ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 ร้องไห้ขอสินเดิม

            “จื้อเกาเสียค่าเล่าเรียนปีละสามตำลึงเงินนี่ไม่ทันไรก็ได้เงินสามตำลึงเงินแล้ว เป็นวาสนาใหญ่ของตาเฒ่าบ้านข้าแล้ว น้องจ้าวขอบคุณครอบครัวเจ้าจริงๆ” เฟิงซื่อรีบเข้าไปขอบคุณจ้าวซื่อจ้าวซื่อจึงได้รู้ว่าครอบครัวหาเงินได้มากมาย ทั้งยังทำเงินให้หวังไห่อีกด้วย

           จ้าวซื่อเป็นคนจริงใจ พูดยิ้มๆ ว่า “สามีท่านเป็นหัวหน้าหมู่บ้านมีเขาเป็นคนกลางเช่นนี้พวกเราก็วางใจ”

           ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงยามจ้าวซื่อก็เขียนสัญญาเสร็จจ้าวซื่อเป็นตัวแทนของบ้านหลี่ ซึ่งเป็นฝ่ายผู้ขาย หวังไห่เป็นตัวแทนคนกลางส่วนหูเอ้อร์และเหอซานเป็นตัวแทนผู้ซื้อ ทั้งสามเซ็นสัญญาประทับรอยนิ้วมือร่วมกัน

           หูเอ้อร์และเหอซานได้รับสัญญามาเรียบร้อยแล้ว ก็จ่ายเงินตรงนั้นเลยตั๋วเงินสามสิบตำลึงเงินถูกส่งให้ครอบครัวหลี่ก้อนเงินสามตำลึงเงินถูกส่งให้หวังไห่

           หวังไห่ไม่เคยได้รับเงินก้อนใหญ่อย่างง่ายดายเพียงนี้มาก่อนจึงรู้สึกยินดียิ่งนักสายตาที่มองไปทางครอบครัวหลี่ก็ดูสนิทสนมมากขึ้นไปอีก

           หลี่หรูอี้พาหูเอ้อร์และเหอซานเข้าไปในครัวสอนวิธีทำแป้งย่างใส่ไข่ให้พวกเขาด้วยตนเอง

           หูเอ้อร์และเหอซานจึงค่อยเข้าใจกระจ่าง “ที่แท้แป้งย่างใส่ไข่ต้องใช้แป้งลวกนี่เอง”

           หลี่หรูอี้กล่าวว่า “เมื่อลวกแป้งเรียบร้อยแล้ว ให้แบ่งแป้งออกเป็นแผ่นเล็กและแผ่นใหญ่ นำแป้งแผ่นเล็กไปจุ่มน้ำมันแล้วนำแป้งแผ่นใหญ่ไปห่อกับแผ่นเล็ก จากนั้นจึงนำแป้งลงย่างรอให้พองขึ้นมาก่อนแล้วใช้ตะเกียบเจาะรู จากนั้นจึงกรอกแป้งย่างลงไปข้างในห้ามมีรูรั่วเป็นอันขาด ย่างอีกเล็กน้อยก็จะเป็นแป้งย่างใส่ไข่แล้วเจ้าค่ะ”

           หูเอ้อร์และเหอซานอดรนทนไม่ไหวลงมือทำแป้งย่างใส่ไข่ด้วยตนเองเดี๋ยวนั้นเลย

           เดิมทีทั้งสองก็เป็นพ่อครัวใหญ่ที่ถนัดอาหารประเภทแป้งอยู่แล้วพวกเขาขอรับคำสั่งสอนอย่างถ่อมตัว เมื่อมีหลี่หรูอี้เป็นคนชี้แนะให้ด้วยตนเองไม่นานก็ทำสำเร็จ

           “แป้งย่างใส่ไข่ดูเหมือนง่าย แต่ความจริงมีจุดสำคัญอยู่สองอย่างก็คือต้องใช้แป้งลวกและต้องนำแป้งแผ่นใหญ่มาห่อแป้งแผ่นเล็ก”

