เืจากาแของศรันย์ ตอนนี้แห้งแล้ว แต่แรงอัดะเิระหว่างพลัง 2 สาย ยังคงหลงเหลือความรุแรงและบอบช้ำภายในอยู่มาก ศรันย์พยายามพยุงตัวเองนั่งพิงกรงขัง ขบวนย้ายผู้ร้ายประกาศจับสู่กองกำลังปราบมาร เคลื่อนขบวนเรื่อยๆ จนค่ำหยุดพักระหว่างทาง ศรันย์ที่ตอนนี้ร่างกายอ่อนเพลีย บอบช้ำภายใน โดยที่ลิขิตคู่แค้นคอยส่งอาหารที่ความจริงเป็เสบียงของศรันย์ที่ได้เตรียมไว้ในการย้ายหมู่บ้าน ได้กิน ดื่ม โช่กุญแจที่ยึดตรึงศรันย์แ่า เป็การใช้เหล็กชั้นดีมากทำโซ่ตรวนศรันย์ลองใช้พลังปราณ เพื่อทำลายโซ่ แต่พลังที่ฟื้นคืนมายังไม่พอที่จะทำลายโซ่ตรวน
ลิขิตรั้งท้ายให้ สมาและ 4 นายสิบเป็ผู้นำขบวน ภารกิจของเขานอกจากจะจับศรันย์ผู้เป็ศิษย์ทรนงมารไน้ปฐีแล้ว ยังมีหน้าที่เกลี่ยกล่อมศรันย์เบื้องต้นระหว่างทางกลับกองบัญชาการกองกำลังปราบมาร เพื่อเอามาเป็พวกและหลอกเพื่อศึกษาวิชา 7 ดาบมารทมิฬไร้พ่ายมาเป็วิชาของกองกำลังปราบมาร เป็วิธีทีใช้มาตลอดในการพัฒนาวิชาของกองกำลังปราบมาร จากข้อมูลที่สุรีย์ได้รับจากสมาว่า ศรันย์ใช้เวลาฝึกเพียง 2 ปีกว่าก็เอาชนะ สมาและ 4 นายสิบได้ ถ้าหากจริง7 ดาบมารทมิฬไร้พ่าย ก็เป็บวิชาที่น่่าสนใจศึกษามาก สมารถฝึกให้นักรบในหน่วยที่้ารีบใช้งานได้
ลิขิตพยายามชวนศรันย์ตลอดการเดินทาง โดยกล่าวถึงข้อดีต่างๆในการเข้าร่วมกองกำลังปราบมาร เปรียบความสุขสบายที่ต่างกับการใช้ชีวิตในคุกข้อหานักโทษ หรือการกลับไปอยู่่กับชาวหมู่บ้านแห่งเหล็กอีกครั้ง ศรันย์นั่งรับฟัง เหมือนจะรอข้อเสนอที่ลิขิตจะเสนอให้ด้วยความตั้งใจ ลิขิตพูดถึงอนาคต หากได้ศรันย์มาช่วยในการบริหารกองกำลังปราบมาร เมื่อลิตขิตได้เป็ผู้บริหารในอนาคต จะได้ร่วมเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างที่คิดว่าไม่ดีได้ แต่ต้องเริมจากสร้างฐานอำนาจให้เกิดขึ้นมาก่อน ศรันย์ยิ้มแสดงความพอใจพร้อมกับดื่มกินอาหาร อย่างสบายใจ
