กลับมาที่ด้านของพล ชีหลง พี่บอดี้การ์ดสมศักดิ์ และผู้กองมนัสที่ตอนนี้พวกเขากำลังคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีสมศักดิ์คอยสรุปเหตุการณ์แบบย่อให้ทุกคนฟัง พลที่ได้ฟังเื่ราวทั้งหมด เขาก็แอบเล็งเ้าสมกิตคนนั้นเอาไว้ เขาสัญญากับตัวเองภายในใจว่าสักวันหนึ่งจะทำให้เ้านั่นรู้จักคำว่านรกให้ได้..
นอกจากนี้สายของชีหลงที่ส่งไปทำงานใกล้ตัวกับสมกิตก็รายงานถึงการระงับแผนการเอาชีวิตของชีหลงไปก่อน เพราะพวกมือสังหารที่ถูกว่าจ้างนั้นทิ้งหลักฐานเอาไว้เยอะ ทำให้สมกิตไม่มีทางเลือกต้องยกเลิกแผนการชั่วคราว และคาดว่าจะเก็บตัวเงียบๆไป ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผู้กองผู้มีความแค้นส่วนตัวกับกลุ่มเดอะเฟซไม่พอใจเล็กน้อย เพราะมันก็เท่ากับว่าเขาจะต้องปล่อยให้กลุ่มคนพวกนั้นหลุดมือไปอีกครั้ง
“แปลว่าสถานการณ์่นี้ก็นับว่าปลอดภัยดี.. ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้เริ่มงานของผมเลยในตอนเย็นนี้ ต้องรบกวนคุณชีหลงด้วยนะครับ” พลที่ได้ฟังเื่ราวสรุปทั้งหมดแล้ว เขาก็ได้กล่าวออกมาเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร กังวลไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา สู้ทำงานตามที่ได้รับว่าจ้างมาเลยจะดีกว่า
“ก็จริงอย่างที่เธอว่ามานะ.. อื้มม เงื่อนไขที่ว่ามา ฉันสามารถจัดการให้ได้ทันที..”
ชีหลงกล่าวสนับสนุนความคิดของพลทันที ก่อนเขาจะพูดถึงเื่เงื่อนไขที่พลนั้นร้องขอมา ซึ่งมันก็ประกอบไปด้วย หนึ่ง งบการจัดการเงินทั้งหมด 500,000 บาท และเงินจำนวนนี้พลสัญญาว่าจะคืนทุนภายใน 6-8 เดือน สองคือทรัพยากรมนุษย์จากหลากหลายสาขาวิชาที่เขา้าใช้ อาทิเช่น กราฟิกดีไซน์อย่างน้อยสองตำแหน่ง และสามเงื่อนไขสุดท้าย คือสิทธิ์ขาดในการสั่งการที่ Eurasia Outlet Premium หรือก็คือถ้าเขายังไม่ส่งมอบสถานที่รับผิดชอบคืนให้กับเครือห้าง เขามีสิทธิ์ขาด และใหญ่ที่สุด
“โอเค.. คุณรอดูผลงานของผมได้เลย ภายในอาทิตย์นี้ก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้ว..หึหึ” พลกล่าว
“ฉันจะคอยดูก็แล้วกัน.. ส่วนคุณผู้กอง ผมเข้าใจนะว่าคุณมีความแค้นอะไรบางอย่างกับกลุ่มที่ชื่อเดอะเฟซอะไรนั่น คุณจะจับตาดู หรือสืบอะไรผมไม่ว่า.. เพียงแต่เพื่อผลประโยชน์ของเราทั้งสองฝ่าย กรุณาอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียล่ะ” ชีหลงกล่าว เขาเว้น่เล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหน้าของผู้กองมนัส
“..แล้วถ้ามีอะไรสำคัญ อย่างเช่นข้อมูลกระทำผิดกฎหมายของเ้านั้น กรุณาบอกกล่าวแก่ทางเราด้วย ผม้าล้มพวกมันทั้งกระดานในเร็วๆนี้ ถ้าได้ข้อมูลของคุณมาด้วยมันก็จะดีไม่น้อย และเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนถ้าทางเรามีข้อมูลอะไรที่สำคัญ ทางเราก็จะแจ้งไปเช่นกัน.. สมศักดิ์จะเป็ตัวกลางการประสานงานในเื่นี้.. เท่านี้แหละ” ชีหลงกล่าว
ผู้กองมนัสที่ได้ยินดังนั้นเขาก็ตกลงโดยไม่คิดจะลังเลเลยแม้แต่น้อย สมศักดิ์เองก็รับคำสั่งของเ้านาย ก่อนที่พวกเขาจะแลกช่องทางการติดต่อของกันและกัน จากนั้นผู้กองมนัสก็ขอตัวจากไป และชีหลงก็ให้สมศักดิ์ดำเนินการให้พวกเขาทั้งสองออกจากโรงพยาบาลนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะพาพลนั้นเยี่ยมชม Eurasia Outlet Premium ซึ่งเป็สถานที่รับผิดชอบของพลต่อจากนี้ไป
“..Eurasia Outlet Premium อยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง เธอจะเดินทางยังไง” ชีหลงกล่าวถาม
“นั่นสินะครับ.. อาจจะนั่งพวกแท็กซี่ตามแอปพลิเคชันต่างๆนั่นแหละครับ หรือไม่ก็คงจะซื้อมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆสักคันก็พอแล้วครับ” พลกล่าวตอบ ชีหลงที่ได้ยินก็หันมาโวยวายในทันที..
