
ความหงุดหงิดรำคาญใจยังคงสถิตในความนึกคิด แม้ว่าขณะที่ขับรถจากโรงแรมมาจนถึงหน้าบ้านตนเอง...กงจักรหงุดหงิดกับการที่จะทำสิ่งใดก็ตามยังคงต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของกำธร ซึ่งถืออำนาจความเป็ใหญ่ทั้งในและนอกบ้าน
‘นอกบ้าน’ ซึ่งมีตำแหน่งประธานกรรมการข่มวิธีการทำงานของเขาตลอด จนแทบจะไม่มีอำนาจเด็ดขาดอยู่ในมือ แถมผู้สูงวัยคนนี้ยังคงใช้อำนาจเผด็จการกลับมาใช้‘ในบ้าน’ ฐานะที่เป็คุณตาของเขาทุกอย่างเข้มงวดกวดขัน แม้กระทั่งการตีกรอบความคิดให้กับคนใน
อิสระทางความคิดเหมือนอยู่ในกรอบวงกลมเล็กแคบ แถมยังถูกกรอกหูทุกเมื่อเชื่อวันเกี่ยวกับตัวมารดาของเขา
‘แม่แกมันเป็พวกไม่รักดี พวกใจง่าย ริอยากจะมีผัวจนตัวสั่น แล้วเป็ยังไงล่ะสุดท้ายมันก็ไข่แล้วทิ้ง ลูกอย่างแกคนเดียว มันยังไม่เอาเลย’
ประโยคซ้ำซากเช่นนี้ฝังอยู่ในความทรงจำมาตลอดยี่สิบสี่ปีรวมถึงภาพที่คุณตาของเขาลงไม้ลงมือกับคุณยายที่เขารักที่สุด ทุกครั้งที่คุณยายเข้ามาเป็ตัวกลางคอยปกป้องและเข้าข้างเขา
มีครั้งหนึ่งที่เขาเอ่ยปากเถียงผู้เป็ตายกมือขึ้นสูงฟาดเข้าที่หน้าและผลักอกเขาอย่างแรง จนเซเกือบล้มยังดีที่คุณยายเข้ามารับไว้
‘ทำไมต้องทำรุนแรงกับหลานด้วยละคุณ’
‘ก็เพราะโอ๋มันอย่างนี้ไงล่ะ มันถึงได้กล้าเถียงคำไม่ตกฟาก’
กำธรยกมือขึ้นหมายจะฟาดหน้ากงจักรอีกครั้งแต่นงพะงาก็เข้ามากันท่า แล้วฝ่ามือนั้นก็กระทบเข้าที่ใบหน้าคุณยายเสียงนั้นยังคงก้องหูเขามาตลอด ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอด ดวงตาวาวโรจน์ดุดันสีของดวงตาดำสนิทไปด้วยความมืดชิงชัง
ชายหนุ่มทุบพวงมาลัยรถเมื่อภาพของกำธรลอยอยู่ตรงหน้า อยากจะสลัดความคิดหลอกหลอนนี้ไปให้พ้นเขาจึงหลับตาลงเบาๆ หวังจะผ่อนคลายอารมณ์ที่ขุ่นมัวอย่างไร้สาเหตุ
ประตูอัลลอยหน้าบ้านเลื่อนเข้าด้านข้างเหมือนกับประตูกรงขังกำลังเปิดรับให้เขารีบเข้าไปเยือนบ้านใหญ่โตหลังนี้แม้จะมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแต่ก็หาได้มีความสุขไม่
ความสุขของเขาในบ้านหลังนี้ที่ยังพอหลงเหลือเติมเต็มให้หัวใจเวลาอ่อนแอและบอบช้ำเป็เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้คลายทุกข์ จึงมีเพียงสิ่งเดียว นั่นก็คือ...
“คุณยายมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ”
กงจักรโอบหลังหญิงชราวัยหกสิบเศษซึ่งนั่งอยู่ที่ซุ้มเก้าอี้หวาย บริเวณด้านข้างตัวบ้านหลังเล็กซึ่งปลูกแยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่เขาเอี้ยวตัวไปหอมแก้มทั้งสองข้างของนงพะงา
ผู้สูงวัยเงยหน้าขึ้นยิ้มให้หลานชายแม้ขณะดวงตายังคงหมอง มีรอยกังวลเจืออยู่ ชายหนุ่มสังเกตได้ทันทีจึงเอ่ยถาม
“คุณยายมีเื่ทุกข์ใจอะไรครับ”
ชายหนุ่มเอื้อมไปกุมมือคนที่เขารักที่สุดในชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่านงพะงาจะทุกข์ใจด้วยเื่ใดก็ตาม หล่อนจะเก็บมันไว้ไม่เคยระบายถึงความทุกข์เ่าั้ให้ผู้เป็หลานฟัง
มีแต่คอยรับฟังความทุกข์จากเขาฝ่ายเดียวแล้วก็เป็คนคอยปลอบใจเขามาตลอดั้แ่เด็กจนโตเป็หนุ่ม
ดังนั้นคุณยายของเขาจึงเป็เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจเพียงหยดเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจเขาให้รู้จัก ‘ความเข้มแข็ง’
นงพะงามองหน้าหลานชายแล้วบรรจงยิ้มให้เขาแม้ว่ามันอาจจะยากเย็น แต่นั่นก็คงเป็ความเคยชินที่ผู้สูงวัยทำเสมอมาพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ไม่มีอะไรหรอก ยายก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย...ยายมันคนแก่แล้ว นั่งคนเดียวบางทีมันก็อดคิดถึงความหลังตรงโน้นตรงนั้นไม่ได้”
พูดจบนงพะงาก็ทอดสายตาไปยังทิวทัศน์รอบบ้านก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งปลูกขึ้นมานานหลายสิบปี
ประดู่ยืนต้นขนาดใหญ่ผิวเปลือกสีเทาเกือบดำ ลำต้นเป็พูไม่กลม แตกกิ่งก้านสาขากว้าง มีเรือนยอดทึบแตกเป็สะเก็ดร่องตื้นๆ ใบรูปมนรีเรียบเป็มันสีเขียวครึ้มอยู่ทั่วลำต้นมีแดดอ่อนๆลอดกระทบสู่พื้นเป็ลำแสง
กงจักรก้าวเท้าไปหยุดยืนอยู่ข้างหลังผู้สูงวัยตั้งใจฟังในสิ่งที่พูด “จักรรู้ไหม ว่าต้นไม้ใหญ่ กว่ามันจะเติบโตขนาดนี้ได้มันต้องใช้เวลาหลายปี”
ผู้สูงวัยเปรียบเปรยแง่คิดกับต้นไม้ดังว่า...เวลาที่กิ่งก้านมันถูกลิดทิ้งมันก็จะงอกใหม่ขึ้นมาทดแทน เวลาที่อากาศร้อนแล้ง ใบเขียวเปลี่ยนสีทิ้งใบร่วงหล่นยามลมหนาวผ่านมาทีก็ผลิดอกบาน พอถึงคราวฝนตกก็งอกงามเติบโต
“คุณยายกำลังจะบอกอะไรกับผมครับ”
หญิงสูงวัยเอามือลูบไปตามลำต้นประดู่พลางสอนหลานชายต่อ “ต้นไม่ไม่เคยหนีปัญหาและอุปสรรคมันปรับตัวได้ตามสภาพแวดล้อม เติบโตให้ความร่มรื่นได้โดยไร้ทุกข์”
กงจักรได้ยินคำพร่ำสอนเช่นนี้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่าน้ำเสียงของคุณยายนั้นดูอ่อนแอท้อแท้ เสียงนั้นแหบโหยดวงตานั้นแห้งผาก เหมือนผ่านร่องรอยของความทุกข์จับขั้วหัวใจ
แล้ววินาทีนั้นนงพะงากลับค่อยๆทรุดกายลงกับพื้นหญ้า นั่งลงข้างต้นไม้ใหญ่อย่างหมดแรงแม้จะไม่เห็นน้ำตาจากความอ่อนแอ แต่ดวงตานั้นก็ฟ้องร้องความเ็ปได้เป็อย่างดี
“คุณยายเป็อะไรครับ ใครทำให้คุณยายไม่สบายใจ”
ไม่มีใครรู้ว่านงพะงาคิดเช่นไรนอกจากตัวหล่อนเอง ผู้เป็หลานชายจึงได้แต่ส่งเสียงถามอยู่เช่นนั้นแล้วหัวใจเขาก็เบาโหวงเหมือนถูกกระชากออกจากมือมัจจุราชเมื่อเสียงอู้อี้ของคุณยายเอ่ยสั้นๆถึงคู่ชีวิตอย่างกำธร
“ตาของหลานกับ...กับ...แม่พวง”
แม้ชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าต้นสายปลายเหตุคือเื่ใดแต่การคาดเดาของเขาคงไม่ผิดแผกไปจากความเป็จริง...ผู้ชายที่เข้มงวดซึ่งเป็คุณตาของเขา กับชื่อผู้หญิงคนนั้นในบ้าน
คงหนีไม่พ้นเื่ทำนองชู้สาว...
แต่มันหยามหัวใจผู้เป็ยายเขาจนเกินไปในเมื่อผู้หญิงที่ชื่อพวงแสดนั้นเป็เพียงสาวรับใช้ในบ้าน
กงจักรไม่นึกเลยว่าความเ้าชู้ของชายสูงวัยจะไม่เลือกที่ทางเขาปล่อยมือนงพะงา ยืนกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด ใบหน้าคมเข้มนั้นเครียดขึ้งดวงตาวาวเหมือนไฟที่ร้อนระอุพร้อมจะปะทุ
“ผมจะไปคุยกับคุณตาให้รู้เื่”
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับสาวเท้าอย่างเร็ว ไม่รีรอที่จะไปเอาความกับชายสูงวัยที่มักมากในกามความโกรธแค้นแทนคุณยายมันปรี่ขึ้นมาจุกอยู่ที่กลางอก พร้อมจะะเิออกมาทันทีที่เจอกำธร
///////////////////////////////////////จบตอนที่ 1