           “ก่อนหน้านี้พวกเราสองพี่น้องทดลองทำกันนานมาก แต่ก็ไม่สำเร็จไม่รู้เลยว่ามีจุดสำคัญอยู่สองจุดเช่นนี้”

           เสียงหัวเราะเบิกบานใจของทั้งสองดังแว่วออกมาจากในครัว ทั้งยังมีเสียงของหลี่หรูอี้กล่าวชมเชยเจือมาด้วย “ท่านอาทั้งสองทำแป้งย่างใส่ไข่ได้ดีกว่าข้าอีกเจ้าค่ะ”

           ตอนนี้ทั้งสองไม่กล้ามองว่า หลี่หรูอี้เป็นสตรีชาวบ้านธรรมดาอีกแล้ว “พวกข้าขอตัวก่อน”

           “วันหน้าหากมีวาสนาค่อยพบกันใหม่พวกเราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้”

           ก่อนจากไปทั้งสองไม่ได้บอกฐานะที่แท้จริงเพราะกลัวว่าจะมีปัญหาที่ไม่จำเป็นตามมาภายหลัง

           หวังไห่ หลี่อิงฮว๋า และหลี่หมิ่นหานพาคนทั้งสองออกไปส่งถึงปากทางหมู่บ้าน เมื่อทั้งคู่ขี่ม้าจากไปแล้วคนในหมู่บ้านก็พากันล้อมเข้ามาสอบถาม

           “พวกเขาไม่ใช่ญาติของพี่น้องหลี่ซาน เป็นเพียงคนในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้นพวกเขารีบเร่งมาไม่ทันเตรียมของขวัญมาให้บ้านหลี่ จึงอยู่กินแป้งย่างไม่กี่แผ่นแล้วก็รีบกลับไปหาหลี่ซานที่เมืองเยี่ยน” หวังไห่พูดโกหกราวกับเป็นเรื่องจริง

           “ที่แท้พวกเขาก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกับหลี่ซาน”

           “ข้าได้กลิ่นแป้งย่างใส่ไข่โชยมาจากห้องครัวของบ้านหลี่ด้วยบ้านหลี่ไม่ได้ของขวัญอะไร แต่ก็ทำอาหารให้ทั้งสองคนนั้นกินหรือ”

           “พวกเขาสวมชุดผ้าไหมทั้งยังขี่ม้าตัวใหญ่แต่กลับขี้งกไม่ยอมซื้อของขวัญมาให้บ้านหลี่สักชิ้น”

           “ไม่เคยเห็นผู้ใดขี้งกเพียงนี้มาก่อน ญาติจากทางไกลมาเยี่ยมมือเปล่าแล้วยังมาขอข้าวกินอีก”

           สตรีปากยื่นปากยาวหลายคนในหมู่บ้านจงใจพูดค่อนแคะหูเอ้อร์และเหอซานทางด้านหลังของหลี่อิงฮว๋าและหลี่หมิ่นหาน

           หวังไห่กล่าวเสียงดัง “ข้าบอกแล้วทั้งสองไม่ใช่ญาติของครอบครัวหลี่ เป็นแค่คนในหมู่บ้านเดียวกันคนในหมู่บ้านเดียวกันจะต้องให้ของขวัญกันทำไม อ้อ...ปกติพวกเจ้ามาหาภรรยาข้าเพื่อพูดคุยเรื่องทั่วไป ก็นำของขวัญมาให้ด้วยหรือ”

           สตรีปากยื่นปากยาวหลายคนหัวเราะไม่ออก

           เฟิงซื่อยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของตนเมื่อเห็นหลี่อิงฮว๋าและหลี่หมิ่นหานเดินผ่านมา จึงรีบหยิบตะกร้าใส่ถั่วลิสงขึ้นมาเดินเข้าไปพูดยิ้มแย้มว่า “ข้าเพิ่งคั่วเสร็จเมื่อครู่นี้ยังร้อนอยู่เลย พวกเจ้าเอากลับบ้านไปกินเป็นของว่างเถิด”

           หวังไห่เห็นเฟิงซื่อรู้ความเช่นนี้ก็รู้สึกยินดีเดินเข้าไปในบ้านของตนแล้วตรงไปยังห้องโถง นำก้อนเงินสามตำลึงเงินไปมอบให้นาง

