เสียงใสแต่แฝงความเยือกเย็นจับใจดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หลงเทียนหยูหันขวับไปตามต้นเสียง ภาพที่เห็นคือหญิงสาวในชุดรัดกุม ผมดำขลับ หน้าตาสะสวย หากแต่แววตาฉายแววอันตราย เธอคือซินหยี่ ลูกสาวของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์! พนักงานสาวเสี่ยวหร่านที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก ก้มหน้าหลบสายตาอย่างหวาดหวั่น
"เมื่อกี้มีคนมารายงานฉันว่านายเอานิ้วชี้มาที่ฉัน" ซินหยี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีปัญหาอะไรกับฉันงั้นเหรอ?" คนที่รู้จักเธอดีจะรู้ว่านี่คือความสงบก่อนพายุโหมกระหน่ำ
หลงเทียนหยูหัวเราะร่วน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขบขัน "ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครมันปากพล่อย! ว่าแต่มีใครรายงานอะไรไปก็เชื่อหมดเลยเหรอ? เธอเห็นกับตาตัวเองไหมล่ะว่าฉันชี้หน้าเธอ? น่าขำสิ้นดี" เขาจ้องมองซินหยี่ด้วยแววตาท้าทาย เื่ไร้สาระแบบนี้ยังเอามาเป็ประเด็นได้ถึงขนาดนี้ เขาชักอยากจะปราบพยศผู้หญิงคนนี้ให้เร็วที่สุดแล้วสิ!
เสียงหัวเราะของหลงเทียนหยูทำเอาคนทั้งห้องถึงกับสั่นสะท้าน นี่คือ "เ้าหญิงแห่งหน่วยพิทักษ์" เลยนะ! กลับถูกไอ้เด็กใหม่นี่มาท้าทายถึงถิ่น หลายคนแอบกลืนน้ำลายเอื๊อก แต่ก็มีไม่น้อยที่แอบยิ้มสะใจ อยากเห็นความฉิบหายของหลงเทียนหยูเต็มแก่
ซินหยี่ที่ได้ยินคำพูดท้าทายนั้นถึงกับเดือดดาล! แส้ในมือฟาดออกไปสุดแรง แต่กลับเจอเพียงอากาศว่างเปล่า! ชั่วพริบตาเดียว หลงเทียนหยูหายไปจากตรงหน้า และปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังของเธอ! มือแกร่งรวบต้นคอและแขนข้างที่ถือแส้ไขว้หลัง ซินหยี่ถูกล็อกจนหน้าแดงก่ำ พยายามจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ทำไม่ได้
"พอแล้ว!" เสียงคำรามทรงอำนาจดังกึกก้องไปทั่วห้อง ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ผมสั้นรองทรงปนขาวเล็กน้อย ใบหน้าคมสัน ดวงตาเรียวคม สันจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากได้รูป ผิวคล้ำเล็กน้อย ดูแล้วแข็งแกร่งและเปี่ยมประสบการณ์จนน่าเกรงขาม ก้าวเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มอีกคน ผมสีทองสั้นจัดแต่งทรงอย่างดี ใบหน้าโค้งมนได้รูป ดวงตาเรียวคม สันจมูกโด่งคม คิ้วเข้มหนา ริมฝีปากบาง ผิวขาวเนียน การแต่งกายเนี้ยบกริบราวกับคุณชายชั้นสูง
"นี่มันเื่อะไรกัน? ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฉันทีสิ!" ชายวัยสี่สิบตวาดเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครกล้าปริปากตอบ
