คำเตือน
เื่นี้เป็เพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ทุกบุคคลและทุกเหตุการณ์เป็เื่สมมุติทั้งสิ้น
ตัวละคร
กิตติศักดิ์ นักโทษคดีวางแผนฆ่าเพื่อนร่วมงานและฆ่าน้องสาวของสารวัตร
อิทธิชัย สารวัตร ผู้มีความแค้นกับนายกิตติศักดิ์ อดีตเพื่อนรัก เขาทำทุกอย่างเพื่อทำให้นายกิตติศักดิ์ทุกข์ทรมาน
ชลธิชา สาวสวยประจำร้านเบเกอรี่และเป็อดีตแฟนสาวของนายกิตติศักดิ์ เนื่องจากกิตติศักดิ์ติดคุกเป็เวลาหลายปี เธอจึงเปลี่ยนใจไปแต่งงานกับอิทธิชัย
วิภาวดี อดีตแฟนสาวของสารวัตร เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่แม่เลือกให้ อีกทั้งยังกลัวเกรงพฤติกรรมของกัญญารัตน์ เลยไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับสารวัตร
กัญญารัตน์ น้องสาวบุคลิกห้าวๆของนายกิตติศักดิ์ เธอทำงานเป็พยาบาลหามรุ่งหามค่ำเพื่อเก็บเงินซื้อที่ดินเพื่อให้พี่ชายออกมาทำมาหากินหลังจากติดคุกมานาน
อัญญิภา น้องสาวของสารวัตรที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีพยานเห็นว่าเธอถูกนายกิตติศักดิ์ลักพาตัว และคาดการณ์ว่าเธอน่าจะตายไปแล้ว แต่ยังไม่พบศพ
จลศักดิ์ นายแพทย์ซึ่งเป็พ่อหม้าย เขาหย่าขาดจากภรรยาแล้ว เลยหันมาจีบกัญญารัตน์
ตอนที่ 1
ณ เรือนจำกลาง
วันนี้เป็วันจันทร์ กัญญารัตน์ซึ่งเป็พยาบาลสาวไม่มีเวรที่โรงพยาบาลใน่เช้า เธอจึงถือโอกาสไปเยี่ยมพี่ชายที่เรือนจำกลาง
“พี่สบายดีใช่มั้ยคะ ทำไมถึงมีร่องรอยฟกช้ำบนใบหน้าแบบนั้น” กัญญารัตน์มองพี่ชายด้วยความเป็ห่วง
“เป็เื่ธรรมดาน่า ไม่ต้องห่วงพี่หรอก ว่าแต่เราก็ไม่แพ้กัน โหมขึ้นเวรดึกมากเกินไปหรือเปล่า ต้องพักผ่อนบ้างรู้มั้ย ดูซิขอบตาคล้ำจนเป็หมีแพนด้าได้แล้ว” กิตติศักดิ์แซวน้องสาว
“พี่ก็พูดเกินไป” กัญญารัตนกล่าวยิ้มๆ
“ว่าแต่สามเดือนมานี้ชลธิชาไปไหนแล้ว ทำไมเขาถึงไม่มาเยี่ยมพี่บ้างเลย” กิตติศักดิ์สงสัย
“งานเธอคงยุ่งค่ะ หากเธอว่างคงมาเยี่ยมพี่” กัญญารัตน์พูดด้วยสายตามีพิรุธ
“อย่างนั้นเองหรอ อื้อใกล้หมดเวลาแล้ว น้องกลับไปเถอะ พี่สบายดี ของที่น้องนำมาให้มันก็เพียงพอแล้วล่ะ” กิตติศักดิ์มองนาฬิกา
“มีอะไรขาดเหลือก็บอกนะพี่” กัญญารัตน์กล่าว
“อื้อ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ยัยกัญ” กิตติศักดิ์ลุกขึ้นแล้วหันหลัง เขาพยักหน้าให้กับเ้าหน้าที่
กัญญารัตน์รู้สึกสงสารพี่ชายจับใจ ตอนนี้ชลธิชาหันไปคบกับสารวัตรแทนแล้ว เธอนั้นไม่อาจบอกพี่ชายตัวเองได้ กลัวพี่ชายเสียใจ ตอนนี้เธอทำได้แต่มองดูพี่ชายเดินกลับเข้าไปในสถานกักกัน
และกัญญารัตน์ทำได้เพียงแต่เฝ้ารอพี่ชายตนออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่เท่านั้น
******************************************
สัปดาห์ต่อมา กัญญารัตน์ก็มาเยี่ยมพี่ชายที่เรือนจำกลางอีก แต่ทว่าพี่ชายกลับไม่ยอมออกมาพบเธอ ด้วยความที่ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เธอมาเยี่ยมพี่ชายเป็ประจำ จึงทำให้เธอสนิทกับเ้าหน้าที่ที่นั่น เลยแอบถามความเป็ไป
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอคะ หรือว่าเกิดเื่กับพี่กิตติศักดิ์” กัญญารัตน์รีบถาม
“เอ่อ ก็ไม่มีอะไรนะคะ พี่ชายคุณก็แข็งแรงดี แต่มันคงเป็เพราะ…” เ้าหน้าที่พูดตะกุกตะกัก
“เป็เพราะอะไร ได้โปรดบอกฉันเถิดนะคะ” กัญญารัตน์ขอร้อง
“มีผู้ชายคนนึง เขาส่งการ์ดแต่งงานมาให้พี่ชายคุณค่ะ แล้วหลังจากนั้นพี่ชายคุณก็ดูซึมเศร้า ยังดีที่เขายอมกินข้าวนะคะ ไม่ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง” เ้าหน้าที่ยอมเล่า
“ทำไมเขาถึงกล้าทำแบบนี้คะ” กัญญารัตน์เผลอว่าผู้ชายคนนั้น
“เขาคง้าไม่ให้พี่ชายคุณไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนเขาอีก ฉันคิดว่าก็น่าเห็นใจผู้หญิงนะคะ เธอคงรับไม่ได้หรอกค่ะที่มีแฟนเป็นักโทษ” เ้าหน้าที่กล่าวตามประสบการณ์
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ยอมบอกฉัน แล้ววันหลังฉันจะมาใหม่ค่ะ” กัญญารัตน์ยกมือไหว้ด้วยความนับถือ
******************************************
กัญญารัตน์โกรธมาก เธอบุกไปที่โรงพักเพื่อไปพบสารวัตรอิทธิชัยทันที เธอรีบเดินเข้าไปในห้องของสารวัตรแบบไม่กลัวเกรงใคร
“เอ่อ ผมขอโทษครับท่านสารวัตร ผมห้ามเธอแล้ว แต่เธอไม่ยอมฟัง” จ่ายศกล่าว
“ไม่เป็ไรครับ คุณออกไปเถอะ จ่ายศ” สารวัตรรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มาด้วยเื่อะไร
“ครับผม” จ่ายศเดินออกไป
“มีเื่อะไรไม่ทราบ บุกมาถึงที่นี่เชียว คุณคงลืมสัญญาแล้วสินะ ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวและไม่เข้าใกล้ผมอีก” สารวัตรทวงสัญญา
“ฉันไม่เคยลืมค่ะ ฉันเองก็ไม่อยากเข้าใกล้คุณนักหรอก แต่ฉันมาด้วยเื่พี่ชายฉัน” กัญญารัตน์กล่าว
“พี่คุณคงเห็นการ์ดแต่งงานผมแล้วสินะ เขาคงไม่มายุ่งเกี่ยวหรือติดต่อแฟนผมอีก” สารวัตรยิ้มอย่างสมใจ
“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้คะ คุณอยากให้พี่ชายฉันขาดใจตายในคุกหรือยังไง” กัญญารัตน์รีบต่อว่า
“มันก็สมกับความผิดที่เขาทำไม่ใช่หรอครับ เขากล้าเข่นฆ่าเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งยังกล้าฆ่าน้องสาวผมอีก แค่นั้นยังไม่พอ เขายังไม่ยอมบอกที่ซ่อนศพน้องสาวผมอีก” สารวัตรพูดด้วยสายตาโกรธแค้น
“แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมคิดบ้างว่าพี่ชายฉันถูกปรักปรำ ถึงไม่รู้ที่ซ่อนศพน้องสาวคุณล่ะคะ” กัญญารัตน์กล่าวเพราะเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย
“มีพยานพบเห็น และมีกล้องวงจรปิดเห็นน้องสาวผมไปหาเขานะครับ คุณเองก็อย่าลืมเื่นี้” สารวัตรกล่าว
“เอาล่ะค่ะ ฉันคงทำอะไรไม่ได้ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าก็แล้วกัน ลาล่ะค่ะ” กัญญารัตน์หันหลังเตรียมเดินออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวสิ ต่อไปคุณห้ามเข้าใกล้ผมและแฟนผมอีกนะครับ อย่าหาว่าผมไม่เตือน” สารวัตรกล่าว
“ค่ะ ต่อไปพวกเราคงไม่ได้เจอกันอีก” กัญญารัตน์พูดทั้งๆที่หันหลังให้เขา
กัญญารัตน์รีบเดินออกไปทันที เธอรู้สึกเสียใจที่ทำไมชลธิชาถึงเลือกผู้ชายหลงตัวเองคนนี้แต่งงานด้วย เธอทำได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินจากไปเท่านั้น
******************************************
อิทธิชัยรู้สึกสะใจที่เห็นอดีตเพื่อนรักเ็ป เขาเลยตั้งใจไปเยี่ยมกิตติศักดิ์ถึงที่เรือนจำกลาง
“นายยัง้าอะไรอีก” กิตติศักดิ์มีสีหน้าโกรธจัด
“อ้าว นายก็ยังสบายดีนี่นา นึกว่าจะช้ำใจตายเพราะอกหักเสียอีก” อิทธิชัยจงใจพูดเยาะเย้ย
“ฉันยังไม่ตาย นายคงรู้สึกเสียใจสินะ” กิตติศักดิ์กล่าว
“ใช่เสียใจมาก แต่ยังไงฉันก็ยังอยากรู้ที่ซ่อนศพน้องสาวฉัน นายบอกมาเถอะ ยังไงนายก็ควรละอายใจบ้าง ศพของเธอจะได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนา และดวงิญญาของเธอก็จะได้ไปสู่สุคติ ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ” อิทธิชัยพยายามพูดด้วยดีๆ
“ฉันไม่รู้ ฉันบอกได้แค่นี้” กิตติศักดิ์กล่าว
“นี่นาย” อิทธิชัยนึกฉุน
“นายมีเื่แค่นี้ใช่มั้ย ฉันยินดีกับนายล่วงหน้าก็แล้วกัน” กิตติศักดิ์ลุกหนีทันที
“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป” อิทธิชัยพยายามรั้งตัว
อิทธิชัยรู้สึกเจ็บใจที่ป่านนี้กิตติศักดิ์ก็ยังไม่ยอมบอกที่ซ่อนศพน้องสาวเขาอีก เขาทำได้แต่เดินคอตกกลับบ้านเท่านั้น ตอนนี้นอกจากสืบคดี เขายังจะต้องยุ่งเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานระหว่างเขากับชลธิชา
******************************************
สัปดาห์ต่อมา กัญญารัตน์มาเยี่ยมพี่ชายที่เรือนจำกลางอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เพราะพี่ชายไม่ยอมออกมาพบเธอ
“มันเกิดอะไรขึ้นคะ หรือว่าเขายังทำใจไม่ได้อีก” กัญญารัตน์รีบถามเ้าหน้าที่
“คงไม่ใช่หรอกครับ พี่ชายคุณถูกซ้อมในคุก ตอนนี้กำลังพักรักษาตัวครับ” เ้าหน้าที่ยอมเผย
“อะไรนะคะ ทำไมปล่อยให้มีเื่แบบนี้คะ” กัญญารัตน์โวยวาย
“มันเป็เื่ที่ควบคุมยากนะครับ” เ้าหน้าที่กล่าว
“ขอบคุณค่ะ ที่คุณยอมบอก” กัญญารัตน์ทำได้แต่ทำใจ
กัญญารัตน์จึงกลับไปเตรียมตัวขึ้นเวรบ่าย
******************************************
ณ โรงพยาบาล วันนี้กัญญารัตน์มาก่อนเวลาตั้งหนึ่งชั่วโมง
“อ้าวเป็ไง วันนี้มาแลกเวรเร็วนะ” พี่พยาบาลาุโกล่าว
“รู้สึกเบื่อๆค่ะพี่” กัญญารัตน์กล่าวอย่างเซ็งๆ
“งั้นเอาหนังสือเล่มนี้ไปอ่านพลางๆก่อนก็แล้วกัน ยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนเวรเลย” พี่พยาบาลยื่นหนังสือให้
“ขอบคุณค่ะพี่” กัญญารัตน์ยกมือไหว้แล้วรับมาอ่าน
กัญญารัตน์พลิกหนังสือมาดู ก็เห็นว่าเป็เื่ราวเกี่ยวกับเรือนกาญจนา เธอก็เลยลองอ่าน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพอดี เธอก็อ่านจนจบ ในใจคิดว่า “เรือนกาญจนามีจริงงั้นหรอ และพวกเราสามารถขอพรได้จริงงั้นหรอ” สักพักเธอก็เลยถ่ายภาพแผนที่เก็บไว้ เพราะบางทีเธออาจจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเธอเอง
กัญญารัตน์ได้ทำงานดูแลคนไข้ผู้หญิง ตอนนี้ได้เวลาวัดไข้และทานยา เธอจึงรับหน้าที่ไปแจกยาให้ผู้ป่วยตามเตียงต่างๆ
พอถึงเวลาลงเวร ซึ่งประมาณห้าทุ่ม เธอก็เลยเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล แต่ทว่า อยู่ดีๆมีใครก็ไม่รู้โปะยาสลบเธอ
พยาบาลสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก็พบว่า เธอนอนอยู่บนเตียงนุ่มในสภาพที่ข้อมือผูกติดกับหัวเตียง และเธอก็ได้เห็นหน้าตาคนร้ายเต็มตา
“นี่คุณบ้าไปแล้วหรอคะ คุณเป็ตำรวจกล้าทำร้ายประชาชนแบบนี้ได้ยังไง” กัญญารัตน์กล่าว
“ผมไม่ลากคุณเข้าคุกก็บุญแค่ไหนแล้วครับ” สารวัตรพูดอย่างโกรธๆ
“หมายความว่ายังไง ฉันไปทำอะไรให้คุณ” กัญญารัตน์งง
“คุณลักพาตัวเ้าสาวของผมหนีไปใช่มั้ย” สารวัตรกล่าว
“ฉันว่าเธอหนีไปเองต่างหาก ไม่มีใครลักพาตัวเธอหนีไปหรอก เธอคงทนคุณไม่ได้หรอกค่ะ” กัญญารัตน์กล่าว
“ปากดี โดนมัดขนาดนี้แล้วยังไม่กลัวอีก คุณจะยอมบอกดีๆมั้ย” สารวัตรเข้าไปคร่อมตัวสาวน้อยไว้
“นี่คุณจะทำอะไร อย่าเข้ามานะ” กัญญารัตน์ใมาก เธอพยายามดิ้นหนี
สารวัตรแค่จะขู่พยาบาลสาวเท่านั้น เข้าเลยแกล้งทำท่าจะจูบและหอมเธอ
ด้วยความกลัว กัญญารัตน์จึงแกล้งยอมรับสารภาพทั้งๆที่เธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชลธิชาอยู่ที่ไหน
“ยอมแล้ว ฉันยอมบอกแล้ว” กัญญารัตน์กล่าว
“แค่นี้ก็จบ” สารวัตรรีบลุกออกจากเตียงทันที
“ในมือถือ มีแผนที่ คุณไปตามแผนที่ก็คงเจอเองนั่นแหละ” กัญญารัตน์ยอมโกหกเพื่อให้รอดจากสถานการณ์แบบนี้
สารวัตรหยิบมือถือของกัญญารัตน์มาดูก็พบว่ามีภาพแผนที่จริงๆ เขาก็เลยนำมือถือของเธอมาเก็บไว้ พร้อมกับแก้มัดให้เธอ
กัญญารัตน์ได้โอกาส รีบเตะผ่าหมากแล้วเตรียมวิ่งหนี แต่เขารีบคว้าตัวเธอได้ทันพอดี พร้อมกับนำกุญแจมือคล้องไปที่ข้อมือพยาบาลสาวและข้อมือของเขา ทำให้ทั้งสองต้องผูกติดกัน
“ปล่อยฉันนะคะ ในเมื่อคุณได้แผนที่ไปแล้วนี่” กัญญารัตน์รีบท้วง
“ผมต้องเจอตัวคุณชลธิชาก่อน ผมถึงจะยอมปล่อยคุณ” สารวัตรพูดทั้งๆที่ยังเจ็บส่วนนั้น
“ตอนนี้มันดึกมากแล้วนะคะ” กัญญารัตน์เริ่มง่วงนอน
“ผมต้องรีบตามหาแฟนผม คงไม่มีเวลามารอคุณนอนพักหรอกนะ” สารวัตรเป็ห่วงชลธิชา
กัญญารัตน์จำใจต้องเดินตามเขาไปขึ้นรถ ตอนนี้เธออยู่ในสภาพจับมือกับอิทธิชัย ทำให้ดูเหมือนทั้งสองเป็แฟนที่รักกันมาก แต่ภายในใจทั้งคู่ขยะแขยงกันมาก และทั้งคู่ไม่อาจเปิดเผยกุญแจมือให้ใครเห็นได้ เพราะกลัวคนภายนอกสงสัยและใ
ตำรวจหนุ่มจึงต้องขับรถตามแผนที่ในมือถือ ในขณะที่กัญญารัตน์เหนื่อยจากการขึ้นเวร เธอก็เลยนอนหลับอย่างง่ายดาย
******************************************
พอถึงตีสาม รถนายตำรวจก็มาจอดอยู่หน้าป่าแห่งหนึ่ง เขาคิดในใจว่า “ทำไมเธอช่างมีความพยายามมากขนาดนี้ กล้าจับแฟนเขามาไกลถึงขนาดนี้ได้ยังไง”
สักพักนายตำรวจก็รีบปลุกกัญญารัตน์ที่หลับอย่างสบายทันที “นี่คุณ ถึงแล้ว ตื่นได้แล้ว”
“ถึงเรือนกาญจนาแล้วหรอคะ” กัญญารัตน์สะลึมสะลือพูด
“อะไรนะ คุณว่าใหม่ซิ” สารวัตรได้ยินไม่ชัด