           เฟิงซื่อกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ “นี่เป็นค่าเรียนให้จื้อเกาของพวกเราได้หนึ่งปีพอดี”

           หวังไห่หัวเราะเสียงดัง

           เฟิงซื่อกล่าวอย่างลำพองใจว่า “ก่อนหน้านี้ข้าให้น้องจ้าวหยิบยืมเงินไปไม่คิดว่าจะได้รับการตอบแทนจากนางด้วย นางเป็นคนที่รู้จักบุญคุณจริงๆท่านดูเอาเถิด ไม่ว่ามีเรื่องดีอะไรนางก็มาหาข้าก่อน แม้แต่หม่าซื่อก็ยังสำคัญน้อยกว่าข้า”

           หวังไห่ยิ้มบางๆ “ข้ายังไม่ทันได้บอกเจ้า เมื่อวานมีสองครอบครัวในตำบลจินจีจะก่อเตียงเตาพวกเขาให้ข้าพาคนไปพรุ่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะไปสร้างเตียงเตาข้างนอกข้าต้องรีบไปตรวจสอบสักหน่อย ไปตั้งแต่เช้า คงจะกลับมืดๆ”

           เฟิงซื่อกล่าวอย่างยินดี “ยังไม่ทันจะเข้าฤดูหนาวก็มีคนขอให้ท่านสร้างเตียงเตาแล้วหรือ”

           หวังไห่พูดยิ้มๆ “ใช่แล้วข้าก็คิดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วเช่นนี้ สองครอบครัวนั้นให้เงินมัดจำมาแล้วแปดสิบทองแดงเดี๋ยวพอข้าตื่นนอนค่อยไปตามคนมาขุดดินที่ภูเขา”

           “ข้าจะไปซื้อเนื้อในตำบลสักหน่อยตอนเย็นจะทำเนื้อผัดที่ท่านชอบที่สุดให้กิน แล้วจะซื้อสุรากลับมาให้ด้วย” หลังจากแยกบ้านกันแล้ว ยังไม่เคยซื้อเนื้อกินกันสักครั้งวันนี้ได้รับวาสนาจากครอบครัวหลี่ ไม่ทันไรก็ได้เงินสามตำลึงเงิน จะต้องกินดีๆสักมื้อ

           หวังไห่มองแผ่นหลังอันผอมบางของเฟิงซื่อ กล่าวเสียงดังว่า “รอข้าก่อเตียงเตาหาเงินได้ก่อนจะซื้อผ้าไหมมาตัดเย็บชุดใหม่ให้พวกเจ้าสามแม่ลูก”

           หวังเยี่ยนยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องโถงได้ยินบทสนทนาของพ่อแม่เข้าพอดีในใจรู้สึกยินดียิ่ง ทั้งยังซาบซึ้งต่อบ้านหลี่มากขึ้นด้วย

           เฟิงซื่อถาม “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าไปที่ตำบลกับข้าสักหน่อยเป็นอย่างไร”

           หวังเยี่ยนยิ้มตอบ “ประเดี๋ยวข้าจะไปต้มชาเก๊กฮวยให้ท่านพ่อเจ้าค่ะท่านพ่อตื่นมาจะได้มีกิน”

           หวังไห่ที่อยู่ในห้องโถงกล่าวเสียงดัง “เยี่ยนเอ๋อร์รอข้าก่อเตียงเตาหาเงินได้เสียก่อน จะเพิ่มเงินสินเดิมให้เจ้า”

           “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ” หวังเยี่ยนยินดียิ่งนักนี่เป็นครั้งแรกที่หวังไห่กล่าวเช่นนี้

           บ้านของหวังลี่ตงอยู่ติดกันเพียงกำแพงกั้น ชวีหงใช้สองมือเท้าสะเอวก่นด่าหวังซานนิวบุตรีคนที่สามที่กำลังจะแต่งงานไปว่า “เจ้าผลาญเงินทองมากมายเพียงนี้ยังมีหน้ามาขอให้เพิ่มสินเดิมอีกหรือ”

