……………………….
“ จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ…….” เสียงนกกระจิบดังระงมทั่วสวนหลังบ้าน และกระแสนั้นก็ลอยมาเข้าสู่โสตประสาทของคุณนายสาวที่นอนเปลือยกายอยู่บนเสื่อกลางห้องทำพิธี
“ อู้ย…..เพลียเหลือเกิน แถมปวดเมื่อยไปหมด ” ศรีสมรยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก พร้อมยกมือขึ้นกุมขมับ พอเริ่มฟื้นตัว เธอก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าที่แขวนบนราวในห้องอาบน้ำ หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ เจ้าหล่อนก็เตรียมกลับ ในหัวใจรู้สึกแปลกๆ
“ เอ…..ถ้าเราอยู่ในสภาพนี้ ก็แปลว่าเรื่องเมื่อวานไม่ใช่ความฝัน เราเสพสุขกับท่านอาจารย์ทั้งคืน ว่าแต่ตอนนี้เขาไปไหนซะล่ะ ”
และพอศรีสมรเดินออกจากห้อง เธอก็ต้องสะดุ้งโหยง ด้วยมีใครบางคนนั่งรออยู่บนโต๊ะรับแขก ซึ่งก็หนีไม่พ้น….ซิ้ม เพื่อนสาวหน้าหมวย
“ ซิ้ม….นี่แกรอชั้นอยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยเหรอ ” ศรีสมรถามเสียงอ่อย ทำให้หมวยสาวอมยิ้มแบบมีเลศนัย พร้อมเอ่ยแซวอย่างมีนัยยะ
“ ก็ใช่น่ะสิ ว่าแต่ทำพิธีเมื่อคืน สนุกมั้ยจ๊ะ ”
ใบหน้าสวยคมของคุณนายศรีสมรแดงซ่านในบัดดล ก่อนจะค้อนเพื่อนสาวขาวอวบกลับ
“ ไอ้บ้า…..สนุกอะไรล่ะ แค่ทำพิธียาวจนชั้นเผลอหลับก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ”
“ อ้อ….เหรอ….ไม่บอก ไม่รู้นะเนี่ย…..” หมวยสาวทำเสียงยานคาน ท่าทางยียวนกวนอารมณ์ ศรีสมรจึงกระทุ้งศอกใส่สีข้างไปหนึ่งที ก่อนจะค้อนอีกคำรบ
“ ชิ…ไอ้เพื่อนบ้า เลิกพูดมาก และกลับบ้านได้แล้ว…”
“ อ้อ…จะรีบกลับบ้าน เพราะเหนียวตัวรึไงจ๊ะ หรือมีคราบอะไรติดตัว ถึงได้อยากอาบน้ำขนาดนั้น ” ซิ้มยังแซวต่อ แต่คราวนี้ศรีสมรเหมือนจะคิดอะไรออก เลยหันมามองหน้าหมวยสาวนิ่งๆ และไม่แสดงกิริยาเง้างอนแบบครั้งก่อนๆ
“ เอ……แต่จะว่าไป แกเองก็ไม่ได้กลับบ้านเหมือนกัน เพราะใส่ชุดเดิม แถมมันยังยับยู่ยี่ ราวกับว่า….ทะเลาะกับเตารีดมาหมาดๆ หรือว่า……..”
พอได้ยินบทวิเคราะห์ของเพื่อนสาว สีหน้าของซิ้มก็แอบซีดทันควัน ด้วยรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเริ่มจับเค้าบางอย่างได้ จึงรีบเบี่ยงประเด็น
“ เอ่อ….แต่จะว่าไป ชั้นเองก็เหนียวตัวเหมือนกัน ดังนั้นรีบกลับบ้านไปอาบน้ำเถอะ ”
“ อืม……..” ศรีสมรนิ่งคิดในท่ายืนกอดอกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง เพราะเธอเองก็กำลังเพลี่ยงพล้ำในเชิงวาจาอยู่เหมือนกัน
“ โอเค…ไปก็ไป กลับบ้านกัน ”
……………………….
