ความเดิมตอนที่แล้ว
ณงานเลี้ยงต้อนรับภายในจวนอันโอ่อ่า ซ่งจื่อรุ่ยแอบวางอุบายหลอกล่อให้สาวรับใช้วางยาในอาหารแต่ทว่าเฟยิล่วงรู้แผนการ เขาจึงส่งเฟยฉีผู้เป็น้องไปทำลายแผนร้ายได้อย่างแยบยลขณะที่อีกฝั่งของดินแดนอันซ่อนเร้น อวิ๋นหลี่าาปีศาจได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาและได้สั่งกำชับบุตรชายนำของบางสิ่งหลบหนีไปจากที่นั่นสิ่งของสำคัญซึ่งมีเพียงผู้สืบทอดเท่านั้นที่เป็ผู้เก็บรักษาอวิ๋นมู่จึงไม่รีรอที่จะตรงไปยังสถานที่แห่งนั้นเพื่อตรวจดูของสำคัญที่เขาเก็บซ่อนมันเอาไว้ถัดมาที่จวนเ้าเมืองหนานจิ้ง เฉินเสวี่ยหยางให้คนนำผ้าขนสัตว์อย่างดีมามอบให้กับท่านเ้าเมืองและผู้ที่มาร่วมงานเพื่อเป็การขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงอันแสนพิเศษในค่ำคืนนี้ที่สำคัญเขายังมีของขวัญชิ้นพิเศษที่เตรียมไว้ให้กับหนานจิ้งและองค์หญิง ของสิ่งนั้นก็คือคนคนหนึ่งนามว่าหลี่ซู่เหลยชายผู้เป็อดีตช่างตีเหล็กที่ถูกเฉินเสวี่ยหยางช่วยเอาไว้จากการถูกลักพาตัวก่อนหน้านี้
หลินหงชุน : “ เหล่าหลี! ”
เพียงแค่หลี่ซู่เหลยปรากฏตัว ทุกคนต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงด้วยคาดไม่ถึงว่าชายที่หายไปนับสิบปีคนนี้จะมาปรากฏตัวอีกครั้งและแน่นอนว่างานที่เฟยฉีได้รับมอบหมายจากเ้าเมืองน้อยเฉิน แท้จริงแล้วคือการคุ้มกันหลี่ซู่เหลยซึ่งติดตามมากับขบวนเรือด้วยั้แ่ต้นและในค่ำคืนนี้พวกเขาได้แอบปลอมตัวปะปนมากับขบวนนักแสดงเพื่อถือโอกาสสอดส่องคนที่มาร่วมงานไปด้วยเ้าเมืองหลินลุกจากแท่นบัลลังก์ด้วยสีหน้าตื่นเต้นและเดินตรงมายังชายวัยกลางคนผู้มีผมสองสีครั้นมาถึงตัวหลี่ซู่เหลย หลินหงชุนก็ยื่นสองมือไปจับที่ไหล่ของผู้ที่เขาเรียกว่าเหล่าหลีทั้งยังพินิจมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตน
หลินหงชุน : “ นี่เ้า.. ใช่เ้าจริง ๆ หรือนี่? ”
หลี่ซู่เหลย : “ เรียนท่านเ้าเมือง เป็ข้าน้อยเอง ”
หลินหงชุน : “ เหล่าหลีนี่เ้าหายไปไหนมา ข้าส่งคนออกตามหาเ้าแทบพลิกแผ่นดินแต่หายังไงก็หาไม่พบจนข้านึกว่าเ้าคงตายไปแล้วเสียอีกนา ”
หลี่ซู่เหลย : “ ข้ามีโทษมหันต์ที่ทำให้ท่านต้องลำบาก ต้องขออภัยเป็อย่างยิ่งข้าเพียงอยากใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสักพัก ทำนาปลูกผักกับฮูหยินไม่คิดว่าจะทำให้เป็เื่ใหญ่เช่นนี้ ”
ซ่งเผิงจิ่น : “ ท่านหลี่พอจะเล่าได้หรือไม่ว่าสิบปีที่แล้วท่านไปอยู่ที่ไหนมาแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ไฉนช่างฝีมือชั้นครูเยี่ยงท่าน ถึงจู่ ๆ ก็หายไปอย่างนั้นเล่าทำอย่างกับหนีอะไรเสียอย่างนั้นน่ะ ”
หลี่ซู่เหลย : “ มิได้ ก็อย่างที่บอก ข้าเพียงหลงใหลในชีวิตเรียบง่ายไปชั่วครู่แต่บัดนี้ข้ากลับมาแล้ว และยินดีทุ่มสุดกำลังทำงานรับใช้หนานจิ้งเช่นที่เคยทำเมื่อครั้งก่อนหวังว่าทุกท่านจะให้โอกาสข้าอีกครั้ง ”