ส่วนพวกสมา แยกไปพักผ่อนอย่างสบาย ด้วยเครื่องนอนต่างที่ขนใส่รถม้าบรรทุกจากหมู่บ้านแห่งเหล็ก ตัวสมาเปิดดูกล่องเหล็กที่บรรจุ เศษดาบมารทมิฬของศรันย์ที่แตกหัก อย่างมีความสุข เศษดาบยังคงมีไอสีดำจางๆพวยพุ่งจากกล่องแสดงถึงปราณทมิฬที่ยังมีอนุภาพ โดยไม่หมด หนึ่งใน 4 นายสิบกล่าวถามว่า ท่านสมาจะเอาเศษดาบนี้ไปทำไมรึ พวกนายได้เห็นอนุภาพของวิชาค่ายดาบแสงแล้วใช่รึป่าว พวกเราฝึกดาบมันมาไม่ต่ำกว่า 10 ปีกลับมีวรยุทธห่างชั้นกับลิขิตมากมายขนาดนั้น ทั้งวิชาปราณพลิกฟ้าไว้ดินของค่ายดาบแสงก็ไม่เคยได้ฝึกทั้งที่ ผู้บัญชาการสุรีย์ผู้เป็ถึงอดีตว่าที่เ้าสำนัก 5 ดาบ ผู้ก่อตั้งกองกำลังปราบมาร ไม่เคยได้ถ่ายให้เหล่านักรบ กองกำลังปราบมารเรียนรู้เลย
แม้ทุกสำนักที่เข้ามาในกองกำลังปราบมาร ต้องมีการถ่ายทอดเคล็ดวิชาและกระบวนท่าให้กับกองกำลังปราบมารเป็วิชาส่วนกลางที่ผู้ที่จะศึกษาได้ฝึกตามถนัด ส่วนเคล็ดวิชาธาตุลมของอาณาจักรนภาที่พวกเราได้เรียนรู้ก็ขาดตกเคล็ดไม้ตายไปท่า แสดงถึงเจตนาที่ไม่จริงใจของ สุรีย์ั้แ่แรกเริ่มแล้ว ทั้งอาวุธต่างๆรวมทั้งเสื้อเกราะหากไม่เพราะพวกเราสรรหามาเองก็ได้เพียงดาบเหล็กธรรมดา ไม่อาจทนต่อพลังปราณของเราที่ถ่ายทอดประสานกันได้ เมื่อคั้งที่ได้ต่อสู้กับศรันย์ ข้ากลับรู้สึกถูกใจกับดาบมารทมิฬเล่มนี้ที่มีปราณสีดำลึกลับ ช่างเป็โอกาสที่ดี
ข้าจึงคิดจะหลอมเศษดาบที่หักนี้กับดาบเขี้ยววายุ ให้เป็ดาบวิเศษเล่มใหม่ ที่ข้าคิดว่าจะใช้เป็คู่ต่อสู่กับดาบจันทราบังตะวัน ของลิขิตได้ พวกเราตอนนี้แม้จะได้สายลับทั้งในอาณาจักรมหานที และอาณาจักรกาปาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้โอกาสที่จะทำปฎิบัตการใหญ่ ข้าคาดดำว่าการที่สุรีย์สั่งให้จับเป็ ศรันย์ อาจจะมีโอกาสให้พวกเราทำการใหญ่ได้ ระหว่างทางตลอดเกือบ 1 วันที่เดินทางออกมาข้าสังเกตลิขิต มันพยายามตีสนิทกับศรันย์ให้ได้
ข้าอดทนที่จะไม่ไปทรมารไอ้ศรันย์ ให้สมแค้นที่มันตัดแขนข้า ยังดีที่ปลิงโอสถต่อมันติดทันก่อนที่กลับกองบัญชาการ ความลับเื่พวกเราก็เลยยังไม่แตก ก็เพราะติดตรงที่ ลิขิตมันแทบจะไมห่างกับกรงรถลากมันเลย ศรันย์เองมันก็เหมือนรู้ว่าแม้มันจะอธิบายเื่โจรพยัคฆ์ทะเลทราย ไปยังไงลิขิตมันก็คงไม่เชื่อ เพราะเื่ที่มันเป็ศิษย์ทรนงมารไร้ปฐีเป็เื่จริง
