เสียงฝนดังกระทบหลังคาบ้านดังจนไม่ได้ยินเสียงอื่นนอกจากเสียงสายฝน ลมหายใจที่กำลังอ่อนลงเรื่อยๆของสตรีเปลือยกายภายใต้ผ้าคลุมสีแดงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื สตรีนางนั้นค่อยๆหลับตาลง ฝนซาลงแล้วได้ยินเสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่าช้าๆ เสียงฝีเท้านั้น ทั้งหนักแน่นและมั่นคง เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ข้างกายหญิงสาวโดยไม่ได้ทำอะไรต่อ
"ออกไป…"
เสียงที่เปร่งออกมาแหบแห้งและเบามากจนไม่ต่างอะไรกับเสียงกระซิบ สตรีที่กำลังนอนเปลือยกายพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแต่ด้วยสภาพตอนนี้นางแม้แต่จะยกแขนขึ้นยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"ข้าสามารถช่วยเ้าได้"
น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นนั้นช่างไพเราะชวนให้หลงไหลยิ่งนักเป็น้ำเสียงของสตรีหากฟังจากเสียงที่เอ่ยออกมาคาดว่านางคงงดงามยิ่งนัก แต่ในความไพเราะนั้นกลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและว่างเปล่า
สตรีใต้ผ้าคลุมหัวเราะออกมาเบาๆแสดงสีหน้าเย้ยหยัน
"เ้าดูสภาพข้าตอนนี้สิ ว่าข้าน่าเวทนาขนาดไหน ใบหน้าบูดเบี้ยวกระดูกแขนขาก็หักหมดแล้วตอนนี้ข้าเหลือเพียงรอความตายเท่านั้น เ้าบอกว่าจะช่วยก็ช่วยได้แล้วรึไงกัน"
แววตาภายใต้ผ้าคลุมอ่อนลงจนฉายแววแห่งความสิ้นหวังออกมา หยาดน้ำใสๆค่อยๆหยดลงมาอาบแก้มที่บวมช้ำ
ตรีในชุดสีขาวย่อตัวลงนั่งข้างๆ เขาจับมือนางขึ้นมาด้วยความอ่อนโยนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม
"เ้าปราถนาชีวิตใหม่หรือไม่"
"หากข้ามีโอกาสอีกครั้ง ข้าก็อยากมีชีวิต" สตรีในผ้าคลุมแดงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอะอึสะอื้นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเเละความเสียใจถึงที่สุด
"ข้าให้เ้าได้แต่มีข้อแม้อยู่อย่างเดียว เมื่อใดที่ในใจเ้ามีความแค้นเมื่อนั้นเวลาชีวิตของเ้าจะค่อยๆหายไป….เ้าพร้อมที่จะสละความแค้นในใจเ้าหรือไม่"
"ข้ายินดีจะยอมสละทุกอย่างเพื่อให้ได้ชีวิตอีกครั้ง และในชีวิตใหม่นี้ข้าอยากจะลืมทุกอย่าง ทุกๆอย่างที่เคยเกิดขึ้น ไม่ขอจดจำตัวตนเก่าอีกต่อไป"
สตรีในชุดขาวยืนขึ้น นางหลับตาลงทันใดนั้นแสงสีขาวก็ส่องแสงออกมาจนสว่างไปทั่วบริเวณนั้น
ทุกอย่างหยุดการเคลื่อนไหว เหมือนเวลาได้หยุดลงเหลือเพียงเสียงอันไพเราะที่ดังอยู่ไกลๆ
"จากนี้ไปเ้าชื่อม่านอ้าย และจงจำไว้ให้ดี เมื่อใดที่ในใจเ้ามีความแค้นเมื่อนั้นเ้าจะต้องตาย…" เสียงนั้นค่อยๆหายไปพร้อมกับทุกอย่าที่ดับลง