หลี่ซู่เหลยพูดพลางส่งสายตามองเ้าเมืองหลินและหลินเพ่ยหนิงดั่งจะบอกเป็นัยว่าการที่เขายอมกลับมายังสถานที่แห่งนี้เพียงเพราะใกล้เวลาสำคัญที่องค์หญิงจะต้องขึ้นรับตำแหน่งเ้าเมืองน้อยและขึ้นสืบทอดบัลลังก์
หม่าจิ่นเทา : “ แล้วนี่เ้าเมืองน้อยไปพบท่านหลี่ได้อย่างไร?”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ แค่ความบังเอิญเท่านั้น ”
หลี่ซู่เหลย : “ ระหว่างทางมาที่นี่ข้าและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งถูกฝูงหมาป่าจู่โจมแต่โชคดีที่ได้เ้าเมืองน้อยเฉินยื่นมือเข้าช่วย ข้าจึงรอดชีวิตมาได้ บุญคุณนี้ข้าผู้แซ่หลี่จะไม่มีวันลืม”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ แค่เื่เล็กน้อย ท่านหลี่อย่าได้เก็บไปใส่ใจ”
ซ่งเผิงจิ่น : “ แล้วหมาป่าฝูงนั้นเล่า? ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ตอนนี้ยังหลบซ่อนตัวอยู่ แต่คงซ่อนได้อีกไม่นาน”
เฉินเสวี่ยหยางช่างวาจาเปรียบเปรยเสียดสีคนบางคนที่นั่งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ว่าเป็ดั่งสุนัขลอบกัด
เหลียงซีหม่า : “ ์ย่อมคุ้มครองคนดีท่านหลี่กลับมาได้นับว่าเป็โชคดีของหนานจิ้ง อย่างนี้เรายิ่งต้องฉลองใช่หรือไม่? ”
หลินหงชุน : “ ดี! เ้ากล่าวได้ดีวันนี้ข้ามีความสุขมาก เชิญทุกท่านดื่มฉลองกันให้เต็มที่ คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก”
ดูเหมือนแผนการจะดำเนินไปได้ดีเฉินเสวี่ยหยางยกจอกสุราขึ้นดื่มด้วยแววตาพึงพอใจและยังส่งสายตามองหลินเพ่ยหนิงอยู่เนืองๆ ทว่าคนผู้หนึ่งที่รู้สึกแปลกแยกจึงไม่อยากรั้งอยู่ที่นั่น
หลินซานซาน : “ ท่านแม่ ข้าเหนื่อยแล้ว ขอกลับไปพักผ่อนก่อน ”
เหลียงซีหม่าส่งสายตามองบุตรสาวด้วยรู้ถึงเหตุผลในขณะที่หลินซานซานเดินออกจากที่นั่นเพราะรู้สึกว่าสถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ที่ของนางโดยที่หม่าเสี่ยนเย่ซึ่งสังเกตเห็นนางลุกเดินออกไปเขาจึงได้เดินตามไปติด ๆ หลังจากที่หลินซานซานกำลังตรงไปยังเรือนพักพร้อมกับสาวรับใช้หม่าเสียนเย่ก็เอ่ยทักนางจากด้านหลัง
หม่าเสียนเย่ : “ ซานซาน เดี๋ยวก่อน ”
เสียงของชายหนุ่มทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนจากอารมณ์หงุดหงิดเป็ดีใจขึ้นมาทันทีนางค่อย ๆ ยิ้มและหันกลับไปตอบกลับหม่าเสียนเย่ด้วยแววตาเบิกบาน
หลินซานซาน : “ พี่เสียนเย่ นี่ท่าน.. มาเพื่อพบข้าเหรอ? ”
หม่าเสียนเย่ : “ ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า ”
แล้วสาวรับใช้ของหลินซานซานก็ปลีกตัวออกไปอย่างรู้มารยาทปล่อยให้คนทั้งสองยืนคุยกันอยู่หน้าเรือนใต้จันทราขององค์หญิงสาม
หลินซานซาน : “ พี่เสียนเย่ ท่านมีเื่ใดจะคุยกับข้างั้นหรือ?”
