเมียฉันเลยนะเมียฉันน่ะเคยเป็พยาบาล.......” ศักดิ์ชัยเล่าเื่เมียที่เคยพูดไปแล้วให้แก้วฟังอีกครั้งแต่แก้วก็ไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่นักพอป้อนข้าวเสร็จตรวจวัดนู่นนี่แล้วก่อนออกจากห้องแก้วก็หันมาพูดกับศร
“คุณศรค่ะ เื่ที่คุยกันเมื่อเช้าแก้วตกลงรับค่ะ”
“เอ๊ะ จริงหรอครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณ”
“งั้นแก้วจะเริ่มไปทำวันมะรืนนะค่ะ”
“ได้ครับ ผมขอไลน์คุณแก้วด้วยนะครับเดี๋ยวจะส่งที่อยู่บ้านไปให้”