กลับมาทางกิเลนเพลิงและศรีสุข เทพกรรไกรคู่ ที่ตอนนี้กำลังจะเดินกลับ หลังจากได้สังขารเทพโลหะเทวะ ก็เตรียมเดินทางแยกย้ายกัยไป โดยให้ศรีสุข เทพกรรไกรคู่ เป็ผู้ส่งมอบสังขารเทพโลหะเทวะ แก่าามอนสเตอร์แทนมอนสเอต์ที่ถูกสังหารระหว่างการเดินทาง ทันใดนั้นเอง ร่างที่คุ้นเคยของทั้ง 2 ก็พุ่งตัวออกมา นำด้วยประกายดาบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยลมปรารณสังหาร ฟาดฟันเป้าหมายที่ลำคอของกิเลนเพลิง คมดาบกระทบปลอกแขนวิเศษที่ยกป้องกันตามสัญชาตญาณ กระบวนท่าดาบไปเร็วมากนัก เหมือนจุดประสงค์เพื่อข่มขู่ แต่ถ้าพลาดก็รุนแรงถึงชีวิต
ปลอกแขนวิเศษแหลกทันทีเมื่อดาบกระทบ พร้อมด้วยหมัดเตรียมชกสวนกลับ แต่ส่งสุขไวกว่า ถีบใส่ท้องกิเลนเพลิง กระเด็นไปกว่า 6 เมตร ไม่าเ็อะไรมาก แต่เจ็บใจที่ถูกหยามมากกว่า กิเลนเพลิง สูดลมหายใจระงับความโกรธ
ศรีสุข เทพกรรไกรคู่ หมุนตัวพร้อมขว้างดาบ1เล่มใส่ส่งสุข เป้าหายที่ลำคอเช่นกันดาบคลั่งแค้น”รับด้วยสันดาบป้องกันลำคอวง โกรธที่ดาบดาบคลั่งแค้น” ก่อเกิดแสงเรืองๆ จากนั้นบุกซ้ำด้วยกระบวนท่าที่ซับซ้อน ส่งสุข ตั้งรับปัดป้องผสานกระบวนท่าโจมตี ฝ่าพายุเพลงดาบที่รวดเร็วและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีชองศรีสุข เหมือนแบ่งเพลงดาบเป็ 2 สายวิชาในดาบแต่ละเล่ม ส่งสุขตั้งรับพลางหาช่องบุกกลับ จนรัศมีโดยรอบเกิดบรรยากาศสังหารตัดกับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบที่มีต้นไม้สูงใหญ่ ร่มรื่น ดินดำมีหญ้สจะดอกไม้สวยงามขึ้นตามธรรมชาติหลากหลายสีสันซึ่งตอนนี้ปลิวกระจายด้วยแรงปะทะของดาบ
ส่งสุข ใช้ปราณพลิกฟ้าไว้ดิน ผสานปราณดาบ 7 อัศจรรย์ ควบคุมเศษดอกไม้ที่ปลิวลอย ซัดออกเป็อาวุธใส่ศรีสุข ดาบคู่ที่กำลังบุกต้องปรับกระบวนเป็ตั้งรับอย่างรวดเร็ว ปราณดาบ 7 อัศจรรย์ ขั้นดาบเทวดาใช้ทุกสิ่งเป็คมดาบ ผู้บรรลุถึงขั้นมีน้อยนัก ส่งสุขยังไม่้าสังหาร เพียงเพื่อหยุดยั้งการโจมตี จึงไม่ได้ใช้พลังระดับสูง
ศรีสุขใช้ปราณดาบส่งผ่านดาบ หยุดยั้งเศษดอกไม้ให้หยุดพลังทำลายได้ บ่งบอกถึงปราณดาบที่อยู่ในระดับใกล้เคียงส่งสุขเช่นกัน เศษดอกไม้สลายไปทันที
“นี่นายกล้าซ่อนเร้นฝีมือระหว่างที่ต่อสู้กับท่านทรนงเลยร" ส่งสุขกล่าว