หม่าเสียนเย่ : “ เื่เมื่อคืนเ้าจงใจทำใช่หรือไม่?”
เพียงได้ยินถ้อยคำ สีหน้าของหลินซานซานก็เริ่มเปลี่ยนไปนางหุบยิ้มด้วยความห่อเหี่ยวทันที
หม่าเสียนเย่ : “ เมื่อเช้าก็ฝีมือเ้าสินะที่ขังเพ่ยหนิงไว้ในเรือน”
หลินซานซาน : “ อ๊ะ.. ”
หม่าเสียนเย่ : “ ข้ารู้ว่าระหว่างเ้ากับนางมีปมในใจต่อกันแต่เื่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว เ้าปล่อยวางไม่ได้เลยหรือ ”
แต่ละประโยคที่หลินซานซานได้ยินทำให้นางต้องผิดหวังนางคิดจะอธิบายแต่ทว่ากลับพูดไม่ออกเพราะยามนี้ความรู้สึกของนางเหมือนถูกมีดเสียดแทงหัวใจนางหลงดีใจว่าหม่าเสียนเย่ตั้งใจมาหาเพราะห่วงใยนาง แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม
หม่าเสียนเย่ : “ที่ผ่านมาเพ่ยหนิงนางไม่เคยคิดเป็ศัตรูกับเ้า ไม่ว่าเ้าจะทำอะไร นางก็ไม่เคยกล่าวโทษหากเ้าไม่เห็นนางเป็พี่สาวก็อย่าทำร้ายนางได้หรือไม่ ”
หลินซานซาน : “ ท่านพอได้แล้ว! คำก็เพ่ยหนิงสองคำก็เพ่ยหนิง พี่เสียนเย่ นี่ท่านหูหนวกตาบอดหรืออย่างไร ถึงได้ไม่เห็นสายตาที่เ้าเมืองน้อยเฉินมีต่อนางกระทั่งเสื้อคลุมที่นางสวมอยู่ ท่านก็มองไม่เห็นงั้นหรือแม้แต่ยามนี้ท่านก็มาหาข้าเพื่อนาง เฮอะ! ดีจริงพี่หญิงท่านนี่ช่างโชคดียิ่งนัก ทุกคนต่างรุมล้อมเอาอกเอาใจท่าน ทั้งท่านพ่อ พี่จื่อหรานแม้แต่ท่านแม่ก็หาได้อยู่ข้างข้า ”
หม่าเสียนเย่ : “ ซานซาน ”
หลินซานซาน : “ ท่านกลับไปเถอะ ”
หม่าเสียนเย่เริ่มรู้สึกไม่ดีเพราะเห็นสีหน้าของหลินซานซานเขาจึงเริ่มอ่อนลงและกำลังจะเข้าไปปลอบนางแต่ทว่าหลินซานซานรีบหันหลังให้ด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอแต่ก็ต้องฝืนกล้ำกลืนมันเอาไว้ยามนี้หม่าเสียนเย่รู้สึกว่าควรปล่อยให้นางได้อยู่ลำพัง เขาจึงค่อย ๆหันหลังเดินกลับไปทางเดิม โดยที่หลินซานซานแอบหันกลับมามองแผ่นหลังของเขาด้วยน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น
หลินซานซาน : “ ท่าน ช่างโง่เขลานัก ข้าเองก็ด้วย ”
คนสองคนที่แอบมีใจรักผู้ที่ไร้เยื่อใยตอบ มันช่างเป็ความโง่เขลาที่ถึงรู้ทั้งรู้ก็ยังยินยอมที่จะโง่เขลาต่อไปไม่จบสิ้น
และหลังจากนั้นก็มีสตรีนางหนึ่งเป่านกหวีดไม้เป็เสียงแหลมเล็กเพื่อเรียกคนบางกลุ่มเข้ามาในจวนทำให้เฉินเสวี่ยหยางได้ยินเข้า ในขณะที่ทุกคนดื่มด่ำอยู่กับการสังสรรค์อย่างไม่ระแวดระวังเฉินเสวี่ยหยางได้ส่งสายตาไปยังสององครักษ์เพื่อบอกถึงสิ่งผิดปกติด้านนอกจากนั้นไม่นานก็มีกลุ่มคนลึกลับสวมชุดดำอำพรางปิดบังใบหน้าบุกเข้ามาในงานเลี้ยงอย่างอุกอาจ