หลงเทียนหยูหรี่ตามองทั้งสองคนอย่างสำรวจ ทั้งคู่ก็จ้องตอบกลับมาเช่นกัน การปะทะสายตาที่เต็มไปด้วยแรงกดดันดำเนินไปชั่วขณะ ก่อนที่หลงเทียนหยูจะคลายมือ ปล่อยซินหยี่เป็อิสระ หญิงสาวไอโขลกรีบวิ่งไปหลบหลังชายวัยสี่สิบด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำด้วยความอับอายและเคียดแค้น
"พ่อคะ! ต้องล้างแค้นให้กับหนูนะ!" เธอฟ้องเสียงสั่น
"ทุกอย่างเป็แค่ความเข้าใจผิด" หลงเทียนหยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ส่ายหน้าช้าๆ "มีคนมาใส่ร้ายฉัน แล้วคุณหนูคนนี้ก็เข้าใจผิด พุ่งเข้ามาทำร้ายฉัน ฉันก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง"
"แก..." ซินหยี่เงื้อแส้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ชายวัยสี่สิบยกมือห้ามเอาไว้ก่อน
"พอได้แล้ว! เื่ทั้งหมดขอให้จบลงตรงนี้แหละ ซินหยี่ ขึ้นไปข้างบนกับพ่อ!" ซินหยี่อยากจะประท้วง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของพ่อ เธอก็จำต้องสงบลง ได้แต่หันไปจ้องหลงเทียนหยูด้วยแววตาอาฆาตแค้นก่อนจะเดินขึ้นไปข้างบน
หลายคนถอนหายใจโล่งอกที่เหตุการณ์จบลงได้? บางคนก็เสียดายที่ไม่มีเื่สนุก ๆ ให้ดูต่อแล้ว หลงเทียนหยูหันไปหาพนักงานสาวเสี่ยวหร่านที่ยังคงตัวสั่นไม่หาย "เอาล่ะ เรามาทำเื่สมัครกันต่อเถอะ"
เสี่ยวหร่านพยักหน้ารัว ๆ ทำหน้าที่ของเธอต่อ พาเข้ารับการทดสอบร่างกายและถ่ายรูปติดบัตร บัตรนี้คือสิ่งยืนยันการเป็ผู้พิทักษ์ ใช้โอนและแลกแต้มได้ นอกจากนี้ เขายังได้รหัสสำหรับเข้าถึงเว็บบอร์ดลับเฉพาะของผู้พิทักษ์
หลงเทียนหยูรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เขา แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ก่อเื่ใหญ่ขนาดนี้ จะไม่ให้คนสนใจได้อย่างไร เขาเหลือบมองหาเ้าคนผมยุ่งเหยิง ก็เห็นยืนหลบมุมอยู่ที่ปลายห้อง จึงเดินเข้าไปหา
เหอตงเห็นหลงเทียนหยูเดินเข้ามาก็สะดุ้งเฮือก แต่จะหนีก็คงไม่พ้น "แหะ ๆ ผมว่าลูกพี่มีปัญหาแล้วล่ะคราวนี้" เขาคิดว่าหลงเทียนหยูคงจะมีสีหน้าหนักใจ แต่กลับเห็นอีกฝ่ายยังคงสงบ มีรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
"ผู้ชายสองคนนั้นชื่ออะไร เป็ใคร แล้วรู้ไหมว่าใครเป็คนไปฟ้องเื่นี้? ให้กับผู้หญิงโง่คนนั้น" ประโยค่ท้ายแฝงไปด้วยน้ำเสียงเ็าเยือกเย็นจนเหอตงถึงกับขนลุกซู่
"ลูกพี่... ชายที่ดูมีอายุคือหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ ชื่อเจี้ยนหยี่ เป็พ่อของหญิงสาวคนนั้นครับ" เหอตงพูดเสียงกระซิบพลางมองซ้ายมองขวา "ส่วนอีกคนคือคู่หมั้นของเธอ ชื่อซือหาน เป็ผู้พิทักษ์ระดับหนึ่งที่เก่งที่สุดในตอนนี้ ส่วนคนที่ฟ้อง..." เหอตงก้มหน้ากระซิบเสียงเบาลงไปอีก "เป็เ้าสองคนนั้นที่ลูกพี่เห็นซินหยี่พาดแส้ใส่นั่นแหละครับ"
หลงเทียนหยูยกยิ้มเย็นะเื จิตสังหารแผ่ออกมาเบา ๆ สองคนนั้นน่ะเหรอ? เขาจัดการจดชื่อทั้งคู่ไว้ในบัญชีค่าประสบการณ์เรียบร้อยแล้ว เหลือรอแค่โอกาสเหมาะ ๆ เท่านั้น...
