บทที่ 8
วันนี้ เธอไม่มีอะไรมากฝากเจ้ากรุฟเฟอร์ ดังนั้น จึงกำหมัดไว้ เจ้าปลาตัวนั้นดูจะรู้ไปเสียหมดทั้งในอากัปกิริยาเพราะมันอ้าปากงับกำหมัดนั้นอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วก็หันหลังกลับโบกหางใส่หน้าสาวน้อย ว่ายห่างออกไป 2-3 หลา คล้ายกับจะรอว่าถ้าเมื่อไหร่เธอยื่นอาหารจริงๆ ให้จะได้โผเข้ามาทันเงาดำ ๆ ว่ายตัดผ่านห้วงน้ำสีเหลืองขุ่นไป พาโลม่าเงยหน้าขึ้นมอง ที่ว่ายเรียงกันมาทีละตัวๆ นั่นคือ ปลาฉลามหัวค้อน มันว่ายเรียงกันเป็นแถวเหมือนขบวนแห่ ร่างที่เป็นประกายสีเทาเงินเคลื่อนไหวเหมือนลูกปืน แสงอาทิตย์ส่องต้องระลอกคลื่น ขณะที่กล้ามเนื้อทุกส่วนพามันเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และทำให้ลำตัวของมันแวววามยิ่งขึ้นพาโลม่ารักปลาฉลามหัวค้อนนัก ค่าที่ว่ามันมักจะทำให้เธอต้องคิดไปถึงพระเจ้ากับธรรมชาติอยู่เนือง ๆ มันเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างที่แปลกประหลาดผิดธรรมดาและไม่น่าดูอย่างที่สุดส่วนที่หัว ที่มีลักษณะของค้อนนั้น เหมือนถูกตีไว้ให้ผิดรูป ประกอบด้วยดวงตาอยู่มุมละข้าง ปากที่เต็มไปด้วยฟันซี่เล็กๆ และนานๆ ครั้งที่มันจะทำร้ายคน และถึงไม่ทำอะไรมันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับคนหรือสัตว์บกอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยวีเอโฮก็เรียกมันว่า สัตว์น้ำที่มีชีวิตชนิดหนึ่งแต่กระนั้น ถ้าจะมีสัตว์น้ำชนิดใดที่สมควรจะได้รับคำชมจากพาโลม่า ก็เห็นจะเป็นเจ้าฉลามหัวค้อนนี่เอง ปลาฉลามนั้นโดยปกติแล้วมักจะสร้างความวิกฤติและเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของชาวเกาะอยู่เนืองนิตย์ เป็นความจริงที่ประจักษ์มาหลายชั่วอายุคน มีตำนานเล่าขานกันอยู่เสมอ แต่สำหรับปลาฉลามหัวค้อนนั้น เคยอยู่อย่างไรก็อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง รูปร่างของมันเป็นมาเช่นนี้สัก 30 ล้านปี แล้วกระมัง นอกเสียจากเวลาที่มันได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บไข้ได้ป่วยลงเท่านั้น มันไม่เคยมีศัตรูบนบก แถมยังช่วยคนอีกด้วยเบื้องล่างนี้มีอาหารอุดมสมบูรณ์พอสำหรับมัน มีอิสรเสรีภาพอย่างแท้จริง หาเพื่อนหาญาติได้เท่าที่มันต้องการก็โจบิมอีกนั่นเอง ที่ได้สอนให้พาโลม่ารู้จักสังเกตรูปร่างที่เสริมให้เห็นถึงหลักฐานความเป็นจริง เขาได้สอนให้ลูกสาวได้รู้ว่าปลาฉลามหัวค้อนนั้น มีรูปร่างที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอยู่อย่างไร มันเป็นปลาธรรมดาที่มีพลังในความเร็ว และมีความสามารถมากและ...