ไม่ใช่แค่ย่าหลินที่คิดว่าหูหลันเยวี่ยไม่ต้องลดน้ำหนักอีกแล้ว อันที่จริงหลินซือหย่วนก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่หลินซือหย่วนไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
ยิ่งเขาคุ้นเคยกับหูหลันเยวี่ยมากขึ้นเท่าไหร่ การไปมาหาสู่กันก็มากขึ้นตามเท่านั้น แต่ในด้านคำพูดและการกระทำ หลินซือหย่วนกลับไม่เปิดเผยเหมือนตอนที่เพิ่งรู้จักกัน
หูหลันเยวี่ยเห็นว่ากางเกงที่หลินซือหย่วนสวม พอดีกับความยาวและขนาดตัว เธอก็สบายใจแล้ว
หลังจากที่หลินซือหย่วนถอดกางเกง หูหลันเยวี่ยก็ถือกลับบ้าน เตรียมเอาไปเย็บชายขากางเกงและซิป
หลินซือหย่วนถือโอกาสนี้ยื่นผ้าสำหรับทำเสื้อเชิ้ตให้หูหลันเยวี่ยด้วย "ขนาดเสื้อ ฉันเขียนไว้ในกระดาษแล้ว อยู่ในห่อผ้านั่นแหละ"
หูหลันเยวี่ยพยักหน้ารับ แล้วถือของกลับบ้านไป
ขณะกินข้าวเย็น หูหลันเยวี่ยถามจ้าวหงเหมยว่า "แม่คะ บ้านเรามีเศษผ้าเหลือๆ บ้างไหมคะ?"
จ้าวหงเหมยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบลูกสาว "มีอยู่สองสามชิ้นนะ ถ้าจะเอามาตัดเสื้อผ้าคงไม่เหมาะ แม่ว่าจะเอาไว้ทำซับในรองเท้าหรือไม่ก็ทำพื้นรองเท้าน่ะ"
หูหลันเยวี่ยพูดขึ้น "เดี๋ยวแม่เอาผ้าพวกนั้นออกมาให้หนูดูหน่อยนะคะ"
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ จ้าวหงเหมยก็เอาเศษผ้าที่พูดถึงเมื่อครู่มาให้หูหลันเยวี่ยดู
ผ้าที่กองอยู่พวกนี้ บางผืนเป็นผ้าดิบที่จ้าวหงเหมยเคยทอและย้อมสีเองสมัยยังเป็นสาว แล้วก็ยังมีผ้าลายดอกไม้บางๆ เหลืออยู่อีกนิดหน่อย
หูหลันเยวี่ยยื่นผ้าพวกนี้ให้ถิงถิง "จักรเย็บผ้าเธอก็ใช้คล่องแล้ว วิธีตัดเสื้อผ้าพี่ก็สอนให้หมดแล้ว เธอเอาผ้าพวกนี้ไปลองตัดเสื้อกับกางเกงดูนะ"
"พี่คะ หนูกลัวจะทำไม่ดีแล้วต้องเสียผ้าไปเปล่าๆ" ถิงถิงดูเหมือนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง "ผ้าพวกนี้แม่เก็บไว้ทำรองเท้ากับพื้นรองเท้านะคะ"
จ้าวหงเหมยรีบยิ้มแล้วตบไหล่ลูกสาวคนรอง "ถิงถิง หนูทำตามที่พี่สาวบอกนั่นแหละ ถึงจะตัดเสื้อผ้าออกมาไม่สวย หรือผ้าเสียไปก็ไม่เป็นไรหรอก"
แม้ถิงถิงจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง แต่เธอก็เป็นเด็กที่ตั้งใจทำงาน และฝีมือดีมาก
เธอใช้เวลาวันกว่าๆ ในการตัดเสื้อกับกางเกงจากเศษผ้าพวกนั้นจนเสร็จ
"พี่คะ ดูให้หน่อยสิคะว่าฝีมือหนูพอใช้ได้ไหม?" ถิงถิงเอาชุดที่ทำเสร็จแล้ววางไว้ตรงหน้าหูหลันเยวี่ย
หูหลันเยวี่ยพิจารณากางเกงกับเสื้อที่ถิงถิงทำอย่างถี่ถ้วน ในระหว่างนั้นก็พยักหน้าไม่หยุด "ถิงถิง พี่ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่ครั้งแรก พี่จะไม่ตัดกางเกงยีนส์ให้แล้วนะ เธอตัดออกมาเองได้เลย"
"หา?" พอได้ยินว่าพี่สาวจะให้เธอตัดกางเกงยีนส์เอง ถิงถิงก็ส่ายหน้าทันที "พี่คะ ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าหนูทำให้ผ้าดีๆ เสียจะทำยังไง?"