           “สินเดิมของพี่รอง แค่เงินก็ห้าตำลึงเงินแล้ว ข้าได้เพียงห้าร้อยทองแดงน้อยกว่าตั้งสิบเท่า…” หวังซานนิวอายุสิบห้าแล้วนางมีรูปร่างบอบบาง ใบหน้าดูละม้ายคล้ายกับหวังลี่ตงมากๆ แต่ดูดีกว่าชวีหงตอนสาวๆมากนัก เพียงแต่ผิวดำไปสักหน่อยทำให้ดูไม่ดี ดูเป็นสตรีที่ทำงานหนักตรากตรำ

           ชวีหงเลิกคิ้วขึ้น “ข้าไม่มีบุตรชายต้องเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่า เจ้าไม่ได้สืบทอดสกุล ไม่ได้เลี้ยงดูข้ายามแก่เฒ่าต่อให้เจ้าร้องไห้เพียงใดข้าก็ไม่เพิ่มให้เจ้าแม้แต่ทองแดงเดียวต้องการเพิ่มสินเดิมหรือ หากมีความสามารถก็ไปขอกับปู่ของเจ้าโน่น”

           หวังลี่ตงมองไปยังใบหน้าที่บูดเบี้ยวของชวีหงตำหนิว่า “เจ้าพูดให้มันน้อยๆ หน่อย”

           สายตาดุดันของชวีหงมองมาทางหวังลี่ตง กล่าวค่อนแคะไปว่า “เจ้าก็อีกคน ขี้เกียจแทบตายแล้ว ไม่ยอมไปสร้างกำแพงเมืองไม่ยอมไปทำงานที่ตำบล เอาแต่นอนขี้เกียจอยู่ที่บ้านหลังเก็บเกี่ยวฤดูร้อนก็ไม่ได้หาเงินกลับมาสักทองแดงเดียว ข้านี่โชคร้ายจริงๆที่มาแต่งกับเจ้า!”

           หวังลี่ตงตวาดกลับ “ว่าแต่ข้า ดูตัวเองก่อนเถิดวันๆ ก็เอาแต่นั่งอยู่ในบ้านไม่ทำอะไรไม่ใช่หรือ”

           “ข้าเป็นสตรี เจ้าเป็นบุรุษ ยังมาตำหนิที่ข้าไม่ทำงานอีก ไร้สาระจริงๆข้าไม่ทำ” ชวีหงทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างโกรธเกรี้ยว

           หากเป็นในยามปกติหวังซานนิวต้องเข้าไปประคองชวีหงเป็นแน่แต่ระยะนี้เรื่องแต่งงานและเรื่องสินเดิมทำให้นางเสียใจจึงไม่ยอมทำเช่นเดิมนางเดินกระแทกเท้าไปที่ลานด้านหน้าเพื่อไปหาหวังไห่

           หวังเยี่ยนเห็นหวังซานนิวผู้เป็นหลานสาวของตนก็ยื่นมือไปขวางไว้กล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “ซานนิว ท่านพ่อกำลังหลับเจ้ามีอะไรก็รอเขาตื่นก่อนค่อยพูดเถิด”

           หวังซานนิวไม่เคยให้ความเคารพหวังเยี่ยนมาตั้งแต่เด็กแล้วรวมกับที่ตนอายุมากกว่าหวังเยี่ยน จึงไม่เห็นสตรีผู้นี้อยู่ในสายตา ตะคอกไปว่า “ไม่ได้ ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องการพบท่านปู่”

           “ให้นางเข้ามาเถิด” ในน้ำเสียงของหวังไห่ไม่มีความยินดีหรือขุ่นเคืองแม้แต่น้อย

           “หลีกทาง!” หวังซานนิวผลักหวังเยี่ยนจากนั้นจึงเปิดประตูห้องนอนเดินเข้าไปเห็นหวังไห่นั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างเตียงจึงคุกเข่าลงร้องห่มร้องไห้ “ท่านปู่ หลานสาวท่านได้สินเดิมน้อยนัก ท่านต้องเพิ่มให้ข้านะเจ้าคะ”

           .......................................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577