ท่านทรนงกล่าวได้ถูก ว่าพวกแกต้องมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นที่้ามายึดหมู่บ้านแห่งเหล็กแน่ พวกเราจึงออกอุบายล่าถอยเพื่อให้พวกแกเข้ามายึดหมู่บ้านแห่งเหล็กแล้วซุ่มดูจึงประสงค์ที่แท้จริง สังขารในกล่องนั่นเป็สิ่งล้ำค่าจนประเมินค่าไม่ได้ หากพวกแกเอาไปก็คงทำให้เผ่าพันธ์ของพวกแกทรงพลังอีกมากแน่ๆ แล้วก็ต้องย้อนกลับมาโจมตีเผ่ามนุษย์ของพวกเรา
เพราะอย่างนั้นกล่องทองทั้ง 2ใบนั่นวางไว้แล้วกลับไปดีกว่าพวกเราจะไม่สังหารพวกแก ถึงพวกข้าจะาเ็จริงๆจากการต่อสู้กับพวกแก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลยในการสังหารพวกแกทั้งหมด ด้วยระดับปราณดาบอัศจรรย์ที่บรรลุถึงขั้นปราณดาบเทวดาทั้ง 2 คน เื่ที่สังหารพวกแกทั้งหมดคงไม่ใช่เื่ยากเท่าไหร่นัก
กิเลนเพลิงกล่าวบ้าง “ข้าเป็ถึงรัชทายาทแห่งอาณาจัรกาปา พวกแกจะปล่อยพวกข้าไปจริงๆรึ แล้วอีกอย่างกล่องทองนี้เป็สิ่งยืนยันความมั่นคงในฐานะของข้า คงมอบให้แกไม่ได้หรอกและข้าก็มีความมั่นใจพอที่จะต่อสู้กับพวกแก แม้อาวุธและเกราะจะแตกสลายหมดแล้ว”
"ก็ท่านทรนงไม่ได้เอาจริงกับข้าเหมือนกัน" เราประลองเพื่อเรียนรู้เชิงดาบของกัยและกันตามนิสัยนักดาบ ที่พบคู่ต่อสู้ที่สูงส่ง ว่าแล้วตอนนี้เหมือนท่านทรนงก็คงจะว่างร่วมวงกับพวกเราแล้ว "ศรีสุขกล่าว
ไม่ทันที่ ส่งสุขจะถามด้วยความสงสัย ป่าด้านหลังที่ส่งสุขพุ่งตัวออกมา ก็มีเสียงป่าแตกพังพินาศ ต้นไม้ใหญ้หักโค่นล้มเป็แนวมาทางทีี่ทั้ง 3 ยืนอยู่ ฝุ่นตลบหนาด้วยเศษไม้และละอองเกสรพิษ เมื่อละอองจางหายปรากฎร่างชายชราหน้าอกมีาแเืไหลเป็ทางที่พื้น รอยแทงแม้ไม่ลึกมาก แต่เือออกมากจากรอยเืตามพื้นดิน แน่นอนผู้าเ็คือทรนงมารไร้ปฐีสุดยอดปรมาจารย์เพลงดาบ มือยังคงถือดาบของศรันย์ที่สลับกับดาบมารทมิฬ วงพลังสะสมส่องประกายแสดงถึงรับการโจมตีมาอย่างหนัก พร้อมใช้พลังโจมตีกลับ คู่ต่อสู้ที่สามารถไล่ต้อนทรนงได้ ยืนเบื้องหน้าทรนง มือยังคงกำดาบ ยกชี้ที่ตำแหน่งแผลของทรนง เืที่ติดปลายดาบ ถูกดูดตามร่องสันดาบไปยังโกร่งดาบรูปค้างคาวจนแห้งสนิท ไม่ทิ้งร่องรอยคราบเืแม้แต่น้อย