หูหลันเยวี่ยจ้องมองดวงตาคู่สวยของถิงถิงอย่างจริงจัง พร้อมกับให้กำลังใจ "ขนาดเศษผ้าเธอยังเอามาตัดเสื้อผ้าใส่ได้ทั้งชุดเลย ถ้าใช้ผ้าดีๆ เธอต้องตั้งใจทำมากกว่าเดิมแน่ๆ ยังไงก็ออกมาสวยกว่าเดิมแน่นอน"
ในสายตาของหูหลันเยวี่ย ถิงถิงดีไปหมดทุกอย่าง ถ้ามั่นใจในตัวเองมากกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะดี
ที่หูหลันเยวี่ยบอกให้ถิงถิงตัดกางเกงยีนส์เอง เธอจะรับหน้าที่วาดแบบกางเกงให้ ถิงถิงก็แค่ตัดออกมาตามแบบที่เธอวาดก็พอ
พอถิงถิงทำกางเกงเสร็จแล้ว หูหลันเยวี่ยก็ใช้ไหมสีๆ ปักลายดอกไม้เล็กๆ น่ารักๆ ไว้บนกระเป๋า
ดอกไม้เป็นสิ่งที่หูหลันเยวี่ยปักขึ้นด้วยจักรเย็บผ้า
ถิงถิงเพิ่งเคยเห็นการปักลายด้วยจักรเย็บผ้าเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกว่าทึ่งกับความอัศจรรย์นั้น และอยากเรียนรู้ให้ได้
หูหลันเยวี่ยไม่ได้สอนการปักลายด้วยจักรให้ทันที แต่จะรอให้ถิงถิงใช้จักรเย็บเสื้อผ้าได้หลายแบบอย่างคล่องมือเสียก่อน แล้วค่อยๆ เริ่มสอนปักลายบนผ้า
พริบตาเดียวก็เป็นวันเปิดทำการโรงงานที่หลินซือหย่วนร่วมหุ้นอยู่
วันนั้นก็เป็นวันอาทิตย์พอดี หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงจึงแต่งตัวสวยๆ เดินทางไปให้กำลังใจหลินซือหย่วนที่อำเภอ
เช้าตรู่ของวันนั้น สองพี่น้องกินข้าวเช้าเรียบร้อย แล้วออกเดินทางด้วยความกระตือรือร้น
เพิ่งเดินออกจากประตูบ้านได้ไม่ไกลก็เจอกับหูหลิงหลิง
ตอนนี้หูหลิงหลิงกับหูเจี้ยนผิงพี่ชายฝาแฝดต้องไปเรียนชั้นมัธยมต้นในตำบลสัปดาห์ละครั้ง
หูหลิงหลิงเห็นสองพี่น้องแต่งตัวสวย โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ที่ถิงถิงใส่ หูหลิงหลิงก็อิจฉามาก
"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่แต่งตัวสวยจัง จะไปไหนกันเหรอคะ?" หลังจากที่ได้เห็นความร้ายกาจของหูหลันเยวี่ย หูหลิงหลิงจึงไม่กล้าเรียกเธอว่ายัยหมูตอนอีกต่อไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือเปล่า ตั้งแต่หูหลันเยวี่ยมาเป็นครู หูหลิงหลิงก็รู้สึกกดดันเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สาวคนนี้
หูหลิงหลิงเรียนหนังสือไม่เก่งมาตลอด พอเจอครูก็กลัวแทบตาย แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่ครูประจำชั้นก็ตาม
หูหลันเยวี่ยไม่แม้แต่จะมองหูหลิงหลิงด้วยซ้ำ ส่วนถิงถิงก็แค่ตอบส่งๆ ไป "พวกเราจะไปบ้านป้าคนรองน่ะ"
"พี่รอง กางเกงที่พี่ใส่สวยจังเลยค่ะ ซื้อมาจากที่ไหนเหรอ?" หูหลิงหลิงเข้ามาใกล้ แล้วเอามือมาลูบไล้กางเกงของถิงถิงอย่างสนใจ
ถิงถิงไม่ค่อยชินที่มีคนมาแตะเนื้อต้องตัว เธอจึงถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ "กางเกงตัวนี้พวกเราซื้อผ้ามาตัดเองน่ะ หลิงหลิง พวกพี่ต้องรีบแล้ว ขอตัวก่อนนะ"
หลังจากที่สลัดตัวจากหูหลิงหลิงไปได้ สองพี่น้องก็รีบเดินต่อไปข้างหน้าทันที
ส่วนหูหลิงหลิงก็มองตามแผ่นหลังพี่สาวทั้งสองที่ห่างออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็หงุดหงิดกลับบ้านไป
"แม่คะ เมื่อกี้หนูเห็นยัยหมูตอนกับถิงถิงไปทางบ้านป้าคนรอง พวกเธอใส่เสื้อผ้าใหม่กันทั้งคู่เลย โดยเฉพาะถิงถิง กางเกงใหม่ที่เธอใส่สวยมากจริงๆ ค่ะ" ลับหลัง หูหลิงหลิงก็ไม่ยอมเรียกหลันเยวี่ยว่าพี่สาวอย่างเคารพอยู่ดี
สะใภ้รองรีบถาม "ถิงถิงใส่กางเกงตัวใหม่เหรอ?"