หลินหงชุน : “ ฮะ! พวกแกเป็ใครกันน่ะ ช่างบังอาจนัก ทหาร! ”
หัวหน้ามือสังหาร : “ ฆ่า! ”
ไม่ทันที่ทหารจะเข้ามาอารักขา คนกลุ่มนั้นก็ตรงเข้ามาจู่โจมทุกคนในงานอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลงเฟยฉีได้เข้าไปปกป้องหม่าจิ่นเทา ซ่งเผิงจิ่นรวมทั้งหลี่ซู่เหลยตามแผนของเ้าเมืองน้อยเฉินส่วนเฟยินั้นคอยรับมือกับพวกเหล่าร้ายแทนเฉินเสวี่ยหยางขณะที่เ้าเมืองน้อยเฉินเอาตัวเองเข้าไปเป็โล่กำบังให้กับหลินเพ่ยหนิง เพราะเขาไม่้าแสดงวรยุทธ์ให้ใครได้เห็น ..เคล้ง ตุ้บ ผลั้ก!.. เฟยิรับมือกับคนเ่าั้อย่างไม่หวาดหวั่นขณะที่มีดโค้งยาวเรียวแหลมกวัดแกว่งมาปะทะกับกระบี่ของสองพี่น้องแซ่เฟยจนดังสะท้านไปทั่วกระทั่งเฟยฉีได้คุ้มกันหม่าจิ่นเทา ซ่งเผิงจิ่น และหลี่ซู่เหลยออกไปได้สำเร็จ ทางด้านสตรีอย่างหม่าซูซินก็หาใช่ขี้ขลาดนางได้ประมือกับคนกลุ่มนั้นตามนิสัยห้าวหาญเยี่ยงบุรุษของนาง เพื่อปกป้องสหายอย่างเหลียงเสี่ยวเหยาและองค์ชายใหญ่ซึ่งเข้าไปหลบที่อยู่มุมห้องตามมาด้วยเหลียงซีหม่าที่เพิ่งกลับมาจากเรือนพักขององค์หญิงสามผู้เป็บุตรสาวและได้เห็นว่าสวามีกำลังถูกคนชุดดำเข้าโอบล้อม
เหลียงซีหม่า : “ ท่านพี่ ระวัง! ”
ครู่เดียวจางหยวนก็มาถึงพร้อมกำลังทหารเกราะเหล็กนับสิบคนรีบตรงเข้าไปคุ้มกันเ้าเมืองหลินซึ่งกำลังประมือกับคนร้ายอย่างชุลมุนทางด้านแม่ทัพเหลียงนั้นถอยร่นออกไปด้านนอกเรือนและชักดาบมาฟาดฟันมือสังหารเ่าั้อย่างห้าวหาญ..เก๊ง ๆ ฉึบ!.. เป็เวลาเดียวกับที่เซี่ยเซิ่งิ่นำกำลังทหารอีกส่วนหนึ่งเข้ามาสมทบเมื่อมือสังหารเ่าั้เห็นท่าไม่ดีเพราะมีการตระเตรียมกำลังทหารพร้อมรบดั่งถูกเตรียมการเอาไว้หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดจึงได้ถือโอกาสขว้างลูกดอกเข้ามาเพื่อหมายเอาชีวิตคนสำคัญที่อยู่ที่นั่น..ฟิ่ว.. ลูกดอกอาบยาพิษพุ่งเข้ามาหาหลินเพ่ยหนิงและหลินจื่อหราน เฉินเสวี่ยหยางจึงโอบร่างของหลินเพ่ยหนิงเอาไว้และรับลูกดอกแทนนาง..ฉึก ๆ.. ทว่าสิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตาของหลินเพ่ยหนิงคือลูกดอกปลายแหลมที่พุ่งเข้าร่างของเฉินเสวี่ยหยางหากแต่เพียงทำให้เสื้อของเขาขาดวิ่นจากแรงปะทะแต่มิอาจระคายผิว แล้วเฟยิก็รีบผละจากการต่อสู้เข้ามาช่วยเ้าเมืองน้อยเฉิน พร้อมด้วยหูจิงที่เล่นงานพวกที่เข้ามาจากด้านหลังจนร่างกระเด็นไปกระแทกกับเสา ..ผลั้ก! เก๊ง ๆ.. เฟยิใช้กระบี่คู่กายปัดป้องลูกดอกโลหะที่เหลือออกไปคนละทิศและหูจิงก็ใช้กำลังภายในส่งมันพุ่งกลับไปถูกร่างของมือสังหารตายไปหลายคน ..ฟึบ ฉึก ๆ ๆ!..