“เธอจะบ้าหรือยังไง! ถ้าเธอทำอย่างนั้นใครกันจะเชื่อถือเธอกันล่ะ ตอนนี้เธอได้รับผิดชอบ Eurasia Outlet Premium ทั้งหมด ถ้าเธอยังเดินทางด้วยวิธีอย่างนั้น นอกจากพนักงานของยูเรียเซียที่จะมองเข้ามาไม่ดีแล้ว ลูกค้าของเครือห้างเองก็จะไม่เชื่อถือเธอเช่นกัน.. เฮ้ออ ฉันจะให้เธอยืมรถสักคันก็แล้วกัน แล้วก็ห้ามปฏิเสธด้วย.. ถือว่าเป็รถประจำตำแหน่งไปเลยแล้วกัน”
ชีหลงกล่าว พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือก เขาได้แต่ตอบตกลงไปทั้งอย่างนั้น และในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาทั้งสองก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ซึ่งเมื่อพวกเขาเดินออกมาถึงด้านหน้าของโรงพยาบาล รถประจำตัวของชีหลงก็มาจอดรอรับพวกเขาพร้อมกับเลขาสาวสวยของชีหลง
“..ขอแนะนำให้รู้จัก เธอคนนี้เป็เลขาของฉัน เธอมีชื่อว่า ‘เสาวลักษณ์’ หรือจะเรียกเธอว่า ‘พลอย’ ก็ได้ ส่วนเ้าหนูนี่คือหลานชายของฉันเอง ‘รัชพล’ หรือจะเรียกเขาว่าพลก็ได้..” ชีหลงกล่าว และด้วยการแนะนำตัวของพลนั้นมันก็ทำให้พลอยแปลกใจเล็กน้อย เพราะเท่าที่เธอรู้ก็คือคุณชีหลงไม่มีทายาทหรือญาติที่ไหนอีกแล้ว แต่มันก็เป็เื่ของเ้านาย เมื่อเ้านายว่ามาอย่างนั้นเธอก็แค่ต้องทำตามเท่านั้น
“เรียกผมว่าพลเฉยๆก็ได้ครับ จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับเลขาพลอย..” พลกล่าว เื่ที่เขากลายเป็หลานชายของคุณชีหลงนั้นก็เป็หนึ่งในแผนการเช่นกัน เพราะจู่ๆจะให้คนมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจใหญ่ๆต่างๆ โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่งกับเครือห้าง มันก็เป็เื่ที่ผิดปกติ ดังนั้นวิธีปลอมสถานะเข้าไปทำงานนั้นจึงดีที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็เด็กเส้นเขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น..
“เข้าใจแล้วค่ะคุณพล ทางฉันก็ต้องฝากตัวเช่นกันค่ะ..” พลอยกล่าวก่อนจะก้มหัวให้กับพล จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยัง Eurasia Outlet Premium เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้มันก็เป็เวลาบ่ายสามโมงกว่าแล้ว ถ้าไปเย็นมากกว่าคงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี
แต่ก่อนหน้านั้นชีหลงได้สั่งให้คนขับรถจอดตรงธนาคารสาขาระหว่างทางเพื่อทำตามเงื่อนไขแรกของพล คืองบการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลง 5 แสนบาท และเงินค่าจ้างเหมาไม่กำหนดเวลาอีก 1 แสนบาท ซึ่งชีหลงจะต้องทำการจ่ายเงินเต็มจำนวนล่วงหน้าทั้งหมดทันที นอกจากนี้เงินทั้งหมดนั้นจะต้องเป็เงินสดเท่านั้นตามคำเรียกร้องของพล นั่นก็หมายความว่าเขาจะต้องถอนเงินจำนวน 6 แสนบาทให้กับพลไป..