หูหลิงหลิงตอบ "ใช่ค่ะ เสื้อแขนสั้นที่ใส่คือตัวเดียวกันกับที่ใส่ในวันเกิดคุณย่า แต่กางเกงนี่สิ ตัวใหม่เอี่ยมแถมยังดูทันสมัยสุดๆ หนูจับดูแล้ว เนื้อผ้าก็ดีมาก ของที่ขายตามร้านในเมืองยังไม่ดีขนาดนี้เลยค่ะ"
สะใภ้รองพึมพำกับตัวเอง แล้วเริ่มนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ในสายตาของสะใภ้รอง ถ้าหูหลันเยวี่ยใส่เสื้อผ้าดีๆ หน่อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเสื้อผ้าที่เธอเอาติดตัวมาจากในเมือง ถึงจะเก่าแล้วก็ยังดูดีกว่าเสื้อผ้าใหม่ที่คนบ้านนอกใส่อยู่
แต่ถิงถิงกลับมีเสื้อผ้าใหม่ใส่อีกแล้ว เพิ่งจะผ่านวันเกิดของแม่เฒ่าไปไม่กี่วัน ตอนนั้นถิงถิงกับสามีภรรยาหูฉางหมินก็ใส่เสื้อตัวใหม่ แล้วนี่ถิงถิงมีกางเกงใหม่อีกแล้ว มันยังไงกันแน่?
บ้านใหญ่เพิ่งจะซื้อจักรเย็บผ้าไปในราคาสูงลิ่วไม่ใช่เหรอ!
"หลิงหลิง พวกนั้นบอกหนูว่าจะไปบ้านป้าคนรองใช่ไหม? แล้วพวกนั้นถืออะไรไปด้วย หรือว่าไปมือเปล่า?" สะใภ้รองถามอย่างรีบร้อน
หูหลิงหลิงรีบตอบ "พวกนั้นถือกระเป๋าไปคนละใบค่ะ ยัยหมูตอนถือกระเป๋าหนัง ส่วนถิงถิงถือกระเป๋าผ้า"
สะใภ้รองนึกถึงเมื่อหลายวันก่อนที่ตนเจอหูหลันเยวี่ยกับถิงถิงสะพายตะกร้ามาด้วยกัน สองคนนั้นบอกว่าจะเอาแป้งจี่ไปให้ป้าคนรอง สะใภ้รองก็เชื่อ แต่หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าสองพี่น้องไม่ได้ไปบ้านป้า แต่ไปขายข้าวโพดต้มที่อำเภอต่างหาก
ข้าวโพดต้มฝักหนึ่งขายได้ถึงสามเหมา แค่คิดสะใภ้รองก็อิจฉาจนแทบจะทนไม่ไหวที่บ้านใหญ่ขายข้าวโพดต้มจนรวย
นี่ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อีกแล้ว หูหลันเยวี่ยกับน้องสาวบอกว่าจะไปบ้านป้าคนรองอีก เธอจึงอดคิดมากไม่ได้
พอได้ยินว่าสองพี่น้องถือกระเป๋าออกไป สะใภ้รองก็คิดว่าทั้งสองคนต้องไม่ได้ไปบ้านป้าคนรองแน่นอน
พวกนั้นคงไม่ได้วิ่งแจ้นไปที่อำเภออีกแล้วกระมัง?