ในเวลาเดียวกันนั้น ลูกดอกที่ตรงไปยังหลินจื่อหรานในขณะที่หม่าซูซินกำลังรับมือกลับคนชุดดำนางจึงไม่ทันได้เข้าปกป้ององค์ชายใหญ่ทำให้เหลียงเสี่ยวเหยารีบเอาตัวเข้ามาบังลูกดอกแทนสิ่งเ่าั้ทำให้หลินจื่อหรานเริ่มมีเหลียงเสี่ยวเหยาอยู่ในสายตาเขาตกตะลึงกับความกล้าบ้าบิ่นที่สตรีหัวอ่อนผู้หนึ่งกระทำ ่ที่ลูกดอกเ่าั้ใกล้เข้าถึงตัวจนเหลียงเสี่ยวเหยาต้องหลับตาปี๋เพราะคิดว่าตนคงต้องตายเป็แน่ก็มีดาบในมือซ้ายของแม่ทัพเหลียงเข้ามาปกป้องเขาและนางเอาไว้ ..เก๊ง ๆ ฉึก ๆ.. แม้จะมีลูกดอกหลุดไปเฉียดแขนของหลินจื่อหรานแต่เขาก็ไร้าแมีเพียงแขนเสื้อที่ขาดติดไปกับปลายลูกดอกซึ่งพุ่งไปปักตรงฝาผนัง และใน่ที่ชุลมุนนั้นกลุ่มมือสังหารก็ถือโอกาสนี้หลบหนีไปทางด้านหลังจวนโดยมีเฟยิติดตามไปติดๆ ก่อนที่เฉินเสวี่ยหยางจะหันมาพูดกับหลินเพ่ยหนิงด้วยแววตาอ่อนโยน
เฉินเสวี่ยหยาง : “ าเ็หรือไม่? ”
เสียงอันนุ่มนวลเอ่ยถามสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกเป็ห่วงหลินเพ่ยหนิงเงยหน้ามองเฉินเสวี่ยหยางพลางส่ายหน้าตอบด้วยแววตาวิตกนางไม่ได้หวาดหวั่นต่อเหตุการณ์ในตอนนั้นทว่านางเป็ห่วงเขา ทั้งยังแอบสงสัยอยู่ในใจว่าลูกดอกที่พุ่งเข้ามาอย่างจังไยไม่ปักลงไปที่ไหล่ของเขาทว่ากลับทำได้เพียงสร้างความเสียหายกับเสื้อผ้าอาภรณ์เท่านั้นไม่นานเฟยฉีก็กลับเข้ามา
เฟยฉี : “ เ้าเมืองน้อยขอรับ ท่านผู้นำทั้งสองและท่านหลี่ปลอดภัยแล้วขอรับ ”
แล้วเฉินเสวี่ยหยางก็เอ่ยกำชับประโยคหนึ่งกับนางพร้อมทั้งสั่งการกับองครักษ์คนสนิท
เฉินเสวี่ยหยาง : “ รออยู่ที่นี่ อาฉี คุ้มกันองค์หญิง ”
เฟยฉี : “ ขอรับ ”
เฉินเสวี่ยหยางผละออกจากนางโดยที่นางไม่อาจห้ามได้และทำได้เพียงส่งสายตามองตามเขาด้วยความเป็ห่วง เขาเดินไปดึงลูกดอกพร้อมเศษชายเสื้อขององค์ชายใหญ่ซึ่งปักอยู่ที่ผนังและถือมันติดมือไปด้วยส่วนเ้าเมืองหลินคิดที่จะติดตามไปแต่ทว่า
เหลียงซีหม่า : “ ท่านพี่ ”
เขาได้ยินผู้เป็ภรรยาเอ่ยเรียกเขาพร้อมทรุดตัวลงไปนั่งทำให้เหลียงเสี่ยวเหยารีบเข้ามาพยุงนางไว้
เหลียงเสี่ยวเหยา : “ ท่านชายาหลิน ”
หลินหงชุน : “ เสี่ยวเหลียง นี่เ้าาเ็หรือนี่? ”
เมื่อหลินหงชุนหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นชายาของตนมีเือาบไหล่ซ้ายเขาจึงรู้ว่านางได้รับาเ็ขณะมีการต่อสู้ และเขาก็ได้เข้าไปพยุงนางออกไปจากเรือนแห่งนั้น