การทำธุรกรรมไม่ได้ใช้เวลานาน เพราะชีหลงให้เลขาพลอยแจ้งกับทางธนาคารเอาไว้ก่อนที่เธอจะพบกับเขาที่โรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ยังมีเื่ของการโยกย้ายพนักงานจากสาขาหลักของเครือห้างบางคนมาทำงานที่เอาท์เลทชั่วคราวอีกด้วย ซึ่งอำนาจในการสั่งงานเป็ของประธานคณะบริหารงานอยู่แล้ว เพียงแค่ให้เลขาออกเอกสารคำสั่งนิดหน่อยก็ไม่มีใครปฏิเสธงานนี้ได้แล้ว..
หลังจากที่ชีหลงยื่นซองเงินจำนวน 6 แสนบาทให้กับพลแล้ว พลก็กล่าวขอบคุณเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางเข้าไปยัง Eurasia Outlet Premium ต่อทันที ซึ่งมันก็ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึง..
“พนักงานทุกคนรออยู่ที่ห้องประชุมแล้วค่ะท่านประธาน คุณพล.. เชิญทางนี้ค่ะ” เลขาพลอยที่ลงรถเป็คนแรกเอ่ยรายงานกับเ้านายทั้งสองท่าน ก่อนจะเชิญ และเดินนำไปยังห้องประชุมที่พวกพนักงานรออยู่ ซึ่งพลก็ใช้โอกาสนี้ในการมองสถานที่ที่เขาต้องรับผิดชอบคร่าวๆ
‘อาคารสองชั้น มีพื้นที่ลานกิจกรรมตรงกลางอย่างนั้นเหรอ.. หึหึ ก็ไม่น่าจะยาก รอก่อนเถอะ!’ พลกล่าวคิดในใจ เขาเริ่มสร้างภาพในหัวว่าตัวเองสามารถเนรมิตให้มันเป็ยังไงได้บ้างแล้ว แต่เขาก็อยากจะดูแผนผังของสถานที่นี่อย่างละเอียดก่อน จึงจะตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง..
“เชิญค่ะ..” หลังจากใช้เวลาเดินมาสักพัก บริเวณชั้นสองที่เป็ห้องประชุมขนาด 8X16 ตรม. ซึ่งห้องนี้มันเป็ส่วนหนึ่งของออฟฟิศยูเรียเซียเอาท์เลท และยังสามารถให้ใช้เป็พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการรับรองแขกของคู่สัญญาเช่าได้อีกด้วย อารมณ์ก็จะเหมือนห้องที่เอาไว้ใช้สำหรับการเจรจาธุรกิจของคู่ค้าสัญญาเช่ากับบุคคลภายนอก เมื่อพนักงานทุกคนเห็นว่าท่านประธานเข้าห้องประชุมมาพวกเขาก็รีบยืนขึ้นพร้อมกับก้มหัว..
“สวัสดีครับ/ค่ะ ท่านประธาน..” เหล่าพนักงานกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน ชีหลงที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเปิดการประชุม..
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธีไป.. ทุกคนในที่นี้คงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับเอาท์เลทแห่งนี้ไม่มากก็น้อย ที่ฉันเรียกทุกคนมานี้ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เป็ข่าวเ่าั้ และทุกคนในห้องนี้ต่างรู้ความสามารถดีกันทั้งนั้น หวังว่าพวกเธอจะทำงานได้ตามที่ฉันคาดหวังเอาไว้.. ก่อนอื่นฉันจะขอแนะนำผู้จัดการที่มีสิทธิ์เด็ดขาดในการจัดการปัญหานี้ ..คุณ ‘รัชพล’..” ชีหลงกล่าวนำ ก่อนที่พลจะเดินมายังที่นั่งประธานการประชุม
“ขอบคุณท่านประธานสำหรับการแนะนำตัวของผม ..ผมรัชพล และผมจะเป็หัวหน้าของพวกคุณทุกคนที่อยู่ตรงนี้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น.. หวังว่าพวกเราจะเป็เพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันได้นะครับ..” พลกล่าวขอบคุณชีหลงตามมารยาท ก่อนจะแนะนำตัวกับเหล่าลูกน้องในอนาคตของเขาอีกครั้ง
“..ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องฝากเธอจัดการปัญหานี้ด้วยนะรัชพล..” ชีหลงกล่าวก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเลขาพลอยท่ามกลางการเคารพของเหล่าลูกจ้างที่อยู่ภายในห้องประชุม และภายในไม่กี่วินาทีภายในห้องก็เหลือแต่เพื่อนร่วมงานในอนาคตของพลเท่านั้น
“เอาล่ะ!.. ก่อนอื่นก็เริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อน.. เชิญคุณกล่าวเป็คนแรกเลยครับ” พลกล่าวก่อนจะชี้ไปที่ตัวคนที่อยู่ใกล้เขาที่สุดทางด้านซ้ายมือ ซึ่งก็เป็หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูน่ารัก แต่ใบหน้าของเธอในเวลานี้ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่างหนึ่ง เธอคนนี้ชื่อว่า ‘มิ้น’ และเธอคนนี้ก็คือผู้จัดการเอาท์เลทแห่งนี้ก่อนจะถูกลดตำแหน่งในตอนบ่ายของวันนี้เอง..