กัญญารัตน์เพิ่งได้สติว่าเธออยู่กับสารวัตรก็เลยพูดใหม่ว่า “อ้อ ถึงแล้วหรอ งั้นก็รีบเข้าไปในป่าเถอะค่ะ”
“นี่คุณถึงขั้นจับแฟนผมเข้าไปในป่าเลยหรอครับ” สารวัตรสงสัย
“ค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณหาตัวเธอเจอไง” กัญญารัตน์แกล้งพูด
กัญญารัตน์ต้องออกทางประตูคนขับ เธอก็เลยรีบบ่นทันที “คุณไขกุญแจมือเถอะ ฉันไม่หนีไปไหนหรอก”
“ไม่ ผมไม่หลงกลคุณหรอก รีบเดินไปเร็วเข้า” สารวัตรลากแขนเธอให้เดินไปด้วยกัน
ชายหญิงจับมือกันเดินเข้าไปในป่า อย่างกับแฟนกัน ในใจกัญญารัตน์ก็อยากจะรู้สึกโรแมนติกอยู่หรอก ถ้าผู้ชายที่จับมือด้วยจะไม่ใช่สารวัตรหน้าโหด
ทั้งสองเดินเข้าไปในป่าลึก แต่ยังไม่ถึงเสียที จนกระทั่งทั้งสองได้เห็นเรือนสีทองปรากฏชัดแก่สายตาของคนทั้งคู่
“เรือนกาญจนามีจริงด้วย” กัญญารัตน์เผลอพูด
“อะไรนะ เรือนสีทองนี้ชื่อเรือนกาญจนางั้นหรอ” สารวัตรสงสัย
“ใช่แล้วค่ะ นี่คือเรือนกาญจนา” อุไรปรากฏตัว
“คุณเป็ใครน่ะ” สารวัตรรีบถาม
“ฉันชื่ออุไร เป็ดวงิญญาที่ดูแลเรือนหลังนี้” อุไรยอมเผย
“ไหนว่าคุณจะพามาหาชลธิชาไง แล้วทำไมคุณถึงพาผมมาที่เรือนผีแบบนี้” สารวัตรต่อว่าพยาบาลสาว
“พูดให้มันดีๆหน่อยสิคะ นี่เป็เรือนกาญจนา อีกอย่างผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรอกว่าแฟนคุณอยู่ที่ไหน เธอหลอกคุณก็เพราะคุณจะลวนลามเธอเท่านั้นเอง” อุไรกล่าว
“ทำไมคุณถึงรู้ทุกอย่างแบบนี้ครับ” สารวัตรสงสัย
“เอาล่ะค่ะ ขอฉันคุยกับคุณกัญญารัตน์เถอะนะคะ ยังไงคุณก็ไม่รู้หรอกว่าชลธิชาอยู่ที่ไหน” อุไรรีบพูดตัดบท
“ฉันสามารถขอพรได้จริงหรอคะ” กัญญารัตน์สงสัย
“ได้ค่ะ แต่คุณต้องทำงานแลกเปลี่ยนเท่านั้น” อุไรกล่าว
“ฉันยอมทำค่ะ ขอเพียงให้ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพี่กิตติศักดิ์เท่านั้น” กัญญารัตน์กล่าว
“แต่พวกคุณต้องสัญญาก่อน ว่าห้ามบอกเื่ราวเกี่ยวกับเรือนกาญจนาและเื่ที่พวกคุณประสบให้ใครรู้เป็อันขาด ไม่เช่นนั้นพวกคุณจะเกิดภัยอาจถึงแก่ชีวิตได้” อุไรกล่าว
“ได้ค่ะ ฉันสัญญาจะไม่บอกใครแน่นอน” กัญญารัตน์กล่าว
“แล้วคุณล่ะคะ คุณสารวัตร” อุไรหันไปถามอิทธิชัย
“ผมไม่ได้ขอพรนี่” สารวัตรกล่าวแบบไม่สนใจ
“คุณอยากตาบอดแบบนั้นอีกหรอคะ” อุไรกล่าวเพราะรู้ว่าเขาเคยตาบอดมาก่อน
“นี่คุณรู้ ก็ได้ครับผมจะไม่บอกใคร” สารวัตรไม่อยากประสบเคราะห์กรรมแบบนั้นอีก
“เอาล่ะค่ะ สรุปว่าคุณจะกลับไปเลยมั้ยคะ สารวัตร หรือเข้าไปด้วยกัน” อุไรถาม
“ก็ต้องกลับไปเลยสิคะ อยู่ทำไม อีกอย่างคุณก็รีบไขกุญแจมือได้แล้ว คุณก็รู้แล้วนี่ว่าฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของแฟนคุณ” กัญญารัตน์กล่าว
“กุญแจอยู่บนรถ ถ้าอยากไขก็ต้องกลับไปที่รถครับ” สารวัตรกล่าว
“งั้นฉันขอกลับไปที่รถก่อน แล้วจะเดินกลับมาที่นี่คนเดียวค่ะ” กัญญารัตน์กล่าว
“ไม่ได้หรอกค่ะ โอกาสที่จะมองเห็นเรือนกาญจนามีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าคุณกลับไปคุณจะไม่สามารถมองเห็นเรือนหลังนี้ได้อีก เพราะฉันอนุญาตให้แต่ละคนมีโอกาสหนึ่งครั้งเท่านั้น” อุไรกล่าว
พยาบาลสาวหันไปมองตำรวจหนุ่มด้วยสายตาวิงวอนจนกระทั่งเขายอมใจอ่อน
“ก็ได้ครับผมจะเข้าไปในเรือนกาญจนากับผู้หญิงคนนี้ด้วย” สารวัตรกล่าว
“งั้นตามเข้ามาค่ะ” อุไรเดินนำทั้งสองเข้าไปในเรือนกาญจนา
*******************************************************************************************************************
ตอนที่ 2
ชายหญิงทั้งคู่เดินเข้าไปในตัวเรือนกาญจนา ก็พบว่าภายในเรือนเป็เพียงห้องว่างๆ และมีห้องลึกลับอีกสามห้อง
“ภายในบ้านไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ครับ” สารวัตรสงสัย
“พวกเรามาทำข้อตกลงกันก่อนค่ะ” อุไรกล่าว
“หมายความว่ายังไงคะ” กัญญารัตน์สงสัย
“ในเมื่อพวกคุณสองคนเข้ามาในเรือนหลังนี้ พวกเราจะถือว่าพวกคุณเปรียบเสมือนเป็คนคนเดียวกันค่ะ” อุไรกล่าวเพราะพรขอได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
“ผมไม่เข้าใจครับ” สารวัตรงง
“การขอพร จะขอได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นพวกคุณจะต้องแบ่งกัน คือคนนึงทำงานให้พวกเรา ส่วนอีกคนเป็คนรับรู้ความจริงของกิตติศักดิ์ค่ะ” อุไรอธิบายสั้นๆ
“ให้ฉันทำงาน และให้ฉันรู้คนเดียวไม่ได้หรอคะ” กัญญารัตน์รู้สึกไม่ยุติธรรม
“ไม่ได้ค่ะ ก็พวกคุณมากันเป็คู่แบบนี้” อุไรกล่าว
“ไม่ยุติธรรมนี่คะ” กัญญารัตน์ท้วง
“ยุติธรรมที่สุดแล้วคะ คุณเองต่างหากที่ผิด ที่ไปหลอกให้สารวัตรมาที่เรือนหลังนี้ด้วย ดังนั้นคุณจำต้องยอมรับข้อตกลงนี้ค่ะ” อุไรกล่าว
“ก็เขา…..” กัญญารัตน์กำลังจะว่าว่าสารวัตรจะลวนลามเธอ เธอเลยจำต้องโกหก
“คุณก็ยอมรับข้อตกลงไปเถอะ มันเสียเวลาผมรู้มั้ย” สารวัตรไม่อยากฟังต่อ
“ก็ได้ค่ะ” กัญญารัตน์ยอมเงียบ
“เอาล่ะ เพื่อความยุติธรรม ฉันจะให้พวกคุณเป่ายิงฉุบ ใครชนะจะได้เป็ผู้ดูความจริง ส่วนคนแพ้ต้องทำงานให้พวกเราค่ะ” อุไรกล่าว
และแล้วคนทั้งคู่ก็ใช้มือที่ไม่ได้ถูกพันธนาการ มาเป่ายิงฉุบกัน จนกระทั่งคนนึงออกกรรไกร คนหนึ่งออกค้อน
“ได้ผลตัดสินแล้วนะคะ คุณกัญเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ต้องทำงานให้เรา ส่วนคุณอิทธิเป็ฝ่ายชนะก็จะได้เป็ผู้รู้ความจริง” อุไรสรุป
สักพักอุไรก็เป่ามนตร์ทำให้กุญแจมือปลดล็อค
“ทำไมคุณไม่ทำั้แ่แรกครับ” สารวัตรสงสัย
“ฉันจะบริการเป่ามนตร์ให้พวกคุณก็ต่อเมื่อ พวกคุณเข้าสู่กระบวนการขอพรของพวกเราแล้วเท่านั้นค่ะ ตอนนี้พวกคุณเป็อิสระต่อกันแล้ว” อุไรกล่าว
“แล้วยังไงต่อคะ” กัญญารัตน์กล่าว
“คุณอิทธิกลับไปก่อนนะคะ อีกสิบวันคุณค่อยกลับมาที่นี่อีก ฉันอนุญาตให้คุณมองเห็นเรือนหลังนี้อีกครั้งเพื่อมารับพรค่ะ” อุไรกล่าว
“แล้วถ้าผมไม่มาล่ะครับ” สารวัตรคิดว่าไม่เห็นจะอยากรู้เื่ราวของฆาตกรคนนั้น
“ก็ไม่เป็ไรค่ะ คุณกัญก็จะเป็คนได้รู้ความจริงด้วยตัวเอง แต่ขอเพียงคุณรักษาสัญญาไม่เปิดเผยเื่เรือนหลังนี้ให้ใครฟังเท่านั้น” อุไรกล่าว
“งั้นคุณก็ไม่ต้องมาค่ะ ขอบคุณมากที่คุณพาฉันมาถึงที่นี่” กัญญารัตน์รีบพูด
อิทธิชัยหันหลังกลับไปโดยไม่ได้ตอบรับคำขอบคุณนั้น แล้วเดินออกไปจากเรือนกาญจนาอย่างไม่สบอารมณ์
กัญญารัตน์ส่ายหน้ากับบาดหมางระหว่างเขาและเธอ มันคงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน
“ไปกันเถอะค่ะ ถึงเวลาที่คุณต้องทำงานให้พวกเราแล้ว” อุไรกล่าว
อุไรนำทางกัญญารัตน์เข้าไปในห้องแรก เพื่อทำให้เธอกลายร่างเป็ผู้หญิงอีกคนที่มีหน้าตาเปลี่ยนไป แต่สวมชุดพยาบาลในนามของ กิ่งไพร ฑัณยวิทยารัตน์
เมื่อกัญญารัตน์ส่องกระจกที่อยู่ภายในห้อง ก็ใเพราะมันไม่ใช่ใบหน้าของตนเอง “นี่ฉันเป็ใครคะ”
“คุณต้องทำงานเป็พยาบาลพิเศษในนามของกิ่งไพรค่ะ” อุไรกล่าว
“ยังดีนะคะ ที่คุณให้ฉันทำงานตามอาชีพของฉันน่ะ” กัญญารัตน์กล่าว
“งั้นพวกเราเข้าห้องที่สองกันค่ะ” อุไรนำทาง
กิ่งไพรเดินตามอุไรไปอย่างว่าง่าย เมื่อเข้าไป ก็พบว่า เธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลที่ตนทำงานประจำ
“คุณพาฉันมาที่ทำงานทำไมคะ” กิ่งไพรสงสัย
“คุณต้องเขียนใบลาป่วยค่ะ คุณหายไปตั้งสิบกว่าวันแบบนี้ ทางโรงพยาบาลได้ไล่คุณออกกันพอดี” อุไรกล่าว
“ใช่จริงด้วย ฉันลืมไปค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“นี่ค่ะกระดาษกับปากกา และนี่ค่ะซองจดหมาย” อุไรเสกของมาอย่างพร้อมเพรียง
กิ่งไพรจึงเขียนใบลาป่วยให้กัญญารัตน์ โดยอ้างว่าเธอป่วยเป็อีสุกอีใสต้องพักรักษาตัวโดยด่วน และยังกลับมาทำงานไม่ได้เพราะเกรงว่าโรคอาจจะติดต่อผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ
กิ่งไพรยื่นใบลาให้กับหัวหน้าพยาบาล
“ยัยกัญ เป็อะไรมากมั้ย เขาแข็งแรงขนาดนั้น ยังป่วยเป็โรคนี้อีก อีกอย่างทำไมไม่ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ ช่างไม่วางแผนเอาเสียเลย” หัวหน้าพยาบาลว่าเป็ชุด
“เอ่อ คงจะลืมน่ะค่ะ” กิ่งไพรยิ้มแหยๆ
“เอาล่ะ ฝากดูแลเพื่อนเธอให้ดีด้วยนะ” หัวหน้าพยาบาลกล่าวเสียงดุ
“ค่ะ งั้นขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ” กิ่งไพรไหว้ผู้าุโ
กิ่งไพรเดินไปหาอุไรที่หน้าลิฟท์ของโรงพยาบาล
“หัวหน้าพยาบาลก็ดุเหมือนกันนะคะ” อุไรนึกกลัว
“อย่าเรียกว่าดุเลยค่ะ เธอเข้มงวดมากกว่า เพราะเื่ติดเชื้อนั้นสำคัญมาก หากพวกเราไม่ดูแลตัวเองแล้วเอาโรคไปติดคนไข้ ถือเป็ความผิดอันใหญ่หลวงค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“โอเค ฉันเข้าใจแล้วค่ะ งั้นไปกันค่ะ” อุไรกล่าว
“ทำไมไม่ลงลิฟท์ ต้องไปมาที่บันไดหนีไฟด้วยล่ะค่ะ” กิ่งไพรสงสัย
“คุณอยากให้บุคคลทั่วไปมองเห็นพวกเราหายตัววับไปกับตาหรอคะ พวกเราได้ออกข่าวหน้าหนึ่งกันพอดี” อุไรพูดยิ้มๆ
“โอเคค่ะ ฉันลืมไป” กิ่งไพรกล่าว
ณ บันไดหนีไฟมีประตูมิติเชื่อมต่อกับเรือนกาญจนา ทำให้ทั้งคู่มาถึงเรือนอย่างรวดเร็ว จากนั้นอุไรก็พาหญิงสาวเข้าไปให้ห้องที่สามทันที
ตอนนี้ทั้งคู่ได้มาอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง
“พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ” กิ่งไพรสงสัย
“ฉันจะให้คุณดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในบ้านหลังนี้ค่ะ สามเดือนก่อนเธอประสบอุบัติเหตุรถชน ทำให้เธอความจำเสื่อม หลังจากนั้นเธอก็ใช้ชีวิตปกติในสภาพที่จดจำบุคคลสำคัญในชีวิตไม่ได้เลย แต่ในสัปดาห์ก่อนเธอสามารถฟื้นความทรงจำได้ เพราะเธอได้มีโอกาสอ่านไดอารี่ของตัวเอง แต่การที่เธอฟื้นความทรงจำ มันกลับทำให้เธอสามารถจดจำเื่ราวอันน่ากลัวในคืนนั้นได้ ดังนั้นในตอนนี้เธอจึงอยู่ในสภาพหวาดระแวงค่ะ” อุไรอธิบาย
“น่าสงสารเธอนะคะ” กิ่งไพรกล่าว
“งั้นเข้าไปกันเถอะค่ะ มันถึงเวลานัดหมายแล้ว” อุไรกล่าว
กัญญารัตน์เดินเข้าไปในตัวบ้านแล้วเธอก็ต้องใสุดชีวิต เพราะเธอได้พบกับแม่ของชลธิชา
“สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันพาพยาบาลพิเศษฝีมือเยี่ยมมาแล้วนะคะ เธอคือ กิ่งไพร” อุไรแนะนำ
“ขอบคุณมากค่ะ คุณอุไร” แม่ของชลกล่าว
กิ่งไพรรีบไหว้ผู้าุโทันที
“ตอนนี้ ลูกสาวฉันอยากจะไปเจอคนขี้คุกคนนั้น พวกฉันก็เลยพาตัวลูกสาวมาที่ชลบุรี ยอมให้ลูกสาวหนีการแต่งงานระหว่างเธอกับสารวัตร อาจเป็เพราะฉันบังคับลูกสาวมากเกินไป ตอนนี้เธอจึงไม่ยอมทานอะไรเพื่อประท้วงฉันค่ะ” แม่ของชลกล่าว
“แล้วทำไมคุณต้องบังคับลูกคุณอย่างนั้นล่ะคะ” กิ่งไพรกล่าว
“ฉันทนเห็นลูกสาวมีสามีเป็คนขี้คุกไม่ได้จริงๆค่ะ ่ที่เธอความจำเสื่อม ฉันก็เลยถือโอกาสปกปิดเื่ราวของกิตติศักดิ์ และสนับสนุนให้เธอคบกับสารวัตรอิทธิชัยแทน แต่วันดีคืนดีเธอก็ฟื้นคืนความทรงจำ และมีสภาพหวาดกลัวเป็บางครั้ง แต่เธอไม่ยอมพูดว่าเธอหวาดกลัวอะไร บางครั้งก็เอะอะจะไปเยี่ยมกิตติศักดิ์อยู่ท่าเดียว” แม่ของชลเล่า
“การบังคับมากๆ มันอาจมีผลทางจิตได้นะคะ บางทีการที่เธออยากพบกับคุณกิตติศักดิ์ เธออาจมีเื่สำคัญบางอย่างอยากบอกเขาก็เป็ได้” กิ่งไพรกล่าว
“จริงหรอคะ แต่ตอนนี้ฉันไม่บังคับเธอแล้วนะคะ แค่อยากให้เธอยอมกินข้าว มีร่างกายแข็งแรง และเลิกหวาดระแวงได้ก่อนเท่านั้น” แม่ของชลกล่าวอย่างรู้สึกผิด
“ฉันจะพยายามช่วยลูกคุณนะคะ” กิ่งไพรกล่าว
“เอาล่ะค่ะ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ อีกสิบวันฉันจะมารับกิ่งไพรกลับค่ะ” อุไรขอตัว
“ขอบคุณมากค่ะ คุณอุไร” แม่ของชลรับไหว้
******************************************
กิ่งไพรถืออาหารไปที่ห้องของชลธิชา
“ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้น ออกไปเดี๋ยวนี้” ชลธิชากล่าว
“คุณท่านออกไปก่อนนะคะ ขอฉันพูดกับคุณชลเอง” กิ่งไพรพูดอย่างใจเย็น
“ฝากด้วยนะคะ” แม่ของชลกล่าว
“พวกเราอยู่กันสองต่อสองแล้วนะคะ คุณชล” กิ่งไพรกล่าว
“ฉันไม่คุยกับคนแปลกหน้าค่ะ” ชลหันหน้าหนี
“ไม่คุยไม่เป็ไร แต่ทานอาหารก่อนเถอะนะคะ ร่างกายจะได้มีเรี่ยวมีแรง” กิ่งไพรยกอาหารมาวางที่โต๊ะเล็ก
“ฉันบอกว่าไม่ทานไง” ชลกล่าวเสียงแข็ง
“มันจะมีประโยชน์อะไรคะ ยิ่งคุณทำแบบนี้ คุณยิ่งไม่ได้พบคุณกิตติศักดิ์เข้าไปใหญ่ แถมดีไม่ดีคุณอาจป่วยนอนโทรมอยู่ที่โรงพยาบาลก็เป็ได้” กิ่งไพรกล่าว
