หลังจากวันที่พ่อแม่ของเขากับน้าสาวของเธอตกลงกันว่าหนุ่มสาวทั้งสองจะต้องแต่งงานกันนั้นแองจี้ก็จับรถบัสหนีไปอยู่กับลุงในฟีนิกซ์ และโดยที่แองจี้มิได้รู้ตัวเลยที่ลุงโทรศัพท์ไปบอกน้าว่าเธอมาอยู่ที่บ้าน สิ่งที่ แองจี้รู้ในประการต่อมาก็คือเดคกับพ่อแม่ของเขาตามมาที่บ้านของลุง ความบีบคั้นทางครอบครัวทำให้เธอต้องจำใจแต่งงานกับเขาแต่ทว่า แองจี้ไม่อาจจะลดละความรู้สึกที่ว่าทุกครั้งที่มองหน้าเขาเธอจะได้พบเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้นได้เธอมิได้กลัวเขาเพียงแต่ว่ามิได้รู้จักเขาอย่างมากพอนอกเสียจากในยามที่อารมณ์เสน่หาเกิดขึ้นก็แล้วจะให้เธอใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะรักเขาได้หรือไม่อย่างไร?
เมื่อแองจี้ปฏิเสธที่จะเดินทางไปอยู่เท็กซัสกับเขาเดคก็ตกลงที่จะเช่าอพาร์ตเมนท์อยู่ในฟีนิกซ์ทั้งเขาและเธอจะอยู่ด้วยกันที่นั่นจนกว่าลูกจะเกิดขณะที่เขามองหาอพาร์ตเมนท์ที่ถูกใจ แองจี้ยังคงอยู่กับลุงและครอบครัวของท่านที่นั่นและแล้วเดคก็ได้ประจักษ์ว่าแองจี้จะไม่พอใจในอพาร์ตเมนท์แห่งไหนทั้งสิ้นที่เขาพาไปดูถ้ามันหมายถึงว่าเขาจะต้องอยู่ด้วย
แล้วทั้งคู่ก็เริ่มเป็ปากเป็เสียงกันแองจี้ไม่อาจยอมรับกับการที่จะต้องอยู่กินกับคนแปลกหน้าในฐานะภรรยาเขาได้ และเริ่มตระหนักว่าตัวเองก็ไม่สามารถจะเลี้ยงดูลูกที่เกิดมาได้ด้วยมันยังมีอะไรอีกมากมายนักที่เธอใคร่จะได้ใช้ชีวิตให้เป็ไปถ้าเรียนขั้นไฮสกูลไม่สำเร็จก็หมายถึงว่าเธอจะไม่มีโอกาสหางานทำเพื่อยังชีพทั้งเธอและลูกให้รอดและยิ่งกว่านั้น แองจี้ยังฝันถึงการที่จะได้เข้าเป็นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอีกด้วย
ถ้าเธอจะเป็มารดานอกสมรสแองจี้สามารถจะยกลูกให้เป็บุตรบุญธรรมของใครก็ได้แต่เธอเป็ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หนึ่งเดือนก่อนหน้าที่จะคลอดลูกแองจี้ก็เผชิญหน้ากับเดคเสนอความประสงค์ของเธอให้แก่เขา ว่าเดคจะต้องหย่าขาดจากเธอโดยอ้างว่าที่เขามาแต่งงานกับเธอเป็การทำไปตามหน้าที่เท่านั้นและเธอก็ยอมให้เขามีสิทธิ์ปกครองดูแลลูกที่ยังไม่เกิดได้มันเป็การตัดสินใจที่ไม่ง่ายเลยแต่แองจี้มั่นใจเสียแล้วว่าลูกของเธอจะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีพ่อแม่ของเดคก็ตื่นเต้นกับหลานคนแรกอยู่มาก แสดงความกระตือรือร้นจัดหาของขวัญมาเตรียมไว้ให้หลาน
แองจี้พิจารณาถึงความคิดของตนโดยละเอียดรอบคอบแล้วการตัดสินใจของเธอเต็มไปด้วยเหตุผล มีสติ และสามารถจะปฏิบัติได้ เดคยอมรับในข้อเสนอนั้นและเดินออกไปจากชีวิตของเธอเงียบๆแองจี้มิได้พบหน้าค่าตาเขาอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เธอเข้าโรงพยาบาลเดคเดินเข้ามาในห้องที่เธอนอนพักฟื้นหลังคลอดแล้ว ถามว่าเธออยากจะเปลี่ยนใจหรือไม่เมื่อแองจี้ตอบ “ไม่” เขาก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้เธอเซ็นโดยมีนางพยาบาลเป็พยานอยู่เดคมิได้พูดอะไรต่อแม้แต่คำเดียว จนเมื่อเดินออกจากห้องและจากชีวิตของเธอแองจี้ร่ำไห้อยู่เป็อาทิตย์
แม้หยาดน้ำตาจะเดือดแห้งไปแล้วแต่ความทุกข์ทรมานใจยังคงอยู่เป็ความทรมานที่ได้รู้ว่าตัวเองได้ให้กำเนิดแก่เด็กคนหนึ่ง แองจี้คิดว่าตัวเองสามารถจะทนและลืมได้แต่เธอไม่อาจจะลบความคิดถึงลูกไปจากใจได้ ไม่เคยเลิกคิดเลิกพะวงหาอย่างน้อยก็อยากจะรู้ว่าเป็ลูกผู้ชายหรือผู้หญิง? แกอยู่ดีหรือไม่หนอ? มีความสุขหรือเปล่า?