ซึ่งพลก็เข้าใจว่าเธอคิดยังไง แต่เขาค่อยทำความเข้าใจกับเธอในภายหลังก็ยังไม่สาย ในตอนแรกชีหลง้าที่จะย้ายเธอกลับไปที่สาขาหลักเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่ว่ามันก็เป็ความตั้งใจของพลเองที่อยากให้เธออยู่ทำงานที่นี่ด้วยกัน เพราะหนึ่งคือเขาไม่คิดจะอยู่ทำงานที่นี่ไปตลอด และมันจะดีมากถ้าผู้จัดการคนเก่าอยู่เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์งานที่เขาสร้างระบบเอาไว้
สองคือ มันก็ไม่มีใครที่จะรู้เื่ของสถานที่นี้ทั้งหมดดีไปกว่าผู้จัดการคนเก่าล่ะจริงไหม ซึ่งมันเป็ข้อดีถ้าเธอเข้าใจ มันจะช่วยพลประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ต่อมาเป็การแนะนำตัวของพนักงานในออฟฟิศเอาท์เลท ซึ่งประกอบไปด้วย ‘เมษา’ พนักงานบัญชีการเงิน ‘ลูกปลา’ พนักงานธุรการ และการจัดซื้อจัดจ้าง ‘กันต์’ ‘เพลิง’ และ ‘โบว์พนักงานอาคารสถานที่ และการโฆษณา สุดท้ายคือเลขาของมิ้นที่ชื่อว่า ‘เหมียว’ รวมพนักงานในออฟฟิศเดิมมีทั้งหมด 7 คน หญิง5 คน ชาย2 คน
ต่อมาเป็พนักงานที่จัดหาเข้ามาช่วยงานจากเครือห้าง ประกอบไปด้วย ‘เฟิร์น’พนักงานการตลาด ‘แจ็ค’ และ ‘โอ๋’ พนักงานด้านไอที กราฟิกดีไซน์ และสุดท้าย ‘น้ำผึ้ง’พนักงานเจรจา รวมพนักงานชุดที่มาจากสาขาหลัก 4 คน ชาย2 หญิง2 ดังนั้นพนักงานที่อยู่ภายในห้องนี้มีทั้งหมด 11 คน
“เมื่อแนะนำตัวกันจบแล้ว.. ต่อไปเราควรมาทำความเข้าใจสถานการณ์กันเล็กน้อย โดยเริ่มจากคำพูดของท่านประธานที่ว่า ‘ผมเป็ผู้มีสิทธิ์เด็ดขาดที่นี่’ หรืออีกความหมายอีกนัยหนึ่งก็คือผมใหญ่สุดที่นี่..” พลกล่าว และเว้นจังหวะการพูดเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่พนักงานทั้ง 11 คน
“..และไม่ว่าการกระทำของผมจะทำอะไรก็ตาม ผู้บริหารของเครือห้าง หรือแม้แต่ประธานชีหลงเองก็จะไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ผมทำนู่นทำนี่ได้ และนั่นมันก็หมายถึงการกระทำของพวกคุณด้วยเช่นกัน ไม่มีใครสั่งใช้งานคุณได้นอกจากผม ดังนั้นผมหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ผมได้กล่าวเตือนนี้ไปนะครับ..” พลกล่าวพร้อมกับมองไปรอบอีกครั้ง ซึ่งพนักงานแต่ละคนก็กล่าวขานรับ แม้จะมีบางคนไม่พอใจ แต่ก็ถือว่าทุกคนนั้นทราบสถานะของตัวเองแล้ว
“..หลังจากนี้งานของพวกคุณจะเยอะมากขึ้น แน่นอนว่าผมก็จะเพิ่มเงินให้พวกคุณตามผลงานด้วยเช่นกัน.. อ๊ะ! บอกไว้ก่อนเลยนะครับ ผมไม่ชอบคนที่เข้ามาประจบประแจง ผมจะตัดสินเองจากผลงานที่พวกคุณทำ.. วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน เลิกประชุมได้!.. ใครมีหน้าที่ทำอะไรต่อก็เชิญได้เลยครับ แต่ยกเว้นคุณสองคนนะครับคุณมิ้น กับคุณเหมียว อยู่คุยกับผมก่อน..ส่วนท่านอื่นเชิญครับ”