“คุณรู้เื่ของฉันหรอคะ” ชลแปลกใจ
“ค่ะ ฉันรู้ คุณอย่าประชดชีวิตเลยนะคะ ยอมทานเถอะค่ะ แล้วพวกเราค่อยหาโอกาสไปที่เรือนจำกลาง” กิ่งไพรกล่าว
“ก็ได้ค่ะ” ชลยอมใจอ่อน
ชลธิชาจึงยอมทานอาหารแต่โดยดี เธอทานจนหมดด้วยความหิว จนแม่ของคุณชลทึ่งในความสามารถของพยาบาลพิเศษ
“คุณทำได้ยังไง ทำไมลูกสาวฉันถึงยอมทานจนหมดแบบนี้คะ” แม่ของชลกล่าวอย่างประหลาดใจ
“แค่พูดกับเธอดีๆค่ะ ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ” กิ่งไพรกล่าวพร้อมกับล้างจานให้
“ขอบคุณมากจริงๆ” แม่ของชลยิ้มอย่างโล่งอกที่ลูกสาวยอมทานข้าว
“งั้นคืนนี้เดี๋ยวฉันนอนเฝ้าลูกสาวคุณให้ค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“แต่เตียงลูกสาวฉันไม่ได้กว้างขนาดนั้นนี่คะ” แม่ของชลกลัวว่ามันไม่สะดวก
“ไม่เป็ไรค่ะฉันนอนพื้นได้” กิ่งไพรกล่าว
“จะดีหรอคะ หรือจะให้ฉันยกเตียงเล็กมาดีคะ” แม่ของชลเสนอ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันถือศีล 8 บ่อย ได้นอนพื้นบ่อยครั้งค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“รบกวนด้วยนะคะ คุณพยาบาล” แม่ของชลกล่าว
******************************************
ตกกลางคืน กิ่งไพรขนที่นอนมาปูบนพื้น พร้อมหมอนและผ้าห่ม
“จะดีหรอคะ คุณมานอนบนพื้นแบบนี้” ชลธิชาเกรงใจ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันนอนได้ คุณรีบนอนเถอะ” กิ่งไพรกล่าว
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ชลธิชารู้สึกถูกชะตากับพยาบาลคนนี้และรู้สึกว่าเธอรู้สึกสนิทคุ้นเคยเวลาได้คุยกับเธอ
กิ่งไพรยิ้มให้พร้อมกับห่มผ้าให้กับชลธิชา เธอคิดในใจว่า “ขอโทษนะคะ พี่ชล ที่เข้าใจพี่ผิดไป ที่แท้พี่ก็ความจำเสื่อมนี่เอง พี่ยังคงมั่นในรักเสมอและไม่รังเกียจที่พี่ชายฉันเป็นักโทษคดีอุกอาจ”
หญิงสาวทั้งคู่นอนหลับสนิท แต่ทว่าอยู่ดีๆกลางดึก ชลธิชาก็กรี๊ดสุดเสียง ทำให้พยาบาลต้องรีบเปิดไฟ พร้อมกับเข้าไปดูอาการสั่นกลัวของชลธิชา
“มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำใจดีๆไว้ มีสติหน่อยสิคะคุณชล” กิ่งไพรเข้าไปจับตัวหญิงสาวไว้
“มัน มันจะฆ่าฉันค่ะ” ชลธิชากล่าว
“ใครจะฆ่าคุณคะ” กิ่งไพรสงสัย
“เอ่อ คือ ฉันคงฝันร้ายค่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ชลธิชาเพิ่งได้สติ
“คุณยอมเล่ามาเถอะนะคะ การระบายความในใจอาจช่วยทำให้คุณหายหวาดกลัว และดีไม่ดีอาจช่วยกันแก้ปัญหาได้นะคะ” กิ่งไพรกล่าว
“ก็ได้ค่ะ มันเริ่มจากสามเดือนก่อน ฉันกลับจากร้านเบเกอรี่ เพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่อยู่ดีๆ รถฉันก็เสียกลางทาง ไม่เพียงเท่านั้นยังไปเสียในที่เปลี่ยวอีก ตอนนั้นมันห้าทุ่มแล้วค่ะ ร้านซ่อมอะไรก็คงปิดไปแล้ว ฉันก็เลยเดินสำรวจรอบๆก็พบบ้านโทรมหลังหนึ่ง ฉันไม่มีทางเลือกเลยกดกริ่งที่บ้านหลังนั้น ฉันรู้สึกสบายใจมากที่เ้าของบ้านเป็เพียงป้าคนหนึ่งเท่านั้น เธอดูใจดีมาก เธอเชิญฉันเข้าไปในบ้าน แล้วให้พักอยู่ที่นี่คืนนึง ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนที่เธอจัดให้ ก็พบความผิดปกติ มันมีกลิ่นสาบเหมือนหนูตายค่ะ แต่ฉันไม่กล้าทักท้วง เพราะยังไงเขาก็ใจดีให้ฉันพักอยู่ด้วย คุณป้าพยายามบริการฉันอย่างเต็มที่จัดเตรียมข้าวของให้ฉันทุกอย่าง จนกระทั่งเมื่อฉันอยู่ในห้องคนเดียว ฉันเดินไปที่เตียง ตอนนั้นฉันอยากโทรไปบอกแม่เพื่อให้แม่สบายใจ แต่ทว่าเมื่อฉันนำมือถือขึ้นมาดู ก็พบว่ามือถือไม่มีสัญญาณ แล้วฉันก็ทำมือถือหลุดมือ
มือถือของฉันตกไปที่ใต้เตียง ฉันก็เลยก้มเพื่อไปเก็บ และแล้วฉันก็ใสุดขีด เพราะฉันเห็นซากศพผู้หญิงนิรนามอยู่ใต้เตียงนั้นด้วย ฉันกลัวจนตัวสั่นเทา แต่ไม่กล้าส่งเสียงร้องใดๆ ฉันรีบออกมาจากใต้เตียง แล้วไปเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ พร้อมกับหาเชือกโรยไปด้านล่าง แต่ทว่ามันไม่ทัน เพราะฉันได้ยินเสียงบันไดไม้แสดงให้เห็นว่ามีคนกำลังเดินขึ้นมา ฉันทำได้เพียงทิ้งเชือกไว้แบบนั้น ส่วนตัวเองรีบหลบเข้าไปอยู่ใต้เตียงดังเดิม ตอนนั้นฉันปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้ร้อง ฉันเห็นเท้าผู้ชายเดินเข้ามาในห้อง เขาบ่นว่าเจ็บใจนักมันหนีรอดไปได้อะไรทำนองนี้ ฉันอดทนหลบอยู่ใต้เตียงอยู่นานรอจนชายคนนั้นเดินออกไป ฉันพลิกตัวหันไปหาศพผู้หญิงคนนั้นเพื่อสำรวจว่าเธอโดนอะไรบ้าง โดยใช้ไฟฉายในมือถือ ฉันพบว่ามันมีรอยแทงเต็มไปหมดทั้งตัว ฉันมองเห็นจี้ล็อคเก็ตที่เธอสวม เลยถือวิสาสะเปิดมัน ก็พบว่าเป็รูปคู่ระหว่างคุณอัญญิภากับคุณอิทธิชัยค่ะ” ชลธิชาเล่ายืดยาว
“อะไรนะคะ เธอคืออัญญิภาน้องสาวของสารวัตรหรอคะ” กิ่งไพรใ
“คุณรู้จักพวกเขาด้วยหรอคะ” ชลธิชาแปลกใจ
“เอ่อคือ มันเป็ข่าวดังค่ะ เลยรู้” กิ่งไพรพูดกลบเกลื่อน
“ฉันเองก็ใค่ะ แต่ฉันยังทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น ก็เลยรีบออกจากใต้เตียง แล้วรีบวิ่งลงบันไดเพื่อออกจากตัวบ้านหลังนั้นโดยด่วน พวกมันได้ยินเสียงฉัน เลยวิ่งตามฉันค่ะ ตอนนั้นฉันใมากไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน เลยรีบปีนกำแพงออกมา แล้วก็วิ่งหนีพวกมัน ฉันแอบหันหลังไปมอง ก็เห็นผู้ชายถือมีดปลายแหลมวิ่งตามมาด้วย ฉันวิ่งไม่ดูถนนหนทางค่ะ ฉันก็เลยถูกรถกระบะชนจนหมดสติ แต่โชคยังดีที่รถคันนั้นยอมรับผิดชอบ เขาเรียกรถพยาบาลและแจ้งตำรวจเสร็จสรรพค่ะ ฉันเลยรอดพ้นเงื้อมมือจากฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นได้” ชลธิชาเล่าต่อ
“น่าเสียดายที่คุณยังไม่มีหลักฐานนะคะ พวกเราต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก เพราะพูดเพียงปากเปล่าคงไม่มีใครยอมเชื่อ” กิ่งไพรกล่าว
“น่าเสียดายที่ฉันลืมถ่ายรูปค่ะ ว่าแต่ทำไมคุณถึงจะเข้าไปบ้านหลังนั้นด้วยล่ะคะ” ชลธิชาแปลกใจ
“เอ่อ คือ ฉันสงสารคุณอัญญิภาค่ะ ศพเธอน่าจะนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ดีไม่ดีดวงิญญาเธออาจอยากกลับบ้านมากก็ได้นะคะ” กิ่งไพรพูดกลบเกลื่อน
“งั้นให้ฉันมีอาการดีขึ้นก่อนนะคะ ค่อยไปกัน ฉันรู้สึกดีขึ้นจริงๆที่ได้ระบายเื่นี้ให้ใครสักคนฟัง ขอบคุณนะคะ” ชลธิชากล่าว
“ต้องขอบคุณคุณเช่นกัน เพราะตอนนี้คุณกำลังช่วยเหลือคุณอัญญิภาให้ได้กลับบ้าน และช่วยแฟนคุณให้พ้นมลทินค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“ใช่ค่ะ อาจเป็เพราะเื่นี้ก็ได้ที่ทำให้ฉันมั่นใจในตัวเขา” ชลธิชามั่นใจว่าแฟนเธอถูกปรักปรำ
“นอนกันเถอะนะคะ ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ ฉันจะปกป้องคุณเองค่ะคุณชล” กิ่งไพรกล่าว
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณกิ่งไพร ขอบคุณที่ยอมรับฟังฉัน” ชลธิชายอมนอนอย่างว่าง่าย
พยาบาลสาวยิ้มให้พร้อมกับห่มผ้าให้คุณชล เธอเดินไปปิดไฟแล้วนอนตามปกติ ตอนนี้พยาบาลสาวรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดพี่ชายตนก็พ้นมลทิน เขาไม่ได้เป็ฆาตกรฆ่าน้องสาวสารวัตรจริงๆ
****************************************************************************************************************************************
ตอนที่ 3
สองวันผ่านไป เมื่อชลธิชามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม่ของชลจึงยอมปล่อยให้ลูกสาวกลับกรุงเทพฯพร้อมกับมีกิ่งไพรคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
หญิงสาวทั้งคู่บ้าบิ่นจนเกินไป พวกเธอตัดสินใจกลับไปที่บ้านโทรมหลังนั้นเพื่อหาหลักฐานไปแจ้งตำรวจ เพราะกลัวว่าคนร้ายจะเคลื่อนย้ายศพไปแล้ว
ในเวลาห้าทุ่มเช่นเดิม สองสาวแอบอยู่ที่พุ่มไม้เพื่อสังเกตการณ์
“มันจะดีหรอคะ ที่คุณจะเข้าไปคนเดียว” ชลธิชากังวล
“ฉันกลัวพวกมันจำคุณได้ค่ะ อีกอย่างฉันจะระวังตัว ให้ฉันดูให้แน่ใจก่อนว่า ศพของคุณอัญยังอยู่ที่ใต้เตียงนั้น หากอยู่จริงๆฉันจะส่ง line ไปบอกคุณ แล้วคุณก็รีบแจ้งตำรวจได้เลยค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“แล้วถ้าพวกมันจับคุณได้ แล้วทำร้ายคุณล่ะคะ” ชลยังกังวล
“ฉันสัญญานะคะ ฉันจะเอาตัวรอดให้ได้” กิ่งไพรกล่าว
กิ่งไพรแสร้งทำเป็รถเสียแล้วกดกริ่งเหมือนที่ชลธิชาเคยทำ และก็เป็ไปตามคาด คุณป้าใจดียอมออกมาพบเธอ พร้อมกับยอมให้กิ่งไพรเข้าไปพักในบ้าน
“มีอะไรขาดเหลือก็บอกป้าได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” กิ่งไพรยิ้มให้
กิ่งไพรเดินเข้าไปในห้อง มันเป็ไปตามที่ชลธิชาเล่าทุกอย่าง เธอได้กลิ่นเหม็นสาบจริงๆ ตอนนี้เธอรีบล็อคประตู แล้วรีบสำรวจใต้เตียง ก็พบว่าศพของอัญยังอยู่ที่เดิม เธอรีบเดินไปเปิดไฟ พร้อมกับส่องไฟฉาย แล้วรีบถ่ายรูปส่งไปให้ชลธิชา พร้อมกับให้เธอแจ้งตำรวจได้เลย
ดังนั้นชลธิชาจึงตัดสินใจโทรหาสารวัตรอิทธิชัย
ในตอนแรกเขาดีใจมากที่ชลยอมติดต่อเขา แต่บทสนทนากลับเป็เื่เกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าน้องสาวเขา เขาเห็นซากศพน้องสาวจากในรูปที่ชลส่งให้อย่างเต็มตา จึงรีบดำเนินการนำทีมตำรวจบุกไปที่บ้านโทรมหลังนั้นทันที
กิ่งไพรเดินสำรวจไปรอบๆ เผื่อจะเจอหลักฐานอะไรเพิ่มเติม สักพักเธอก็มองเห็นซิมมือถือ จึงเก็บมาไว้กับตัวก่อน เผื่อมีประโยชน์ภายหลัง
เื่ราวเหมือนจะราบรื่นไปด้วยดี แต่ทว่า อยู่ดีๆก็มีคนมาไขกุญแจเปิดล็อคห้องของเธอ แล้วผู้ชายวัยฉกรรจ์ก็บุกเข้ามาให้ห้องพร้อมกับถือมีดปลายแหลม
“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ” กิ่งไพรกล่าวอย่างใ
“ตายซะเถอะ สาวน้อย รับรองพี่จะไม่ทำให้ทรมานมาก”
“คุณมันบ้าไปแล้ว” กิ่งไพรกล่าว
กิ่งไพรพยายามวิ่งหลบมีด แต่ทว่าสักพักคุณป้าใจดีกลับแปลงร่างเหมือนแม่มด เธอเข้ามาจับตัวกิ่งไพรไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นหลุดไปได้ พร้อมกับให้ความร่วมมือกับชายโหดร้ายคนนั้นด้วย
“ทำไมล่ะคะ คุณป้า ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย” กิ่งไพรไม่เข้าใจ
“อะไรที่เป็ความสุขของลูก มันก็เป็ความสุขของฉันด้วย” ป้ากล่าวเสียงเย็น
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะคุณป้า คุณป้าไม่กลัวบาปกลัวกรรมบ้างหรอคะ” กิ่งไพรพยายามกล่อม
“บาปกรรมไม่มีจริงหรอกยัยหนู พวกป้าฆ่าไปสิบคนแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครจะมาจับพวกเราได้เลย” ป้ากล่าวอย่างภูมิใจ
ผู้ชายร่างกายแข็งแรงกำลังจะเข้ามาแทงกิ่งไพร แต่สักพักเขาก็ชะงัก และมีอาการหวาดกลัวขึ้นมา
“ทำไมล่ะ หยุดทำไมล่ะลูก” ป้าสงสัย
“แกตายไปแล้วนี่ ทำไมถึงอยู่ตรงนี้ได้” ชายคนนั้นพูดอย่างหวาดกลัว
เขามีอาการจิตหลอนมองเห็นกิ่งไพรเป็อัญญิภา ป้าหมดความอดทนเลยผลักหญิงสาวให้ล้มไปกับพื้น พร้อมกับดึงมีดจากมือลูกชาย หมายจะฆ่าหญิงสาวด้วยตัวเธอเอง
กิ่งไพรรู้ตัวว่าพลาด เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความตาย แต่สักพักสารวัตรก็รีบนำทีมบุกเข้าจับกุมสองแม่ลูกอย่างทันท่วงที กิ่งไพรวิ่งเข้าไปกอดชลธิชาด้วยความกลัว
คนร้ายถูกจับกุม ส่วนสารวัตรก็รีบต่อว่ากิ่งไพรทันที
“รู้มั้ย มันอันตรายแค่ไหนครับ ทำไมคุณไม่แจ้งตำรวจให้มาดูเอง คุณเสี่ยงชีวิตแบบนี้ได้ยังไงครับ” สารวัตรกล่าวโทษ
“ฉันขอโทษค่ะ” กิ่งไพรรู้สึกผิดเพราะเป็การเสี่ยงชีวิตจริงๆ
“อย่าว่าคุณกิ่งไพรเลยนะคะ เพราะฉันอยากล้างมลทินให้แฟนฉัน ฉันก็เลยใจร้อนทำอะไรไม่คิด แล้วพาทำให้คุณพยาบาลเกิดอันตรายแบบนี้” ชลธิชากล่าว
“คุณคงรักนายกิตติมากเลยสินะครับ” สารวัตรกล่าว
“ค่ะ ฉันรักเขามาก และฉันต้องขอโทษคุณด้วย ใน่สามเดือนที่ผ่านมาฉันความจำเสื่อม เลย เอ่อ คบกับคุณ แต่ตอนนี้ฉันจดจำเื่ราวในอดีตได้หมดแล้ว ดังนั้นพวกเราจากกันด้วยดีเถอะนะคะ” ชลธิชายอมพูด
“ความรักของผมช่างไม่มีค่าเลยสินะครับ” สารวัตรน้อยใจ
“มันจะใช่ความรักแน่หรอคะสารวัตร ในเมื่อคุณทำไปเพื่อแก้แค้นให้น้องสาวเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเราก็ได้เจอฆาตกรตัวจริงแล้ว คุณกิตติเป็ผู้บริสุทธิ์ค่ะ” กิ่งไพรกล่าวเสริม
“มันยังไม่หมดนี่ครับ มันทำร้ายเพื่อนร่วมงาน ยังไงผมก็ไม่ยอมให้อภัยมัน” สารวัตรกล่าว
“เอาล่ะค่ะ คุณเองก็หลอกใช้คุณชลเป็เครื่องมือแก้แค้นเหมือนกัน” กิ่งไพรกล่าว