ชายคนนี้ร่างสูงใหญ่ เหมือนกับ าาแวมไพร์ที่ถูกส่งสุขไปไม่มีผิดเพี้ยน แต่ร่างดูสูงใหญ่และงามสง่ากว่า เข้ากับดาบที่คมกว่าส่องประกายสวยงาม ดาบยาว 1.3 เมตร ดาบ 2 คมเปล่งประกาย สันดาบเซาะร่องยาวถึงโกร่งดาบคมเปล่งประกาย โกร่งดาบสีแดงสดรูปค้างคาวแยกเขี้ยว ตาประดับด้วยอัญมณีสีดำ
ทรนงเอ่ยกับส่งสุขว่า ไอ้เ้านี่คือ าาแวมไพร์ตัวจริง ส่วนตัวที่ตายไปเป็เพียงร่างแยกของมันที่สร้างขึ้น เพือลดความเสี่ยงของมันเอง ดาบที่มับใช้คือดาบต้องสาปชื่อ ดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง มันดิ่มเืของผู้ใช้และศัตรูเป็พลังต่อให้แตกหักเพียงใช้เืชโลม เทใส่ก็จะคืนสู่สภาพเดิม แผลที่ถูกมันทำร้าย เืจะไหลมากกว่าปกติจากการสูบกินของดาบ โลหิตมิหยุดหลั่ง
ข้าโดนมันแทง 1 แผลแต่กลับสาหัส เพลงดาบของมันซับซ้อนร้ายกาจ ปราณดาบของมันเทียบได้ระดับขั้นสลักเพชร แต่ละอองพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากดาบทำให้หายใจลำบาก สายตาพล่ามัว รู้สึกอ่อนเพลียง่วงนอน ข้าต้องฝืนใช้พลังปราณเพื่อแผดเผาละอองพิษของมัน ต้องระวังไม่ให้เกิดาแจากคมดาบกระบวนท่าของมัน ร้ายกาจมากสมารถค่อยๆฝ่า มรสุมมาร-ทมิฬ ของข้าจนแทงเข้าที่หน้าอกได้ ตรงกันข้าม ข้าไม่อาจแก้กระบวนป้องกันของมันได้เลย
"ดูท่าทางเรา 2 คงต้องหาทางออกจากแดนสังหารให้ได้ ส่วนเื่สังขารเทพโลหะเทวะ อาจจะต้องล้มเลิกตอนนี้เอาชีวิตให้รอดจากที่นีก่อน เื่าาแวมไพร์ ช่างน่าอัศจรรย์มากนัก ร่างแยกมีวรยุทธอย่างหนึ่ง ร่างจริงกลับเป็ยอดนักดาบอย่างที่เปรียบมิได้" ทรนงกล่าวส่งสุขก็แสดงอกว่าเห็นด้วย ที่แผนการคงไม่เป็ไปตามที่วางแผนไว้
าาแวมไพร์ เห็นอาการท่าทางของทั้ง 2 คนก็พอเดาจุดประสงค์ได้ แสดงออกให้ทั้ง 2 เห็นเช่นกันว่าจะไม่ปล่อยให้หลบหนี เริ่มด้วยให้สัญญาณศรีสุขและกิเลนเพลิง ล้อมทั้ง 2 คนไว้ กิเลนเพลิงเองแม้ไร้อาวุธ แต่วิทยามือเปล่าก็สูงส่ง เริ่มด้วยขับเคลื่อนพลังปราณที่มีชื่อว่า เยื่อหม่อนใยไหม อันเป็พลังปราณประจำตัวของ าากาปาผู้เป็พระบิดาแห่งเผ่าลูกผสมก่อเกิด วงแหวนเพลิงหมุนรอบแขน ซึ่งเป็เพลิงที่เต็มไปด้วยพิษร้าย อันเป็วิทยายุทธ ที่ใช้ปราณเยื่อหม่อนใยไหมเป็พื้นฐาน นั่นคือฝ่ามือผีเสื้อที่สังหาร "อารัทธ์-หัสยา" เมื่อกว่า20 ปีก่อน ส่งสุข เห็นพลังปราณชนิดนี้ก็หวนนึกถึงความแค้นในอดีต พลัง 9 ตะวันก่อเกิด ทันทีด้วยความโกรธ