เขายังได้สอนด้วยว่า มันไม่เหมือนคนเพียงแค่ตรงที่ไม่ก่อศัตรูใดๆ ทั้งสิ้นดังนั้น ในสายตาของพาโลม่าแล้ว ฉลามหัวค้อนคือปลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด สิ่งที่เธอเห็นในตัวมันคือความงาม อยากจะให้วีเอโฮได้มาเห็นมันจากข้างล่างนี้ด้วย สถานที่ซึ่งสรรพสัตว์ทั้งหลายดำเนินชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ จากที่ซึ่งต่อเฒ่าเห็นมัน ด้วยการนั่งเป็นทุกข์อยู่ในเรือหรือที่คลื่นได้สาดซัดร่างของมัน ไปเกยหาดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาทั้งสิ้นพาโลม่าผละจากแง่หิน ตำลึงลงไปอีก 2-3 ฟุต ลงไปในแอ่งเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างหินที่ถูกน้ำเซาะไว้ทั้งสองด้าน แอ่งทรายนั้นเธอมองเห็นปลาทริกเกอร์ ฟิช ว่ายกลับไปกลับมา ท่าทางของพวกมันคล้ายกำลังตื่นตกใจ หางสั่นพริ้วเหมือนพะเยิบพะยาบในตอนแรก พาโลม่าคิดว่าเจ้าทริกเกอร์ฟิช เหล่านั้นอาจจะบาดเจ็บ ทั้งนี้เพราะมันว่ายวนโผไปที่นี่ที่โน่นตลอดเวลา และแล้วก็รวมกลุ่มกันตั้งแต่ 3...เป็น 5 เป็น 9 หรือ 10... คล้ายกับเตรียมสู้กับผู้บุกรุกเต็มที่ปลาสก๊อตช์ พาร์ร็อท ตัวหนึ่ง สีสันของมันเหมือนผ้าตาหมากรุก ปากเรียวแหลมว่ายปราดเข้าไปหาปลาทริกเกอร์ ฟิชตัวเล็ก ซึ่งเจ้าตัวน้อยก็หลบหลีกอย่างแคล่วคล่อง และเบี่ยงกันไป 2 ครั้ง ที่ทำให้เจ้าพาร์ร็อท ฟิช ต้องล่าถอยไปทันใดนั้น แองเจิล ฟิช ตัวหนึ่งก็ว่ายตรงเข้ามา แต่ถูกต่อต้านด้วยฝูงทริกเกอร์ ฟิช ซึ่งรายล้อมอยู่เป็นกำแพง มันจึงพยายามคุ้ยทรายลงไปได้ปลาทริกเกอร์ ฟิช เหล่านั้น แต่เช่นเดียวกัน ที่ถูกฝ่ายรับไล่เปิดไปและตอนนี้ พาโลม่าก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ไข่ของปลาทริกเกอร์ ฟิชที่วางไว้ เกิดมีเจ้าตัวอื่นๆ มาพบเข้าในแอ่งเล็กๆ แห่งนี้มันถึงเข้าโจมตี ทริกเกอร์ ฟิช พยายามขับไล่ให้ออกไปเพื่อที่พวกมันจะได้เข้ามาขุดคุ้ยและกินไข่เหล่านั้นเป็นอาหารสัญชาตญาณภายในของพาโลม่า สั่งให้คุ้มครองไข่ของปลาทริกเกอร์ ฟิชเหล่านั้น เธอจึงว่ายตรงเข้าไปในกลุ่ม ปัดมือไปรอบๆ ผู้รุกรานทั้งหลายรีบถอยไป แต่เจ้าทริกเกอร์ ฟิช เดาเอาว่าพาโลม่าคือขโมยตัวสำคัญอีกตัวหนึ่ง จึงเข้างับหูเธอไว้พาโลม่าถอยห่างออกมา รู้สึกขบขันอยากจะหัวเราะแต่ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกเศร้าลึกๆ อยู่ในใจ ทั้งนี้เพราะ รู้ดีว่าอีกไม่นานทริกเกอร์ ฟิช ก็จะต้องสูญเสียไข่ที่มันหวงแหนไปทันทีที่ไข่ซึ่งถูกวางได้มีการค้นพบขึ้น