อีกฝั่งของการไล่ล่า เฟยิได้ติดตามคนกลุ่มนั้นไปจนถึงกำแพงหลังจวนแล้วบรรดามือสังหารก็ะโขึ้นสูงด้วยวิชาตัวเบาข้ามไปยังอีกฝั่งของกำแพง และที่ด้านนอกนั้นพวกเขากลับต้องหยุดชะงักกับกลุ่มทหารม้าอาชาเงาของเฉินเสวี่ยหยางซึ่งสวมชุดหนังหุ้มเกราะดำสนิทดูน่าเกรงขาม พากันมายืนรออยู่ด้วยการนำของหลี่ซู่เหลย
หลี่ซู่เหลย : “ จะรีบไปไหน นี่ยังไม่ดึกเท่าไรเลย ”
ทหารม้าแต่ละนายถือธนูเล็งมาที่กลุ่มมือสังหารซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่คนและที่บนกำแพงจวนก็มีเฟยิพร้อมกับทหารอีกจำนวนหนึ่งขึ้นไปยืนรอพร้อมที่จะลงมือประหัตปะาคนชั่วเ่าั้จึงคิดที่จะหลบหนีไปอีกทางแต่ก็มีทหารเกราะเหล็กซึ่งนำโดยเซี่ยเซิ่งิ่ที่ตามมาสมทบยามนี้ความคิดที่จะหนีรอดออกไปของมือสังหารที่อุกอาจจึงถูกบีบให้เหลือเพียงศูนย์และมีสภาพไม่ต่างกับตะพาบในไหเมื่อรู้ตัวว่าไม่อาจหนีจากการถูกจับกุมไปได้ หัวหน้ากลุ่มผู้โฉดชั่วได้ใช้ะเิควันเพื่ออำพรางการหลบหนีแต่ทว่า ..ฉึก!.. มีลูกธนูปริศนาพุ่งเข้ามาในกลุ่มควันที่ลอยคละคลุ้งก่อนที่เหล่ามือสังหารจะหายวับไปกับควันที่ค่อย ๆ จางลงทีละนิดทั้งยังทิ้งรอยเืหยดเป็ทางเอาไว้ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่เฉินเสวี่ยหยางได้มาถึงที่นั่นพอดี
เฉินเสวี่ยหยาง : “ พวกเ้ารอที่นี่ อาิ ”
เฟยิ : “ ขอรับ ”
หลี่ซู่เหลย : “ เ้าเมืองน้อยโปรดระวังตัวด้วย ”
เฉินเสวี่ยหยางสั่งการให้องครักษ์นำกำลังทหารติดตามเขาไปไล่ล่าคนกลุ่มนั้นโดยที่เซี่ยเซิ่งิ่แอบตามพวกเขาไปอีกทาง ..ตุบตับ ๆ ๆ.. กลุ่มมือสังหารวิ่งหนีตายฝ่าความมืดไปยังพื้นที่เปลี่ยวแต่แล้วพวกเขาก็ต้องหยุดฝีเท้าเพราะจอมยุทธชุดขาวปรากฏตัวออกมาขวางทางหนีของพวกเขานางลอยตัวอย่างพลิ้วไหวจาก้าลงมายืนอย่างนุ่มนวลโดยมือซ้ายถือคันธนูไว้แน่น ซึ่งเป็ที่แน่นอนแล้วว่าหัวหน้ามือสังหารถูกลูกธนูที่นางยิงออกไปสกัดกั้นการหลบหนีจนเืไหลเป็ทางลงมาที่แขนกระทั่งหยดจากปลายนิ้วมือลงสู่พื้น เขาจึงใช้มีดโค้งยาวตัดปลายธนูซึ่งปักทะลุอกซ้ายเพื่อทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและสกัดจุดลมปราณของตนเอาไว้เพื่อลดการไหลเวียนของพิษ