จากเดิมที่วางแผนเตรียมหลบหนี เปลี่ยนเป็พร้อมสู้ตาย ด้วยความแค้น ทั้ง 3 พุ่งเข้าใส่ส่งสุขและทรนงพร้อมกัน กระบวนท่าที่เน้นการสังหารถูกใช้ออกมาด้วยพลังที่ทุ่มเทสูงสุดในแต่ละการโจมตีคมดาบของศรีสุข แต่ละดาบฟาดใส่เน้นที่ลำคอและกลางศรีษะของทั้ง ส่งสุขและทรนง ทั้ง 2 คนต่างช่วยเหลือกันสลับกันปัดป้องและโจมตีสวนกลับ ทั้งคู่ระวังศัตรูที่ใช้อาวุธเป็หลัก โดยให้ความสำคัญกับกิเลนเพลิงน้อยสุด
จึงพลาดโดนฝ่ามือผีเสื้อซัดไปคนละ หลายผ่ามือ พิษร้อยก่อเกิดเป็ปีกผีเสื้อโบบินล้อมรอบทั้งคู๋ สร้างความเ็ปและมึนวง เกิดเป็ช่องโหว่ ดาบ ดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง พุ่งเล็งแทงเข้าหน้าอกส่งสุข จนต้องใช้ทักษะหลบและรัดท่อนแขนาาแวมไพร์ แต่ก็พลาดโดนแทงเฉียด เืไหลทะลักซึมเข้าดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง แขนขวาตรึงรัดแขนที่ใช้ดาบาาแวมไพร์ ในการตอบโต้ หมัด 9 ตะวันจากแขนซ้าย กระหน่ำใส่ร่างาาแวมไพร์ 3หมัด ปราณเพลิงปะทุออกด้านหลังภายในของาาแวมไพร์ เหมือจะมอดไหม้ด้วยเพลิง
พิษร้ายขับออกมาพร้อมพลังเพลิงของศัตรูจากปากของาาแวมไพร์ ฟุ้งกระจายไปทั้วรอบทิศทาง ก่อเกิดเพลิงไหม้โดยรอบ เพลงดาบของศรีสุขแม้สูงส่ง แต่ไม่อาจฝ่ามรสุมมาร-ทมิฬ ของทรนงเข้าไปได้ ทรนงอาศัยเพลิง ใช้ปราณพลิกฟ้าไว้ดิน ดึงเพลิงไหม้มาใช้ประโยชน์ ไฟเคลือนไหวตามกระบวนท่าดาบชองทรนง
ส่งสุขต้องผละออกจากาาแวมไพร์ด้วยฝ่ามือผีเสื้อของกิเลนเพลิงจนกระเด็น แต่ก็ฝากหมด 9 ตะวันไปที่ร่างกิเลนเพลิงได้ 2 หมัด จนต้องขับปราณเพลิงผ่านปราณเยื่อหม่อนใยไหมออกไป เพื่อลดอาการาเ็ แต่ก่อนส่งสุขจะกระเด็นไปดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง ก็แทงฝากแผลไว้ 3 แผลที่หน้าอก เกือบถึงลำคอ
กิเลนเพลิงตั้งหลักเตรียมซ้ำส่งสุข ด้วยฝ่ามือผีเสื้อผสานกงล้อเพลิงพิษ ขั้นสูงสุดเื้ัปราณเยื่อหม่อนใยไหม ก่อเกิดเป็ปีกผีเสื้อพิษั์ ส่งสุขก็ไม่ยอมแพ้ จึงเก็บดาบเข้าฝักตั้งใจใช้เพลงหมัด 9 ตะวันสังหารศัตรูอย่างเต็มพลังผ่ามือผีเสื้อกระหน่ำใส่ร่างส่งสุข ด้วยกระบวนท่าที่ซับซ้อนลึกล้ำ