มันก็เท่ากับได้สูญไปหมดแล้ว แต่กระนั้น เธอก็ยังบอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรธรรมชาติก็บังคับให้มันต้องเป็นไปอย่างนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติต้องการแสดงออกให้เห็นถึงความสมดุล ถ้าไข่ทุกฟองของทริกเกอร์ ฟิช กลายเป็นตัวขึ้นมาทะเลทั้งทะเลก็คงจะคลาคล่ำไปด้วยฝูงปลาทริกเกอร์ ฟิชขณะนี้ เธอเริ่มรู้สึกถึงความรวดร้าวในปอด ช่องว่างที่เกิดขึ้นภายใน ทำให้เธอมองเห็นว่าขณะนี้ปอดทั้งสองข้างกำลังต้องการอากาศเพิ่มขึ้น เส้นเลือดตรงขมับเริ่มเต้น มันไม่ถึงกับเจ็บเท่าไรนัก แต่เป็นเสียงที่น่ารำคาญ เธอจึงโผขึ้นจาก ก้นทะเล สะบัดฟลิปเปอร์สอย่างคล่องแคล่วขึ้นมาบนผิวน้ำทั้งฟองที่เดือดพรายไว้ทางด้านหลังตามกฎที่วางไว้ เธอจะต้องพักประมาณ 5-10 นาที ก่อนที่จะทำในครั้งต่อไป หลังจากนั้นแล้ว เธอก็จะสามารถดำได้อีกครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเหนื่อยล้า ถ้าเธอไม่พัก ก็จะพบว่าช่วงเวลาในการดำน้ำแต่ละครั้งจะสั้นเข้าและอาการรวดร้าวในปอดจะรุนแรงขึ้นดังนั้น เธอจึงโหนตัวอยู่กับสายสมอ สูดลมหายใจรับเอาอากาศที่อบอุ่นค่อนข้างขึ้น เข้าไปในร่างกายและคอยก้มลงมองดูใต้พื้นน้ำอยู่ว่า จะมีอะไร แปลกๆ ใหม่ๆ หรือพิเศษว่ายวนเข้ามาในบริเวณภูเขาใต้ทะเลนี้บ้างบางที่วันนี้ เธออาจจะได้เห็นปลาคาบริโอสีทอง มันเป็นปลาที่หายาก และมักจะลอยตัวอย่างโดดเดี่ยวถ้าจะเป็นกลุ่มที่กลุ่มเล็กๆ ตัวของมันเป็นสีเหลืองทองเป็นประกายไร้ตำหนิโดยเฉพาะ เมื่อยามที่มันลอยตัวนิ่งอยู่ในน้ำนั้น เหมือนแห่งทองคำที่จำหลักเป็นรูปปลา หรือมิฉะนั้น ก็อาจจะได้เห็นปลาบาร์ราดูดาส ซึ่งจะว่ายวนอยู่เป็นฝูง หลังของปลาชนิดนี้เป็นสีเงินสะท้อนอยู่ในแสงแดด และประกายที่สะท้อนออกมานั้นเหมือนเข็มเงินเล่มเล็กๆครั้งหนึ่ง เธอเคยได้เห็นปลาเวล ชาร์ค แต่นั้นมิใช่เหตุผลที่สมควรหวังว่าจะได้เห็นอีก...เมื่อตอนที่เห็นครั้งแรกนั้น เธอตกตะลึงไปทันที และแล้วในวินาทีต่อมา ก็เปลี่ยนเป็นหวาดหวั่น และเมื่อตระหนักแน่ชัดว่ามันคืออะไร อาการเครียดเขม็งปั่นป่วนของความรู้สึกจึงค่อยคลายลงเจ้าเวล ชาร์ค ได้ผุดขึ้นจากก้นทะเลลึก มันปรากฏร่างขึ้นช้าๆ เหมือนค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมา เป็นสัตว์น้ำที่มีรูปร่างมหึมาจนพาโลม่าไม่อาจจะเห็นหัวเห็นหางมันได้ตลอดในเวลาเดียวกัน แต่ก็สามารถรู้ได้จากสีสัน และจุดตามลำตัวซึ่งเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด ซึ่งบอกให้สาวน้อยรู้ได้ว่าเป็นปลาที่ไม่มีอันตรายอะไร