หัวหน้ามือสังหาร : “ ยาสลายลิ่มเื หึ! จอมยุทธไป๋เ้านี่ช่างใช้วิธีสกปรกยิ่งนัก ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ทีเ้าใช้ลูกดอกอาบยาพิษคร่าชีวิตผู้คน ไยไม่พูดว่าตนสกปรกเลวทราม ช่างน่าขัน ”
เฉินเสวี่ยหยางซึ่งตามมาจากด้านหลังได้เอ่ยปากโต้แย้งแทนจอมยุทธไป๋ขณะที่นางยืนนิ่งไม่พูดจาใด ๆ เช่นเคย เมื่อคนสองกลุ่มมาประจันหน้ากันทว่าจอมยุทธหญิงเอาแต่ยืนนิ่งไม่ขยับเข้าโจมตีเหมือนกับว่านางกำลังรอใครอยู่เฟยิจึงถือโอกาสนี้ลงมือก่อน แต่แล้วบุรุษชุดดำผู้ปิดบังใบหน้าซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็คนละพวกกับมือสังหารก็ได้ปรากฏตัวออกมาและขว้างลูกดอกมาขวางหน้าเฟยิจนเขาต้องพลิกตัวหลบ
เฟยิ : “ ปีศาจดำ ”
ปีศาจดำ : “ คนผู้นี้เป็ของข้า ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ อาิ ”
เฉินเสวี่ยหยางเห็นดังนั้นก็เอ่ยเรียกคนสนิทให้ถอยกลับเข้ามา เพราะนี่เป็ความแค้นส่วนตัวระหว่างคนสองคนแล้วพวกเขาก็ยืนดูสถานการณ์ว่าระหว่างปีศาจดำผู้ฆ่าคนอย่างไร้มโนธรรมกับปีศาจดำผู้้าชำระแค้นผู้ใดจะเป็ฝ่ายชนะ
ปีศาจดำ: “ สวมรอยเป็ข้าสังหารผู้คน แค้นนี้จำต้องสะสาง”
หัวหน้ามือสังหาร : “ แน่จริงก็เข้ามา ”
กลุ่มมือสังหาร : “ ย้า.. ”
..ตุ้บ ๆ ผลั้ก!.. คนทั้งกลุ่มกรูเข้ารุมคนคนเดียวอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อให้รู้ผลแพ้ชนะใครดีใครอยู่ ขณะที่เฉินเสวี่ยหยางและเฟยิยืนดูอยู่อีกฝั่งรวมทั้งจอมยุทธหญิงที่ยืนคุมเชิงอยู่ฝั่งตรงข้าม
เฟยิ : “ เ้าเมืองน้อยขอรับ หากมีแค่เขาสองคนและคนคนนั้นไม่ได้ถูกยิง ดูยังไงว่าคนไหนตัวจริงคนไหนตัวปลอมล่ะขอรับ?”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ทักษะต่างกัน ปีศาจดำถนัดต่อสู้ด้วยมือเปล่า อาวุธลับที่เขาใช้ในยามคับขันมีเพียงลูกดอกอาบพิษลืมกาลหากผู้ใดถูกพิษก็จำต้องได้รับยาถอนพิษภายในสามวัน ไม่อย่างนั้น สติจะฟั่นเฟือน ลมปราณแตกซ่านจนตายในที่สุดส่วนคนที่ถือมีดก็คือตัวปลอม ”
เฟยิ : “ ถ้าอย่างนั้น นางรู้อยู่แล้วสินะขอรับ เพราะปีศาจดำเคยพ่ายแพ้ให้กับนาง”
เฉินเสวี่ยหยางพูดคุยพลางส่งสายตามองจอมยุทธหญิงที่ยืนอยู่อีกฝั่งท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือด..ตุ้บ ผลั้ก กร๊อบ!..