"เ้าหนู แล้วตอนนี้ติดต่อคนที่เอาหินมาแลกแต้มได้ไหม?" เขาชี้ไปที่บัตรของตัวเอง ซึ่งยังเป็ระดับเจ็ด
"ได้ครับลูกพี่! รอผมแป๊บหนึ่งครับ!" เหอตงรีบเดินเข้าไปคุยกับชายคนหนึ่ง ก่อนจะพาเดินกลับมาหาหลงเทียนหยู
"สวัสดีสหาย ฉันเผิงฉี นายสนใจจะใช้หินมาแลกแต้มที่เท่าไหร่ล่ะ?" ชายคนนั้นกล่าว
"แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าให้หินไปแล้ว จะได้แต้มเพื่อใช้เลื่อนระดับได้จริง?" หลงเทียนหยูถามกลับ เสียงเรียบนิ่ง บรรยากาศรอบข้างเงียบงันไปชั่วขณะ
"ฮ่าฮ่าฮ่า! การที่นายจะระแวงก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร" เผิงฉีหัวเราะ "ถ้างั้นฉันจะให้แต้มนายไปก่อนเพื่อใช้เลื่อนระดับ แล้วนายค่อยให้หินฉันตอนนั้นก็แล้วกัน! ถ้าเป็แบบนี้สหายจะโอเคไหม?"
หลงเทียนหยูหันไปมองเหอตง "เ้าหนู ไปเอากระดาษเปล่ามาสองใบ เราจะเขียนสัญญาการแลกเปลี่ยน พร้อมลงลายเซ็นและรอยนิ้วมือของทั้งสองฝ่ายในกระดาษทั้งสองใบ"
เหอตงเหลือบมองเผิงฉี เห็นอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรก็รีบไปหากระดาษ ปากกา และหมึกสำหรับปั๊มนิ้วมือมาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายเขียนเนื้อหาสัญญาจนเป็ที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ก่อนจะเซ็นชื่อและปั๊มรอยนิ้วมือ
"ฉันจะใช้หินสีขาวห้าสิบก้อนกับหินสีเหลืองสองก้อน เพื่อเลื่อนไปที่ระดับห้าของผู้พิทักษ์"
ระดับของผู้พิทักษ์ที่สูงขึ้นหมายถึงการเข้าถึงภารกิจที่ระดับสูงขึ้น รวมถึงการซื้อของพิเศษที่จำกัดเฉพาะผู้พิทักษ์ระดับสูงเท่านั้น ของบางอย่างระดับหกซื้อไม่ได้ แต่ระดับห้ากลับซื้อได้! การเป็ผู้พิทักษ์ระดับห้าจะทำให้เขามีอำนาจเทียบเท่ากับผู้ถูกเลือกระดับเจ็ด การที่เขาจะสังหารผู้ถูกเลือกระดับแปดหรือเก้าก็จะไม่ใช่เื่ใหญ่ที่ผู้คุมกฎหมายจะเข้ามาสนใจลงโทษเขาอีกต่อไป
น่าเสียดายที่ผู้พิทักษ์ระดับสูงสุดก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าผู้ถูกเลือกระดับสองได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่อำนาจยังต่ำกว่าผู้ถูกเลือกระดับหนึ่งเสียอีก
"ได้ งั้นนายรอแป๊บหนึ่งนะ" เผิงฉีตบมือเรียกชายคนหนึ่งเข้ามา...