“เื่นี้มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณเลยนะครับคุณพยาบาล” สารวัตรรู้สึกร้อนตัว
“อย่าเพิ่งทะเลาะกันดีมั้ยคะ ไปสำรวจศพในบ้านหลังนี้ก่อนเถอะค่ะ ศพน้องสาวคุณอยู่ใต้เตียงนี้ค่ะ” ชลธิชาชี้ตำแหน่ง
“ใช่ค่ะจริงด้วย พวกมันบอกว่าพวกมันฆ่าไปสิบคน แสดงว่าต้องมีศพซ่อนอยู่บ้านหลังนี้อีก” กิ่งไพรกล่าว
“เอาล่ะครับ เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของตำรวจ พวกคุณกลับไปได้แล้วครับ” สารวัตรกล่าว
ชลธิชาจึงประคองตัวกิ่งไพรกลับคอนโดด้วยกัน เพราะตอนนี้พวกเธอยังไม่อยากทะเลาะกับสารวัตร
******************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวในหนังสือพิมพ์ลงข่าวของน้องสาวสารวัตร ทำให้พวกเธอดีใจมากที่รู้ว่าตอนนี้คนร้ายสองแม่ลูกยอมสารภาพว่าฆ่าอัญญิภาและผู้หญิงนิรนามอีก 9 ศพ ดังนั้นศพที่เหลือต้องรอพิสูจน์ตัวตนต่อไป
ชลธิชาจึงชวนกิ่งไพรไปร่วมงานสวดศพในคืนนี้ สองสาวเดินเข้าไปในศาลาวัด พวกเธอมองเห็นบรรยากาศอันโศกเศร้า แม้ญาติของอัญญิภาจะทำใจได้แล้วว่าเธอคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว แต่อีกใจนึงก็แอบมีความหวังว่าเธอจะแค่หายตัวไปเฉยๆ และกลับมาในสักวันหนึ่ง
“ฉันเสียใจด้วยนะคะคุณป้า” ชลกล่าว
“ป้าดีใจที่เธอมานะ ไปจุดธูปบอกกล่าวน้องเขาเถอะ” แม่ของสารวัตรกล่าว
กิ่งไพรจึงพาชลเข้าไปจุดธูป แล้วทั้งสองก็ไปนั่งฟังสวดอภิธรรม เมื่อเสร็จพิธี นายตำรวจก็มาดักหน้าหญิงสาว
“ผมขอคุยกับชลสองต่อสองได้มั้ยครับ” สารวัตรกล่าว
กิ่งไพรพยักหน้าให้ พร้อมกับเดินไปรอที่รถทันที
“มีอะไรอีกงั้นหรอคะ” ชลกล่าว
“ผมมาคิดดูแล้ว ยังไงคุณก็คงไม่หันมามองผมอยู่ดี งั้นพวกเราเป็เพื่อนกันเถอะนะครับ” สารวัตรยอมรามือ
“ขอบคุณนะคะ ที่คุณยอมเข้าใจ อีกอย่างฉันมองแววตาคุณแล้ว คุณยังรักแฟนเก่าอยู่ค่ะ คุณไม่เคยลืมเธอได้หรอก” ชลพูดตามตรง
“มันเห็นชัดขนาดนั้นเลยหรอครับ” สารวัตรสงสัย
“ค่ะ ชัดมาก และจากคดีน้องสาวคุณ มันทำให้เห็นแล้วนะคะว่าคุณกิตติถูกปรักปรำ ฉันก็เลยอยากให้คุณลองทบทวนคดีเพื่อนร่วมงานคุณค่ะ ว่ามันใช่ฝีมือคุณกิตติแน่หรอ” ชลกล่าว
“มันเป็ไปตามหลักฐานครับ” สารวัตรกล่าว
“ค่ะ ก็ในเมื่อศาลตัดสินแล้ว คงทำอะไรไม่ได้แล้ว งั้นลาก่อนค่ะ” ชลธิชารู้สึกผิดหวังที่สารวัตรไม่ยอมเชื่อใจกิตติศักดิ์ อดีตเพื่อนรัก
สารวัตรมองหญิงสาวเดินจากไป เขาคิดในใจว่า “นี่ผมทำกรรมอะไรนักหนาถึงได้ผิดหวังเื่ผู้หญิงซ้ำซากแบบนี้”
กิ่งไพรขับรถให้กับชลธิชาเพื่อกลับคอนโด ทั้งคู่พักอยู่ด้วยกันเพราะกิ่งไพรยังไม่วางใจ เธอจะรอให้ครบสิบวันแล้วค่อยจากชลธิชาไป
วันถัดมากิ่งไพรพาชลธิชาไปที่เรือนจำกลาง
กิตติศักดิ์ดีใจมากที่ชลธิชายอมมาเยี่ยมเขา แม้จะรู้ว่าเธอได้แต่งงานไปแล้วก็ตาม
“ผมยินดีด้วยนะครับที่คุณแต่งงานกับสารวัตร” กิตติศักด์กล่าว
“ยังค่ะ ฉันหนีการแต่งงาน” ชลยอมเผย
“ทำไมล่ะครับ” กิตติสงสัย
“ก็ฉันรักคุณนี่คะ” ชลพูดอย่างเขินๆ
“แล้วทำไมเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา คุณถึงคบกับเขาล่ะครับ” กิตติสงสัย
“ฉันประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อมค่ะ เพราะฉันวิ่งหนีคนร้ายที่ฆ่าน้องสาวสารวัตร เลยทำให้ฉันโดนรถชน” ชลเล่าสั้นๆเพราะกลัวหมดเวลาเสียก่อน
“อย่างนี้นี่เอง ตอนนี้คุณดีขึ้นแล้วหรอครับ” กิตติเป็ห่วง
“ความจำกลับมาแล้วค่ะ ก็เลยหนีการแต่งงาน และตอนนี้พวกเราจับคนร้ายที่ฆ่าน้องสารวัตรได้แล้วด้วย คุณพ้นมลทินคดีนี้ได้แล้วนะคะ” ชลพูดยิ้มๆ
“ขอบคุณนะครับ ที่คุณช่วยผม” กิตติซึ้งใจ
“ฉันจะรอคุณออกมานะคะ มาเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน” ชลจับมือกิตติไว้แน่น
“หมดเวลาเข้าเยี่ยมแล้วค่ะ” เ้าหน้าที่กล่าว
ทั้งสองจับมือเพื่อทำสัญญากัน แต่ก็ต้องปล่อยมือเพราะเ้าหน้าที่เข้ามาคุมตัวกิตติกลับเข้าไปในที่คุมขัง
“กลับกันเถอะนะคะ แค่นี้เขาก็มีกำลังใจแล้วค่ะ” กิ่งไพรเข้ามาประคองชลให้ออกไปด้วยกัน
“ขอบคุณนะคะที่มาเป็เพื่อนฉัน” ชลกล่าวยิ้มๆ
“หน้าตาคุณสดใสขึ้นมากเลยนะคะ คิดว่าคุณคงเป็ปกติแล้ว” กิ่งไพรกล่าว
“แล้วคุณจะกลับพรุ่งนี้เลยหรอคะ” ชลยังไม่อยากจากเพื่อนใหม่ไป
“ค่ะ เดี๋ยวอุไรจะมารับฉันค่ะ” กิ่งไพรกล่าว
“ฉันคงเหงาแย่ คุณใช้เบอร์เดิมนะคะ เผื่อฉันอยากคุยด้วย” ชลถาม
“เอ่อ คือ ฉันจะย้ายไปอยู่ใต้ค่ะ เห็นว่าที่นั่นไม่มีคลื่นด้วย” กิ่งไพรต้องโกหก
“ทำไมไปถึงที่นั่นล่ะคะ” ชลสงสัย
“ไปอยู่กับญาติค่ะ” กิ่งไพรโกหกต่อ
“โชคดีค่ะ” ชลแอบเสียดาย
สองสาวกลับไปที่รถแล้วกลับคอนโดด้วยกัน แต่ในคืนนั้นทั้งคู่นอนคุยกันทั้งคืนแทบจะไม่ได้นอน สองสาวเลยกลายเป็หมีแพนด้า
และแล้วอุไรก็มารับตัวหญิงสาวตรงเวลามาก
“คุณดีขึ้นมากเลยนะคะ คุณชล” อุไรทัก
“ได้พยาบาลดีค่ะ” ชลพูดยิ้มๆ
“งั้นขอตัวก่อนนะคะ และขอให้คุณโชคดี” อุไรกล่าว
ชลธิชาโบกมืออำลากิ่งไพร เธอรู้สึกถูกชะตากับกิ่งไพรจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ต่อไปพวกเธอจะไม่สามารถติดต่อกันได้อีก
อุไรพากิ่งไพรทะลุมิติกลับไปที่เรือนกาญจนา และตอนนี้กิ่งไพรกลายร่างกลับไปเป็กัญญารัตน์ดังเดิม
“ฉันว่าสารวัตรคงไม่มาแล้วค่ะ งั้นให้ฉันรู้ความจริงของพี่ชายเลยนะคะ” กัญญารัตน์กล่าว
“ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงค่ะ ถึงจะถึงเวลานัดหมาย คุณเข้าไปรอในห้องนั้นก่อนนะคะ ฉันจะเปิดเพลงสบายๆให้คุณฟัง” อุไรกล่าว
กัญญารัตน์เลยยอมเข้าไปในห้อง ภายในห้องเป็โรงหนังจอใหญ่ และมีเก้าอี้ตั้งอยู่ตรงกลางห้องเพียงตัวเดียวเท่านั้น และมีเตียงนุ่มๆตั้งอยู่ข้างๆ เมื่อคืนเธอแทบจะไม่ได้นอน เธอก็เลยไปนั่งรอที่เตียง สักพักเธอก็โน้มตัวลงนอนแล้วหลับไป
“คุณมาช้านะคะสารวัตร” อุไรกล่าวท้วง
“แต่ผมก็มานี่ครับ” สารวัตรกล่าว
“ถ้าช้าอีกหน่อย คุณคงยอมให้สิทธิ์กับกัญญารัตน์เพื่อรู้ความจริง” อุไรกล่าว
“ผมมาคิดดูแล้ว ผมเองก็อยากรู้ว่าเพื่อนผมเป็ฆาตกรจริงหรือเปล่า” สารวัตรกล่าว
“คงเพราะคุณเห็นว่าคดีน้องสาวคุณไม่ใช่ฝีมือเพื่อนคุณสินะคะ” อุไรกล่าว
“ใช่ครับ” สารวัตรพยักหน้า
“งั้นเข้าไปกันเถอะ กัญญารัตน์รออยู่ที่ห้องแล้ว” อุไรกล่าว
แต่ทว่าพอทั้งสองเดินเข้าไปก็เห็นกัญญารัตน์นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่ม
“ปลุกเธอดีมั้ยครับ” สารวัตรกำลังจะเดินไปหาหญิงสาว
“อย่าเลยค่ะ ฉันจงใจให้เธอหลับเอง” อุไรรีบห้าม
“เธออยากรู้เื่ของพี่ชายมาก ทำไมถึงยอมนอนหลับโดยง่ายแบบนี้” สารวัตรสงสัย
“นี่เป็ความลับของเธอนะคะ เวลาที่เธอฟังเพลงลูกทุ่ง เธอจะหลับแบบนี้ค่ะ และเป็เพราะเธอขึ้นเวรดึกอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อเก็บเงินซื้อที่ดินให้พี่ชาย หวังให้พี่ชายได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็เ้าของไร่ เธอจึงไม่มีเวลานอนเลย ดังนั้นฉันคาดว่ากว่าเธอจะตื่น หนังที่ฉายก็จบพอดีค่ะ” อุไรกล่าว
“เอาล่ะครับ งั้นผมไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวนั้นได้แล้วใช่มั้ยครับ” สารวัตรกล่าว
“เชิญค่ะ” อุไรก็เลยเดินไปปิดเพลง พร้อมกับเตรียมฉายหนังให้สารวัตรดู
******************************************************************************************************
ตอนที่ 4
“มาทำข้อตกลงกันก่อนนะคะ” อุไรกล่าว “คุณห้ามพูดคุยหรือสอบถามอะไรฉันเป็อันขาด และคุณก็ห้ามเดินไปปลุกคุณกัญให้ลุกมาดูหนังกับคุณด้วย”
“ผมจะทำแบบนั้นหรอครับ” อิทธิชัยสงสัย
“ก็ไม่แน่ค่ะ เผื่อคุณตื่นเต้นอยากหาเพื่อนมาดูกับคุณด้วย” อุไรพูดเผื่อไว้
“ชีวิตเพื่อนผมมันน่าตื่นเต้นมากเลยหรอครับ” อิทธิชัยสงสัย
“คุณไม่เคยได้ยินหรอคะ ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร” อุไรกล่าวยิ้มๆ
“ตกลงครับผมยอมทำตามข้อตกลง” อิทธิชัยพูดตัดบท
มันเริ่มต้นั้แ่ที่กิตติศักดิ์ทำงานเป็ตำรวจนอกเครื่องแบบ ตอนนี้เขากำลังสืบเกี่ยวกับคดีก่อการร้ายที่ระยอง เมื่อสามปีที่แล้ว เขาสืบรู้ว่ามีนักการเมืองชื่อดังมีส่วนเกี่ยวข้องโดยให้ความร่วมมือกับกลุ่มคนร้ายด้วย แต่คนร้ายที่จับกุมได้ต่างไม่ยอมซัดทอดมาถึงตัวนักการเมืองคนนั้น นักการเมืองคนนั้นมีชื่อว่า นายตัณฑพล เขาให้ความร่วมมือส่งอาวุธให้คนร้ายบุกทำลายท่าเรือแทบไม่เหลือชิ้นดี ผู้คนที่อยู่แถวนั้นต่างได้รับาเ็สาหัสเพราะะเิ ต้องใช้งบประมาณมากมายในการบูรณะซ่อมแซมท่าเรือที่เสียหายนั้น ตอนนี้เขาพอรวบรวมหลักฐานได้แล้วว่านายตัณฑ์ติดต่อกับเ้าพ่อค้าอาวุธข้ามชาติ และเป็คนให้เงินสนับสนุนคนร้ายเ่าั้ แต่คดีกลับปิดที่คนร้ายถูกจับกุมเท่านั้น ไม่มีใครยอมรื้อฟื้นสืบสาวราวเื่อีก
กิตติศักดิ์กับเพื่อนตำรวจติดต่อเข้าพบกับนายตำรวจระดับสูงท่านหนึ่ง ท่านมีชื่อว่า พลตำรวจเอกพลฤทธิ์ เขาและเพื่อนยอมส่งหลักฐานดังกล่าวให้ และคอยรอฟังข่าวการจับกุมนักการเมือง แต่ทว่ามันกลับเงียบเชียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และวันหนึ่งกลายเป็ว่านายกิตติศักดิ์ถูกเรียกให้ไปพบกับท่านพลฤทธิ์ที่ร้านอาหาร
ในตอนนั้นกิตติศักดิ์ได้เดินไปชนกับอัญญิภาโดยบังเอิญ เพราะทั้งสองรู้จักกันเลยทำให้ทั้งคู่คุยกันนานพอสมควร สักพักก็พากันแยกย้ายไปทำธุระ กิตติศักดิ์เดินไปที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นท่านนายพลนั่งรอเขาอยู่แล้ว นายพลสั่งให้เขาทานอาหารไปก่อน และกำลังจะคุยเื่ธุระ สักพักนายตำรวจหนุ่มก็มีอาการง่วง จนกระทั่งหลับไปเพราะโดนวางยา
ห้าชั่วโมงต่อมา กิตติศักดิ์ก็พบว่าตนเองนอนคว่ำหน้าถือปืน พอลุกขึ้นมาก็พบว่าเพื่อนตำรวจของเขาถูกยิงชีวิตแทบไม่เหลือรอดสักคน สักพักตำรวจก็บุกเข้ามาจับกุมตัวเขาทันที มันเป็การจัดฉากชัดๆ แต่ไม่มีใครยอมเชื่อเขาเลยสักคน แม้กระทั่งเพื่อนรักของเขาอย่างนายอิทธิชัย
“ผมไม่ผิด ผมโดนปรักปรำ” คำพูดของนายกิตติกลับเป็เพียงสายลมที่ผ่านไป เพราะไม่มีใครยอมฟังที่เขาพูดเลยสักนิด
นายกิตติพยายามมองหันไปที่ท่านนายพล แต่ท่านก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น และแล้วก็มาถึงวันขึ้นศาล เขาโดนสองคดี คดีแรกคือคดีลักพาตัวอัญญิภา มีพยานเห็นว่าเขาได้พบกับน้องสาวนายอิทธิชัยแถวร้านอาหารนั้นด้วย และกล่าวอ้างว่าผู้หญิงได้ไปกับเขาด้วย พยานคนนั้นให้การเท็จ แต่ไม่อาจหาหลักฐานมาหักล้างได้ เพราะมีกล้องวงจรปิดจับภาพตอนที่เขาและอัญญิภาคุยกันได้ แต่ตอนที่พวกเขาแยกย้ายกัน ภาพกลับถูกตัดไปทันที ส่วนคดีที่สองคือคดีฆ่าเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็ตำรวจนอกเครื่องแบบเหมือนกัน แต่นายกิตติไม่ยอมรับสารภาพใดๆ
สักพักภาพในจอหนังก็ตัดมาที่บทสนทนาระหว่างพลตำรวจเอกพลฤทธิ์กับนายกิตติ ในตอนนั้นนายพลได้แอบไปเยี่ยมที่เรือนจำ
“นายคิดดีๆนะ ชีวิตน้องสาวนายอยู่ในมือนายแล้ว แต่ฉันสั่งคำเดียว น้องสาวนายคงไม่อาจเป็พยาบาลได้อีกต่อไป” นายพลพลฤทธิ์กล่าวเสียงเย็น
นายกิตติทำได้แต่กำหมัดแน่น แต่เพื่อรักษาชีวิตน้องสาวแล้วเขาก็เลยว่า “ครับ ผมยอมแล้ว”
“ดีมาก ลาก่อน” นายพลรีบจากไปทันที
ในวันขึ้นศาลครั้งที่สอง นายกิตติศักดิ์ยอมให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาเพื่อรักษาชีวิตกัญไว้ ในวันนั้นเขาถูกตัดสินให้จำคุกเป็เวลายี่สิบปี กัญญารัตน์วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายร้องไห้ แต่เ้าหน้าที่รีบดึงตัวพยาบาลสาวให้ออกไปทันที ส่วนชลธิชาเองทำได้แต่ยืนร้องไห้ และมองเขาเดินจากไปเท่านั้น
ั้แ่นั้นมาอิทธิชัยก็ตั้งตนเป็ศัตรูกับครอบครัวของนายกิตติ เพราะนายกิตติไม่ยอมบอกที่ซ่อนศพน้องสาว แต่วันหนึ่งอยู่ดีๆ อิทธิชัยนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมา เขาเดินไปสำรวจที่เกิดเหตุ ตรงบริเวณที่นายกิตติยิงเพื่อนร่วมงานตัวเอง เขาเดินไปเห็นแฟรชไดร์ฟ และกำลังจะหยิบมันขึ้นมา แต่แล้วอยู่ดีๆมีรถปริศนาพุ่งเข้าชนเขาเข้าอย่างจัง ทำให้นายอิทธิชัยหมดสติทันที
ในจอภาพนายตำรวจมองเห็นแล้วว่าคนขับเป็นายพลเอกพลฤทธิ์ เขาเดินลงจากรถแล้วเดินมาหยิบแฟรชไดร์ฟจากในมือชายหนุ่ม แล้วขึ้นรถขับหนีไปทันที นั่นทำให้อิทธิชัยรู้แล้วว่า ที่แท้สิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดว่าใครเป็คนชนเขา เขาเป็ถึงตำรวจระดับสูงนี่เอง ถึงว่าคดีหาตัวคนร้ายที่ชนเขากลับไม่ยอมคืบหน้าไปไหนเลย เป็เพราะอย่างนี้นี่เอง
อิทธิชัยถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลฉับพลัน ตอนนี้เขาอยู่ในห้องไอซียู วิภาวดีแฟนเขาและแม่เขาเฝ้ารอฟังข่าวจากหมอ โชคดีที่หมอออกมาบอกว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา นายอิทธิชัยฟื้นขึ้นมา แต่ก็อาละวาดอย่างหนัก เพราะเขาโวยวายว่ามองอะไรไม่เห็นเลย
จักษุแพทย์รีบตรวจตาให้เขาทันที ก็พบว่ามีเศษกระจกเข้าตาเขา ทำให้ให้ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพตาบอด
ในตอนแรกวิภาวดีก็ดูแลเขาเป็อย่างดี แต่วันดีคืนดีเมื่อรู้ว่าเขาตาบอด เธอก็ออกห่างจากเขาเสียดื้อๆ จนแม่ของเขาถึงขั้นขอร้องหญิงสาวให้กลับไปดูแลอิทธิชัย
“แม่ขอร้องนะ อย่าทิ้งลูกชายแม่เลย”
“โธ่คุณแม่ คือ เอ่อ หนูถูกบังคับให้แต่งงานค่ะ และว่าที่เ้าบ่าวยื่นคำขาดว่าห้ามหนูยุ่งเกี่ยวกับแฟนเก่าเด็ดขาด บ้านหนูติดหนี้เขา จึงจำเป็ต้องทำตามข้อตกลงเขาค่ะ” วิภาวดีกล่าวอ้าง
“ให้แม่ช่วยใช้หนี้ให้มั้ย”
“คงไม่ได้แล้วค่ะ เพราะงานแต่งได้จัดเตรียมในสัปดาห์หน้านี้แล้ว”
แม่นายตำรวจเดินคอตก กลับไปที่ห้องพิเศษของลูกชาย เธอได้ยินเขาบ่นอยากพบตัววิภาวดี แม่ของเขาทำได้แต่โกหกว่าวิภาวดีงานยุ่งมาก มาเยี่ยมเขาไม่ได้จริงๆ
แม่เขาพาลูกชายกลับบ้านที่กรุงเทพ แต่ลูกชายก็อาละวาดร้องเรียกหาแต่วิภาวดีเท่านั้น พยาบาลพิเศษที่จ้างมาไม่อาจทนพฤติกรรมลูกชายเธอได้จริงๆ ต่างพากันลาออก จนกระทั่งแม่เขาซึ่งสนิทสนมกับครอบครัวของกิตติศักดิ์ เธอรู้ว่ากัญญารัตน์เป็พยาบาลที่ดี เธอก็เลยนัดกัญให้มาเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“คุณมีธุระอะไรกับหนูงั้นหรอคะ” กัญญารัตน์สงสัย
“ฉันได้ข่าวว่าเธอเก็บเงินเก็บทองซื้อที่ดินสำหรับให้พี่ชาย ฉันก็เลยจะเสนองานพิเศษเงินดีให้เธอ” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“งานอะไรงั้นหรอคะ” กัญสงสัย
“เป็พยาบาลพิเศษให้ลูกชายฉัน” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“แต่ลูกชายคุณเกลียดพวกเรามากเลยนะคะ” กัญกังวล
“ฉันจะให้เธอสวมรอยเป็วิภาวดีแฟนของอิทธิชัย” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“คงไม่ได้หรอกค่ะ เขาไม่ยอมเชื่อหรอก” กัญกล่าว
“เธอก็รู้ว่าลูกชายฉันตาบอด ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ ตอนนี้เขาเรียกหาแต่วิภาวดีเท่านั้น เขาคอยกลั่นแกล้งพยาบาลที่มาดูแลเขาทุกคน จนไม่มีใครทนเขาได้ พากันลาออกเป็ทิวแถว” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“งั้นฉันจะลองดูค่ะ” กัญยอมรับปาก
กัญญารัตน์หอบข้าวหอบของไปอยู่ที่บ้านของอิทธิชัย โดยอยู่ในนามของวิภาวดี
อิทธิชัยดีใจมากที่แฟนเขายอมกลับมาหาเขา เขาก็เลยเข้าไปกอดและหอมกัญ จนเธอกลัว
“ผมคิดถึงคุณมากเลยนะวิ ทำไมคุณไม่มาเยี่ยมผมสักที” อิทธิชัยกล่าว
“งานฉันยุ่งค่ะ” กัญต้องเลียนเสียงเป็วิภาวดี
“หรอครับ งั้นพวกเรานอนห้องเดียวกันนะครับ” อิทธิชัยพูดยิ้มๆ
กัญใมาก เธอก็เลยรีบพูดทันที “พวกเรายังไม่แต่งงานกันนะคะ จะอยู่ห้องเดียวกันได้ยังไง คุณควรเกียรติวิบ้าง” กัญรีบกล่าวอ้าง
“ก็ได้ครับ งั้นพวกเราอยู่ห้องใกล้กันนะครับ” อิทธิชัยกล่าว
“ก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้คุณปล่อยวิก่อนนะคะ ขอวิไปเก็บของก่อนแล้วค่อยคุยกันนะคะ” ตอนนั้นอิทธิชัยกอดเธอแน่นมาก
“หอมแก้มผมก่อนถึงจะยอมปล่อย” อิทธิชัยกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่แก้มเขา
กัญทำหน้าผะอืดผะอม แต่เธอก็รีบหอมแก้มเขาเพื่อให้เื่มันจบๆไป จนอิทธิชัยยอมปล่อยเธอ
กัญรีบเดินไปเก็บของทันที และคิดในใจ “นี่ฉันต้องเปลืองตัวขนาดนี้เลยหรอเนี่ย”
กัญคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ พร้อมกับจัดยาให้เขาทานไม่เคยขาด บางวันก็พาเขาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์
“สัปดาห์หน้าคุณก็จะผ่าตัดตา คุณจะต้องทำร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้นะคะ” กัญกล่าว
“คุณต้องให้ผมมองเห็นคุณเป็คนแรกนะครับ” อิทธิชัยกล่าว
“ค่ะ แต่ตอนนี้หนวดเคราคุณรุงรังมากเลย งั้นฉันจะโกนหนวดและตัดผมให้คุณนะคะ” กัญรีบเสนอพร้อมกับไปเตรียมอุปกรณ์
“คุณทำเป็หรอครับวิ” อิทธิชัยแปลกใจ
“พอเป็ค่ะ งั้นไว้ฉันถ่ายรูปคุณไว้นะคะ คุณจะได้ไม่หาว่าฉันแกล้งคุณ เพราะฉันเองก็มีฝีมือเหมือนกัน” กัญอวดตนเพราะตนเคยโกนหนวดและตัดผมให้พี่ชายบ่อยๆ
กัญบรรจงโกนหนวดและตัดผมให้เขา ตอนนี้เขาดูหล่อเหลาเหมือนเดิมแล้ว พอทำเสร็จเรียบร้อย เพื่อเป็การขอบคุณ อิทธิชัยจึงดึงตัวแฟนเข้ามาจูบ เพราะคิดว่าเป็แฟนกัน การจูบจึงถือเป็เื่ธรรมดา
กัญใมากเธอพยายามขืนตัวแต่ไม่อาจสู้แรงตำรวจได้ เมื่อเขายอมปล่อย กัญอยากจะตบหน้าเขา แต่ทำไม่ได้ เพราะเธอยังรับบทเป็วิภาวดีอยู่
“ทำไมคุณทำเหมือนเป็จูบแรกของคุณเลยล่ะครับวิ พวกเราจูบกันเป็เื่ปกติอยู่แล้วนี่” อิทธิชัยกล่าวอ้าง
“ต่อไปคุณอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ฉันยอมคุณหลังแต่งงานกันเท่านั้น” กัญรีบพูดกลบเกลื่อน และไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับเธออีก
“แต่ว่า…” อิทธิชัยรับรู้ได้ว่าหญิงสาวโกรธ
“ฉันพูดเป็ครั้งสุดท้ายค่ะ หากมีครั้งหน้า ฉันจะไปจากคุณทันที” กัญยื่นคำขาด
“ก็ได้ครับ ผมจะไม่ทำอย่างนั้นอีกตกลงมั้ย” อิทธิชัยกล่าว
“งั้นคุณโพสต์ท่าดีๆนะคะ ฉันจะถ่ายรูปให้” กัญรีบเปลี่ยนเื่ แล้วถือมือถือเตรียมถ่ายรูปเขา
“แล้วทำไมถึงให้ผมหันหลังให้ล่ะครับ” อิทธิชัยแปลกใจ
“ก็คุณไม่ชอบเห็นตัวเองตาบอดไม่ใช่หรอคะ ฉันก็เลยถ่ายรูปคุณจากด้านหลังแทนไง” กัญกล่าว
“คุณนี่ช่างเป็คนละเอียดอ่อนจริงๆ” อิทธิชัยกล่าว
อิทธิชัยมีความสุขมากเพราะแฟนเขาดูแลเขาเป็อย่างดี อีกทั้งไม่ยอมทิ้งเขาไปไหน ว่างๆเธอก็อ่านหนังสือดีๆให้เขาฟังเพื่อผ่อนคลาย
จนกระทั่งถึงวันผ่าตัด อิทธิชัยจับมือหญิงสาวไว้แน่นมาก
“ปล่อยมือได้แล้วค่ะ คุณเป็ลูกผู้ชายนะคะ แค่นี้ไม่เห็นต้องกลัว” กัญกล่าว
“แต่ผมกำลังจะถูกผ่าตัดนะครับ” อิทธิชัยแอบกลัว
“มันเป็การรักษานะคะ เขาไม่ได้จะฆ่าแกงคุณเสียหน่อย” กัญกล่าว
และแล้ววันที่อิทธิชัยเข้าห้องผ่าตัด ก็เป็วันที่เขาได้จากแฟนสาวไปตลอดกาล เพราะกัญได้รับเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้วจากไปทันที
“แม่อยากให้หนูเป็ลูกสะใภ้แม่จริงๆจัง” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“อย่าเลยค่ะ ความจริงแล้วอิทธิชัยเกลียดหนูมากเลยนะคะ” กัญกล่าว
“แม่ว่าลูกชายแม่ไม่มีสายตาเื่การมองผู้หญิง ถึงได้เลือกวิภาวดีมาเป็แฟน และแล้วเธอก็ทิ้งลูกชายแม่ไปแต่งงานกับคนอื่น” แม่ของอิทธิชัยกล่าว
“แต่หนูได้ยินว่าเขาถูกบังคับให้แต่งงานไม่ใช่หรอคะ” กัญกล่าว
“แต่วันที่แม่ไปงานแต่งงานของเธอ แม่เห็นเธอยิ้มแย้มแจ่มใสมากเลยนะ ไม่ใช่ผู้หญิงอมทุกข์เลยสักนิด” แม่ให้ความเห็น
“ก็ได้แต่หวังว่าอิทธิชัย เขาจะทำใจได้นะคะ” กัญแอบห่วง
“แม่ก็หวังเช่นนั้น”
******************************************
ในวันที่อิทธิชัยมองเห็น เขากลับไม่เห็นแฟนสาวอยู่เคียงข้าง และเมื่อเขาได้ยินข่าวที่แฟนสาวไปแต่งงานกับชายอื่น เขาก็เลยไปอาละวาดที่บ้านชายคนนั้นทันที
“มันหมายความว่ายังครับวิ คุณทรยศผมไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง” อิทธิชัยกล่าวอย่างเอาเื่
“ฉันขอโทษค่ะ คุณอิทธิ ฉันถูกบังคับแต่งงาน ฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ” วิภาวดีพูดเพราะไม่อยากให้อิทธิชัยมองเธอไม่ดี ทั้งที่เธอก็เต็มใจแต่งงานกับชายคนนั้นจริงๆ
“คุณหนีไปกับผมเถอะนะครับ” อิทธิชัยกล่าว
“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ คือ เอ่อ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบชอบคุณ เธอขู่ทำร้ายฉันด้วย” วิภาวดีกล่าวอ้าง
“เธอเป็ใครครับ” อิทธิชัยสงสัย
“เธอก็คือ เอ่อ กัญญารัตน์น้องสาวนักโทษคนนั้นไงคะ เธอแอบชอบคุณมานานแล้ว” วิภาวดีแกล้งโกหก
“เป็ไปไม่ได้หรอกครับ พวกเราไม่ถูกกัน” อิทธิชัยไม่เชื่อหู
“ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ดูที่มือถือเธอสิคะ เธอมีรูปถ่ายคุณด้วย” วิภาวดีเคยเห็นกัญถ่ายรูปเขาตอนเขาตาบอดด้วยโดยบังเอิญ
“อะไรนะครับ มีรูปถ่ายผมด้วย” อิทธิชัยงง
“ฉันต้องกลับไปหาสามีแล้วค่ะ ลาก่อนนะคะอิทธิ ฉันยินดีด้วยนะคะที่คุณมองเห็นแล้ว” วิภาวดีกล่าว
อิทธิชัยโมโหมาก เขาก็เลยไปเอาเื่ถึงที่โรงพยาบาลทันที
“ยัยกัญ แฟนเธอมาเยี่ยมน่ะ เขารออยู่ที่หลังโรงพยาบาลนะ” เพื่อนพยาบาลกล่าว
“แฟนฉัน ใครกัน ฉันไม่มีแฟนนี่” กัญงง
“ไปดูก่อนเถอะ ฉันเห็นเขามีรูปเขากับพี่ชายเธอด้วยนะ” เพื่อนพยาบาลกล่าว
กัญเข้าใจว่าอาจเป็เพื่อนพี่ชายที่อำกันเล่นเฉยๆ เธอก็เลยยอมไปพบที่หลังโรงพยาบาล
“คุณมีเื่อะไรไม่ทราบคุณอิทธิชัย” กัญกล่าวอย่างเอาเื่
“ผมได้ข่าวว่าคุณไปข่มขู่ไม่ให้แฟนผมยุ่งเกี่ยวกับผมอีก” อิทธิชัยรีบเข้าเื่
“ฉันจะทำเพื่อ” กัญงง
“คุณแอบรักผมมากไม่ใช่หรอ” อิทธิชัยกล่าวตามข้อมูลที่อดีตแฟนให้มา
“คุณหลงตัวเองมากไปหรือเปล่า” กัญกล่าว
อยู่ดีๆอิทธิชัยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบเข้าไปค้นตัวหญิงสาวอย่างไม่ให้เกียรติ จนกัญรีบตบหน้าเขา
ด้วยความโมโห อิทธิชัยเลยรีบจูบกับกัญ ทั้งคู่จูบกันอยู่นาน จนกัญได้สติเลยรีบผลักเขาและตบเขาเป็ครั้งที่สอง
แต่ทว่าเธอเพิ่งรู้ตัวว่าอิทธิแอบล้วงเอามือถือของเธอไป แล้วถือวิสาวะเปิดมือถือของเธอ อาจเป็เพราะมือถือเธอไม่ได้ล็อค ทำให้นายตำรวจเข้าไปดูข้อมูลได้โดยง่าย
กัญพยายามจะวิ่งไปเอามือถือคืน แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะเขาได้เห็นรูปตัวเขาเองอยู่ในมือถือของกัญ แต่มันเป็ภาพจากด้านหลังทั้งนั้น
“นี่ไงหลักฐาน นี่คุณเป็โรคจิตหรือยังไง คงแอบตามผมแล้วแอบถ่ายจากด้านหลังสินะ” อิทธิชัยกล่าว
“ฉัน….” กัญเองก็พูดไม่ออก เพราะภาพเ่าั้มันเป็ภาพที่ถ่ายตอนเขาตาบอดทั้งสิ้น
“ผมยื่นคำขาด ให้คุณลบรูปพวกนี้ซะ แล้วคุณก็ห้ามเข้าใกล้ผมอีกต่อไป” อิทธิชัยกล่าว
“ค่ะ ฉันขอสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก เอามือถือคืนมาได้แล้วค่ะ” กัญกล่าวอย่างหนักแน่นเพราะเธอโกรธเขามาก
“เดี๋ยว ผมขอลบรูปของผมให้หมดก่อน” อิทธิชัยรีบลบรูปทั้งหมดทันทีแล้วคืนมือถือให้กับเธอ
“คุณมีธุระแค่นี้ใช่มั้ยคะ” กัญทนไม่ไหวแล้ว เธอไม่อาจมองหน้าเขาได้อีก
“เดี๋ยว ผมว่าคุณควรกล่อมพี่ชายคุณให้ยอมบอกที่ซ่อนศพน้องสาวผมได้แล้วนะ” อิทธิชัยกล่าว
“แล้วฉันจะหาโอกาสบอกเขาค่ะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ลาก่อนนะคะ” กัญพูดตรงๆ
กัญญารัตน์โกรธจัดจนลมออกหู เธอรีบเดินจากไปโดยไม่หันมามองเขาอีกเลย
และแล้วฉากนี้ก็เป็ฉากสุดท้ายพอดี ภาพในจอภาพก็ดับทันที พร้อมกับที่กัญญารัตน์ตื่นจากนอนหลับอันยาวนานเหมือนกัน
“เอาล่ะค่ะ คุณได้รู้ความจริงหมดแล้วนะคะ งั้นพวกคุณกลับได้แล้ว” อุไรกล่าว
“คุณจะมาทำไมคะ” กัญรีบต่อว่า
“ผมก็อยากรู้ความจริงเหมือนกัน ผมจะได้ช่วยล้างมลทินให้พี่ชายคุณไง” อิทธิชัยกล่าว
“แสดงว่าพี่ชายฉันไม่ผิดใช่มั้ยคะ คุณมีวิธีช่วยพี่ชายฉันใช่มั้ยคะ” กัญเดินเข้าไปจับมืออิทธิอย่างลืมตัว แล้วอยู่ดีๆเธอก็นึกขึ้นได้ เธอก็เลยรีบปล่อยมือทันที
“ครับ ผมจะช่วยพี่ชายคุณ แต่คุณต้องสัญญาว่าจะให้ความร่วมมือกับผมทุกอย่าง” อิทธิชัยกล่าว
“ได้ค่ะ เพื่อพี่กิตติ ฉันจะร่วมมือกับคุณ” กัญกล่าว
“เอาล่ะค่ะ งั้นเชิญพวกคุณกลับได้ค่ะ” อุไรกล่าว
“ขอบคุณนะครับ คุณอุไร” อิทธิชัยกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้
“ขอให้พวกคุณโชคดีค่ะ ลาก่อน” อุไรพยักหน้าให้เช่นกัน
อิทธิชัยพากัญญารัตน์เดินออกจากป่าด้วยกัน
“เอ่อ คุณไม่จำเป็ต้องจูงมือฉันก็ได้ค่ะ ฉันเดินเองได้” กัญกล่าวท้วง
“ผมกลัวคุณหลง เห็นมั้ยว่ามันมืดแค่ไหน ไฟฉายแสงก็มีนิดเดียวแบบนี้” อิทธิชัยพูดกล่าวอ้าง
กัญญารัตน์อยากจะดึงมือกลับแต่เขาจับมือเธอแน่นมาก