การที่ได้คิดถึงในสิ่งต่างๆที่ได้ล่วงเลยมาทำให้แองจี้คลายความตึงเครียดลงสีหน้าของเธอคลายความบึ้งตึงลงเมื่อหันกลับมามองเดคเขาเองก็กำลังยืนมองเธอเหมือนจะพิจารณาอยู่เงียบๆ ใจอ่อนลงเมื่อเห็นแววมาดร้ายในดวงตาของเขาสงบลง
“คุณไม่เห็นหรอกหรือคะเดค?”
แองจี้พูดราวจะให้เหตุผล
“ฉันจำเป็ต้องกลับมาจริงๆจำเป็ต้องได้เห็นลินดี้”
เธอใครที่จะได้บอกให้เขารู้ด้วยว่ามันน่าตื่นเต้นเพียงไร
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าแกมีความสุขสบายดีแค่ไหน”
แต่แววในดวงตาของเดคกลับกระด้างขึ้นมองเธออย่างประเมินอยู่
“คุณก็ได้เห็นแกแล้วนี่เห็นแล้วว่าแกสุขสบายดีเวลานี้ก็เท่ากับได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่้าจะเห็นแล้ว”เขาหยุดเว้นระยะ
“พรุ่งนี้เช้าคุณจะออกจากที่นี่ที่โมงล่ะ?”
แองจี้กัดริมฝีปากแน่นเบือนหน้ากลับไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง ก้มลงมองดูมือของตัวเองที่จับขอบโต๊ะนั้นไว้
“ฉันยังไม่ไปหรอกเดค”เธอตอบเรียบๆ
“ทำไมถึงไม่ไป?”
น้ำเสียงของเขาอีกก้องราวฟ้าคำรามขู่เข็ญคุกคามและขึ้งโกรธ เอื้อมมือมาคว้าต้นแขนของเธอไว้กระชากให้มันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา พร้อมกับคว้าแขนอีกข้างหนึ่งไว้
“ฉันไปไม่ได้จริงๆเดค”
แองจี้ใครที่จะได้ให้เขาเข้าใจ
“ที่จริงก็คิดว่าจะไปได้คิดว่าถ้าเห็นแกแล้ว มันจะพอกันแค่นั้น แต่มันไม่ได้เป็อย่างนั้นเลยฉันอยากเห็นแกอีก....อยากเห็นลูกตลอดไป อยากได้แกกลับมาเป็ของฉันนะ เดค”
นิ้วของเขาบีบรัดลงไปบนต้นแขนจนแองจี้ชาไปทั้งร่าง
“คุณคิดหรือว่าตัวเองจะเดินกลับเข้ามาในชีวิตของลูกง่ายๆเหมือนตอนที่เดินออกไป”
เขากระชากเสียงใส่
“คุณคิดจริงๆนะหรือว่าผมจะยอม”
“ทำไมถ้าฉันจะขอมาเยี่ยมเยียนแกบ้างมันเป็คำขอที่มากเกินไปอย่างนั้นหรือคุณเองก็ได้ลูกไว้กับตัวอยู่แล้วทำไมคุณจะแบ่งปันให้ฉันได้อยู่กับแกบ้างไม่ได้เลยงั้นหรือ?”
ฝ่ามือที่รวบอยู่ตรงต้นแขนบีบกระชับลงกว่าเดิมก่อนที่เดคจะผลักร่างเธอออกราวกับว่าเขาไม่้าจะแตะเนื้อต้องตัวเธออีกต่อไป
“ไม่ได้”
ขณะที่เขาผละออกนั้นแองจี้รู้ว่าเดคกำลังจะเดินออกไปจากห้อง เธอจึงวิ่งตามเขาไปคว้าแขนเขาไว้แต่เดคสลัดออกแองจี้วิ่งถลาไปขวางทางเขาไว้ ใช้หลังยันอยู่กับประตู
“ทำไมคุณไม่ฟังฉันบ้างค่ะ?”