เหล่ามือสังหาร : “ อ๊าก.. โอ๊ย.. ”
เฟยิ : “ คงรู้ผลแล้วล่ะขอรับ ”
เฟยิเห็นท่าทีของเหล่ามือสังหารที่ถูกปีศาจดำจัดการไปทีละคนทั้งถูกฝ่ามือซัดกระเด็นไปนอนสลบเหมือด และถูกหักแขนขาพร้อมทำลายวรยุทธ์จนลงไปนอนร้องครวญครางด้วยความเ็ปผลสุดท้ายก็เหลือเพียงหัวหน้ามือสังหารที่าเ็จากการถูกลูกธนูของจอมยุทธไป๋ ได้ค่อยๆ ถอยหลังไปทีละก้าวเพราะเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นต่อโทสะของปีศาจดำ
ปีศาจดำ : “ บอกมา ใครบงการเ้า? ”
..ฟึบ ๆ.. ถึงแม้จะพยายามขว้างลูกดอกในทีเผลอ แต่ด้วยพิษาแ แรงของมันจึงเชื่องช้าลง ลูกดอกพุ่งออกไปโดยไม่ได้ััผู้ใดและปีศาจดำก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาพลางจ้องเข้าไปในตาด้วยความดุดันยามนี้มือสังหารเริ่มหวาดหวั่นแต่ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดสิ่งใด เขาทำได้เพียงถอยหลังไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เืจากาแยังคงไหลไม่หยุด และก็ถอยจนไปพิงเข้ากับต้นไม้ กระทั่งผลสุดท้าย
หัวหน้ามือสังหาร : “ อ๊าก.. ”
เขาถูกเถาวัลย์ลากเอาตัวไปจนเหลือทิ้งไว้เพียงมีดที่ตกลงพื้นพร้อมร่องรอยหยดเืที่ไหลเป็ทางแล้วพวกมือสังหารที่เหลือซึ่งเห็นหัวหน้าของตนคงไม่มีโอกาสรอดจึงพากันกรอกยาพิษเข้าปากจนกระอักเืแล้วฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ปีศาจดำคิดจะติดตามมือสังหารซึ่งถูกพาตัวไป แต่ทว่า..ฟึบ!..จอมยุทธไป๋กางแขนหนึ่งออกมากั้นเพื่อขวางเขาเอาไว้พร้อมกับเสียงห้ามปรามของเฉินเสวี่ยหยาง
เฉินเสวี่ยหยาง : “ อย่าเสียเวลาเลย ”
เพราะเฉินเสวี่ยหยางรับรู้ถึงอันตราย และมือสังหารผู้นั้นอาจไม่มีชีวิตรอด เขาจึงได้เอ่ยปากห้ามปราม เพียงได้ยินดังนั้น ปีศาจดำก็หันมาพูดกับเฉินเสวี่ยหยางก่อนจะจากไปในความมืด
ปีศาจดำ : “ หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก ”
.. ตึก ๆ ๆ ฟึบ! ..
เฟยิ : “ จะปล่อยไปจริง ๆ หรือขอรับ? ”
เฉินเสวี่ยหยาง : “ เราไม่จำเป็ต้องเป็ศัตรูกับเขา อีกไม่นาน เขาจะเป็ฝ่ายมาหาเราเอง”
เมื่อทุกอย่างคลี่คลายจอมยุทธไป๋ก็หันมาสบตาเฉินเสวี่ยหยางและกำลังจะออกไปจากที่นั่น แต่ทว่านางได้ยินวาจาตำหนิของเฉินเสวี่ยหยางนางจึงหยุดฟังอยู่ชั่วครู่
เฉินเสวี่ยหยาง : “ ดื้อจริง ๆ ”
ติดตามตอนต่อไป