“นั่นไงคะ รถของคุณ” กัญกล่าว
“งั้นผมไปส่งที่คอนโดคุณนะครับ” อิทธิชัยกล่าว
“ส่งที่โรงพยาบาลก็ได้ค่ะ” กัญกล่าว
“คุณกลัวผมรู้ที่อยู่ของคุณหรือไง” อิทธิชัยสงสัย
“เปล่าค่ะ ฉันพักที่บ้านพักของโรงพยาบาลต่างหาก” กัญต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดเพื่อพี่ชาย
“ไปทานบะหมี่เกี๊ยวด้วยกันนะครับ ผมหิวแล้ว” อิทธิชัยรีบชวน
“คุณก็ไปทานคนเดียวสิคะ” กัญกล่าว
“ผมอุตส่าห์ขับรถไปส่งคุณนะ” อิทธิชัยทวงบุญคุณ
“ก็ได้ค่ะ มื้อนี้ฉันยอมเลี้ยงคุณก็ได้ พอใจรึยัง” กัญกล่าว
อิทธิชัยแอบอมยิ้ม จนกัญญารัตน์แปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของอิทธิชัย
**********************************************************************************************************************
ตอนจบ
สารวัตรใช้สิทธิของตำรวจเข้าพบเพื่อพูดคุยกับกิตติศักดิ์ที่ห้องสืบสวนคดีทันที
“ทำไมนายถึงมีสภาพสะบักสะบอมอย่างนั้น” อิทธิชัยสอบถามเพื่อน
“มันไม่เกี่ยวกับนายนี่” กิตติศักดิ์พูดกวนๆ
“นี่ฉันอุตส่าห์จะหาวิธีล้างมลทินให้นายนะ” อิทธิชัยยอมพูดด้วยดีๆ
“นายยอมเชื่อแล้วหรอ” กิตติแปลกใจ
“ยอมเชื่อแล้ว แต่ฉัน้าหลักฐานทั้งหมดที่นายมี” อิทธิกล่าว
“มันอยู่ใน email ฉัน” กิตติกล่าว
“งั้นนายพิมพ์ email และ password ในมือฉันเลยก็แล้วกัน” อิทธิยื่นมือถือให้
“แต่ฝ่ายนั้นเขามีอิทธิพลมาก ดีไม่ดีนายอาจเป็เหมือนฉันก็ได้” กิตติเป็ห่วงเพื่อน
“ฉันจะเข้าหาผู้มีอิทธิพลที่เป็ศัตรูกับนายพลพลฤทธิ์” อิทธิกล่าว
“นี่นายยอมใช้ทางลัดเลยงั้นหรอ” กิตตินึกไม่ถึง
“ฉันไม่มีทางเลือก เพราะฉันเองก็เคยโดนท่านนายพลทำร้ายถึงขั้นตาบอดเหมือนกัน ว่าแต่นายเป็คนมีฝีมือต่อยตีไม่แพ้ใคร ทำไมถึงสะบักสะบอมแบบนี้” อิทธิสงสัย
“นายพลมีสายอยู่ในคุกด้วย พวกมันขู่เอาชีวิตน้องสาวฉัน ฉันก็เลยยอมให้มันซ้อม” กิตติยอมบอก
“ต่อไปนายไม่ต้องยอมแล้วล่ะ” อิทธิกล่าว
“ทำไมล่ะ” กิตติสงสัย
“ฉันจะหาคนคุ้มครองกัญให้” อิทธิกล่าวไปอย่างนั้นทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละจะคุ้มครองกัญเอง
“ขอบใจนายมาก” กิตติซึ้งใจ
“นั่นมันแสดงให้เห็นว่านักการเมืองกับนายตำรวจระดับสูงคนนั้นร่วมมือกัน” อิทธิเริ่มให้ความเห็น
“ฉันเองก็ประมาทเกินไป ดันไปเปิดเผยและแสดงหลักฐานทั้งหมดให้นายพลพลฤทธิ์เห็น” กิตติเจ็บใจตัวเอง
“เอาเถอะ ถือเป็ประสบการณ์ก็แล้วกัน” อิทธิกล่าว และพูดอีกว่า “นายพร้อมเสี่ยงชีวิตมั้ย”
“คงไม่อะไรสาหัสเท่านี้อีกแล้วล่ะ ฉันยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อให้พวกมันรับโทษทัณฑ์” กิตติพูดอย่างโกรธแค้น
“นายกลับไปก่อนเถอะ หากมีอะไรให้นายช่วย ฉันจะติดต่อนายเอง” อิทธิกล่าว
“ดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกัน อย่ามาเห็นกันในคุกล่ะ” กิตติรีบเตือน
“ฉันว่ามันอาจไม่ถึงคุกหรอก พวกมันเล่นฉันถึงตาย” อิทธิกล่าว
กิตติศักดิ์ยิ้มให้เพื่อน แล้วเดินจากไป
******************************************
“คุณนัดฉันมาที่บ้านคุณทำไมคะ” กัญญารัตน์สงสัย
“คุณรู้มั้ยว่า คนร้ายมันเอาชีวิตคุณไปขู่พี่ชายคุณ ดังนั้นเขาจึงยอมรับสารภาพทุกอย่างแบบนั้น อีกทั้งพวกมันยังกล้าไปซ้อมพี่ชายคุณอีก โดยบอกพี่ชายคุณว่าหากไม่ยอมให้พวกเขาซ้อม พวกมันก็จะส่งมือปืนที่รู้จักมาทำร้ายคุณ” อิทธิเล่า
“งั้นฉันจะจ้างบอดี้การ์ดให้มาคุ้มครองค่ะ” กัญกล่าว
“ไหนว่าคุณจะเก็บเงินให้พี่ชายคุณไงครับ” อิทธิรีบแย้ง
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ” กัญสงสัย
“แต่งงานกับผม” อิทธิรีบพูด
“อะไรนะคะ แต่งเพื่อ” กัญงง
“ผมจะได้คุ้มครองคุณได้อย่างสะดวกไงครับ ผมสามารถสั่งลูกน้องให้คุ้มครองคุณได้” สารวัตรกล่าว
“ไม่เอาค่ะ ฉันยินดีจ้างบอดี้การ์ดดีกว่า” กัญไม่ยอม
“แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าบอดี้การ์ดไม่ใช่พวกเดียวกับคนร้ายพวกนั้น พวกมันมีอิทธิพลมากนะครับ” อิทธิรีบขู่
“แต่มันต้องถึงขั้นแต่งงานเลยหรอคะ แกล้งเป็แฟนกันเฉยๆก็ได้นี่” กัญกล่าว
“ผมจะให้คุณไปอยู่บ้านเดียวกับผม แม่ผมคงไม่ยอมให้ผู้หญิงที่ไม่ใช่เมียผมอยู่บ้านด้วยแบบนั้นหรอกครับ ไม่งั้นผู้หญิงคนนั้นจะถูกมองไม่ดี” อิทธิกล่าว
“แต่ว่า…” กัญไม่อยากยอมรับข้อตกลง
“ไหนว่าคุณจะให้ความร่วมมือกับผมไง” อิทธิทวงสัญญา
“ฉันว่า ความคิดคุณแปลกนะคะ” กัญกล่าว
“เอาล่ะ งานแต่งพร้อมแล้วนะครับ เพราะสามารถใช้ของงานที่แล้วได้เลย ยังดีที่ชลธิชาหนีไปก่อนงานแต่งงาน” อิทธิกล่าวอ้าง
“ก็ได้ค่ะ ถ้ามันจะช่วยให้พี่ชายฉันไม่ต้องยอมใครง่ายๆแบบนี้” กัญคิดซะว่าทำเพื่อพี่ชาย
“ต้องอย่างนั้นสิครับ” อิทธิยิ้มอย่างสมใจ
“คุณต้องอย่าลืม พวกเราแต่งแค่ในนามนะคะ” กัญกล่าวย้ำ
“ครับ” อิทธิรับคำ
******************************************
วันก่อนวันแต่งงาน
“ทำไมต้องจดทะเบียนสมรสด้วยคะ แถมจดก่อนงานแต่งงานอีก” กัญรีบท้วง
“แม่ผมขอดูครับ ท่านเห็นว่าผมกับคุณไม่ถูกกัน เลยไม่เชื่อว่าพวกเราจะแต่งงานกันจริงๆ” อิทธิเอาแม่มาอ้าง
“เอ่อ แต่ว่า…” กัญรู้สึกแปลกๆ
“รีบเข้าไปเถอะครับ คุณต้องขึ้นเวรบ่ายไม่ใช่หรอ” อิทธิรีบเร่งหญิงสาว
“ก็ได้ค่ะ” กัญใจอ่อน
กัญญารัตน์ได้เข้าไปจดทะเบียนสมรสกับสารวัตรอิทธิชัยแบบไม่ทันตั้งตัว
และแล้วก็มาถึงพิธีแต่งงาน กัญญารัตน์ต้องตื่นแต่เช้าแต่งตัว เธอต้องเข้าร่วมพิธีขันหมาก ตักบาตรในตอนเช้า บายศรีสู่ขวัญ รดน้ำสังข์ จนกระทั่งถึงเวลาตอนเที่ยงมีการจัดงานเลี้ยงที่โรงแรม ทำให้แเื่มาร่วมแสดงความยินดีแบบอุ่นหนาฝาคั่ง
“พี่ยินดีด้วยนะ ยัยกัญ ในที่สุดเธอก็เป็ฝั่งเป็ฝาเสียที” ชลกล่าว
“อย่าแซวแบบนั้นสิคะพี่ชล” กัญยิ้มให้
เ้าบ่าวจูงมือเธอไปทั่วงาน โดยเธอกับเขาต้องถ่ายรูปคู่ตลอดทั้งงานและเดินไปทั่วบริเวณ จนเ้าสาวเดินจนเหนื่อย และแล้วก็มาถึงตอนที่พิธีกรประกาศให้เ้าบ่าวเ้าสาวขึ้นบนเวที
กัญญารัตน์ไม่สามารถกล่าวอะไรได้มาก เพราะมันเป็เพียงงานแต่งปลอมๆเท่านั้น แต่เธอแปลกใจมากว่าทำไมเ้าบ่าวไปสรรหาคำพูดมาจากไหน ที่บอกว่ารักเธอมากอย่างโน้นอย่างนี้ จนเธอทึ่งในความสามารถในการโกหกของชายหนุ่ม เขาพูดจนทุกคนตบมือ
และแล้วก็ถึงการรอคอย ทุกคนกดดันให้เ้าบ่าวจูบเ้าสาวบนเวที
กัญญารัตน์พยายามกระซิบบอกว่าไม่ต้องก็ได้ แต่เ้าบ่าวก็ทำหูทวนลม เขาดึงเธอเข้าไปจูบอีกตามเคย
ในระหว่างเดินไปที่ห้องหอ กัญรีบต่อว่าทันที “ฉันบอกคุณแล้วใช่มั้ยคะ ว่าไม่ต้องจูบน่ะ”
“โธ่คุณ พิธีมันต้องสมจริงสิ รีบเดินไปที่ห้องหอเถอะ แม่ผมรออยู่แล้ว” เ้าบ่าวรีบกล่าวกลบเกลื่อน
แม่ของอิทธิชัยยิ้มดีใจที่ได้ลูกสะใภ้เป็กัญญารัตน์จริงๆ เธออวยพรทั้งคู่ พร้อมทั้งกอดทั้งคู่อย่างเอ็นดู จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธี กัญญารัตน์ก็ออกฤทธิ์ทันที
“นี่คุณจะผลักผมไปไหนนี่” อิทธิรีบท้วง
“ออกไปได้แล้วค่ะ มันเป็งานแต่งปลอมๆ ดังนั้นพวกเราต้องอยู่กันคนละห้องค่ะ” กัญกล่าว
“แต่ว่า….” อิทธิแอบเสียดาย
“ถึงคุณจะไม่ชอบหน้าฉัน แต่คุณเอาเปรียบฉันเยอะมากแล้วนะคะ ยังไงฉันก็เป็ผู้หญิงนะ” กัญกล่าว
“ก็ได้ครับ ราตรีสวัสดิ์นะที่รัก” อิทธิแกล้งพูด
“ออกไปได้แล้วค่ะ” กัญหน้าแดง
กัญญารัตน์รีบล็อคห้องทันที เธอรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่าที่ตัดสินใจแบบนี้
******************************************
กัญญารัตน์ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของอิทธิชัยเต็มตัว เธอก็เลยบริการทำอาหารให้เขาเป็การตอบแทน
“คุณก็มีฝีมือเหมือนกันนี่” อิทธิกล่าวชม
“ถือว่าเป็ค่าเช่าที่อยู่ที่นี่ก็แล้วกันค่ะ” กัญกล่าว
“คุณคิดอย่างนั้นหรอครับ” อิทธิแอบรู้สึกน้อยใจที่เธอยังไม่ยอมรับเขาเป็สามี
“ค่ะ ว่าแต่แม่คุณล่ะคะ” กัญรีบเปลี่ยนเื่
“แม่ผมอยู่อีกบ้านครับ” อิทธิกล่าว
“งั้นแล้วไปค่ะ พวกเราก็คงไม่จำเป็ต้องแสดงละครอะไรมาก” กัญรู้สึกโล่งอก
“วันนี้ผมไปส่งที่โรงพยาบาลก็แล้วกัน คุณกลับเมื่อไหร่ก็โทรบอกผม” อิทธิกล่าว
“ให้ฉันขับกลับเองก็ได้นี่คะ” กัญเกรงใจ
“ผมต้องคุ้มครองคุณไง คุณอย่าลืมสิ” อิทธิย้ำเตือน
และแล้วอิทธิชัยก็แสดงตัวเป็สามีที่ดี เขาขับรถไปรับไปส่งกัญญารัตน์ทุกวัน จนเพื่อนแอบแซวเพราะคิดว่าสามีกัญหวงกัญมาก
จนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ ซึ่งเป็วันหยุดของกัญ นายตำรวจรีบพาภรรยาไปที่โรงหนังทันที
“ทำไมต้องให้ฉันมาด้วยคะ ไหนว่าคุณมีงานสืบคดีไง” กัญบ่น
“ก็ถ้าผมมาคนเดียวมันก็ผิดสังเกตสิครับ ผมต้องคอยจับตามองพ่อค้ายาเสพติด ผมกลัวมันเห็นผมครับ” สารวัตรเล่า
“ก็ได้ค่ะ งั้นรีบเข้าไปในโรงหนังเถอะ” กัญกล่าว
ทั้งคู่เข้าไปรอเป็คู่แรก แต่พ่อค้ายาที่ว่ายังมาไม่ถึง
สักพักเหยื่อที่ว่าก็เดินเข้ามา
“ตายแล้วผมลืมเอาหน้ากากอนามัยมา” อิทธินึกขึ้นได้
“พวกมันจำคุณได้หรอคะ” กัญสงสัย
“พวกมันเคยเห็นหน้าผมครับ” อิทธิกล่าว
“แล้วจะทำยังไง” กัญกล่าวงงๆ
นายตำรวจไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงภรรยาเข้ามาจูบ เพื่อให้ไม่คนร้ายมองเห็นหน้าเขา
กัญรีบตีเขาและผลักเขาออก แต่แรงเธอก็สู้เขาไม่ได้อีกเช่นเคย
พอนายตำรวจยอมปล่อย กัญกำลังต่อว่า เขาก็รีบปรามทันที “ที่นี่โรงหนังนะครับ”
กัญทำได้แต่หันหน้าไปทางอื่น เพราะเขาเอาเปรียบเธออีกแล้ว
สารวัตรรีบส่งข้อความไปบอกลูกน้องเตรียมตัว เพราะเป้าหมายมาถึงเรียบร้อย พอทั้งสองดูหนังได้สักพัก กัญก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
กัญเดินไปตามปกติ แต่ทว่าห้องน้ำกลับไม่มีคนเลย กัญเสร็จกิจกำลังจะเปิดประตูห้องแต่แล้วอยู่ดีๆก็มีคนมาเคาะประตูห้องน้ำ พร้อมกระแทกเพื่อให้ประตูห้องน้ำเปิดออก กัญพยายามผลักเอาไว้ เธอมองเห็นว่าปลายเท้าเป็ผู้ชาย ตอนนี้เธอกลัวมาก เลยรีบส่ง line ไปบอกสามี แต่ไม่รู้ว่าสามีเธอจะยอมอ่านหรือเปล่า
“ออกไปนะ ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจจริงๆด้วย” กัญรีบะโบอก
“สาวน้อย ยอมเปิดประตูเถอะนะ” คนร้ายกล่าว
กัญพยายามผลักประตูสุดชีวิต ในใจร้องเรียกให้สารวัตรมาช่วยเธอ
แต่ทว่าสักพัก ผู้ชายหน้าประตูก็ร้องด้วยความเ็ป โดยใครก็ไม่รู้กำลังอัดเขาอยู่
กัญเปิดประตูออกไปก็พบว่าสารวัตรกำลังซ้อมชายคนนั้น ยังดีที่ลูกน้องตำรวจมาห้ามไว้ได้ทัน
สารวัตรเข้ามากอดกัญไว้ “ไม่เป็อะไรแล้วนะครับ”
“แล้วพ่อค้าคนนั้นล่ะคะ ฉันทำให้คุณเสียงานใช่มั้ยคะ” กัญรู้สึกผิด
“มันเป็ตัวปลอมครับ ผมนั่งสังเกตมันอยู่นาน พอรู้ ก็เลยออกมาหวังพาคุณกลับไปที่โรงพักด้วยกันเพื่อตั้งหลักก่อน แต่ดันมาเห็นไอ้ลามกคนนี้เข้า” อิทธิกล่าวอย่างเจ็บแค้น
“รีบกลับกันเถอะค่ะ ฉันอายเขา” กัญเริ่มมองเห็นสายตาของคนมุง
สารวัตรจูงมือภรรยากลับโรงพัก ในขณะที่ลูกน้องคุมตัวคนร้ายบ้ากามเพื่อดำเนินคดี ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ ต่างพากันสมน้ำหน้าที่คนร้ายโง่มาก ดันไปก่อคดีกับเมียตำรวจ
******************************************
สารวัตรจึงต้องเริ่มต้นใหม่เพราะพ่อค้ายาไหวตัวทันเสียก่อน เขาพาภรรยากลับบ้านด้วยกัน
“แล้วคดีพี่ชายฉันไปถึงไหนแล้วคะ” กัญถาม
“ผมกำลังรวบรวมหลักฐานและกำลังขอให้นายตำรวจระดับสูงอีกท่านช่วยเหลือครับ” อิทธิยอมบอก
“คุณต้องระวังตัวนะคะ” กัญเป็ห่วง
“ครับ ในสัปดาห์หน้าผมจะยื่นหลักฐานส่งฟ้องศาลแล้ว พี่ชายคุณมีโอกาสพ้นมลทินแล้วครับ” อิทธิพูดยิ้มๆ
“ขอบคุณมากค่ะสารวัตร” กัญซึ้งใจ
******************************************
และแล้วก็มาถึงวันขึ้นศาลอย่างเป็ทางการ ตอนนี้สารวัตรได้ส่งฟ้องร้องนักการเมืองชื่อจลศักดิ์และนายตำรวจใหญ่ที่ชื่อพลฤทธิ์ เพราะสารวัตรได้รวบรวมหลักฐานเก่าที่เพื่อนเคยสืบไว้ ไม่เพียงเท่านั้นสารวัตรยังสามารถสืบเพิ่มได้ว่านายตำรวจใหญ่กับนักการเมืองติดต่อกันเื่ค้าอาวุธเถื่อนกับเ้าพ่อค้าอาวุธข้ามชาติ โดยมีหลักฐานเป็เอกสารลายมือชื่อของคนทั้งคู่ว่าได้รับซื้ออาวุธมาเก็บไว้ ทำให้นายใหญ่ทั้งสองคนดิ้นไม่หลุด ตอนนี้ทุกคนกำลังรอให้รถขนนักโทษพาตัวกิตติศักดิ์มาที่ศาล เพื่อขึ้นให้การต่อศาลในวันนั้น
แต่ทว่าเ้าหน้าที่แจ้งว่ารถขนนักโทษถูกลอบวางะเิ มีผลทำให้นักโทษเสียชีวิตคาที่