ส่งสุขก็แสดงกระบวนท่าเพลงหมัดที่เลื่องลือเมื่อ 20 ปีก่อนให้เห็น แม้ศรีสุขจะผสานแทรกโจมตีด้วยดาบ แต่ก็ไม่อาจผ่าปราณเพลิงอันแข็งแกร่่งที่เหมือนมีชีวิต หมุนเคลื่อนรับดาบที่โจมตีเข้ามาอย่างแม่นยำ คมดาบไม่อาจต้องร่างส่งสุขได้แม้แต่น้อย อันเป๋็นกระบวนท่าที่ใช้พลังขั้นสูงสุด ส่งสุขจึงสูญเสียพลังมหาศาลไปกับกระบวนท่านี้ แลกกับพลังป้องกัน
ส่งสุขพลิกสถานการณ์จากป้องกันเป็การบุกกลับ ด้วยการคว้าข้อมือของศรีสุขข้างหนึ่ง เพลงหมัด 9ตะวันเตรียมะเิใส่หน้าศรีสุข หมัดพุ่งใส่หน้า แต่มีฝ่ามือคู่หนึ่งมารับหมัด 9ตะวัน นั่นคือฝ่ามือของกิเลนเพลิงแรงปะทะะเิสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ศรีสุขรอดตายอย่างเฉียดฉิว เปลวเพลิงและพิษกระจายไปทั่ว ส่งอาการาเ็ด้วยแรงปะทะแก่ทั้ง3คนที่ต่อสู้
ทรนงแม้าเ็แต่เพลงดาบกลับสุขุมลุ่มลึก กระบวนท่า มรสุมมาร-ทมิฬ ก่อเกิดเตรียมป้องกันทั้งตัวเองและส่งสุข าาแวมไพร์ผู้มีเพลงดาบสูงสุดเหนือกว่า ศรีสุข เล็งเป้าหมายไปที่ส่งสุขที่ดูาเ็มากที่สุด ดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง กวัดเกว่ง ด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วเฉียบขาด แต่ไม่อาจผ่าม่านมรสุมมาร-ทมิฬ เข้าทำร้ายส่งสุขไม่ได้เลย
อันเป็กระบวนท่า มรสุมมาร-ทมิฬ ที่แตกต่างออกไป ทรงพลังและรัดกุมกว่าทุกครั้ง นอกจากจะไม่อาจผ่าม่านกระบวนท่า มรสุมมาร-ทมิฬ ไปได้ กลับโดนคมปราณดาบรัศมีมารทมิฬ พุ่งแทงสวนออกมานับ10ดาบ จนต้องถอนดาบโลหิตมิหยุดหลั่ง มาปกป้องตนเอง ปราณดาบรัศมีมารทมิฬ นอกจากซัดใส่าาแวมไพร์แล้งยังซัดใส่อีกทั้ง2 ที่ยังจ้องแอบโจมตี ส่งสุขเองก็ปรับท่าทีเป็การร่วมกระท่าผสานป้องกันและโจมตีใส่ทั้ง 3 ด้วยพลังปราณในระยะไกล เพลิงหมัด 9ตะวันแม้ไม่่รวดเร็วแม่นยำเท่า ปราณดาบรัศมีมารทมิฬ แต่อนุภาพรุนแรงดุจพลังอุกกาบาตตกจากฟ้า แม้ทั้ง3 คนจะพยาามแทรกและผสานการโจมตีเลียนแบบบ้างแต่ไม่สำเร็จ
ทั้งทรนงและส่งสุขค่อยๆผละการต่อสู้หลบหนีไปด้วยอาการาเ็ สาหัส ทิ้งให้ทั้ง 3นั่งพักรักษาอาการาเ็เช่นกัน เพื่อพร้อมกลับอาณาจักรของพวกตน