เวล ชาร์ค นี้จะกินสัตว์ประเภทแพลงตัน และกุ้งเคยตัวเล็กๆ รวมทั้งพืชใต้น้ำด้วยโจบิมได้เคยเตือนให้ลูกสาวได้รู้แล้วว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะพบเห็นเวล ชาร์คได้ในบริเวณนี้ และได้เตรียมการไว้อย่างดีถ้าพาโลม่าจะเกิดอาการตื่นตกใจ เมื่อเห็นสัตว์ที่มีเรือนร่างมหึมาเช่นนั้น“มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น ที่มันสามารถจะทำอันตรายเองได้” โจบิมบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่มิได้แฝงความขบขันไว้เลยแม้แต่นิด“บอกสิ” พาโลม่า มองเห็นภาพฟันกรามที่แข็งทนบดลงบนกระดูกของเธอ“ก็ถ้าเอ็งเห็นมันอ้าปาก แล้วเอ็งก็ว่ายเข้าไปในปากมันตั้งอกตั้งใจง้างฟันมันออก แล้วก็บดตัวเองลงไปกับฟันของมันแล้วก็ดึงฟันกรามให้มันงับลงบนตัวเอ็ง”“ปาป้า”“ขนาดอย่างนั้นแล้ว ข้าก็คิดว่ามันคงไม่ชอบรสชาติของเอ็งเท่าไรนักหรอก มันอาจจะสะบัดหัวพ่นเอ็งออกมาก็ได้พาโลม่ากระโดดเข้าไปหาพ่อ รวบตัวเขาไว้ และพยายามกัดตรงซอกคอเมื่อเธอแน่ใจในฉลามชนิดนี้แล้ว พาโลม่าจึงได้ดำดิ่งลงไปหาเจ้าปลามหึมาตัวนี้ ขณะที่มันเคลื่อนร่างไปช้าๆ จนเธอสามารถเอื้อมมือไปลองแตะหัวของมันดู ลูบลงไปบนส่วนหลัง แต่ทว่า มันมิได้แสดงท่าที่จะรู้สึกว่าเธอเข้าไปอยู่ใกล้ด้วยซ้ำได้ แต่ลอยตัวเอื่อยเฉื่อยไปตามเรื่องโบกสะบัดปลายหางอยู่ช้าๆ จนในที่สุด พาโลม่าก็ไปถึงหางของมัน เธอถึงกับสะอึกไปด้วยความเกรงขามในมัน ทั้งนี้เฉพาะ แต่เพียงส่วนครีบเพียงส่วนเดียวก็ยาวเท่ากับตัวเธอแล้ว ขณะที่มันลอยตัวกลับไปกลับมานั้นทำให้กระแสน้ำกระเพื่อมขึ้นลงด้วยพลังอำนาจ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เธอจะรู้สึกตกใจเจ้าฉลามเวล ชาร์ค ตัวนั้นได้ลอยเลื่อนตัวของมันเข้าไปในสีเขียวขุ่นทึบสลัวของท้องทะเล ราวกับมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำเช่นนั้น คล้ายจะทำตามโปรแกรมที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้ให้นับล้านปีที่ผ่านมาแต่ในวันนี้ ขณะที่พาโลม่าลอยตัวอยู่เหนือพื้นน้ำนั้นด้วยการเอาหน้าคว่ำลง หายใจผ่านท่อยาง ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเล แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องการอากาศเพื่อหายใจ เธอได้เห็นชีวิตทั้งหลายในท้องทะเลที่ดำเนินไปตามระบบของวัฏจักรแห่งชีวิตที่ไร้การรบกวน มันเป็นชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เป็นความรอบคอบระมัดระวังอยู่ทุกขณะ เป็นกฎที่จะดำเนินไปตลอดกาล และเป็นลำนำอันสมบูรณ์แบบ