ชลธิชาถึงขั้นเป็ลมทันที กัญญารัตน์อยากจะร้องไห้แต่เธอก็ห่วงชลธิชามาก เลยรีบไปดูอาการชลที่ห้องปฐมพยาบาล
นายพลฤทธิ์แอบยิ้มอย่างสมใจ แต่ทว่าสารวัตรรีบยื่นหลักฐานเป็คลิปวีดีโอทันที
และทุกคนก็เห็นภาพที่นายกิตติศักดิ์ยอมเล่าเื่ในคืนวันนั้นให้ทุกคนฟัง เขาเล่าว่าเขาไปพบนายพลฤทธิ์ตามนัดหมายและถูกนายตำรวจใหญ่มอมยา หลังจากนั้นลูกน้องนายตำรวจก็พาตัวเขาไปที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งเพื่อนตำรวจเขาได้ตายไปแล้ว พวกมันยัดปืนที่เป็อาวุธฆ่าเพื่อนตำรวจใส่มือของกิตติ
พลฤทธิ์ก็ลุกขึ้นมาแก้ตัวทันที “มันเป็เพียงคำพูดของนักโทษคนนั้น เชื่อถือได้ยังไง”
“มันยังไม่หมดหรอกครับ เพราะพวกเรามีภาพกล้องวงจรปิดจับภาพได้ทั้งหมด ขอโทษนะครับที่มีคนแอบอัดภาพไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่คุณจะลบมันทิ้ง” อิทธิะโบอก
หลักฐานแ่า นายใหญ่ทั้งคู่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทันที
แม้ว่าการล้างมลทินจะประสบความสำเร็จ แต่พวกเขาก็ต้องสูญเสียนายกิตติศักดิ์ไป
กัญญารัตน์หน้าซีดมาก แต่เธอก็อดทนจัดงานศพให้พี่ชาย ในขณะที่ชลธิชานั้นมีอาการหนักยิ่งกว่า เธอไม่ค่อยได้ทานข้าว ทำให้เป็ลมบ่อยครั้ง จนอิทธิชัยต้องมาคอยดูแลชลอย่างใกล้ชิด
กัญญารัตน์เริ่มตระหนักแล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปล่อยให้สารวัตรเป็อิสระเสียที ดังนั้นหลังพิธีฌาปนกิจศพ เธอก็เลยรีบดำเนินการขอเอกสารใบหย่าและเขียนจดหมายถึงสารวัตรทันที
ใน่นั้นสารวัตรวุ่นวายกับการไปรับไปส่งชลธิชา จนทำให้แม่ของสารวัตรบ่นแล้วบ่นอีก
และแล้ววันถัดมา สารวัตรก็เพิ่งรู้ตัวว่ากัญญารัตน์ได้ขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปแล้ว
สารวัตรจึงรีบไปที่โรงพยาบาลทันที
“มันหมายความว่ายังไงครับ ทำไมคุณถึงเซนใบหย่าโดยไม่ปรึกษาผมก่อน” อิทธิรีบท้วง
“อย่าลืมสิคะ ว่ามันเป็เพียงงานแต่งปลอมๆเท่านั้น ตอนนี้พี่ชายฉันก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว คงไม่มีใครมาทำร้ายฉันแล้วค่ะ คุณไม่จำเป็ต้องคุ้มครองฉันอีก” กัญกล่าว
“แต่ว่า….” อิทธิกำลังเดินเข้าไปหา แต่กัญรีบถอยหนีจากเขา
“อีกอย่างฉันตัดสินใจคบกับคุณหมอจลศักดิ์เป็แฟนแล้ว คุณรีบหย่าให้ฉันเถอะนะคะ” กัญกล่าวแล้วหันหน้าหนี
“ก็ได้ครับ ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้วนี่” อิทธิรู้สึกน้อยใจ
ตำรวจหนุ่มเดินจากไปทันที เขามุ่งแต่ทำงานท่าเดียว ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจมากที่สุดที่สูญเสียกัญให้กับชายคนอื่น
สัปดาห์ต่อมาสารวัตรก็เดินทางไปที่บ้านพักอีกหลังของเขา ตอนนี้ชลธิชากำลังดูแลชายคนที่ทำศัลยกรรมหน้าใหม่
“แล้วทำไมนายไม่บอกน้องฉันว่า ฉันยังไม่ตาย และตอนนี้ใช้ชื่อใหม่ว่า จักรกฤต” กิตติศักดิ์หรือจักรกฤตท้วง
“ไม่มีประโยชน์แล้วนี่ น้องนายมีแฟนใหม่แล้ว เขาเป็หมอชื่อจลศักดิ์” อิทธิอกหัก
“แปลกนะ เขามีภรรยาอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” จักรกฤตสงสัย
“เห็นว่าฝ่ายนั้นบอกว่าหย่าขาดจากภรรยาแล้ว” อิทธิกล่าว
“ฉันมองตายัยกัญออก เธอมีใจให้คุณไม่ใช่หรอคะ” ชลให้ความเห็น
“เธอทำไปเพราะ คิดว่าพวกเราแกล้งเป็สามีภรรยากันเฉยๆมั้งครับ” อิทธิกล่าว
“แล้วนี่ นายจะดื่มหมดขวดเลยรึไง” จักรกฤตเริ่มปรามเพื่อน เพราะเพื่อนดื่มเหล้าอย่างหนัก
“ขอย้อมใจหน่อย น้องสาวนายทำฉันอกหัก” อิทธิบ่น
ชลธิชาพาแฟนที่มีผ้าก็อตพันบนใบหน้าไปนอนพักข้างบน เพราะเขามองไม่ค่อยถนัดเลยต้องมีชลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
สักพักมือถือของชลก็ดัง
สารวัตรรำคาญเลยหยิบมาดูพอเห็นว่าเป็กัญโทรมา เขาก็รีบกดรับทันที
“พี่ชลคะ ช่วยกัญด้วย ตอนนี้กัญรู้แล้วว่า หมอจลศักดิ์เป็ฆาตกรที่ฆ่าอัญญิภาจริงๆ หมอเขารู้ตัวแล้วว่ากัญเข้าใกล้เขาเพื่อหลอกสืบคดีค่ะ ตอนนี้เขากำลังจะฆ่ากัญปิดปาก พี่ชลรีบแจ้งตำรวจเร็วเข้านะคะ” กัญพูดอย่างหวาดกลัว
“ทำไมคุณถึงใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ครับกัญ” สารวัตรบ่น
“สารวัตรหรอคะ อื้อ….” ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
สารวัตรตาสว่างทันทีเขารีบสั่งลูกน้องให้ตามไปที่จุดเกิดเหตุโดยสืบจาก GPS จากมือถือของกัญ
******************************************
กัญถูกมัดอยู่ที่บนดาดฟ้าที่ตึกแห่งหนึ่ง เมื่อเธอฟื้น เธอจึงเอามีดพกที่แอบพกติดตัวมา รีบตัดเชือกทันที กัญจึงรีบถือโอกาสวิ่งหนี แต่ก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือหมอได้ หมอรีบจับกุมตัวหญิงสาว พร้อมกับรีบผลักตัวเธอตกตึก
กัญรีบจับราวไว้ทั้งสองข้างได้ทันพอดี
“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วยคะคุณหมอ” กัญรีบพูด
“อัญ มันจะทำลายชื่อเสียงฉัน โดยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเด็กเป็ลูกฉัน ฉันยอมไม่ได้จริงๆ” หมอยอมพูด
“อะไรนะคะ อัญญิภาท้องกับคุณ” กัญใ
“ใช่ และตอนนี้เธอก็กำลังจะทำลายชื่อเสียงฉันอีกคน ดังนั้นเธอก็ตายตามอัญญิภาไปเถอะนะ” หมอกล่าว
“คุณฆ่าเธอได้ยังไง แล้วทำไมอัญถึงไปอยู่บ้านโทรมหลังนั้นได้” กัญรีบถาม
“ฉันก็แค่ทำให้ร่างกายของอัญเกิดภาวะขาดออกซิเจนฉับพลันด้วยยาพิษ จากนั้นฉันก็พาศพเธอไปไว้ที่บ้านโทรมหลังนั้น โดยหลอกพวกมันว่ารถฉันเสีย เลยพาภรรยามาพักที่นี่ด้วย ผ่านไปไม่นานพวกมันก็หลงกล ไอ้ลูกชายบ้านนั้นมันก็แทงอัญไม่ยั้ง เป็ไงเป็การจัดฉากที่สมบูรณ์แบบใช่มั้ยกัญ” หมอพูดอย่างภูมิใจ
กัญญารัตน์ไม่ไหวแล้ว มือเธอเริ่มอ่อนแรงและกำลังจะตกอยู่แล้ว จนกระทั่งสามีเธอจับเธอไว้ได้ทัน
ในขณะที่ลูกน้องของเขารีบเข้าจับกุมตัวหมอทันที
อิทธิชัยดึงตัวภรรยาขึ้นมาจนปลอดภัย แล้วเขาก็กอดเธอไว้แน่นมาก จนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก
“ขอบคุณนะคะ แต่ตอนนี้ปล่อยฉันก่อนนะคะ ฉันหายใจไม่ออก” กัญกล่าว
อิทธิชัยยอมปล่อยหญิงสาว แล้วเข้าไปอัดหมอจลศักดิ์อาการเกือบปางตาย จนลูกน้องต้องรีบห้ามไว้
“นายอำมหิตมาก ที่ฆ่าน้องสาวฉันและหลานแบบนั้น” อิทธิแอบได้ยินตอนกำลังขึ้นบันไดขึ้นมาบนดาดฟ้า
“พวกคุณไม่มีหลักฐาน” หมอกล่าว
“ใครบอก เมียฉันฉลาดนะจะบอกให้ เธอแอบติดเครื่องดักฟังไว้ด้วย ดังนั้นคำพูดทั้งหมดของนายถูกอัดไว้หมดแล้ว เตรียมรับกรรมในคุกเถอะ” อิทธิกล่าว
ลูกน้องตำรวจรีบพาตัวหมอในสภาพสะบักสะบอมไปทันที
สารวัตรพาภรรยาไปโรงพักเพื่อสอบปากคำ
กัญญารัตน์ก็เลยเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง ในตอนนั้นหมอจลศักดิ์กำลังจีบเธอ เขาพาเธอไปทานดินเนอร์ด้วยกัน ในตอนนั้นเขากลับไปก่อนเพราะมีธุระ แต่เขาทำกระเป๋าสตางค์หล่น เธอจึงถือวิสาสะเปิดดูเพื่อหาเ้าของ และแล้วเธอก็มองเห็นรูปคู่ระหว่างอัญกับหมอจลศักดิ์ เธอแปลกใจมาก แต่ทำได้แต่เก็บเงียบเอาไว้ จนตัวเธอรีบนำกระเป๋าไปคืนหมอที่รถ พอเธอกลับที่พักใกล้โรงพยาบาล เธอก็เลยรีบเปิดซิมมือถือลึกลับที่พบที่บ้านโทรมหลังนั้นทันที ก็พบว่ามันเป็ซิมมือถือของอัญญิภา ข้างในมีรูปคู่ระหว่างเธอกับหมอ ทั้งคู่สวีทกันมาก ถึงขั้นมีคลิปที่ทั้งคู่จูบกัน ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าคดีอัญญิภามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น เพราะตัวกัญเองก็รู้ว่าหมอจลศักดิ์มีภรรยาและลูกแล้ว อีกทั้งภรรยายังมีหน้ามีตาในสังคมอีกด้วย
ต่อมากัญก็เลยแกล้งยอมรับรักจากหมอและเริ่มสืบ จนรู้ว่าวันเกิดเหตุหมอได้นัดอัญไปคุย แต่อัญไม่ยอมทำแท้ง อีกทั้งจะประกาศให้นักข่าวรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ ทำให้หมอโกรธมาก ถึงขั้นวางแผนชั่วโดยไตร่ตรองไว้เป็อย่างดี นั่นก็คือแอบวางยาอัญจนสลบ แล้วฉีดยาพิษใส่เธอ หมอแอบสืบจนรู้ว่าบ้านโทรมหลังนั้นมีฆาตกรต่อเนื่อง จึงวางแผนจะโยนความผิดให้ฆาตกรบ้าคนนั้นแทน ซึ่งมันก็เป็ไปตามแผนจริงๆ
ความจริงแล้วไม่มีหลักฐานใดๆที่จะสามารถเอาผิดหมอได้ แต่โชคดีที่กัญอัดเสียงสารภาพของหมอไว้ได้ทั้งหมด จึงทำให้สามารถดำเนินคดีและเอาผิดหมอได้จริงๆ
เมื่อเห็นว่าเื่ราวเรียบร้อยดี หลังจากนั้นสารวัตรก็พาภรรยาไปบ้านพักเขาอีกหลัง ซึ่งตอนนี้เขายกให้นายกิตติศักดิ์หรือนายจักรกฤตอยู่กับแฟนชั่วคราว
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ” กัญแปลกใจ
“ผมอยากให้คุณไปพบคนคนนึง” อิทธิกล่าว
พอเธอลงไปก็เห็นชลเดินออกมาต้อนรับ ก็เลยคิดไปเองว่าสารวัตรกับชลตัดสินใจคบกันแล้ว
กัญเดินตามเข้าไปในบ้าน เธอก็แปลกใจที่เห็นชายพันใบหน้าด้วยผ้าก็อตอยู่ด้วยอีกคน
“กัญครับ คนนี้เป็พี่ชายคุณไง” อิทธิกล่าว
“พี่กิตติศักดิ์หรอคะ” กัญวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง
“เบาๆหน่อยครับ มันะเืถึงแผลรู้มั้ย” จักรกฤตปรามน้อง
“กัญดีใจจริงๆค่ะ พี่ยังไม่ตาย” กัญกล่าว
“สารวัตรส่งคนมาช่วยพี่ได้ทันเวลาพอดี” จักรกฤตเล่า
“แล้วศพนั่นเป็ใครคะ” กัญสงสัย
“หุ่นฟางเท่านั้นครับ” อิทธิกล่าว
“ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอคะ” กัญสงสัย
“ใช่ ไม่งั้น ฝ่ายนั้นก็จะตามราวีนายกิตติไม่มีที่สิ้นสุด” อิทธิกล่าว
“แล้วพี่จะทำยังไงต่อคะ” กัญหันไปหาพี่
“ตอนนี้พี่กับชลแอบจดทะเบียนสมรสกันแล้ว พอพี่หายพี่จะไปสู่ขอชล” จักรกฤตจับมือชลไว้
“เอ่อ แต่พี่ไม่มีสมบัติอะไรไปสู่ขอพี่ชลนี่คะ” กัญเริ่มเป็ห่วง เพราะเธอยังเก็บเงินได้ไม่ถึงไหน
“ใครบอกล่ะ ก็สินสอดที่นายอิทธิให้พี่นี่ไง น่าจะพอส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งพี่แอบเก็บเงินฝากธนาคารไว้ก้อนหนึ่ง ่นั้นพี่ก็สามารถเก็บเงินได้พอสมควรเหมือนกัน” จักรกฤตกล่าว
“ยินดีด้วยนะคะพี่ชล” กัญยิ้มให้
“พวกเรากลับกันเถอะ กัญ ปล่อยให้พี่ชายคุณพักผ่อนเถอะ” อิทธิกล่าว
กัญจึงกล่าวล่ำลาพี่ชายและพี่สะใภ้ แล้วกลับไปขึ้นรถของสารวัตร พอนั่งรถไปด้วยกันเธอก็เลยเกริ่นขึ้นมา “เื่สินสอดนั่น เอาไว้ฉันจะหาเงินผ่อนใช้คืนคุณนะคะ”
แต่สารวัตรกลับเงียบไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำ สักพักเขาก็ไปจอดในที่ที่ไม่สมควร
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ” กัญใที่เห็นว่าเขาจอดหน้าโรงแรมม่านรูด
“ผม้าแม่ของลูกครับ ผมไม่ได้้าเงินจากคุณ” อิทธิกล่าว
กัญรีบเปิดประตูลงจากรถแล้วกำลังจะวิ่งหนีเขา แต่ทว่าสารวัตรกลับรวดเร็วมาก เขารีบแบกหญิงสาวไว้ที่บ่าแล้วพาเข้าไปในห้องทันที โดยมีเด็กบริการเปิดประตูให้
สารวัตรพาหญิงสาวไปที่เตียง
กัญกระเถิบตัวหนีทันที “ไม่เอานะคะ คุณอย่าทำแบบนี้ พวกเราหย่ากันแล้วนะคะ คุณอย่าลืมสิ”
“เปล่านี่ครับ ผมฉีกใบหย่าไปแล้ว” อิทธิกล่าว
“อะไรนะคะ” กัญใ
สารวัตรดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดทันที
“ฉัน ฉัน ไม่ใช่ตัวแทนวิภาวดีนะคะ คุณยังรักเธออยู่ ฉันรู้” กัญรีบกล่าวอ้าง
“ใช่ครับ ผมรักวิภาวดีตัวปลอมคนนั้น เธอดูแลผมอย่างใกล้ชิดจนผมหลงรักเธอจริงๆ” อิทธิกล่าว
“ฉันทำตามสินจ้างที่แม่คุณให้ต่างหากค่ะ” กัญเผลอเผยตัว
“นั่นไงคุณยอมรับแล้วว่าคุณสวมรอยเป็วิภาวดีใน่ที่ผมตาบอด” อิทธิกล่าว
“ไม่ค่ะ คุณอย่าทำแบบนี้…” กัญพยายามผลักเขาออกไปแต่ก็ไร้ผล
กัญไม่อาจหยุดอารมณ์ของสารวัตรได้อีกต่อไป ตอนนี้เขาโหมจูบและเล้าโลมแบบหยุดไม่อยู่ จนกระทั่งกัญยินยอมพร้อมใจไปกับเขา จนถึงเช้า
กัญนอนหลับไปในสภาพที่กอดกับสารวัตร ตอนนี้เธอกลายเป็ของเขาเต็มตัวแล้ว
“ตื่นแล้วหรอครับที่รัก” อิทธิกล่าวยิ้มๆ
“ทำไมคุณทำแบบนี้คะ” กัญงอน
“ผมไม่อยากสูญเสียคุณให้ชายคนไหนอีกแล้ว” อิทธิกล่าว
กัญไม่อยากพูดกับเขา เธอก็เลยเอาผ้าห่มมาพันกายแล้วเดินไปอาบน้ำ
สารวัตรกลัวเธอหนีกลับไปก่อนเลยรีบเข้าไปอาบน้ำพร้อมกันกับเธอด้วย จนกัญต้องตีเขาอย่างโมโห แต่ก็ห้ามสามีหมาดๆของเธอไม่ได้อยู่ดี
กัญงอนก็เลยไม่ยอมพูดด้วยตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกัน จนกระทั่งสารวัตรขับรถมาจอดที่วัดที่เก็บอัฐิของน้องสาว
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ” กัญแปลกใจ
“พาพี่สะใภ้ไปแนะนำให้อัญรู้จักไงครับ” อิทธิกล่าว
“สงสารอัญนะคะ” กัญเริ่มสลดใจเมื่อคิดถึงอัญ
“พวกเราเข้าไปกันเถอะครับ” อิทธิกล่าว
