หลังจากจอดรถแล้วกานต์เดินตรงไปที่ห้องของวายุทันทีก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องของวายุดังขึ้นเขาเดินมาเปิดประตูหลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูนั้น
“กานต์”วายุเรียกชื่อขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ใ
“วันนี้ขอค้างที่นี่นะ”กานต์พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องทันทีโดยไม่รอฟังว่าคนรักของเธอจะตอบตกลงหรือไม่
เมื่อเดินเข้าไปภายในห้องเธอจึงได้เห็นว่าคนรักของเธอได้พาผู้หญิงอีกคนมาที่ห้องในวันนี้ผู้หญิงคนนั้นกำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอเห็นกานต์เดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอมองด้วยความสงสัยว่ากานต์เป็ใครและเข้ามาในห้องของวายุได้อย่างไร
“ยุ ใครมาอ่ะ” แพรวาถามด้วยสีหน้าที่สงสัย
“อ่อ แพร นี่กานต์ เป็ญาติของยุเอง”วายุตอบโดยไม่สนใจว่ากานต์ที่ยืนอยู่นั้นจะฟังแล้วรู้สึกอย่างไร
“อ๋อ...สวัสดีค่ะกานต์ งั้นก็มาทานข้าวด้วยกันเลยสิ” แพรวาทักทายและชวนให้กานต์มาร่วมทานอาหารเย็นด้วยกันกับเธอ
“ขอบคุณค่ะ”กานต์กล่าวขอบคุณและนั่งลงที่เก้าอี้เพื่อทานอาหารร่วมกันกับแพรวา และวายุ
กานต์พยายามเก็บความรู้สึกที่เ็ปของเธอเอาไว้ให้ลึกที่สุดเพราะเธอไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องมาเจอผู้หญิงคนอื่นอยู่กับคนรักของเธอเธอไม่รู้จะต้องทำอย่างไรจึงต้องเล่นตามบทไปก่อน
“เดี๋ยวแพรกับกานต์ช่วยกันเก็บจานเอง”แพรวาบอกกับวายุหลังจากที่ทุกคนทานอาหารเย็นจนอิ่มแล้ว
ขณะที่กานต์กำลังล้างจานอยู่ในห้องครัวกับแพรว่าสองคน
“ชั้นรู้ว่าเธอไม่ใช่ญาติของยุ” แพรว่าพูดขึ้นมาระหว่างที่ล้างจานอยู่ในห้องครัว
“และรู้ว่าเธอเป็อะไรกับยุ”
“รู้...รู้แล้วทำไมเธอถึงยังมายุ่งกับเค้า”กานต์ถามกลับทันทีเมื่อรู้ว่าแพรวาเองรู้ว่าเธอไม่ใช่ญาติของวายุ
“เพราะชั้นรู้ว่ายุเค้าไม่ได้รักเธอแล้วเค้าแค่ไม่รู้ว่าจะบอกเลิกเธอยังไงแค่นั้นเอง”
“ทำไมถึงคิดว่าเค้าไม่รักชั้นแล้ว”แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธ เมื่อได้ฟังสิ่งที่แพรวาบอกกับเธอ
“ถ้าเค้ายังรักเธอ เค้าไม่ขอชั้นแต่งงานหรอก”แพรวาพูดจบเธอก็เดินออกจากห้องครัวไป
“พอดีนึกขึ้นได้ว่านัดเพื่อนไว้ขอตัวกลับก่อนนะ” กานต์พูดขึ้นพร้อมเดินออกมาจากห้องครัวหยิบกระเป๋าของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ และเดินออกประตูห้องไป
ทันทีที่ออกมาจากห้องนั้นเธอก็ร้องไห้อย่างหนักระหว่างเดินไปที่รถเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสายโทรออกไปหาเพื่อนของเธอ
“ฮัลโหล เม แกอยู่ห้องมั้ยฉันอยากไปหา”เสียงพูดของกานต์สั่นเครือจนเพื่อนของเธอฟังออกว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่
“อยู่ มาได้เลย” เพื่อนสาวของกานต์ตอบกลับมาโดยไม่ถามว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร
ทันทีที่กานต์มาถึงห้องของเพื่อนสาวเธอร้องไห้และเข้าไปสวมกอดเพื่อนสาวของเธอในทันทีเมเห็นเช่นนี้จึงพาเธอเข้าไปนั่งที่โซฟาในห้องโดยไม่ถามเื่ราวใดๆปล่อยให้กานต์ได้นั่งอยู่เงียบๆคนเดียวก่อนหากพร้อมเธอคงจะเล่าให้ฟัง
“ฮัลโหล อิท กานต์มาที่ห้องชั้นว่ะ ร้องไห้ใหญ่เลย”เมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรบอกอิทเพื่อนหนุ่มของเธอและกานต์
“กานต์เป็อะไร”เสียงในสายนั้นถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ใเพราะความเป็ห่วง
“ไม่รู้ คงเื่เดิมๆมั้ง”
“เดี๋ยวชั้นไปหาเดี๋ยวนี้เลย”อิทพูดจบและวางสายไปทันที เขารีบขับรถมาหากานต์ที่ห้องของเมด้วยความรีบร้อนไม่ถึงชั่วเขาก็ขับรถมาถึงห้องของเม
“กานต์ล่ะ”อิทรีบถามทันทีหลังจากที่เมได้เปิดประตูห้อง
“นู้นไง ปล่อยให้นั่งคนเดียวเงียบๆก่อนเดี๋ยวพร้อมมันคงเล่าให้ฟัง” เมชี้ไปโซฟาตรงที่กานต์นั่งอยู่
อิทเดินตรงไปที่โซฟาและนั่งลงข้างกานต์อย่างเงียบๆเขาได้แต่มองเธอที่กำลังอยู่ในความเสียใจเขาเองไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการนั่งอยู่ข้างๆเธอในเวลานี้
จนกระทั่งกานต์ได้เผลอหลับไป
“อิท แกอุ้มกานต์ไปนอนบนเตียงนอนหน่อยให้มันนอนที่นี่แหละ” เมเห็นกานต์หลับแล้วจึงบอกให้อิทพาเธอไปนอนที่เตียงนอน
“เม เดี๋ยวชั้นพาแกไปเอาชุดทำงานของกานต์มาไว้ให้กานต์ก่อนป่ะ”หลังจากอุ้มกานต์ไปนอนที่เตียงนอนแล้วอิทก็ชวนเมออกไปเอาชุดทำงานมาไว้ให้กานต์สำหรับใส่ในตอนเช้า