เธอร้องถามอย่างโกรธจัดเมื่อเดคปัดข้อเสนอของเธออย่างไม่ไยดี
“ผมฟังคุณมามากแล้ว”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่แพ้กัน
“คุณควรจะคิดเสียให้รอบคอบก่อนที่จะทำให้สิ่งนั้นลงไปเวลานี้คุณกลับมาขอคืนสัญญาหรืออย่างน้อยก็บางส่วนละผมคิดว่าคุณคงหวังว่าผมจะเห็นใจสินะ ไม่มีทางหรอก”
“ก็แล้วลินดี้เล่า?”
แองจี้เถียงตระหนกไปกับความไร้เมตตาของเขา
“คุณไม่คิดบ้างหรือว่าแกเองก็้าความรักของแม่เหมือนกัน”
“ลินดี้มีความสุขดีอยู่แล้วเป็เด็กที่ถูกอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีเท่าที่แกจะมีและเป็ได้และทุกคนในเมืองนี้ก็รู้ว่า แม่ของแกตายไปแล้วรู้สึกว่าจะเป็การง่ายกว่าที่จะไปบอกลูกว่าแม่ไม่้าแกนะ”
“ฉัน...”
แองจี้อยากจะร้องค้านในวาจาประโยคนั้น
“คุณนึกไม่ออกมองภาพไม่เห็นจริงๆ น่ะหรือ ว่าแกจะสับสนสักแค่ไหนถ้าผมจะพาแกกลับบ้าน แล้วบอกว่าลินดี้นี่ไงแม่ของลูก ผมว่าถึงยังไงแกก็ไม่ตายหรอกถ้าไม่มีแม่น่ะ”
เดคเยาะให้แต่ก็เป็คำพูดที่มีเหตุผลอยู่
แองจี้ฉันไป
“มันไม่จำเป็ที่ที่คุณจะต้องไปบอกลูกว่าฉันเป็ใครคุณอาจจะแนะนำได้ว่าฉันเป็ญาติห่างๆเดค ฉันเพียงแต่อยากได้อยู่ใกล้ลูกเท่านั้นให้แกได้อยู่กับฉันสักวันเป็ครั้งคราวเท่านั้นนะ”
เธออ้อนวอน
“จะนานสักแค่ไหนล่ะ?”
ดวงตาของเขาชาเย็นยิ่งนัก
“นานสักแค่ไหนกว่าที่คุณจะเบื่อจากการเล่นเป็แม่สมมุติว่าตลอดเวลานั่นลินดี้เกิดรักคุณขึ้นมาแล้วคุณก็ทิ้งแกไปโดยลืมที่จะกลับมาหาแกอีก คุณคิดว่าแกจะเข้าใจเหมือนระยะเวลา 7ปีที่คุณทิ้งแกไปงั้นเรอะ?”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงทิ่มแทงตั้งใจจะให้แองจี้เจ็บช้ำขึ้นกว่าเดิม
“ฉันรับรองว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”
แองจี้บอก
“มันต้องเกิดแน่เพราะคุณเคยทำมาแล้ว”
เขากวาดตามองใบหน้าไม่ยอมรับความตั้งใจจริงที่ปรากฏอยู่
“ผมจะไม่มีวันยอมให้คุณทำความเสียใจให้กับลินดี้อีกคุณทำความเจ็บซ้ำให้ใครต่อใครมามากแล้ว แองจี้คุณใช้คนพวกนั้นแล้วก็ทิ้งขว้างไปอย่างไม่ไยดี พอเห็นหญ้าอ่อนขึ้นที่ไหนก็เป็ต้องไล่ตะครุบเพราะฉะนั้น เื่อย่างนี้จะเกิดกับลูกสาวผมได้ไม่”
“คุณคิดผิดถนัด”
แองจี้ร้องค้านขึ้นทันที
“ฉันไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย”
แต่จากแววในดวงตาของเดคเธอก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อดูจะเป็การยากที่เธอจะทำให้เขาเข้าใจ แองจี้ก้าวเข้าไปหาเขายกมือขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“ฉันโตขึ้นมากแล้วนะเดคความอยากที่จะเห็นลูกมันฝังอยู่ในตัวฉันเพิ่มมากขึ้นทุกที”
อย่างไม่รู้ตัวเลยที่เธอเอื้อมไปทาบฝ่ามือลงบนอกเสื้อของเขาดวงตาคู่สีเทาของเดคบอกความระวังระไวขึ้นจับตาดูเธออยู่
“มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับว่าฉันได้ทำความผิดพลาดที่ทิ้งลูกไปแต่ฉันก็คิดว่าคงจะทนได้ ฉันคิดว่าในที่สุดความเจ็บมันจะต้องคลายลงเมื่อเวลาผ่านไปแต่แกเป็ส่วนหนึ่งในตัวฉัน ฉันอยากอยู่ใกล้แกตลอดเวลาเหมือนที่คุณเป็อยู่ในเวลานี้”