“ถ้าแกอยากพิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถพอที่จะดูแลที่นี่ต่อจากฉันได้แกต้องกล้าที่จะทดลองงานั้แ่ตำแหน่งพื้นล่างของที่นี่” คำถามด้วยน้ำเสียงจริงจังของคุณภาวัตเอ่ยถามบุตรชายเพียงคนเดียวซึ่งเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และสามารถคว้าปริญญาโทกลับมาให้คนเป็พ่อได้ชื่นใจตามหวังแม้จะใช้เวลามากกว่าที่ตั้งใจไว้เนื่องจากเอาเวลาหลายปีไปจมปรักกับแซฟไฟร์นางแบบสาวดาวรุ่งที่หลอกให้ชายหนุ่มรักจนหัวปรักหัวปรำทุ่มเทจนถึงขนาดตามเฝ้าตามหวงไม่ยอมไปร่ำเรียนตามที่บอกกับบิดาจนเมื่อรู้ว่านางแบบสาวนั้นมีเป้าหมายใหม่เป็ถึงมหาเศรษฐีบ่อน้ำมันถึงได้สลัดชายหนุ่มทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใยภวินท์จึงตัดสินใจทุ่มเวลาให้กับการคว้าปริญญาโทและกลับมาเมืองไทย
“งะ...งานตำแหน่งต่ำสุด ป๊าจะให้ผมทำอะไร” คนมีชนักติดหลังถามกลับอย่างุนงง
“ภารโรงของที่นี่” คุณภาวัตเอ่ยกับบุตรชายพลางตบบ่าบุตรชายเบาอย่าง้าบอกอะไรบางอย่าง
“ป๊าจะให้ผมไปเป็ภารโรงเนี่ยนะ” ชายหนุ่มสวนกลับเสียงขุ่นอย่างไม่พอใจ
“เออ ตามใจแกจะไม่ทำก็เื่ของแก ฉันจะได้รู้ว่าบัณฑิตปริญญาโทจบจากเมืองนอกเมืองนาอย่างแกมันเหยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อ ชีวิตติดหรู ไม่กล้าที่จะแตกต่างเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ” คุณภาวัตชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อบุตรชายเพียงคนเดียวยังไม่เข้าใจเจตนาของเขา
“ถ้าป๊าจะดูถูกกันขนาดนี้ผมทำก็ได้ กับอีแค่งานภารโรง เก็บกวาดทำความสะอาดภายในบริเวณมหาลัยมันจะยากเย็นอะไรหนักหนา แต่แค่เดือนเดียวเท่านั้นนะที่ผมจะยอมตกต่ำตามที่ป๊า้า” ภวินทร์ยังอดประชดประชันไม่ได้โดยไม่ได้มองเห็นเจตนาที่แท้จริงของคนเป็บิดาที่อยากให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตอย่างแท้จริง
“แกจะคิดอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ถ้าแกรู้ว่าที่ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้แกได้โตเป็ผู้ใหญ่ที่เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เมื่อถึงวันที่ฉันมอบทุกอย่างให้แกดูแลฉันจะได้เบาใจว่าแกจะสานต่อสิ่งที่ฉันสร้างมาได้อย่างที่ฉันหวังตั้งใจ” คุณภาวัตให้เหตุผลซึ่งทำให้ภวินทร์เข้าใจบิดามากขึ้น
“โอเค ป๊าจะผมเริ่มสวมบทภารโรงเมื่อไหร่”
“วันนี้เลย เดี๋ยวแกลงไปหาลุงยอดแล้วบอกว่าฉันส่งแกไปเป็ผู้ช่วยก่อนลุงยอดลาพักกลับต่างจังหวัดสองอาทิตย์ แกจะได้เรียนรู้งานเบื้องต้นกับลุงยอด”
“ไม่เร็วไปหน่อยหรือป๊าให้ผมเวลาผมทำใจสักวันสองวันไม่ได้เหรอ” ภวินทร์ต่อรอง
“จะวันนี้พรุ่งนี้แกก็ต้องทำอยู่ดี ฉะนั้นเริ่มต้นเรียนรู้เร็วมันจะยิ่งดีกับตัวแกเอง” นักบริหารมากประสบการณ์ให้เหตุผลที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานบิดาตรงไปยังตึกฝั่งขวาชั้นล่างเพื่อพบกับลุงยอดภารโรงที่ทำงานกับทางมหาลัยมานานนับสิบปี
ภวินทร์ยกมือไหว้ทักทายลุงยอดตามมารยาทแม้เขาจะใช้ชีวิตในต่างแดนมานานแต่ก็ยังไม่ลืมวัฒนธรรมไทยที่มีต่อผู้ใหญ่
“ไหว้พระเถอะพ่อหนุ่ม คุณภาวัตโทรมาบอกลุงแล้วว่าจะมีผู้ช่วยคนใหม่มาเริ่มงานวันนี้ ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะพ่อหนุ่ม” ภารโรงสูงวัยถามขณะก้มๆ เงยหาเสื้อซึ่งเป็ชุดฟอร์มให้กับผู้ช่วยคนใหม่
“ฟีนครับ ลุงเรียกผมว่าฟีนก็ได้ครับ” ชายหนุ่มเลือกจะบอกชื่อเล่นเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงว่าเขาเป็ใคร
“นี่ชุดฟอร์มของที่นี่ เราไปเปลี่ยนชุดแล้วเดี๋ยวลุงจะพาเราไปดูรอบๆ มหาลัยจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง” ลุงยอดเอ่ยพลางส่งชุดฟอร์มสีเทาอ่อนส่งให้ผู้ช่วยวัยละอ่อน
หลังจากเปลี่ยนชุดแล้วภวินทร์ก็ตามลุงยอดมายังโรงรถของมหาลัย
“ว่าแต่เราขับรถได้ไหม” ลุงยอดเอ่ยถาม
“ก็พอได้ครับ” ภวินทร์ตอบเพียงสั้นๆ ขณะเดินตามภารโรงสูงวัย
“งั้นดีเลย่เช้าเราก็มาตรวจดูสภาพรถของทางมหาลัยเบื้องต้น สตาร์ทเครื่องแล้วคันไหนเริ่มสกปรกฝุ่นเขรอะก็ล้างใน่ตอนเย็น ส่วนตอนสายๆ ก็ไม่มีอะไรมาแค่เก็บกวาดใบไม้ตามสวนตามสนามของมหาลัย อ่อ...อีกอย่างที่จะลืมไม่ได้หลังห้าโมงเย็นเราต้องไปช่วยงานห้องสมุดของมหาลัยด้วย เผื่ออาจารย์บรรณารักษ์้าให้ช่วยยกหนังสือยกลังหนังสือ” ลุงยอดแจงรายละเอียดหน้าที่ของงานแบบคร่าวๆ
“วันๆ นึงลุงต้องทำงานหนักแบบนี้ลุงไม่เหนื่อยบ้างเหรอ” ภวินทร์ถามด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ
“ก็เหนื่อยแต่ใจมันรักในอาชีพนี้ลุงก็เลยมีความสุขที่ได้ทำ อีกอย่างคุณท่านก็ดีกับลุงและครอบครัวมากลุงก็เลยอยากอยู่ดูแลที่นี่ให้คุณภาวัตท่านน่ะ”
ภวินทร์พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมบิดาของเขาถึงได้อยากให้เขามาเป็ผู้ช่วยภารโรงสูงวัยผู้นี้