ช่วงที่สองสาววัยสะคราญเดินลงจากเรือน ก็เหลือบไปเห็นบุรุษผู้นึง คนๆนั้นก็คือ…..นายยอด และหมอนั่นกำลังนั่งจ้องมองพวกเธอตาเป็นมันอยู่บนม้าหินอ่อน
“ อึ้ย….ไอ้ยอดอีกแล้ว รีบหลบสายตาเร็ว อย่าไปมองมัน ” สองสาวหันไปมองจุดอื่นโดยอัตโนมัติ เพราะเรียนรู้จากบทเรียนเมื่อวานว่าหมอนี่เป็นโรคจิตอ่อนๆ ชอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า…..ผู้หญิงทุกคนที่หันมาสบตา ล้วนอยากมีเซ็กส์กับตน
แต่ในจังหวะที่สองสาววัยสะคราญกำลังจะเดินผ่าน พวกเธอก็ได้ยินเสียงร้องแซวแบบไร้ความเกรงใจ
“ โห….คนสวย ทำไมเพิ่งกลับตอนนี้ อยู่เย่อกับอาจารย์ทั้งคืนเลยหรือครับ ”
ตามปกติ ซิ้มต้องรีบด่ากลับ เพราะเธอเป็นคนปากไว แต่ด้วยความที่หวาดกลัว จึงไม่ได้โต้ตอบ พร้อมรีบเดินผ่าน เป้าหมายคือรถยนต์ที่จอดในลานกว้างหน้าบ้าน
ยอดมองสองสาวที่จ้ำอ้าวจากที่นี่ พอแผ่นหลังของพวกเธอหายลับไปจากสายตา บุรุษวัยกลางคนร่างล่ำก็สบถคำในลำคอเป็นเชิงอาฆาต
“ ชิ….นังพวกนี้บังอาจเมินกูเรอะ ซักวันกูจะยัดเยียดความเป็นผัวให้พวกมึงจนหนำใจเลยทีเดียว ”
………………………….
เป้าหมายของการเดินทางคือบ้านของซิ้ม ระหว่างที่ศรีสมรขับรถ ทั้งสองแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลย เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องราวในใจ พอถึงจุดหมาย หมวยสาวก็ร่ำลา
“ โอเค ขอบใจมากที่มาส่ง เดินทางปลอดภัยนะ ยัยหมอน ”
“ อืม…..แล้วเจอกัน ” ศรีสมรรับคำเนือยๆ แต่ในจังหวะที่ซิ้มลงจากรถ ก็มีชายร่างสูงคนนึงโผเข้ามากอดจูบเพื่อนสาวหน้าหมวย
“ ว้าย! โต้งจะทำอะไรน่ะ รุ่มร่ามชะมัด หัดอายแขกบ้างสิ ยัยหมอนมองเราอยู่นะ ” ซิ้มปัดป้องเป็นพัลวัน แต่โต้งผู้เป็นแฟนหนุ่มยังกอดจูบไม่เลิก ราวกับตายอดตายอยากมาซักล้านชาติ ปากก็โต้เถียง
“ ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกเราแค่กำลังแสดงความรักกัน มาซั่มต่อดีกว่า ผัวอยากจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เพราะเมียเล่นหายไปทั้งคืน ”
“ บ้า บ้า บ้า หยุดคลั่ง แล้วได้สติซักที ตัวเองเป็นถึงจิตรกรมีชื่อคนนึงเลยนะ หัดมีอารยธรรมบ้างสิ ”
“ อื้อ…ไม่สน โต้งทนไม่ไหวแล้ว ขอจัดหนักซักทีเถอะ ” โต้งว่าแล้ว ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างเมามัน แต่ก่อนจะเดินเกมขั้นต่อไป ซิ้มก็ผลักผัวหนุ่มออก แล้ววิ่งมายังกระจกด้านคนขับ
“ ยัยหมอนช่วยชั้นด้วย ไอ้โต้งมันบ้าไปแล้ว ”
ศรีสมรได้แต่อ้ำอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะเจอเหตุกามแบบนี้ และในระหว่างที่ชุลมุนชุลเกอยู่นั้นเอง โต้งก็ก้าวเข้ามาประกบหลัง พร้อมสอดมือเข้าไปในกระโปรงทรงพลีทสั้นเต่อ แล้วรูดอันเดอร์แวร์ผืนบางลงมาถึงหัวเข่า
“ ว้าย! ไอ้เหี้ยมโต้ง มึงจะทำอะไรน่ะ ” ซิ้มหันไปด่าผัวหนุ่มหยาบคาย ด้วยตกใจที่ถูกรุกราน แต่ก็ไม่อาจหยุดโต้งให้กระทำกามกิจแบบอุกอาจ
“ โอ๊ย……” ซิ้มแหงนหน้าครางดังด้วยความเจ็บเสียว เหตุเพราะถูกผัวหนุ่มจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว
“ อ้า อ้า อ้า…….โต้งอย่าทำแบบนั้น ชั้นอายเพื่อน ” ซิ้มรีบร้องห้าม แน่นอนว่าโต้งไม่ยอมรับฟัง เพราะกิริยาของเธอกลับกลายเป็นเอื้ออำนวยให้จัดการตามใจ อันค้านกับน้ำคำลอยๆที่ไร้น้ำหนัก
ศรีสมรยอมรับว่าทำตัวไม่ถูก ด้วยจู่ๆต้องมาเห็นเพื่อนสาวมีอะไรกับผัวหนุ่มในระยะประชิด โดยมีเพียงกระจกรถบางๆขวางกั้นเท่านั้น แถมลีลาการร่วมรักก็ดูจะสะเด็ดสะเด่าเป็นที่สุด เนื่องจากทั้งสองยังอยู่ในวัยสามสิบกว่าๆที่มีกำลังวังชาเหลือเฟือ
“ โอ้….นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ทำไมชั้นต้องมานั่งดูอะไรแบบนี้ แถมยังทำได้รุนแรงถึงใจ อ้า…แอบคันขึ้นมานิดๆแล้ว ” ศรีสมรเองก็นับว่าเป็นคุณนายสาวไฟแรงสูง เพราะเพียงเห็นฉากสวาทที่ชวนเย้ายวน เจ้าหล่อนก็ของขึ้นทันที ดวงตาจ้องมองศึกรักระยะประชิด
โต้งจัดหนักในท่าเดิมอยู่ราวๆ 3 นาที เขาก็ใกล้ถึงจุดแตกหัก เลยยื่นหน้ามาขบกัดลำคอ พร้อมกดกายแน่นิ่ง
“ อ้า……..มะ…ไม่ไหวแล้ว ”
หมวยสาวไม่ตอบคำใด และแอ่นบั้นท้ายขึ้นสูง เพื่อรอรับความสุข ไม่นานเกินรอ สรวงสวรรค์ที่ตามหา ก็มาถึง
“ โอ้ว…….สุดแล้ว ”
“ อ้า……..” หมวยสาวเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน ใบหน้าขาวใสเชิดสูง ร่างอวบแอ่นจัดจนเกือบเป็นรูปตัวเอส ก่อนจะกระตุกกายแรง เพราะรู้สึกเสียวกระสันจนสุดทน
โต้งกอดเมียสาวหน้าขาวแน่นิ่ง ก่อนจะค่อยๆแยกตัวออก ปิดท้ายด้วยการหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……”
แม้ซิ้มจะอ่อนล้าจนสองขาแทบทรุด เพราะที่ผ่านมา ได้ผจญศึกหนักมาทั้งคืน แต่เจ้าหล่อนก็แอบแค้น จึงหันกลับไปตวาดด่าอย่างดุเดือด
“ ไอ้เหี้ยมโต้ง มึงทำบ้าอะไรวะ ทำไมบ้ากามขนาดนี้ เหนื่อยจะตายหงตายห่าอยู่แล้ว ยังมาจับกูเย่ออีก แถมทำต่อหน้าเพื่อนกู ไม่รู้จักอายฟ้าอายดินหรือไง ” พอซิ้มพูดจบ เธอก็ตบตีสลับจิกข่วน โต้งจึงรีบปัดป้อง ในใจรู้สึกสงสัยและสับสน
“ เอ….ปกติ ซิ้มจะชอบเกมกามแบบเอาท์ดอร์นี่นา แต่ทำไมวันนี้ถึงดูขัดใจ อีกอย่าง เธอไม่เคยด่าเราหยาบคายแบบนี้นี่นา ”
ด้วยความที่ซิ้มเป็นเพียงผู้หญิง แถมยังอ่อนล้าเป็นทุนเดิม เลยสร้างบาดแผลให้กับโต้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธอจึงกระทืบเท้าปึงปัง เพื่อระบายอารมณ์โกรธอยู่สองสามที ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในบ้าน
“ ชิ……ไอ้เหี้ยมโต้ง ทำไมมึงถึงหนังหนานัก กูเหนื่อยแล้ว อย่ามารบกวนตอนนอนล่ะ ”
โต้งยอมรับว่างุนงง แต่ด้วยความที่เป็นเขาเป็นคนแปลกๆ แถมจิตยังแอบแปรปรวน เพราะว่าโดนมนต์มายาของอาจารย์หนุ่มครอบงำ เลยละทิ้งปัญหาอย่างรวดเร็ว พร้อมก้มลงไปมองน้องชายของตนเอง
“ อืม….แฉะไปทั้งลำเลย เห็นทีต้องทำความสะอาดมันซักหน่อย หาทิชชู่มาเช็ดดีกว่า ”
โต้งพยายามมองหากระดาษชำระอยู่นานสองนาน แต่ด้วยความที่บริเวณนั้นเป็นโรงเก็บรถ จึงมีเพียงชั้นวางของที่มีแต่เครื่องมือทางการช่างเท่านั้น แต่แล้วจิตรกรหนุ่มจิตป่วนก็เกิดปิ๊งไอเดียบางอย่าง เนื่องจากเหลือบไปเห็นคุณนายสาวที่นั่งอยู่บนรถเก๋ง
“ เอ๊ะ! ใช่แล้ว คุณศรีสมรน่าจะมีทิชชู่ติดรถ ไปขอจากเธอดีกว่า ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