สารวัตรโอบภรรยาเข้าไป เธออยากจะปรามสามีแต่คงห้ามอะไรเขาไม่ได้ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
“ผมคงต้องทำบุญให้น้องสาวกับหลานผมด้วยแล้วครับ งั้นพวกเราไปซื้อของมาถวายสังฆทาน แล้วค่อยกลับกันนะครับ” อิทธิเสนอ
“งั้นไปร้านสะดวกซื้อใกล้ๆนะคะ เลือกของใช้ใหม่ๆแบบที่พระท่านใช้ได้นะคะ” กัญกล่าว
และแล้วทั้งคู่ก็ได้ถวายสังฆทานอุทิศส่วนบุญไปให้น้องสาวและหลานที่ไม่ได้เกิด ทั้งสองเฝ้าภาวนาว่าขอให้อัญและบุตรไปสู่สุคติ
หลังจากนั้นสารวัตรก็ขนย้ายข้าวของให้กัญไปอยู่ห้องเดียวกันเขา ตอนนี้ทั้งคู่ใช้ชีวิตเป็สามีภรรยากันอย่างเต็มตัวเสียที จนกระทั่งวันหนึ่ง
สารวัตรได้พาจักรกฤตที่มีใบหน้าอันหล่อเหล่าและชลธิชาไปอยู่ที่ไร่ที่ราชบุรี ไร่นี้สารวัตรเป็คนมอบให้พี่ชายเมียโดยถือเป็ค่าสินสอดเช่นกัน ตอนนี้จักรกฤตได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับชลเสียที หลังจากที่เขาต้องอดทนติดคุกมาเป็เวลา 8 เดือน จักรกฤตนึกไม่ถึงเลยว่าฟ้าหลังฝนมันดีอย่างนี้นี่เอง หากเขาท้อแท้เซื่องซึมยอมตายในคุก ก็จะไม่มีวันล้างมลทินให้กับตัวเองได้แบบนี้
และในระหว่างนั้นเองอยู่ดีๆวิภาวดีก็มาทวงสิทธิ์ เธอเข้าไปพบกัญถึงที่บ้านที่กรุงเทพฯ และอ้างว่าตนแอบมีความสัมพันธ์กับสารวัตร ถึงขั้นตั้งครรภ์ และตอนนี้สามีเก่าก็ได้อย่าขาดจากเธอเพราะจับได้ว่าเธอเป็ชู้กับสารวัตร
กัญกับแม่สามีไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องยอมให้วิภาวดีอยู่ที่บ้านหลังนั้นไปก่อน แต่กัญนั้นเป็คนใจร้อน อยู่ดีๆเธอก็หอบเสื้อผ้าแล้วเตรียมเดินทางไปต่างจังหวัด เธอตัดสินใจสมัครเป็พยาบาลอาสาแบบทันทีทันใด และพอดีกันกับที่ลูกน้องของสารวัตรมารับเอกสารที่โต๊ะทำงานของสารวัตร เพราะสารวัตรอนุญาตแล้ว
กัญซึ่งรถเสีย เธอเลยขอให้ลูกน้องสารวัตรเป็คนไปส่ง
กัญรีบยกกระเป๋าเสื้อผ้าไปที่รถลูกน้องทันที
จ่ายศเป็คนขับ ส่วนจ่าเสริมก็เป็ผู้สื่อข่าวแบบจำเป็ เขารีบแอบ line ไปบอกเ้านายทันที
สารวัตรใมากที่รู้ข่าวนั้น แต่เขาส่งข้อความให้ถ่วงเวลาไว้ แต่มันทำไม่ได้เพราะมันใกล้จะถึงหมอชิตอยู่แล้ว ดังนั้นสารวัตรจึงใช้ไม้ตายสั่งลูกน้องเปิดเพลงลูกทุ่งให้กัญฟัง ซึ่งมันได้ผลแบบไม่น่าเชื่อ กัญนอนหลับไปทันที
สารวัตรรีบขึ้นเครื่องไปกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน ตอนนี้เขาให้ลูกน้องขับรถไปรับเขาที่สนามบิน โดยมีกัญติดสอยห้อยตามมาด้วย และเธอก็ยังนอนหลับอยู่
“สารวัตรมาถึงเร็วจริงๆครับ” จ่าเสริมกล่าว
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเมียฉันจะหนีฉันแบบนี้” สารวัตรสงสัย
“ก็คุณวิภาวดีน่ะสิครับ เธอประกาศว่าเธอท้องกับคุณ และตอนนี้เธอก็หย่าขาดจากสามีเก่าเธอแล้ว” จ่ายศกล่าว
“ความรักระหว่างฉันกับกัญช่างไม่หนักแน่นจริงๆ” สารวัตรบ่น
“ผมว่ามันเชื่อยากนะครับ เพราะคุณวิเคยเป็คนรักของสารวัตร” จ่าเสริมให้ความเห็น
“เอาล่ะไปส่งฉันที่บ้านก่อนก็แล้วกัน” สารวัตรตัดบท
สารวัตรให้กัญนอนหนุนตักเขาไปตลอดทาง จนลูกน้องแอบยิ้มให้ พอไปถึง เขาก็รีบอุ้มภรรยาเข้าไปที่ห้อง ส่วนลูกน้องก็ช่วยแบกกระเป๋ามาให้ทันที
“ขอบใจพวกนายมาก พวกนายกลับได้แล้ว” สารวัตรกล่าว
“ครับผม ผมต้องรีบไปเคลียร์งานพอดี” จ่ายศกล่าว
ทั้งสองจ่าเลยรีบกลับไปที่โรงพัก
กัญสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกตัวก็พบว่าตนมานอนที่ห้องเธอกับสามีอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เธอเลยรีบเดินลงไปก็เห็นสามีตัวเองกำลังต่อว่าวิภาวดีอยู่
“หากลูกคุณไม่ใช่ลูกผม ผมสามารถแจ้งจับคุณฐานิ่ประมาทได้นะครับ วิ” สารวัตรกล่าว
“แต่วิยังรักคุณอยู่นะคะ” วิภาวดีเปลี่ยนเื่
“ผมมีเมียแล้วครับ” สารวัตรกล่าว
“ก็ได้ค่ะ งั้นคุณให้วิอยู่ที่นี่ชั่วคราวก่อนนะคะ วิยังไม่มีที่ไป” วิภาวดีรีบต่อรอง
“ผมให้เวลาถึงพรุ่งนี้นะครับ คุณต้องหาที่อยู่ให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้เมียผมเข้าใจผมผิดหรอก” สารวัตรกล่าว
วิรีบเดินขึ้นไปที่ห้องทันที เพราะสารวัตรไม่มีเยื่อใยให้กับเธอเลยสักนิด
สักพักสารวัตรก็โทรไปหาลูกน้อง โดยวานให้ไปสืบเื่ราวเกี่ยวกับวิภาวดีเพราะเขาไม่เชื่อว่าเธอจะยอมหย่าขาดจากสามีจริงๆ
กัญเดินไปหาสารวัตร แต่สารวัตรเร็วกว่ามาก เขารีบดึงตัวเธอเข้าไปกอด
“อย่าทิ้งผมไปแบบนี้อีกรู้มั้ยกัญ” อิทธิกล่าว
“ก็ได้ค่ะ แต่สรุปว่าเด็กในท้องวินั้น…” กัญยังคงสงสัย
“คุณคิดว่าผมจะมีเวลาไหนไปหาวิครับ กลางวันไปทำงาน กลางคืนก็อยู่แต่กับคุณ” อิทธิกล่าว
กัญหน้าแดง “คุณอย่าพูดเสียงดังสิคะ อายเขา”
“เห็นมั้ยล่ะ คุณเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่า ผมไม่มีทางเป็พ่อเด็กในท้องวิ และอีกอย่างวิเขาท้องจริงๆหรือเปล่า พวกเรายังไม่รู้เลย” อิทธิกล่าว
“คงต้องรอพิสูจน์ต่อไปค่ะ” กัญเองก็ไม่แน่ใจ
“พวกเราไปทานข้าวเถอะครับ ผมหิวแล้ว ผมรีบขึ้นเครื่องมารั้งคุณเลยเห็นมั้ย” อิทธิกล่าว
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันใจร้อนเกินไปจริงๆ” กัญยอมขอโทษ
******************************************
แต่คิดหรือว่าวิภาวดีจะหยุดอยู่แค่นี้
วิภาวดีนัดกัญไปนั่งพายเรือด้วยกันเพื่อเจรจา
“คุณมีอะไรก็ว่ามาเถอะค่ะ” กัญรีบถาม
“คุณยอมคืนอิทธิให้ฉันเถอะนะคะ คุณเองก็รู้ว่าเขารักฉันอยู่ ตอนนี้คุณเป็เพียงตัวแทนฉันเท่านั้นเอง” วิยังไม่หยุด
“แต่ถึงยังไงฉันก็เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไปแล้วค่ะ มันคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้” กัญกล่าว
“เปลี่ยนได้สิคะ คุณแค่ยอมหย่าเท่านั้น” วิกล่าว
“ตอนนี้เขาไม่ได้รักคุณแล้วค่ะ คุณวิ” กัญกล่าว
“งั้นมาพิสูจน์กันมั้ยคะ” วิรีบท้า
“พิสูจน์ยังไง” กัญกล่าวไม่จบเพราะวิเริ่มโยกเรือ
สักพักอยู่ดีๆ วิภาวดีก็ะโร้องขอความช่วยเหลือ “อย่าค่ะคุณกัญ อย่าทำร้ายฉันเลยนะคะ ฉันว่ายน้ำไม่เป็”
ทั้งๆที่กัญก็นั่งอยู่เฉยๆ แต่วิกลับเป็คนขย่มเรือ จนกระทั่งเรือล่มจริงๆ กัญพยายามจะเข้าไปช่วยวิ แต่ถูกเธอผลักออกมา จนกระทั่งสารวัตรรีบว่ายเข้าไปช่วยวิไว้ ในตอนนี้กัญทำได้แต่ยืนมองเพราะน้ำมันไม่ลึกมาก เธอมองเห็นสามีตัวเองว่ายประคองตัววิไปที่ฝั่งต่อหน้าต่อตา
กัญเลยตัดสินใจว่ายตามไป จนถึงฝั่งเช่นกัน
สารวัตรสั่งลูกน้องผู้หญิงให้ทำการผายปอดให้กับวิภาวดี
ตอนนี้กัญไม่อาจอธิบายอะไรได้อีก เธอก็เลยยืนรอให้สามีเดินเข้ามาต่อว่าเธอ
“ทำไมคุณทำแบบนี้ครับ กัญ” สารวัตรรีบโวย
กัญทำได้แต่หันหน้าหนี และกำลังจะเดินหนีสามีตัวเอง
อยู่ดีๆเธอก็ต้องใที่สารวัตรดึงเธอเข้าไปกอด “คุณจะเดินในสภาพแบบนี้ไม่ได้นะครับกัญ เสื้อคุณบางมาก ผมหวงรู้มั้ย” สักพักสารวัตรก็สั่งลูกน้องให้ถอดเสื้อคลุมมาให้ก่อน แล้วเขาก็รีบคลุมตัวหญิงสาวให้
“บนรถผมมีเสื้อยืด กางเกงขาสั้น คุณใส่ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมพาไปแวะซื้อให้ใหม่”
กัญกำลังจะพูด แต่สามีเธอก็อุ้มพาเธอไปที่รถทันที
“ฉันเดินเองได้นะคะ คุณไม่ต้องอุ้มแบบนี้หรอก” กัญรีบท้วง
“ถึงแล้ว เห็นมั้ย พวกเราไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำก่อนนะครับ แล้วกลับมารอผมที่รถ ผมขอคุยกับวิเขาแป๊ปนึง” อิทธิกล่าว
เมื่อทำตามแผน สารวัตรก็กลับมาที่รถแล้วขับรถพาภรรยากลับ
“นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านนี่คะ” กัญรีบท้วง
“วันนี้แม่ผมพาหลานมาเยี่ยมที่บ้าน พวกเรามีอะไรกันที่บ้านไม่ได้ครับ” สารวัตรพูดตรงเกิน
“แล้วทำไมต้อง…” กัญพูดไม่จบ
และแล้วก็ถึงโรงแรมอีกเช่นเคย “ก็เสื้อคุณบางนี่ครับ”
“ไม่นะคะ ฉันจะกลับบ้าน” กัญรีบท้วง
“คุณอย่าทำเหมือนสามีเป็โจรห้าร้อยสิครับ ผมก็อายเขาเหมือนกันนะ” สารวัตรกล่าว
กัญเลยยอมเดินตามสามีเข้าไปแต่โดยดี สามชั่วโมงผ่านไปทั้งสองก็กลับมาขึ้นรถ
กัญที่หน้าแดงจัดรีบขึ้นไปบนรถทันที
“คุณยอมเชื่อผมบ้างสิครับกัญ” สารวัตรพูดทั้งๆที่ขับรถอยู่
“แล้วฉันบอกหรอคะว่าไม่เชื่อใจคุณ” กัญย้อนถาม
“ตอนที่ผมช่วยชีวิตวิ แล้วผมมองหน้าคุณ ผมก็รู้แล้วว่าคุณคิดแบบนั้น คุณคงคิดว่าผมมีใจให้วิอยู่ แต่ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่ ผมเพียงไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าคุณเป็ฆาตกรฆ่าวิ เพราะวิแกล้งะโไปแบบนั้น” สารวัตรกล่าว
“คุณรู้หรอคะ” กัญแปลกใจ
“วินัดผมมาที่นี่เหมือนกัน แต่ผมมาก่อนเวลานัด เลยมองเห็นคุณกับวิคุยกันบนเรือ ผมใช้กล้องส่องทางไกลก็เห็นคุณนั่งอยู่เฉยๆ ในขณะที่วิเป็คนทำให้เรือล่ม” สารวัตรเล่า
“เธอทำไปก็เพราะยังรักคุณอยู่นี่คะ” กัญกล่าว
“ไม่ใช่ครับ” สารวัตรแย้ง
“หมายความว่ายังไง” กัญแปลกใจ
สักพักมือถือของเธอก็ดัง
“ค่ะพี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” กัญรับโทรศัพท์
“นายอิทธิอยู่ด้วยมั้ย” จักรกฤตกล่าว
“ใช่ค่ะเขากำลังขับรถอยู่” กัญตอบ
“เปิดลำโพงเสียงดังๆเลย พี่จะด่ามัน” จักรกฤตสั่งน้องสาว
กัญเลยยอมทำตาม
“ไอ้เพื่อนเลว นายกล้าไปบอกวิภาวดีได้ยังไงว่า ฉันเป็เ้าของไร่ไปแล้ว” จักรกฤตกล่าว
“แล้วเป็ไงบ้างล่ะ” อิทธิพูดยิ้มๆ
“วิก็เลยตามติดฉันแทนน่ะสิ รู้มั้ยวิถึงขั้นส่งภาพตัดต่อระหว่างฉันกับวิไปที่มือถือชล ตอนนี้ชลโกรธฉันมาก ถึงขั้นไล่ฉันไปนอนนอกห้อง” จักรกฤตเล่า
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้างไงเพื่อน” อิทธิกล่าว
“เปลี่ยนกับผีน่ะสิ ไม่รู้ล่ะ ถ้านายไม่รีบมาเคลียร์ให้ ฉันจะขึ้นเครื่องไปนอนขั้นกลางระหว่างนายกับน้องฉัน เอาสิ ถ้าฉันไม่มีความสุข นายก็อย่าหวังจะได้มีความสุข” จักรกฤตเริ่มพาล
“นายเป็คนโหดร้ายไปั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย” อิทธิกล่าว
“เร็วเข้า ฉันให้เวลาไม่เกินเย็นวันนี้ ฉันนอนไม่หลับถ้าไม่ได้นอนกอดชล” จักรกฤตกล่าว
“ครับคุณพี่ ผมจะรีบดำเนินการทันทีครับ” อิทธิพูดล้อเพื่อน
และแล้วจักรกฤตก็รีบวางสายทันที
“หมายความว่ายังไงคะ” กัญสงสัย
“คุณต่อสายไปที่ชลธิชาเถอะครับ ผมจะเล่าให้ฟังพร้อมกัน” อิทธิกล่าว
“ได้ค่ะ” กัญยอมทำตาม
พอกัญต่อสายไปยังชลธิชา
“ว่าไงกัญ มีอะไรหรือเปล่า” ชลรีบถาม
“ผมขอโทษครับชล เื่ของวิมันเป็ความผิดของผมเองครับ” อิทธิเป็คนพูด
“หมายความว่ายังไงคะ” ชลสงสัย
“ผมสืบได้แล้วว่าวิภาวดียังไม่ได้หย่าขาดจากสามีครับ แต่ที่เธอมายุ่งกับพวกเราก็เพราะสามีเธอ้าที่ดินที่ราชบุรี เลยขอร้องให้วิช่วยมาสร้างความร้าวฉานให้พวกเราแบบนี้” อิทธิเล่า
“อ๋อ คุณก็เลยบอกวิว่า ที่ดินเป็ของจักรกฤตไปแล้วใช่มั้ยคะ” ชลคาดเดา
“ใช่ครับ แต่ผมนึกไม่ถึงว่าเธอจะสามารถนำภาพมาตัดต่อได้อย่างรวดเร็วปานนี้” อิทธิกล่าว
“พี่ยอมคืนดีกับพี่จักรกฤตเถอะนะคะ” กัญกล่าว
“จ้า พี่ไม่โกรธเขาแล้วล่ะ” ชลหายโกรธ
“งั้นว่างๆจะไปเยี่ยมนะชล” อิทธิกล่าว
“อื้อแล้วเจอกัน” ชลวางสายทันที
******************************************
“ไม่คิดว่าคุณวิจะทำทุกอย่างเพื่อสามีแบบนี้นะคะ แล้วคุณเสียใจมั้ยคะ” กัญเริ่มเห็นใจ
“ผมจะเสียใจก็ต่อเมื่อคุณหนีผมไปเท่านั้นแหละกัญ” อิทธิกล่าว
“ว่าแต่ทำไมคุณถึงโยนปัญหาไปให้พี่ชายฉันแบบนั้นคะ” กัญแอบว่า
“ผมแค่จะแสดงให้คุณเห็นว่าวิไม่ได้รักผมจริงไงล่ะ และอีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างจักรกฤตกับชลมันไม่ขาดจากกันง่ายๆหรอก คุณเองก็เห็นขนาดพี่คุณติดคุก ชลก็ยังมั่นคงในรัก แต่มันช่างต่างกับพวกเรามาก แค่มีใครสะกิดนิดเดียว คุณก็พร้อมจะไปจากผมได้ทุกเมื่อ” อิทธิแอบน้อยใจ
“ก็ฉันไม่มั่นใจในตัวเองว่าคุณจะรักฉันนี่คะ” กัญยอมเผย
“คราวนี้มั่นใจได้แล้วหรือยังครับ หรือต้องรอให้ผมตาบอดก่อนแล้วคุณค่อยดูแลผมแบบนั้น” อิทธิกล่าว
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะเชื่อใจคุณ” กัญกล่าวคำมั่น
สองมือของทั้งสองสอดประสานกัน อิทธิจับมือภรรยาไว้แน่นมาก ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ไม่จำเป็ต้องมีกุญแจมือผูกติดทั้งสองไว้อีกแล้ว เพราะทั้งสองจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป และรักกันมั่นคงเหมือนกับคู่ของจักรกฤตหรือกิตติศักดิ์กับชลธิชา
จบบทสุดท้าย